ระบบบัญชี

ระบบอีอาร์พีกับการทำ ISO สำหรับผู้ประกอบการ

ระบบอีอาร์พีกับการทำ ISO สำหรับผู้ประกอบการ

ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่รวมฟังก์ชันทางธุรกิจต่าง ๆ เข้าด้วยกันในระบบเดียว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดำเนินการจัดการทั้งระบบองค์กรได้โดยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะมีโมดูลต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการองค์กรรวมเข้าไว้ในระบบเดียว เช่น การบัญชีและการเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การผลิต, การขายและการตลาด เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP)

การทำ ISO (International Organization for Standardization) เป็นกระบวนการที่องค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด

องค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO มักจะมีความน่าเชื่อถือสูงในตลาดและมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ

ระบบอีอาร์พีมีบทบาทสำคัญในการทำ ISO ได้หลายด้าน โดยเฉพาะในการเตรียมการและการดำเนินการตามมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งระบบอีอาร์พีนี่เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำ ISO โดยระบบอีอาร์พีสามารถช่วยองค์กรได้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้คือ

1. การจัดการเอกสารและข้อมูล

2. การทำงานร่วมกันและการสื่อสาร

3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์

4. การจัดการคลังสินค้า

5. การทำงานตามกระบวนการ

6. การรายงานและการติดตาม

7. การจัดการคุณภาพ

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. การจัดการเอกสารและข้อมูล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการรวบรวมและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ที่ต้องการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO ได้โดยอัตโนมัติ

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลแบบ manual

2. การทำงานร่วมกันและการสื่อสาร

ระบบอีอาร์พีช่วยในการประสานงานระหว่างแผนกและทีมงานต่าง ๆ ภายในองค์กร ซึ่งในกระบวนการนี้ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO ถูกต้องและทันเวลา

3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์

ระบบอีอาร์พีจะมีโมดูล HR มาช่วยในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งโมดูล HR นี้นอกจากจะช่วยบริิหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แล้ว ยังรวมถึงการอบรมและการทดสอบความรู้เพื่อให้พนักงานทราบถึงมาตรฐาน ISO และวิธีการปฏิบัติตามมาตรฐานนั้นด้วย (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

4. การจัดการคลังสินค้า

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการคลังสินค้าและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริการตามมาตรฐาน ISO ในส่วนนี้ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการตรวจสอบความเสี่ยงและควบคุมการจัดเก็บและใช้งานวัสดุต่าง ๆ

5. การทำงานตามกระบวนการ

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการติดตามและวัดผลกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยในการตรวจสอบว่ากระบวนการทำงานได้ตรงตามมาตรฐานหรือไม่

6. การรายงานและการติดตาม

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการสร้างรายงานที่ต้องการตามมาตรฐาน ISO และทำให้การติดตามความก้าวหน้าขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

7. การจัดการคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการดูแลคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการตามมาตรฐาน ISO ด้วยการบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ทำการติดตามและบริหารจัดการตามมาตรฐาน ISO ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยในการลดภาระงานที่ทำตามมาตรฐาน ISO ที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการทำ ISO สำหรับผู้ประกอบการ Read More »

วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร

วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร

ระบบอีอาร์พีเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรที่รวมกลุ่มข้อมูลและกระบวนการทั้งหมดในองค์กรเข้าด้วยกันในรูปแบบออนไลน์ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น การเงิน, การผลิต, การขาย, และการจัดซื้อ เป็นต้น สามารถทำงานร่วมกันได้โดยมีข้อมูลทั้งหมดที่เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกันทั่วองค์กร

จากกระบวนการที่มีอยู่ในระบบอีอาร์พีดังที่กล่าวมา ทำให้ทางองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีไม่ต้องกังวลเลยว่าการวางระบบอีอาร์พีให้กับองค์กรนั้นจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง และจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

ซึ่งการวางระบบอีอาร์พีสามารถสร้างประโยชน์มากมายให้กับองค์กร ยกตัวอย่างได้ดังนี้คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

2. ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

3. สามารถสร้างรายงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

4. ทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังต่อไปนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ระบบอีอาร์พีจะมีการรวมข้อมูลและกระบวนการทั้งหมดภายในองค์กรไว้ในระบบเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ทำให้กระบวนการดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดระยะเวลาขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรด้วย

2. ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

ระบบอีอาร์พีจะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันรวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นต่าง ๆ สำหรับผู้บริหารในูปแบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

จึงทำให้ผู้บริหารได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. สามารถสร้างรายงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ระบบอีอาร์พีสามารถสร้างรายงานที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ทำให้ทราบสถานะและผลการดำเนินงานขององค์กรได้ในทันที

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถปรับแต่งรายงานได้ตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละหน่วยงานในองค์กร

ซึ่งจะช่วยให้แต่ละหน่วยงานได้ข้อมูลที่ตรงตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

4. ทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน

ความถูกต้อง ครบสมบูรณ์ และทันสมัยของข้อมูลถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องสามารถทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการองค์กรได้

ระบบอีอาร์พีมีนโยบายในการจัดการข้อมูลที่เคร่งครัด อาทิเช่น

– ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์

– ระบบอีอาร์พีมีการบันทึกข้อมูลและสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ในทุก ๆ ขั้นตอน

นโยบายการจัดการข้อมูลที่เคร่งครัดเหล่านี้ก็เพื่อให้องค์กรได้ใช้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีมีประโยชน์มากมายสำหรับองค์กรไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถสร้างรายงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน

ซึ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าระบบอีอาร์พีนั้นช่วยบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ในองค์กร และยังช่วยสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นภายในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรมนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร Read More »

ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร

ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร

ในการทำธุรกิจนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่องค์กรจะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย

อาทิเช่น ความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายทางภาษี ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นต้น

หลาย ๆ องค์กรอาจกังวลว่าเมื่อได้ลงระบบอีอาร์พีแล้ว ระบบอีอาร์พีจะสามารถยืดหยุ่นหรือเราจะสามารถปรับระบบอีอาร์พีเพื่อให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีนั้นสามารถปรับโครงสร้างระบบ หรือแม้แต่ปรับแแต่งให้สามารถเข้ากันกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง “ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร” มีหัวข้อดังต่อไปนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลได้

2. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานได้

3. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อได้

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังต่อไปนี้

1. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลได้

ระบบ ERP สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลเพื่อให้เข้ากับความต้องการในการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลอาทิเช่น การเพิ่มหรือลดฟิลด์ข้อมูลใหม่

การปรับโครงสร้างนี้ช่วยให้ระบบสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

2. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานได้

ระบบอีอาร์พีนั้นเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นและมีความอิสระต่อการปรับเปลี่ยนค่อนข้างสูง

ซึ่งการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของอีอาร์พีสามารถทำได้โดย การปรับแต่ง (Customization) ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งระบบอีอาร์พีให้เข้ากับการทำงานที่มีรูปแบบเฉพาะขององค์กร หรือแม้แต่การปรับแต่งระบบอีอาร์พีให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

การปรับแต่ง (Customization) นี้จะทำให้ระบบอีอาร์พีทันยุคทันสมัย และสามารถรองรับกระบวนการทางธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนไปได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี)

3. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อได้

การทำงานร่วมกันของระบบอีอาร์พีกับระบบภายนอกและการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับแหล่งข้อมูลภายนอกอื่น ๆ นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้

เพื่อให้ระบบอีอาร์พีรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมธุรกิจ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี)

นักพัฒนาระบบหรือผู้ดูแลระบบอีอาร์พีสามารถใช้ API (Application Programming Interface) เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันของแอปพลิเคชันต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงานในทางธุรกิจ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งได้ทั้งในรูปแบบการปรับแต่งให้เข้ากับการทำงานขององค์กร และการปรับแต่งให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ อีกทั้งการเชื่อมโยงกับข้อมูลต่าง ๆ จากแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ดังนั้นองค์กรจึงสามารถมั่นใจได้ว่าระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันยุคทันสมัยและรองรับการใช้งานขององค์กร ถึงแม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็ตาม

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร

ในการทำธุรกิจแน่นอนว่าทุก ๆ องค์กรทางธุรกิจจะต้องการให้ตนเองเติบโตในตลาดได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการเติบโตช่วยให้ธุรกิจมีความยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว

การเติบโตของธุรกิจจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ในการขยายตลาด, เปิดสาขาเพิ่มในพื้นที่ใหม่ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่

ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะมาช่วยรองรับการเติบโตของธุรกิจก็คือระบบอีอาร์พี ที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการกระบวนการต่าง ๆ ในธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ

โดยในบทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พีจะช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างไร มีหัวข้อดังต่อไปนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

2. ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลเป็นระบบ

3. ระบบอีอาร์พีช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวของธุรกิจ

4. ระบบอีอาร์พีช่วยในการประหยัดทรัพยากร

5. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)

ซึ่งรายละเอียดในแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ทำให้มีความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้องค์กรสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้นและช่วยลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงานได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่าน 3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี)

โดยระบบอีอาร์พีจะช่วยในการรวมกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดในระบบเดียว ทำให้องค์กรสามารถมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลเป็นระบบ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ข้อมูลขององค์กรทั้งหมดถูกจัดเก็บในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าถึงได้ทันที ทำให้ผู้บริหารสามารถดำเนินการตัดสินใจที่ต้องอาศัยข้อมูลมากมายได้อย่างถูกต้อง (Click เพื่ออ่านต่อ 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการรวบรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร เช่น การเก็บข้อมูลการเงิน, การผลิต, การจัดการคลังสินค้า, การขาย, และอื่น ๆ ในที่เดียว ซึ่งจะทำให้ข้อมูลทุกอย่างภายในองค์กรมีที่มาเดียวกันและสามารถเข้าถึงได้ในที่เดียว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าข้อมูลรวมศูนย์นั่นเอง (Centralized Database)

3. ระบบอีอาร์พีช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวขององค์กร

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้รวดเร็ว

การที่ระบบทั้งหมดได้รับข้อมูลและประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ง่ายต่อการปรับปรุงกระบวนการทำงานขององค์กร และปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมธุรกิจ

ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมและแสดงผลในเวลาที่รวดเร็ว ทำให้ธุรกิจสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังมีการสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทีมงาน ทุกคนในทีมสามารถเข้าดูข้อมูลได้ ทำให้งานปรับปรุงและการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ระบบอีอาร์พีช่วยในการประหยัดทรัพยากร

การใช้ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการคลังสินค้า, การวางแผนการผลิต, และการบริหารทรัพยากรบุคคล

โดยระบบอีอาร์พีสามารถทำนายการใช้จ่ายและส่งเสริมการบริหารคลังสินค้า ในลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของธุรกิจ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำให้การวางแผนกระบวนการทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนทางเวลา, ทรัพยากร, และเงินทุน

5. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)

ปรกติแล้วระบบ ERP เน้นการบริหารทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร เช่น การเงิน, การผลิต, การคลังสินค้า, และทรัพยากรบุคคล

ในขณะที่ระบบ CRM เน้นการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า, การติดต่อลูกค้า, และการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า

การรวมระบบ CRM ในระบบ ERP มักจะมีประโยชน์มากในด้านการแบ่งปันข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และความเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในองค์กร

บางระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีมีความสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการเติบโตขององค์กรในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ช่วยในการทำให้ข้อมูลเป็นระบบ ช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัว ช่วยในการประหยัดทรัพยากร และช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีเข้ามาในองค์กร จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้องค์กรเติบโตได้เป็นอย่างดี

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร Read More »

3 เหตุผล ที่องค์กรเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP

โดยปกติหากองค์กรใดมีการติดตั้งระบบอีอาร์พี ERP เพื่อนำมาใช้งาน ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่มีองค์กรใดต้องการเปลี่ยนระบบใหม่เพราะจะต้องเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา

และกว่าจะขึ้นระบบสำเร็จในแต่ละครั้งก็จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน บทความนี้จะเป็นการกล่าวถึงเหตุผลส่วนใหญ่ที่ผู้ประกอบการตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่

ซึ่งทางเรามีการสรุปเหตุผลสำคัญไว้ทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้

1. เหตุผลเรื่องการให้บริการ

2. เหตุผลเรื่องระบบการทำงานที่ไม่ตอบโจทย์

3. เหตุผลเรื่องการอัปเดตระบบ

ซึ่งแต่ละเหตุผลมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. เหตุผลเรื่องการให้บริการ

นี่ก็คือส่วนสำคัญของบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาระบบอีอาร์พี ERP เพราะการที่ผู้ประกอบการตัดสินใจติดตั้งระบบอีอาร์พีของท่าน นั่นก็หมายความว่าระบบการทำงานส่วนใหญ่สามารถตอบโจทย์องค์กรนั้นได้ไม่มากก็น้อย แต่บริการหลังการขายจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ยูสเซอร์ผู้ใช้งานอยู่กับระบบของเราได้นานที่สุด เพราะผู้ใช้งานระบบจะเป็นพนักงานในบริษัท ซึ่งไม่ใช่ผู้บริหาร

และผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ERP จะต้องคอยดูแลช่วยเหลือยูสเซอร์ผู้ใช้งานให้สามารถใช้ทำงานบนระบบได้อย่างเชี่ยวชาญ แต่หากทางยูสเซอร์ไม่ได้รับบริการที่รวดเร็ว ไม่แสดงออกถึงความใส่ใจ รวมไปถึงการเอาเปรียบจนมากเกินไป

หรือลักษณะการซัพพอร์ตที่ไร้คุณภาพ เช่นแจ้งปัญหาการใช้งานของระบบเข้ามาตามช่องทางต่างๆ แต่ไม่ได้รับการแก้ปัญหาภายใน 24 ชม. นี่ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี ERP ไม่พอใจและตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่ แม้จะเป็นการลงทุนที่สูงมากกว่าเดิมก็ตาม

2. เหตุผลเรื่องระบบการทำงานที่ไม่ตอบโจทย์

องค์กรส่วนใหญ่มักเริ่มมองหาระบบอีอาร์พี ERP เมื่อพบปัญหากับการใช้งานที่ไม่ตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจในปัจจุบัน

เพราะถ้าหากฝืนก็จะมีแต่ถดถอย ถดถอยทั้งการทำงาน ถดถอยทั้งการบริหารที่ไม่สามารถพัฒนาธุรกิจให้ดีกว่าเดิมได้ เพราะฉะนั้นระบบที่ดี ควรมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรองรับการทำงานขององค์กรได้ทุกขนาด และทุกประเภทของธุรกิจ

ยิ่งระบบมีความละเอียดของตัวรายงานมากเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบกับการบริหารธุรกิจมากเท่านั้น

เพราะฉะนั้นหากระบบปัจจุบันไม่สามารถทำให้ธุรกิจไปต่อได้ การเปลี่ยนระบบใหม่ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดี

3. เหตุผลเรื่องการอัปเดตระบบ

ต้องบอกว่าระบบอีอาร์พี ERP ของผู้ให้บริการบางเจ้า หากต้องมีการอัปเดตระบบในแต่ละครั้ง เหมือนต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด

เพราะเวอร์ชันใหม่ของระบบอีอาร์พี ERP ของผู้ให้บริการบางเจ้า จะไม่มีฟังก์ชันที่ทางผู้ใช้บริการเคยปรับแต่งเพื่อให้เข้ากับการทำงานขององค์กรเอาไว้ หากอยากได้การทำงานแบบเดิมก็ต้องเสียทั้งเงินและเวลาเพื่อใช้ในการวางระบบใหม่

ลักษณะการอัปเดตระบบแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบอีอาร์พี ERP จากต่างประเทศ บางองค์กรอาจจะแบกรับค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ไม่ไหว จึงเริ่มมองหาระบบใหม่ที่สามารถอัปเดตระบบได้

โดยไม่ต้องจ่ายในราคาที่สูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระบบของคนไทยที่พัฒนากันขึ้นมาเอง ในบ้านเราก็มีผู้พัฒนาระบบอีอาร์พี ERP มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

และมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับอดีตที่ตัวเลือกไม่ได้เยอะมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ประกอบการในการเลือกระบบอีอาร์พี ERP เข้ามาใช้งานภายในองค์กร

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าเหตุผลที่ทางผู้ประกอบการแต่ละองค์กรจะตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่ก็จะมี 3 เหตุผลหลักๆ ดังนี้

1. เหตุผลเรื่องการให้บริการ 2. เหตุผลเรื่องระบบการทำงานที่ไม่ตอบโจทย์ 3. เหตุผลเรื่องการอัปเดตระบบ

ทางผู้เขียนขอแนะนำว่าหากผู้ประกอบการพบ 3 ข้อที่กล่าวมานี้และได้มีการพยายามปรับตัวแล้วแต่ก็ยังพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้

และรู้สึกเหนื่อยกับการที่ต้องอดทนใช้ระบบเดิมต่อไปก็แนะนำให้ตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่เพื่อให้ธุรกิจสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

แต่หากท่านต้องการระบบอีอาร์พี ERP ที่ตอบโจทย์สำหรับคนไทยทั้งเรื่องบริการที่เป็นเลิศ และระบบการทำงานที่พัฒนาให้ตอบโจทย์กับทุกประเภทธุรกิจ

อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนระบบให้เข้ากับการทำงานขององค์กรได้ คลิกเพื่ออ่าน 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

ขอแนะนำระบบ PlanetOne ERP คลิกเพื่อเข้าไปดูหน้า Package

รองรับระบบภาษีของประเทศได้ทุกรูปแบบ มีความฉลาด พัฒนาเพื่อธุรกิจของคนไทยโดยเฉพาะ

สามารถดติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02 271 4362 – 3 Office หรือติดต่อ 095 294 5693 คุณเจน

3 เหตุผล ที่องค์กรเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร

เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจนั้นมีข้อมูลมากมายที่หมุนเวียนอยู่ในระบบการทำงานขององค์กร ดังนั้นองค์กรจึงต้องหาเครื่องมือที่จะมาจัดการข้อมูลได้

ซึ่งในส่วนนี้เองที่องค์กรจะต้องใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้องค์กรสามารถจัดการกับข้อมูลภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกคนภายในองค์กรสามารถใช้ข้อมูลที่มีความแม่นยำ เที่ยงตรง จากฐานข้อมูลเดียวกัน (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจอย่างชัดเจนว่าการวางระบบอีอาร์พีนั้นเป็นการช่วยให้องค์กรมีข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการองค์กร

โดยบทความระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร จะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก

2. ระบบอีอาร์พีช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

3. ระบบอีอาร์พีช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน

ซึ่งแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการเอกสารปริมาณมากได้โดยทำให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบอีอาร์พีจะนำภาพรวมของข้อมูลจากทุกระบบในองค์กร มาเชื่อมโยงกัน ทำให้สามารถติดตามและจัดการเอกสารและข้อมูลในปริมาณมากได้ด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง

เช่น การบันทึกข้อมูลการเงิน, การจัดการคลังสินค้าและกระบวนการทางการผลิต

เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่านต่อสรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ )

2. ระบบอีอาร์พีช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

ระบบอีอาร์พีช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนโดยการทำให้ข้อมูลทั้งหมดในองค์กรสามารถนำมาใช้ได้ในระบบเดียว

ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานภายในองค์กรเอง

โดยระบบอีอาร์พีจะเป็นการทำให้ข้อมูลเป็นอัตโนมัติ และประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กร

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถช่วยนำเสนอภาพรวมของกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดในรูปแบบของรายงาน ทำให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการที่ซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอีกด้วย (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

3. ระบบอีอาร์พีช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน

ประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลของระบบอีอาร์พี ช่วยให้ผู้ใช้งานระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว

โดยผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีไม่ต้องใช้เวลาในการค้นหาหรือรวบรวมข้อมูลจากแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กร

ทำให้ผู้ใช้งานระบบสามารถดำเนินกิจกรรมได้เร็วขึ้น

และเนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ จึงช่วยลดการทำงานที่ไม่จำเป็น

รวมถึงช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานตามความต้องการขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว

อีกทั้งการมีข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์จากระบบอีอาร์พีจะช่วยให้กระบวนการตัดสินใจของผู้บริหารเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและใช้เวลาที่น้อยลงด้วย (Click เพื่ออ่านต่อ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีนั้นสามารถช่วยจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมากขององค์กรได้ด้วยการ นำข้อมูลทั้งหมดมาเชื่อมโยงกัน เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีการทำงานแบบอัตโนมัติจึงช่วยประหยัดเวลาในการทำงานไปได้ รวมถึงช่วยให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำในการตัดสินใจนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร Read More »

5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

ในการทำธุรกิจแน่นอนว่าทุก ๆ ธุรกิจย่อมมีข้อมูลภายในองค์กรที่ต้องบริหารจัดการ

ถ้าในกรณีที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ปริมาณของข้อมูลที่ต้องบริหารจัดการยังมีไม่มาก และผู้บริหารมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง ก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอีอาร์พี

แต่ถ้าธุรกิจเติบโตขึ้นมีปริมาณข้อมูลที่ต้องบริหารจัดการมากขึ้น

ถึงจุดหนึ่งผู้ประกอบการจะทราบว่านอกเหนือจากเรื่องของความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลแล้ว ยังคงมีปัจจัยอื่น ๆ ภายในองค์กรอีกหลายอย่าง ที่จะต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งในจุดนี้เองที่ระบบอีอาร์พีจะช่วยผู้ประกอบการได้มาก (Click เพื่ออ่านต่อ 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี)

และในบทความนี้จะกล่าวถึง 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี โดยประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

1. วางระบบอีอาร์พีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

2. วางระบบอีอาร์พีเพื่อจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ

3. วางระบบอีอาร์พีเพื่อความถูกต้องของข้อมูล

4. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดทรัพยากร

5. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดเวลา

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. วางระบบอีอาร์พีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

การใช้ระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยลดการทำงานที่ซ้ำซาก และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ เช่น การจัดการสต็อก การบริหารจัดการการเงิน และการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

2. วางระบบอีอาร์พีเพื่อจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลที่เป็นระบบ สามารถสร้างรายงานในรูปแบบต่าง ๆ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรได้

รายงานที่เรียบง่าย ชัดเจน และถูกต้อง ทำให้ผู้บริหารสามารถดูภาพรวมของธุรกิจได้โดยรวดเร็ว และทำให้มีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

3. วางระบบอีอาร์พีเพื่อความถูกต้องของข้อมูล

การใช้ระบบอีอาร์พี ช่วยลดความผิดพลาดในการป้อนข้อมูล และทำให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจมีความถูกต้องมากขึ้น

โดยระบบอีอาร์พีจะสามารถคงความเป็นจริงของข้อมูล ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล รวมไปถึงความสอดคล้องกันของข้อมูล 

ดังนั้นผู้ประกอบการสามารถวางใจได้เลยว่าท่านจะได้ใช้ข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำแน่นอน

4. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดทรัพยากร

ในหลาย ๆ องค์กรอาจพบว่าก่อนหน้าที่จะใช้ระบบอีอาร์พีนั้นมีความซ้ำซ้อนกันในการทำงานของหลาย ๆ แผนก

และมีการใช้ทรัพยากรบางอย่างสิ้นเปลืองไปโดยไม่จำเป็น

การใช้ระบบ ERP ช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดทรัพยากรได้มากมาย เช่น ลดการใช้กระดาษ เวลาในการดำเนินการต่าง ๆ รวมถึงทรัพยากรบุคคลขององค์กร

5. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดเวลา

ระบบอีอาร์พีช่วยทำให้กระบวนการทำงานภายในองค์กรเป็นไปอย่างมีระบบและเชื่อมโยงกันได้โดยตรง ทำให้ข้อมูลไหลผ่านระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงระบบอีอาร์พีสามารถทำงานอัตโนมัติได้ในบางส่วนของกระบวนการทางธุรกิจ เช่น การสร้างรายงาน, การประมวลผลข้อมูล, หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงทำให้ระบบอีอาร์พีเป็นเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลาการทำงานขององค์กรได้เช่นกัน

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่สามารถช่วยผู้ประกอบการให้บริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นในด้านประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การจัดการข้อมูลอย่างมีระบบ ความถูกต้องของข้อมูล การประหยัดทรัพยากรในองค์กร และสุดท้ายคือการประหยัดเวลา (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ดังนั้นระบบอีอาร์พีจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันด้วยศักยภาพสูงสุด ในโลกของธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี Read More »

ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร

ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร

สำหรับองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไร แน่นอนว่าย่อมต้องการระบบบริหารจัดการที่สมารถช่วยให้องค์กรทำผลกำไรได้ดีกว่าเดิม มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมากกว่าเดิม

ซึ่งระบบอีอาร์พี หรือ Enterprise Resource Planning คือระบบที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการบริหารจัดการองค์กรได้เป็นอย่างดี

และในการบริหารจัดการองค์กรสิ่งหนึ่งที่ระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยได้คือ ช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจให้กับองค์กร (Click เพื่ออ่านต่อ 5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง ระบบอีอาร์พีจะสามารถสร้างข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร จะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้คือ

1. ข้อได้เปรียบในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร

2. ข้อได้เปรียบในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

3. ข้อได้เปรียบในการทำข้อมูลให้เป็นระบบ

4. ข้อได้เปรียบในการตัดสินใจอย่างมีระบบ

5. ข้อได้เปรียบในการตรวจสอบข้อมูล

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ข้อได้เปรียบในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร

ระบบอีอาร์พีจะช่วยให้องค์กรของท่านสามารถบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรได้ในระบบเดียวไม่ว่าจะเป็น การบริหารงานการเงิน, การบริหารทรัพยากรบุคคล, การบริหารการผลิต, และกระบวนการธุรกิจอื่น ๆ

การบริหารจัดการได้ในระบบเดียวนี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนและสร้างความเชื่อถือในข้อมูลทั้งหมด

2. ข้อได้เปรียบในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

ระบบอีอาร์พีนอกจากจะช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดการทำซ้ำซ้อนของงาน, ลดเวลาในการดำเนินการ, และเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรแล้ว ข้อมูลที่เป็นระบบและมีคุณภาพที่มีจากระบบอีอาร์พี จะช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพมาประกอบการตัดสินใจได้อีกด้วย

3. ข้อได้เปรียบในการทำข้อมูลให้เป็นระบบ

ระบบอีอาร์พีจะมีการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์จึงทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรมีการจัดการที่เป็นระบบระเบียบ

การจัดการข้อมูลให้เป็นระบบที่สามารถสืบทอดได้และมีโครงสร้างของข้อมูลที่ชัดเจนในระบบอีอาร์พี จะช่วยให้ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากระบบที่ไม่เชื่อมโยงกัน ช่วยเพิ่มความเชื่อถือในข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจ และช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายและมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม

4. ข้อได้เปรียบในการตัดสินใจอย่างมีระบบ

ระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ผู้บริหารได้รับข้อมูลที่แม่นยำ เที่ยงตรง เป็นปัจจุบัน

ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำการตัดสินใจได้บนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยลดเวลาในการดำเนินการและผู้บริหารจะสามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงทีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

5. ข้อได้เปรียบในการตรวจสอบข้อมูล

ระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ข้อมูลทั้งหมดขององค์กรมีความสอดคล้องกัน ทำให้ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลในอดีตหรือในปัจจุบัน

อีกทั้งระบบอีอาร์พียังมีความสามารถในการสร้างรายงานที่สามารถให้ข้อมูลทั้งภาพรวมและรายละเอียด รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลในรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่าย

การตรวจสอบข้อมูลในรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่ายนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบปัญหาหรือแนวโน้มของข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะช่วยให้องค์กรมีข้อได้เปรียบในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ การทำข้อมูลให้เป็นระบบ การตัดสินใจอย่างมีระบบ และการตรวจสอบข้อมูลได้ (Click เพื่ออ่านต่อ ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) )

ซึ่งข้อได้เปรียบเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าระบบอีอาร์พีนั้นสามารถสร้างมูลค่าที่นอกเหนือจากผลกำไรที่วัดเป็นตัวเงิน

แต่เป็นการสร้างมูลค่าภายในองค์กรให้องค์กรมีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดีกว่าเดิม ได้เปรียบเหนือคู่แข่งทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงความรวดเร็วในการนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร Read More »

3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี

3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี

เชื่อว่าสำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีคงต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเพื่อที่จะหาระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรของท่าน

ซึ่งในความเป็นจริงการจะตอบว่าระบบอีอาร์พีที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรท่านเป็นอย่างไรก็คงตอบได้ยาก (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

แต่ถ้าในอีกมุมมองหนึ่งคือระบบอีอาร์พีแบบใดที่จะเข้าใกล้กับกระบวนการทำงานขององค์กรท่านได้มากที่สุด คำถามนี้อาจช่วยให้ท่านหาคำตอบได้ง่ายกว่า

และนอกเหนือจากคำถามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วในบทความนี้ยังมี 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมอยู่

โดย 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พีประกอบด้วย

1. วางระบบอีอาร์พีใช้เวลานานไหม

2. วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จทำอย่างไร

3. วางระบบอีอาร์พีแล้วคุ้มค่าไหม

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. วางระบบอีอาร์พีใช้เวลานานไหม

ในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะใช้ระยะเวลาในการวางระบบนานแค่ไหนจะประกอบด้วยหลาย ๆ ปัจจัย อาทิเช่น

  • ขนาดและความซับซ้อนของระบบอีอาร์พีสำหรับกระบวนการทำงานขององค์กร
  • ความพร้อมในการเตรียมฐานข้อมูลขององค์กร
  • ความพร้อมในการเรียนรู้การใช้งานระบบอีอาร์พีของพนักงานในองค์กร เป็นต้น

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีจึงไม่สามารถมีคำตอบฟันธงแบบชัดเจนว่าต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนจึงจะวางระบบได้สำเร็จ

แต่ทั้งนี้หากทางองค์กรมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี

และองค์กรได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงานในการเรียนรู้การใช้งานระบบอีอาร์พี ในส่วนนี้ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถวางระบบอีอาร์พีได้อย่างประสบความสำเร็จตามที่ได้วางแผนไว้

2. วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จทำอย่างไร

การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จนั้นนอกจากการได้รับความร่วมมือจากพนักงานในองค์กรแล้ว ทางผู้บริหารระดับสูงเองก็ควรเล็งเห็นความสำคัญของการวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่านต่อ วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงจะมีบทบาทหน้าที่ในการ

  • กำหนดทิศทางของโครงการ
  • การบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางไอที ทรัพยากรบุคคล และเวลาที่จะต้องใช้

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีหากผู้บริหารระดับสูงไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ก็อาจทำให้การบริหารจัดการวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จป็นไปได้อย่างยากลำบาก

3. วางระบบอีอาร์พีแล้วคุ้มค่าไหม

ความคุ้มค่าของระบบอีอาร์พีนั้นจะมาในหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น

  • องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ในราคาถูกลงและคำนวณต้นทุนการผลิตได้แม่นยำ
  • องค์กรสามารถใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรง เป็นจริง และเป็นปัจจุบัน
  • องค์กรถูกบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในเรื่องเวลาและทรัพยากร ต่าง ๆ ภายในองค์กร

จะเห็นได้ว่าความคุ้มค่าของระบบอีอาร์พีที่องค์กรได้ลงทุนนั้นเกิดขึ้นในหลากหลายมิติ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรทั้งสิ้นนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

กล่าวโดยสรุป สำหรับ 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พีในบทความนี้ต้องการจะสื่อว่า

ในการวางระบอีอาร์พีนั้นแน่นอนว่าทางองค์กรจะต้องมีเวลามาทุ่มเทกับเรื่องนี้ มีผู้บริหารระดับสูงเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งความคุ้มค่าของการวางระบบอีอาร์พีจะเกิดขึ้นในหลากหลายมิติ

แต่ที่แน่ ๆ คือระบบอีอาร์พีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรของท่านได้อย่างแน่นอน

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี Read More »

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีการพัฒนามาเป็นระยะเวลานานแล้ว และระบบอีอาร์พีก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กร

และด้วยความที่ระบบอีอาร์พีนั้นมีมานานแล้วจึงทำให้ในบางครั้งมีรายละเอียดบางอย่างของระบบอีอาร์พีถูกเข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง

ซึ่งในบทความนี้จะนำเสนอ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

เพื่อให้ผู้อ่านได้มีภาพของระบบอีอาร์พีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถมีข้อมูลในอีกหนึ่งมุมมองมาประกอบการตัดสินใจในการวางระบบอีอาร์พี โดย 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้คือ

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

2. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

3. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

4. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

5. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

มีคนบางคนอาจคิดว่า ERP เป็นระบบที่เฉพาะเรื่องบัญชี แต่ในความจริง ERP มีความหลากหลายและครอบคลุมหลายด้านของธุรกิจ เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การตลาด, และการบริหารลูกค้า ซึ่งครอบคลุมทั้งหมดของการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ 4 ข้อแตกต่าง ระหว่างโปรแกรมบัญชี และระบบอีอาร์พี (ERP) ?)

2. ระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

มีคนที่คิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีสามารถใช้ได้ทั้งในบริษัทขนาดเล็ก, กลาง, และใหญ่ การเลือกใช้ระบบอีอาร์พีขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดของธุรกิจ 

ซึ่งในส่วนนี้ทางองค์กรสามารถปรึกษากับผู้ให้บริการอีอาร์พีได้ว่าองค์กรของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีในรูปแบบใด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

3. ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

บางคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

ซึ่งในความเป็นจริงคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบอีอาร์พีก็คือการลงทุนขององค์กรในอีกรูปแบบหนึ่ง

โดยผลตอบแทนของการลงทุนไม่เพียงแค่มาในรูปแบบของต้นทุนที่ลดลงและผลกำไรที่มากขึ้น

แต่ยังรวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรที่สูงขึ้น รวดเร็วขึ้น องค์กรได้ใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งในภาพรวมนั้นถือว่าการลงทุนกับระบบอีอาร์พีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ถูกพัฒนาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ระบบทันกับยุคสมัยทันกับรูปแบบของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และทันสมัยต่อรูปแบบการใช้งานของยูสเซอร์ เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองความต้องการของยูสเซอร์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการบริหารจัดการองค์กร

5. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

มีบางท่านคิดว่ากระบวนการทำงานในองค์กรของตนเอง เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากองค์กรอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

องค์กรจึงมองว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความซับซ้อนและแตกต่างขององค์กรในส่วนนี้ได้

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามาถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการใช้งานขององค์กรได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจเลย (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ประกอบด้วยหลาย ๆ โมดูล ซึ่งครอบคลุมต่อความต้องการในการบริหารจัดการองค์กร โดยระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสามารถใช้ได้ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

ค่าใช้จ่ายของระบบอีอาร์พีถึงแม้จะลงทุนสูงแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า อีกทั้งเป็นเทคโนโลยีที่มีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานขององค์กรได้

ดังนั้นระบบอีอาร์พีจึงเป็นระบบที่มีความพิเศษที่หลากหลาย และเป็นระบบที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างครบถ้วนในทุกมิตินั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด

คุณ พุทธรักษา ตันสุขชัย
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: รบกวนคุณพุทช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะดิฉัน พุทธรักษา ตันสุขชัย นะคะ ตำแหน่ง CSO บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ค่ะทำงานที่บริษัทเบสท์-แพค คอนกรีต (2) มา 12 ปีแล้วค่ะ

BRID: ปัจจุบันบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร

ชื่อบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) เป็นสาขาที่ขยายมาจากบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (1) ที่หนองบัวลำภูค่ะ

ประเภทธุรกิจคือผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็ม ทางสะพาน แผ่นพื้นต่าง ๆ รวมถึงคอนกรีตผสมเสร็จด้วยค่ะ

BRID: การเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไร

บริษัทปัจจุบันเติบโตมาจากบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (1) ที่จังหวัดหนองบัวลำภู
สำหรับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ยอดขายที่บุรีรัมย์อยู่ที่ 300 ล้านต่อปีแล้วก็เติบโตขึ้นทุกปีค่ะ จนถึงล่าสุดก็คือ 500 ล้านต่อปี

แล้วปัจจุบันเราได้ขยายสาขามาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สองสาขารวมกันที่บุรีรัมย์แล้วก็ฉะเชิงเทราเราสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 700 กว่าล้านต่อปี

ซึ่งเราก็มองว่ายังมีโอกาสเติบโตไปได้อีกหลังจากที่เกิดโควิดเราก็น่าจะพัฒนาไปจนถึง 1,000 ล้านต่อปีได้ค่ะ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มมองหาระบบอีอาร์พีคะ

เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางบริษัทเราเป็นในรูปแบบของ Family business

หลังจากลูก ๆ เริ่มเรียนจบแล้วก็เติบโตขึ้นก็จะเริ่มกลับเข้ามาช่วยทำงานธุรกิจที่บ้าน

คุณพ่อคุณแม่ก็มองหาระบบที่จะสามารถให้เราบริหารจัดการธุรกิจของเราในรูปแบบของ Family Business ด้วยความโปร่งใส แล้วก็ตรวจสอบได้ทุกคน เพื่อป้องกันการมีปัญหากันระหว่างพี่น้องจากการทำธุรกิจค่ะ

แล้วก็นอกเหนือจากนั้นก็เพราะว่าเราเริ่มขยายธุรกิจ จากหนองบัวลำภูเราก็เริ่มขยายสาขาไปที่บุรีรัมย์ ทำให้ธุรกิจเรามีการขยายตัวแล้วก็ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งระบบก็จะสามารถช่วยในการบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นค่ะ

BRID: มีการเตรียมตัวก่อนจะวางระบบอีอาร์พีอย่างไรบ้างคะ

ก่อนที่จะมีการ implement เราก็ได้มีการทำความเข้าใจกับพนักงานว่าระบบการทำงานในระบบ manual แบบเดิม take time ในการทำงานอย่างไรบ้าง แล้วก็ความถูกต้องของข้อมูลก็อาจจะน้อยกว่า

แล้วก็ชี้ให้เขาเห็นว่าเมื่อเราใช้ระบบอีอาร์พี เมื่อเรา input ข้อมูลเข้าไปเราสามารถ generate report ออกมาได้ในหลายแบบที่จะให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ซึ่งก็สามารถเซฟเวลาในการทำงานของพนักงานได้ค่ะ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีประโยชน์ต่อการบริหารงานอย่างไรบ้างคะ

เมื่อบริษัทได้วางระบบ PlanetOne ERP มาแล้ว ทางผู้บริหารก็สามารถได้ประโยชน์จากการ implement ได้ค่อนข้างมากค่ะ

ไม่ว่าจะดูการบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในการตัดสินใจในการบริหารธุรกิจ รวมถึงทางด้านบัญชี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ในในทุกแง่มุม ก็สามารถช่วยผู้บริหารได้ค่อนข้างเยอะค่ะ

BRID: หลังจากติดตั้งระบบ PlanetOne ERP ช่วยให้การบริหารจัดการดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ

ถ้าหลังจากที่เรา implement PlanetOne ERP มาเนี่ยก็หลังจากที่เรามีหลาย ๆ สาขาการที่เราใช้ระบบอีอาร์พีทำให้เราสามารถมองภาพรวมได้ง่ายขึ้น

แล้วก็พนักงานต่างสาขาที่ทำงานร่วมกัน ก็สามารถ join ข้อมูลที่เป็นข้อมูลเดียวกัน เป้าหมายเดียวกันได้ง่ายขึ้น

แล้วรวมถึงให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการประกอบการพิจารณาการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น จากการรวมข้อมูลในหลาย ๆ สาขาแล้วก็มาใช้ทำการตัดสินใจค่ะ

BRID: ความประทับใจในบริการหลังการขายของระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

การ support ของระบบ PlanetOne ERP ก็ค่อนข้างรวดเร็วค่ะ เนื่องจากเราจะใช้เป็นไลน์กลุ่ม ซึ่งยูสเซอร์สามารถแจ้งปัญหาเมื่อใช้งานแล้วติดขัดได้ทางไลน์ในทันทีทันใด ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลลูกค้าอยู่ตลอดเวลา

BRID: ความประทับใจจากการใช้งานระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ความประทับใจในตัวระบบ อย่างแรกเลยก็คือความยืดหยุ่นของระบบที่เราสามารถ Customized ได้ตามความต้องการของยูสเซอร์

อย่างของเราเป็นผู้ผลิต ซึ่งอาจจะแตกต่างจากผู้ผลิตในหลาย ๆ อย่างในอุตสาหกรรม เราก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับองค์กรของเราได้

แล้วก็อย่างที่ 2 ถึงแม้ระบบจะมีความยืดหยุ่น แต่ในจุดสำคัญอย่างเช่น ทางด้านบัญชีการจัดซื้อในข้อมูลต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งทำให้ทางผู้บริหารสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้ใช้งานหรือข้อมูลที่ได้ใส่ลงไปเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ

BRID: ขอคำแนะนำสำหรับผู้ที่มองหาระบบอีอาร์พีด้วยค่ะ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีที่จะมาใช้งานในองค์กร การที่เราลงทุนงบประมาณ เราอาจจะมองว่ามันค่อนข้างสูงแต่ถ้าเทียบกับ return on investment ที่เราลงไป ค่อนข้างจะได้กลับมาคุ้มค่ามากกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการสามารถคอนโทรลการสูญเสีย หรือควบคุมการผลิต หรือการนำข้อมูลมาตัดสินใจในการบริหารธุรกิจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ซึ่งการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้นะคะไม่มีแล้วค่ะว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก เรามีแต่ปลาเร็วกินปลาช้าค่ะ เพราะฉะนั้นระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยผู้ประกอบการได้มากทีเดียวค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด Read More »

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

เมื่อองค์กรต้องการวางระบบอีอาร์พีแน่นอนว่ามีข้อมูลหลายอย่างมาก ๆ สำหรับองค์กรที่จะต้องไปทำการบ้านแล้วก็วิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรเอง

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง 3 ปัจจัยเบื้องต้นที่ต้องรู้สำหรับการวางระบบอีอาร์พี โดย 3 ปัจจัยดังกล่าวมีดังนี้คือ

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ข้อดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

การเตรียมพร้อมทางด้านทรัพยากรบุคคลในการวางระบบอีอาร์พีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

เพราะการใช้งานระบบอีอาร์พีในองค์กร จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลย หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรเอง

ซึ่งการจะได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรนั้นก็จะเริ่มมาจากการสื่อสารให้พนักงานในองค์กรได้มีความเข้าใจว่า การใช้ระบบอีอาร์พีนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง

รวมถึงระบบอีอาร์พีช่วยให้การทำงานของพนักงานในองค์กรรวดเร็วขึ้นและง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง

หากองค์กรสามารถสื่อสารกับพนักงานได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือในการใช้ระบบอีอาร์พีของพนักงานในองค์กรก็จะเกิดขึ้น

แล้วองค์กรก็จะสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องใช้ทรัพยากรทางไอทีที่หลากหลายเพื่อให้โครงการมีความสำเร็จและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวอย่างทรัพยากรทางไอทีที่สำคัญที่มักถูกใช้ในการวางระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ผู้ดูแลระบบอีอาร์พี ซึ่งจะเป็นบุคลากรหลักที่จะช่วยให้ระบบอีอาร์พีสามารถดำเนินไปได้ และให้ความช่วยเหลือผู้เข้าใช้งานระบบหากมีปัญหาในการเข้าใช้งาน

อีกหนึ่งทรัพยากรทางไอทีที่มีความสำคัญคือ ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลการเงิน, และข้อมูลสต็อก เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน)

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

กระบวนการในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่กระบวนการแรกไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น…การนัดนำเสนอระบบ, การส่งขอเสนอราคา, การวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ให้บริการอีอาร์พี, การเริ่มต้นวางระบบอีอาร์พี, การเทรนพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี ไปจนถึงขั้นตอนในการ Go Live

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีนอกจากจะลงทุนด้านงบประมาณแล้วยังต้องลงทุนเวลาด้วย เวลาจึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่านต่อ 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

กล่าวโดยสรุป 3 ปัจจัยที่ต้องเข้าใจสำหรับวางระบบอีอาร์พีก็คือ ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที และปัจจัยทางด้านเวลา ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้จะมีผลอย่างมากต่อการวางระบบอีอาร์พีไปจนถึงการใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งหากองค์กรมีการเตรียมความพร้อมในทั้ง 3 ปัจจัยนี้แล้ว การวางระบบอีอาร์พีขององค์กรก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากทีเดียว

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี Read More »

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี หรือองค์กรที่กำลังขยายตัว อาจจะยังมีความลังเลไม่แน่ใจว่าระบบอีอาร์พีนั้นจะเหมาะกับองค์กรตนเองหรือไม่

สำหรับในบทความนี้ผู้เขียนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับคำถามที่ว่า ระบบอีอาร์พีเหมาะกับธุรกิจแบบใด เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีได้สามารถนำข้อมูลนี้กลับไปวิเคราะห์องค์กรของตนเองได้ว่าควรจะวางระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้จะประกอบด้วย

1. ประเภทของธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พี

2. ความแตกต่างของโมดูลต่างๆ ที่ต้องใช้

3. ความแตกต่างของราคาในการวางระบบอีอาร์พี

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ประเภทของธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรทางธุรกิจที่มีการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะแบ่งธุรกิจเป็น 2 ประเภทคือ

1.1 ธุรกิจที่มีระบบผลิต

1.2 ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ในธุรกิจทั้ง 2 ประเภทนี้จะอธิบายให้เข้าใจได้พอสังเขปดังนี้คือ

1.1 ธุรกิจที่มีระบบผลิต

เป็นธุรกิจที่มีกระบวนการผลิตสินค้า เช่น การผลิตเครื่องจักร, การผลิตสินค้าอุตสาหกรรม, หรือการผลิตสินค้าอาหาร

ธุรกิจที่มีระบบผลิตนี้เมื่อมีการวางระบบอีอาร์พีจะต้องวางระบบโดยมีโมดูลผลิตด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ระบบอีอาร์พีมีความแข็งแกร่งในโมดูลผลิต

1.2 ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนี้จะเป็นธุรกิจที่ให้บริการ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง เป็นต้น

ซึ่งธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็จะมี transaction ฝั่งซื้อ ฝั่งขาย คลังสินค้า เป็นจำนวนมาก ในบางองค์กรอาจมีการ process เอกสารเป็นหลักพันเอกสารหรือหลักหมื่นก็มี

2. ความแตกต่างของโมดูลต่างๆ ที่ต้องใช้

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นทั้งธุรกิจที่มีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิตก็จะมีความแตกต่างกันในการเลือกโมดูลของระบบอีอาร์พีมาใช้งานอาทิเช่น

ธุรกิจที่มีระบบผลิต จะต้องการโมดูลสำหรับจัดการระบบผลิตด้วย รวมถึงโมดูลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงาน เช่น โมดูลจัดซื้อ โมดูลขาย โมดูล HR โมดูลจัดการคลังสินค้า โมดูลบัญชี เป็นต้น

ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต จะไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลผลิต แต่ก็ยังคงต้องใช้โมดูลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงาน เช่น โมดูลจัดซื้อ โมดูลขาย โมดูล HR โมดูลจัดการคลังสินค้า โมดูลบัญชี เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ดังนั้นในการวางระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจทั้งแบบมีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิต จะแตกต่างกันตรงที่ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องใช้โมดูลผลิต ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็ไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลผลิตนั่นเอง

3. ความแตกต่างของราคาในการวางระบบอีอาร์พี

จากความแตกต่างของการใช้โมดูลต่าง ๆ ของธุรกิจที่มีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิตนั้น ทำให้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีแตกต่างกันด้วย 

กล่าวแบบง่าย ๆ คือ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องมีโมดูลผลิตเพิ่มเข้ามา และโมดูลอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการองค์กรก็ยังคงต้องมีอยู่

แต่สำหรับธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โมดูลผลิต จึงทำให้ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตใช้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีน้อยกว่าธุรกิจที่มีระบบผลิตนั่นเอง

กล่าวโดยสรุป ในการวางระบบอีอาร์พีจะแบ่งธุรกิจเป็นสองประเภทคือธุรกิจที่มีระบบผลิตและธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ซึ่งธุรกิจทั้งสองแบบนี้จะมีความต้องการโมดูลใช้งานที่แตกต่างกัน

ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องใช้โมดูลผลิตด้วย ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็ไม่ต้องใช้โมดูลผลิต ส่งผลให้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีแตกต่างกันคือ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะงบประมาณสูงกว่าธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนั่นเอง

มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านก็น่าจะพอมองออกแล้วว่าองค์กรของท่านเป็นธุรกิจประเภทใด และเหมาะกับการวางระบบอีอาร์พีแบบไหน ที่จะทำให้องค์กรของท่านสามารถบริหารจัดการได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน Read More »

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นจะมีทั้งฟังก์ชันต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ standard และฟังก์ชันที่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีต้องมีการปรับแต่งหรือ customized เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีให้ดียิ่งขึ้น

แต่ในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะต้อง customized ไปเสียทุกอย่าง เพราะบางอย่างหากทำการ customized ไปแล้วก็อาจทำให้กระทบกับส่วนอื่น ๆ ของการทำงานได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร)

ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้นสำหรับองค์กรที่วางแผนไว้ว่าจะมีการ implement ระบบอีอาร์พีในอนาคต

ซึ่งรายละเอียดของ3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

2. สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

อันที่จริงองค์กรเองก็คงมีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่างในการต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี ซึ่งเหตุผลในการ Customized ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ

  • ต้องการความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น
  • ต้องการดูข้อมูลในรายงานที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม
  • ต้องการให้ระบบคำนวณข้อมูลในเชิงลึกให้ละเอียดกว่าเดิม เป็นต้น

ซึ่งเหตุผลในการ Customized นั้นยิ่งชัดเจนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้การเก็บ requirements ต่าง ๆ ยิ่งสามารถเก็บ requirements ได้ละเอียดมากขึ้นเท่านั้น

2. สิ่งที่ได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พี

สิ่งที่องค์กรจะได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้น นอกจากจะได้ระบบอีอาร์พีที่สามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว องค์กรยังได้ประโยชน์อื่น ๆ จากการ Customized ระบบอีอาร์พีอาทิเช่น

  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้เข้ากับกฎหมายเฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น กฎหมายทางภาษี, กฎหมายการจ้างงาน เป็นต้น
  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้รองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เป็นต้น

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นอย่างไรแล้วก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาแน่นอน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการ customized ในเบื้องต้นก็จะแบ่งเป็น (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

  • ค่าใช้จ่ายในการเก็บ requirements ต่าง ๆ (ในบางกรณีอาจไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้)
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี ที่ต้องทำการปรับแก้ไขคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรม หรือทำการ set configuration บางอย่างใน databaseให้ระบบสามารถทำงานออกมาได้ตามที่องค์กรต้องการ
  • ค่าใช้จ่ายในการเทรนผู้เข้าใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบในส่วนที่มีการ Customized มาแล้ว

กล่าวโดยสรุป 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นคือ เหตุผลที่ต้องทำการ Customized, สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized และค่าใช้จ่ายในการ Customized

ทั้ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมานั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นภาพได้มากขึ้นว่าหากระบบอีอาร์พีไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรได้ในบางเรื่อง การ Customized จะเป็นการช่วยให้ระบบทำงานได้เข้าใกล้กับองค์กรได้มากที่สุด ทั้งนี้ในการ Customized ระบบอีอาร์พีก็เพื่อประโยชน์ในระยะยาวขององค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี Read More »

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อจ่ายแล้วทางองค์กรจะได้รับอะไร หรือทางองค์กรควรจะเตรียมจัดสรรงบประมาณในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)อย่างไร (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นสำหรับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนดังนี้คือ

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยทั้งสามข้อที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

สำหรับค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นจะเป็นค่าใบอนุญาตให้สิทธิในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งในแต่ละผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะมีการคิดอัตราค่า License ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น
  • คิดค่า License ครั้งเดียวแล้วผู้ใช้งานระบบสามารถใช้งานระบบได้ตลอดไป
  • คิดค่า License เป็นรายปีคือทางผู้ใช้บริการจะทำสัญญาจ่ายค่า License เป็นรายปีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • คิดค่า License โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้เข้าใช้งานระบบ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อ License นี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการอีอาร์พีเอง ดังนั้นในแต่ละบริษัทของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจึงมีแนวทางการคิดค่า License ของระบบอีอาร์พีที่แตกต่างกันออกไป

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ค่าใช้จ่ายในส่วนของการฝึกพนักงานในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีการคิดค่าใช้จ่ายในการเทรนการใช้งานระบบเป็นแมนเดย์ 

ตัวอย่าง สมมติว่าอัตราค่าใช้จ่าย 1 แมนเดย์มีค่าเท่ากับ 15,000 บาท ทางผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีต้องการเทรนการใช้งานระบบโดยผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีคิดค่าใช้จ่ายที่ 2 แมนเดย์

ดังนั้นค่าบริการในการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จะคิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 30,000 บาท เป็นต้น

โดยในส่วนของค่าบริการที่คิดเป็นแมนเดย์ก็อาจมีการเจรจาต่อรองกันกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ได้บ้างตามความเหมาะสม (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) )

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิเช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
  • ค่าบริการดูแลระบบ (maintenance)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการสนับสนุนทางเทคนิคในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)
ค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวข้างต้นนี้มักจะมีการทำเป็นสัญญาบริการระหว่างผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งในสัญญาบริการจะระบุชัดเจนว่าทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้อง Support ผู้ใช้บริการในด้านใดบ้าง อาทิเช่น
  • วางระบบอีอาร์พีให้เป็นผลสำเร็จ
  • มีการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
  • มีการดูแลให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานระบบอีอาร์พี
  • มีการดูแลการสำรองข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พี เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะมีค่า License ค่าเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการได้รับการ Support ทางเทคนิคต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือการลงทุนเพื่อใช้งานระบบอีอาร์พี โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนจะมาในรูปแบบของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่สูงขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

3 ข้อเบื้องต้นใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น

  • ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี
  • ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • ศักยภาพของตัวระบบอีอาร์พีเอง
  • ทรัพยาการทางไอทีที่มารองรับการใช้งานระบบอีอาร์พี เป็นต้น

ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีทั้งสิ้น

และเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในเบื้องต้น ในบทความนี้จะยกตัวอย่าง 3 ข้อที่จะทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งตัวอย่างของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

โดยเนื้อหาของแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

ส่วนใหญ่ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีกระบวนการลงทะเบียนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้

โดยคุณอาจต้องกรอกข้อมูลเช่น ชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password)

ซึ่งเมื่อมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน ก็จะต้องมีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

รวมถึงมีการระบุวันหมดอายุของ username และ passwordเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อยูสเซอร์เข้าใช้งานระบบ (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

จำนวน concurrent user คือผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ในหลาย ๆ องค์กรอาจมีการจัดสรรสิทธิ์ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีไว้น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าใช้งานจริง

เนื่องจากในความเป็นจริงผู้เข้าใช้งานระบบไม่จำเป็นต้องเข้าใช้งานพร้อมกันตลอดเวลา แต่อาจสามารถสลับกันใช้งานได้

ดังนั้นในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น เมื่อผู้เข้าใช้งานระบบทำงานบนระบบเสร็จแล้ว ควร log off ออกจากระบบ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีท่านอื่น ๆ ได้เข้าใช้งานระบบต่อ

เป็นการป้องกันไม่ให้ จำนวน concurrent user เกินลิมิตการเข้าใช้งาน จะช่วยให้องค์กรใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการคงประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการอีอาร์พีควรมีการอัปเดตระบบให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตระบบจะช่วยให้ระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

สามารถรองรับฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาใหม่

สามารถนำเข้าข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้น

สามารถ support กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้มากขึ้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป แนวทางการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเบื้องต้นคือ มีการลงทะเบียนสิทธิ์การเข้าใช้งานระบบให้เรียบร้อย

ต่อมาคือจำนวน concurrent user ที่เข้าใช้งานในองค์กรสามารถสลับกันใช้งานได้

รวมถึงจะต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในเบื้องต้นทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ Read More »

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

หลาย ๆ องค์กรอาจเคยได้ยินถึงคำว่าระบบอีอาร์พีกันมาบ้างแล้ว บางองค์กรอาจกำลังมองหาระบบอีอาร์พีอยู่ ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงความหมายของระบบอีอาร์พีโดยสังเขปว่าระบบอีอาร์พีคืออะไร และจะมีวิธีการวางระบบให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นได้อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้น สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

โดยเนื้อหาในบทความจะประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ในแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

Enterprise Resource Planning (ERP) หรือระบบอีอาร์พี คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรหรือกิจการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยระบบอีอาร์พีจะรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดภายในองค์กรได้แก่ บุคคลากรทั้งภายในและภายนอก, วัสดุ, เงินทุน, การผลิต, การขาย, การบริการ, และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาไว้ในระบบเดียวกัน และทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดเป็นเชิงระบบ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความรอบคอบและรวดเร็วมากขึ้น

ระบบอีอาร์พีสามารถรวมข้อมูลจากระบบที่แตกต่างกันภายในองค์กร แล้วเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเป็นระบบเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย และช่วยลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล

ระบบอีอาร์พีจะมีโมดูลที่หลากหลาย เช่น การบัญชีและการเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การจัดการโครงการ, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การขายและการตลาด

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังมีโมดูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ระบบบริหารงานบุคคล (HR), ระบบ CRM และ Asset Management เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

การใช้ระบบ ERP ทำให้องค์กรสามารถให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมธุรกิจได้รวดเร็ว อาทิเช่น ตอบสนองต่อการผลิตสินค้าได้ทันท่วงทีตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พียังมีความยืดหยุ่น และทำให้ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทำงานภายในองค์กรทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ควรดำเนินการดังนี้

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อมีดังนี้คือ

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการวางระบบอีอาร์พีว่าองค์กรต้องการอะไร เช่น

เป็นองค์กรทางธุรกิจที่มีระบบผลิตโดยเป็นการผลิตที่รายละเอียดของ bill of material แตกต่างกันและไม่ซ้ำกันเลยทำให้บริหารจัดการการผลิตได้ยาก จึงต้องการระบบอีอาร์พีที่มีโมดูลการผลิตมารองรับในส่วนนี้

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ เป็นธุรกิจที่มีหลายสาขา ซึ่งผู้บริหารต้องการให้ข้อมูลการทำงานของแต่ละสาขาสามารถเชื่อมโยงกันได้ และพนักงานทุกคนในทุกสาขาสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการวางระบบอีอาร์พีขององค์กรจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการค้นหาผู้ให้บริการอีอาร์พีที่เหมาะสม

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

ในการวางระบบอีอาร์พี การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งในการเทรนควรให้ผู้ใช้งานระบบได้ทดลองคีย์ข้อมูล รวมถึงเลือกเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่ระบบกำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบสามารถรันระบบได้อย่างสมบูรณ์

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

Super user เป็นตัวแทนหลักที่ช่วยสนับสนุนและบริหารระบบอีอาร์พีในองค์กร เป็นกลุ่ม userที่มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการใช้งานและการจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พี

Super user ถือเป็นบุคคลากรที่สนับสนุนให้เพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ในบางครั้ง super user จะมีหน้าที่ดัดแปลงและปรับแต่งระบบอีอาร์พีตามความต้องการขององค์กร รวมถึงการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง, การกำหนดค่าต่างๆ และการจัดการข้อมูลที่จำเป็น

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกระบวนการภายในองค์กรให้ทำงานอย่างมีระเบียบ ไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีนั้น เบื้องต้นองค์กรต้องมัวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร รวมถึงมีการจัดเทรนการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานในองค์กร ให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพของตัวระบบ อีกทั้งยังควรมีกลุ่ม Super user มาคอยดูแลการใช้งานระบบอีอาร์พีของเพื่อนร่วมงานในองค์กร และดูแลระบบอีอาร์พีขององค์กรตามที่จำเป็น

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

3 เหตุผลที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP)

3 เหตุผล ที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP)

ธุรกิจซื้อมาขายไป คือ การที่เจ้าของร้านหรือเจ้าของธุรกิจทำการสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตหรือตัวแทนรายใหญ่เพื่อมาจำหน่าย

ธุรกิจซื้อมาขายไปคือองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นคนกลาง จะไม่ใช่ร้านค้ารายย่อยที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่จะเป็นระดับขายส่งขึ้นไป

ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า ที่มีหลายสาขาทั่วประเทศ ธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอาหารหรือชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ รวมไปถึงประเภทร้านค้าออนไลน์ที่มักจะรับสินค้าจากโรงงานมาจำหน่ายเพื่อแข่งกันตัดราคาสินค้า

สำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปยิ่งยอดขายเยอะมากเท่าไหร่ ความยุ่งยากในการบริหารก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

บางองค์กรขายดีจนเจ๊งก็มีให้พบเห็นกันไม่น้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีระบบบริหารจัดการองค์กร หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อของ “ระบบอีอาร์พี (ERP)” เข้ามาบริหารการทำงานหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บทความนี้จะกล่าวถึง 3 เหตุผล ที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งจะมี 3 หัวข้อที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

1. เหตุผลเรื่องการเรียกข้อมูลรายงานแบบเรียลไทม์

2. เหตุผลเรื่องปัญหาการจัดการสินค้าคงคลัง

3. เหตุผลเรื่องการบริหารกำไร-ขาดทุน

โดยมีรายละเอียดแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้

1.เหตุผลเรื่องการเรียกข้อมูลรายงานแบบเรียลไทม์

ในอดีตเมื่อย้อนกลับไปสักช่วง 20-30 ปีที่แล้ว การทำธุรกิจก็คงจะใช้นิยามคำว่า “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ที่หมายถึงคนที่มีทุนก็มักจะได้เปรียบ หรือคนที่ทำก่อนก็จะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้มากกว่า

แต่ในปัจจุบันการทำธุรกิจเริ่มเปลี่ยนไปทุกอย่างล้วนแข่งขันกันด้วยข้อมูล

หากใครสามารถหาข้อมูลได้แม่นยำ และรวดเร็วมากกว่า ก็มักจะได้เปรียบคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

ธุรกิจซื้อมาขายไปส่วนใหญ่ย่อมต้องแข่งขันกันในเรื่องราคา และการที่จะได้ราคาสินค้าดี ๆ ก็มาจากการหาผู้ผลิตหรือตัวแทนรายใหญ่ที่มากพอ

ซึ่งหากไม่มีระบบอีอาร์พี (ERP) ก็ไม่พ้นต้องใช้วิธีแมนนวล(การกรอกข้อมูลด้วยมือ) ในการบันทึกข้อมูลของเวนเดอร์ (ผู้ขายสินค้า)

และเวลาจะทำราคาให้กับลูกค้าก็จะยิ่งล่าช้า เพราะกว่าจะคำนวณสินค้าของแต่ละเวนเดอร์เพื่อดูราคาที่ดีที่สุดและเสนอให้กับลูกค้าก็อาจจะไม่ทันคู่แข่งได้

เพราะฉะนั้นการมีระบบอีอาร์พีก็จะช่วยให้การเรียกข้อมูลและรายงานการขายรวมไปถึงรายงานในส่วนอื่นๆ ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำกว่าระบบแมนนวล

จึงกล่าวได้ว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้เป็นยุคของ “ปลาเร็วกินปลาช้า” ข้อมูลของใครเร็วกว่าก็มักจะได้เปรียบคู่แข่ง (Click เพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบอีอาร์พี)

2. เหตุผลเรื่องปัญหาการจัดการสินค้าคงคลัง

ที่มาของคำว่า “ขายดีจนเจ๊ง” ก็มักจะมาจากองค์กรที่บริหารจัดการสต๊อกได้ไม่ดี ส่งผลให้มีสต๊อกเกิน หากปล่อยเวลาไว้นาน ๆ ไม่แก้ไข ก็จะทำให้ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

คำว่าสต๊อกเกิน อธิบายก็คือ บริษัทมีต้นทุนในคลังสินค้า มากกว่ายอดขายหลายเท่า ส่งผลให้บางองค์กรมียอดขายสูง แต่กำไรกลับเหลือน้อยกว่าความเป็นจริง

ส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดสต๊อกสินค้าที่ไม่ดี การเก็บที่ไม่เป็นระบบ ของเก่าก็ยังไม่ได้ขายแต่ก็เอาของใหม่เข้ามาแทน

ยิ่งไม่มีระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการสต๊อก ก็ยิ่งทำให้การเรียกดูสินค้าคงคลังไม่เรียลไทม์ ส่งผลกระทบกับธุรกิจในหลาย ๆ

“การบริหารต้นทุนที่ไม่สามารถควบคุมได้”

ซึ่งธุรกิจซื้อมาขายไปมักจะมีการสั่งสินค้า (Inventory) เข้าออกตลอดเวลาตามยอดขายของบริษัท

หากการจัดการสินค้าคงคลังไม่เป็นระบบ ต่อให้มีระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดี และมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาสต๊อกเกินได้ จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบคลังสินค้าให้มีระบบมากยิ่งขึ้น

3. เหตุผลเรื่องการบริหารกำไร-ขาดทุน

การบริหารเรื่องกำไร-ขาดทุน จะไม่ใช่แค่การซื้อขายและดูจากกำไรที่ได้

แต่ในงานบริหารจะมีต้นทุนแฝงหลายอย่าง ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นภายในองค์กร เป็นต้น

จากเนื้อหาที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้น หลายท่านคงคิดว่าใช้แค่ระบบบัญชีก็สามารถช่วยบริหารองค์กรได้อย่างดีแล้ว แต่ข้อมูลบัญชีอาจจะไม่สามารถวิเคราะห์เรื่องต้นทุน จนไปสู่การลดต้นทุน-เพิ่มกำไร ให้มีประสิทธิภาพได้

จำเป็นต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการให้ครอบคลุม

ตั้งแต่แผนกขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และแผนกบัญชี โดยสามารถเชืื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้บัญชีสามารถปิดงบได้รวดเร็ว และแม่นยำ เพราะข้อมูลอยู่ในระบบเดียวกัน

อีกทั้งทางผู้บริหารสามารถเรียกรายงานมาวิเคราะห์ได้ทันที เพื่อดูผลประกอบการ และวิเคราะห์เกี่ยวกับธุรกิจได้จากข้อมูลในระบบอีอาร์พี (ERP)

เพราะระบบอีอาร์พี (ERP) คือเครื่องมือที่สำคัญของทุกองค์กร

ยิ่งระบบอีอาร์พี (ERP) ของผู้ให้บริการเจ้าไหนมีครบทุกฟังก์ชันของการทำงาน และสามารถเชื่อมโยงหากันได้ในทุกหน่วยงานขององค์กร ยิ่งส่งผลดีกับผู้บริหาร

เพราะจะสามารถวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำพาองค์กรไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้า

หากท่านใดกำลังมองหาระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสิทธิภาพสูง และครอบคลุมทุกฟังก์ชันการทำงาน สามารถตัดสต๊อกและเรียกรายงานได้แบบเรียลไทม์ แนะนำ ระบบ PlanetOne ERP ที่พัฒนาโดยคนไทย หากสนใจสามารถเข้าดู Package ได้ที่นี่

3 เหตุผลที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

จากประสบการณ์ของทีมขายและมีโอกาสได้พูดคุยกับองค์กรที่เริ่มมองหาระบบอีอาร์พี (ERP) และตั้งใจติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูล

พร้อมทั้งนัดหมายให้ทางทีมงานเข้าไปนำเสนอระบบ และทำให้เราทราบว่าทุกคำถามของผู้ประกอบการก็มักจะมาจากความกังวลใจที่เขาเหล่านั้นเคยประสบมา

ในบทความนี้จึงเป็นการรวบรวม 5 คำถามยอดฮิต! ที่มักจะเจอบ่อย ๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีหัวข้อของคำถามเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี (ERP) ดังต่อไปนี้

1. คำถามเรื่องราคาและค่าใช้จ่าย

2. คำถามเรื่องความยืดหยุ่นของระบบ

3. คำถามเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการวางระบบ

4. คำถามเรื่องสัญญาบริการ

5. คำถามเรื่องตัวเดโม (Demo) มีให้ทดลองใช้หรือไม่

โดยรายละเอียดของแต่ละคำถามมีดังต่อไปนี้

1. คำถามเรื่องราคาและค่าใช้จ่าย

ร้อยทั้งร้อยก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคา บางองค์กรที่ติดต่อเข้ามาก็มักจะสอบถามเรื่องราคาเป็นอันดับแรก อาจจะเพื่อให้แน่ใจในเรื่องของบัดเจท และอยากได้ราคาที่ประหยัด คุ้มค่า หรืออาจจะมีการตั้งงบไว้และเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี(ERP) ที่เสนอราคาตรงกับงบประมาณของบริษัท

ข้อนี้ทางเราผู้เขียนขอแนะนำว่า ให้มีการพูดคุยเสนอราคาให้เรียบร้อย หรือนัดหมายนำเสนอระบบเพื่อดูขั้นตอนการทำงาน เพราะราคาที่ถูกเกินไปก็มักจะมาพร้อมกับควมเสี่ยงจากการวางระบบไม่สำเร็จ

และทำให้สูญเสียเงินไปอย่างเปล่าประโยชน์ การเลือกระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องดูความสมเหตุสมผลของราคากับตัวระบบให้มีความสอดคล้องกัน

ซึ่งการนัดนำเสนอระบบก็เป็นการดูว่าระบบอีอาร์พี (ERP) ที่เรียกเข้านั้นมาตอบโจทย์กับการทำงานได้จริง ๆ หรือไม่ แล้วค่อยเปรียบเทียบเรื่องบัดเจทอีกครั้ง

2. คำถามเรื่องความยืดหยุ่นของระบบ

ส่วนใหญ่องค์กรที่สอบถามเรื่องความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พี (ERP) ก็มักจะเป็นองค์กรที่มีระบบการใช้งานอยู่แล้ว แต่ต้องการจะเปลี่ยนระบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูง

ความยืดหยุ่นสูงในที่นี้หมายถึง ตัวระบบมีฟังก์ชันการทำงานที่เป็นสแตนดาร์ด แต่ผู้ใช้บริการต้องการปรับระบบให้เข้ากับองค์กรก็สามารถปรับเปลี่ยนได้

โดยสิ่งนี้จะเรียกว่าการ Customized เพราะอาจจะเคยเจอระบบอีอาร์พี (ERP) ที่คอนข้างจำกัดการทำงานและไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้

3. คำถามเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการวางระบบ

ส่วนมากองค์กรที่สอบถามเข้ามานั้น ต้องการที่จะใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เร็ว ๆ หรืออาจจะเป็นเพราะบริษัทต้องการเปลี่ยนจากบริษัทจำกัดเป็น บริษัท(มหาชน)

จึงต้องมีระบบเข้ามาช่วยดูแล เพื่อให้บริษัททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถตรวจสอบงบการเงินได้อย่างรวดเร็ว

โดยปกติหากองค์กรใดต้องการติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP) จะใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 30 วัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ และความสามารถในการเรียนรู้ระบบของยูสเซอร์ รวมไปถึงการเตรียมข้อมูลสำหรับโหลดด้วยเช่นกัน

4. คำถามเรื่องสัญญาบริการ

สัญญาบริการ(MA) หรือก็คือMaintenance Service Agreement หมายถึง บริการดูแลและบำรุงรักษาที่เกี่ยวกับไอที ซึ่งผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ส่วนใหญ่มักจะมีค่าสัญญาบริการ (MA)

เพราะจะเกี่ยวกับการอัปเดตระบบให้เป็นปัจจุบัน การดูแลรักษาระบบหรือฟังก์ชันการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบอีอาร์พี (ERP) ทั้งหมด รวมไปถึงการซับพอร์ตยูสเซอร์ผู้ใช้งาน

หลาย ๆ องค์กรมักจะมีคำถามที่ว่า หากไม่จ่ายค่าสัญญาบริการจะยังสามารถใช้งานระบบได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่

คำตอบคือ “สามารถใช้งานได้ตามปกติ”

เพราะตัวระบบจำพวกโมดูลการทำงานรวมไปถึงโปรแกรมต่างๆ เป็นการขายขาด แต่หากทางยูสเซอร์ผู้ใช้งานติดปัญหาอันเกิดจากความไม่เข้าใจในระบบ ทางผู้ให้บริการก็จะไม่สามารถดูแลได้ และจะไม่มีการอัปเดตระบบให้จนกว่าจะมีการต่อสัญญาบริการ

5. คำถามเรื่องตัวเดโม (Demo) มีให้ทดลองใช้หรือไม่

หากเป็นระบบเล็ก ๆ ฟังก์ชันการทำงานไม่มีรายละเอียดซับซ้อนก็อาจจะทำตัวเดโมให้ทดลองใช้งานได้ แต่ถ้าเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) ขนาดใหญ่ เช่น ระบบของPlanetOne ERP ก็จะไม่มีตัวเดโมให้ทดลองใช้

เนื่องจากการลงระบบอีอาร์พี (ERP) ไม่ใช่แค่การติดตั้ง และดูคู่มือก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีการอบรมก่อนการใช้งาน เพราะระบบอีอาร์พี มีการทำงานที่เชื่อมโยงถึงกันเป็นขั้นเป็นตอน และต้องมีการลงข้อมูลเพื่อใช้ทดลองคีย์อีกด้วย

จากบทความข้างต้นจะเห็นได้ว่า คำถามส่วนใหญ่ทั้ง 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็น คำถามเรื่องราคา, คำถามเรื่องความยืดหยุ่นของระบบ, คำถามเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการวางระบบ, คำถามเรื่องสัญญาบริการ และคำถามเรื่องมีตัวเดโม (Demo) หรือไม่

ทั้งหมดนี้จะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับเงื่อนไขในการวางระบบมากกว่าจะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบอีมาร์พี (ERP) (Click เพื่ออ่าน 5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาระบบอีอาร์พี)

เพราะอย่างไรก็ต้องมีการนัดนำเสนอ และพูดคุยเรื่องวิธีการทำงาน หากมีเงื่อนไขใดที่ทางยูสเซอร์ผู้ใช้บริการมองว่าไม่สามารถยอมรับได้ก็เป็นการไม่เสียเวลาของทั้ง 2 ฝ่าย

หากท่านกำลังมองหารระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีความยืดหยุ่นสูง ราคาระดับคนไทย ฟังก์ชันการทำงานเข้าใจง่าย และมีประสบการณ์มานานกว่า 26 ปี แนะนำระบบ PlanetOne ERP

5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

Scroll to Top