
“สั่งโรงงานชำแหละไก่ 1,000 กิโลกรัมเพื่อเอา ‘เนื้ออก’ แต่กระบวนการดันผลิต ‘ปีกไก่ เครื่องใน และโครงกระดูก’ ออกมาด้วย… คำถามที่ทำให้ฝ่ายบัญชีและฝ่ายผลิตต้องทะเลาะกันทุกเดือนคือ… เราจะหั่นแบ่งค่าต้นทุนไก่ทั้งตัว ให้กับชิ้นส่วนแต่ละชิ้นยังไง? และถ้าเราเอาโครงกระดูกไปขาย สตางค์ที่ได้มาจะถูกบันทึกในบัญชีแบบไหน?”
หากโรงงานของคุณอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูป (Process Manufacturing) เช่น โรงงานชำแหละเนื้อสัตว์, สกัดน้ำมันพืช, เคมีภัณฑ์, หรือแม้แต่งานปั๊มตัดโลหะที่เกิด “เศษเหล็ก (Scrap)” จำนวนมาก คุณกำลังเผชิญกับความท้าทายที่เรียกว่าการบริหาร “สินค้าร่วม (Co-Product)” และ “สินค้าพลอยได้ (By-Product)” ครับ
ความจริงที่น่าปวดหัวคือ ใน 1 คำสั่งผลิต (Production Order) คุณใส่วัตถุดิบไป 1 ชนิด แต่กลับได้ผลผลิตออกมา 3-4 ชนิดพร้อมกัน! หากโรงงานของคุณไม่มีระบบจัดการที่ดีพอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ “ต้นทุนทั้งหมดจะถูกโยนไปให้สินค้าหลักแบกรับไว้เพียงผู้เดียว”
หายนะทางการเงิน เมื่อคุณเมิน “สินค้าพลอยได้”
การใช้ระบบ Manual หรือไฟล์ Excel ในการคำนวณต้นทุนการผลิตที่มีผลผลิตหลายทาง (Multi-Output) มักนำมาซึ่งความสูญเสียดังนี้:
- สินค้าหลักแบกต้นทุนจนหลังแอ่น (Overcosting): หากคุณโยนค่าวัตถุดิบ 100% ไปที่ “เนื้ออกไก่” ต้นทุนเนื้ออกไก่จะแพงทะลุฟ้า ทำให้ฝ่ายขายไม่สามารถทำราคาแข่งกับคู่แข่งในตลาดได้
- สินค้าพลอยได้กลายเป็นของฟรี (Zero-Cost Illusion): เมื่อต้นทุนไปตกที่ของหลักหมด “ปีกไก่” หรือ “เศษเหล็ก” ที่ได้มา จึงกลายเป็นของที่มีต้นทุนศูนย์บาท (0 บาท) ในระบบบัญชี เมื่อนำไปขาย ผู้บริหารจะเห็นตัวเลขว่าเป็น “กำไร 100%” ซึ่งเป็นตัวเลขที่หลอกตาและบิดเบือนงบกำไรขาดทุนอย่างรุนแรง
- สต็อกล่องหน ตรวจสอบไม่ได้: เนื่องจากมันเป็น “ของแถม” จากสายการผลิต พนักงานมักจะไม่ทำเรื่องสแกนรับสินค้าพลอยได้เข้าคลัง ทำให้ของเหล่านี้กองอยู่หลังโรงงานโดยไม่มีใครรู้จำนวนที่แน่ชัด กลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการสูญหายหรือทุจริตนำไปขายโดยไม่ผ่านบริษัท
กระจายต้นทุนเป๊ะทุกกรัม ด้วยโครงสร้าง Multi-Output BOM บน ERP
การแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน คือการเปลี่ยนให้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นผู้คำนวณสมการที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่รองรับอุตสาหกรรมสายการผลิต จะมีระบบจัดการ Co-Product และ By-Product ที่ทรงพลังผ่าน 3 กลไกนี้:
1. สูตรการผลิตแบบผลลัพธ์หลายทาง (Multi-Output BOM)
ระบบ ERP จะอนุญาตให้คุณสร้างสูตรการผลิต (Bill of Materials) แบบ 1-to-Many ได้ นั่นคือ ใส่วัตถุดิบ A เข้าไป 1 ตัว แต่ตั้งค่าให้ระบบรับทราบล่วงหน้าเลยว่า เมื่อผลิตเสร็จ จะต้องได้ สินค้าหลัก (Main Product) 60%, สินค้าร่วม (Co-Product) 30% และ เศษซาก (By-Product) 10% ทำให้พนักงานหน้าสายพานต้องสแกนรับของ “ทุกชนิด” เข้าคลัง ปิดประตูสต็อกล่องหนแบบ 100%
2. ปันส่วนต้นทุนอัตโนมัติตามมูลค่าตลาด (Cost Apportionment)
นี่คือไม้ตายที่ฝ่ายบัญชีต้องหลงรัก! ระบบ ERP สามารถตั้งค่า “สัดส่วนการรับต้นทุน” ได้ล่วงหน้า เช่น ให้เนื้ออกไก่รับต้นทุนไป 70% และปีกไก่รับไป 30% ทันทีที่เครื่องจักรผลิตงานเสร็จ ระบบจะทำการผ่าต้นทุนค่าวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าไฟ (Overhead) แล้วกระจายเข้าสู่สินค้าแต่ละตัวตามสัดส่วนที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ ทำให้สินค้าทุกชิ้นมีต้นทุนที่แท้จริงสะท้อนอยู่
3. หักต้นทุนจากซากที่ขายได้ (By-Product Recovery)
สำหรับของที่เป็น “เศษซาก (Scrap)” หรือสินค้าพลอยได้ที่มีมูลค่าต่ำมากๆ เช่น เศษเหล็กตัดทิ้ง ระบบ ERP จะมีฟังก์ชัน By-Product Recovery คือเมื่อเรานำเศษเหล็กนี้ไปชั่งกิโลขาย ระบบจะนำรายได้ส่วนนี้ วิ่งกลับไป “หักลบต้นทุนของสินค้าหลัก” ให้โดยอัตโนมัติ! ผลลัพธ์คือ ต้นทุนของสินค้าหลักจะถูกลง ทำให้คุณมีช่องว่างในการทำกำไร (Margin) ได้มากขึ้นนั่นเอง
สรุป: ทุกผลผลิตมีมูลค่า อย่าปล่อยให้หลุดรอดสายตา
ในยุคที่ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนและแข่งขันกันรุนแรง โรงงานที่ไม่สามารถประเมินต้นทุนสินค้าร่วม (Co-Product) ได้อย่างแม่นยำ จะสูญเสียความได้เปรียบในการตั้งราคาไปอย่างน่าเสียดาย การใช้ซอฟต์แวร์ ERP เข้ามาช่วยจัดการสูตรการผลิตแบบ Multi-Output จะช่วยให้บัญชีทำงานง่ายขึ้น สต็อกโปร่งใส และดึงเอามูลค่าแฝงจาก “สินค้าพลอยได้” กลับมาเป็นกำไรสุทธิของบริษัทได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
วันนี้… มี “สินค้าพลอยได้” หรือ “เศษซาก” มูลค่ากี่แสนบาท ที่กำลังกองฝุ่นเขรอะอยู่ในโกดังของคุณ โดยที่ระบบบัญชีมองไม่เห็น? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อวางโครงสร้างการปันส่วนต้นทุน (Cost Apportionment) และจัดการ Co-Product/By-Product ระดับสากล ฟรี!
แหล่งอ้างอิงเชิงทฤษฎี (References)
- Horngren, C. T., Datar, S. M., & Rajan, M. V. (2015). Cost Accounting: A Managerial Emphasis. Pearson. (อ้างอิงทฤษฎีบัญชีต้นทุน บทที่ว่าด้วยการปันส่วนต้นทุนสำหรับสินค้าร่วมและสินค้าพลอยได้ (Cost Allocation: Joint Products and Byproducts) และวิธีการคำนวณตามมูลค่าตลาด ณ จุดแยกออก (Split-off Point))
- Ptak, C. A., & Smith, C. (2011). Orlicky’s Material Requirements Planning. McGraw-Hill. (อ้างอิงโครงสร้างของสูตรการผลิต (BOM) ในอุตสาหกรรมแปรรูป (Process Industry) และการจัดการกับผลผลิตแบบ Multi-output)

