ขายดีแต่เจ๊ง? เพราะคุณอาจกำลัง ‘คำนวณต้นทุนการผลิต’ ผิดโดยไม่รู้ตัว! (เช็กด่วน 3จุดบอด)

เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? ปิดงบปลายเดือนทีไร ตัวเลขกำไรสุทธิมันน้อยกว่าที่คิดไว้จนน่าใจหาย ทั้งที่ออเดอร์ก็เข้าตลอด เครื่องจักรก็เดินเต็มกำลัง แต่ทำไมกระแสเงินสดกลับฝืดเคือง?

ถ้าคุณกำลังพยักหน้า… สาเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่ “ยอดขาย” แต่อยู่ที่ “วิธีคำนวณต้นทุน” ครับ

ผู้ประกอบการโรงงานหลายท่าน (โดยเฉพาะ SMEs) ยังคงใช้สูตรคำนวณต้นทุนแบบ “กะประมาณ” หรือใช้ Excel บวก-ลบแบบพื้นฐาน ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจใช้ได้ในวันที่เราผลิตสินค้าน้อยๆ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น ความซับซ้อนของการผลิตจะทำให้ตัวเลขเหล่านั้นกลายเป็น “กับดัก” ที่พาคุณขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึก 3 ความผิดพลาดเรื่องต้นทุน ที่ทำให้โรงงานส่วนใหญ่ “ขายดีจนเจ๊ง”


1. มองข้าม “ต้นทุนแฝง” (Hidden Overhead Costs)

นี่คือหลุมพรางที่ใหญ่ที่สุดครับ หลายคนคิดต้นทุนสินค้าโดยดูแค่:

  • ค่าวัตถุดิบ (Direct Material)
  • ค่าแรงคนงาน (Direct Labor)

แล้วจบแค่นั้น! แต่ในความเป็นจริง โรงงานมี “ค่าโสหุ้ย” (Overhead) อีกมหาศาลที่ต้องถูกนำมาหารเป็นต้นทุนต่อชิ้นด้วย เช่น:

  • ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร: ทุกครั้งที่เครื่องเดิน มันมีความสึกหรอ
  • ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำ: ในกระบวนการผลิต
  • ค่าเสียเวลา (Downtime/Setup Time): เวลาที่ช่างใช้ตั้งเครื่องจักร 30 นาทีก่อนผลิต นั่นคือต้นทุนค่าแรงที่ไม่ได้เนื้องาน

✅ ผลกระทบ: คุณอาจตั้งราคาขายที่ 100 บาท เพราะคิดว่าทุนคือ 80 บาท แต่ถ้ารวมต้นทุนแฝงจริงๆ ทุนอาจจะปาไป 95 บาทแล้ว เท่ากับว่าคุณเหนื่อยแทบตายเพื่อกำไรแค่ 5 บาท (หรืออาจขาดทุนถ้าเจอของเสีย)


2. กับดักของการ “คำนวณต้นทุนย้อนหลัง” (Actual Costing Trap)

โรงงานที่ใช้ระบบบัญชีแบบดั้งเดิม มักจะรู้ต้นทุนจริงก็ต่อเมื่อ “สิ้นเดือน” (เมื่อบิลค่าไฟมา หรือเมื่อปิดรอบบัญชี)

ลองจินตนาการดูนะครับ… สมมติว่าวันที่ 5 วัตถุดิบราคาขึ้น หรือเครื่องจักรเสียจนต้องเดินเครื่องล่วงเวลา (OT) แต่คุณไม่รู้ตัวเลขนี้ทันที คุณยังคงขายสินค้าในราคาเดิมไปจนถึงวันที่ 30

✅ ผลกระทบ: กว่าจะรู้ตัวว่าต้นทุนพุ่งสูงขึ้น คุณก็ขายของขาดทุนไปแล้วถึง 25 วันเต็มๆ! นี่คือเหตุผลที่โรงงานยุคใหม่ต้องรู้ต้นทุนแบบ Real-time ครับ

💡 Tip: ถ้าไม่อยากรอปิดงบสิ้นเดือน ลองดูตัวช่วยคำนวณต้นทุนการผลิตแบบ Real-time จาก [PlanetOne ระบบ ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต] ที่ช่วยให้คุณเห็นกำไร-ขาดทุนได้ทันทีที่จบ Job ครับ


3. เหมารวมต้นทุนแบบ “หารยาว” (Average Costing Mistake)

ถ้าโรงงานของคุณรับงานแบบ Made to Order (ผลิตตามสั่ง) แต่ดันใช้วิธีคำนวณต้นทุนแบบหารเฉลี่ยเท่ากันหมด คุณกำลังทำผิดมหันต์ครับ!

  • งาน A: สั่งผลิตเยอะ แบบมาตรฐาน ใช้เวลาตั้งเครื่องน้อย = ต้นทุนต่ำ
  • งาน B: สั่งผลิตน้อย แบบพิเศษ ใช้เวลาตั้งเครื่องนาน = ต้นทุนสูง

ถ้าคุณเอาต้นทุนมารวมกันแล้วหารสอง… คุณจะตั้งราคางาน B ต่ำเกินจริง (ขาดทุน) และตั้งราคางาน A แพงเกินจริง (จนลูกค้าหนีไปหาคู่แข่ง)

✅ ผลกระทบ: คุณจะดึงดูดแต่ลูกค้าที่ให้งานยากๆ (แต่กำไรน้อย) เข้ามาในโรงงาน ส่วนงานง่ายๆ ที่กำไรดีจะหลุดมือไปหมด

บทสรุป

การรู้ต้นทุนที่แม่นยำ 100% ไม่ใช่แค่เรื่องทางบัญชี แต่คือ “อาวุธ” ในการแข่งขันครับ หากคุณรู้ต้นทุนจริง คุณจะกล้าลดราคาเพื่อสู้คู่แข่งในสินค้าที่ต้นทุนต่ำ และกล้าปฏิเสธงานที่ทำแล้วไม่คุ้มค่าเหนื่อย

อย่าปล่อยให้ “ความไม่รู้” กัดกินกำไรของคุณอีกต่อไปครับ

Scroll to Top