ระบบวางแผนการผลิต

ต้องวางแผนยังไง ถ้าจะวางระบบ ERP ให้สำเร็จ

การวางระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกส่วนขององค์กร ความสำเร็จจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ และความมุ่งมั่นในการจัดการความเปลี่ยนแปลง บทความนี้จะสรุปขั้นตอนสำคัญและปัจจัยสู่ความสำเร็จที่องค์กรต้องคำนึงถึง


1. วิเคราะห์ความต้องการและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน 🎯

ก่อนจะเลือกหรือติดตั้งระบบใด ๆ องค์กรต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน:

  • ปัญหาปัจจุบันคืออะไร? (เช่น ต้นทุนสูง, งานซ้ำซ้อน, ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ไม่เชื่อมโยงกัน)
  • เป้าหมายทางธุรกิจคืออะไร? (เช่น ลดต้นทุน 15%, เพิ่มความเร็วในการผลิต, ปรับปรุงการจัดการคลังสินค้า)
  • กระบวนการทำงาน (Business Process) ปัจจุบันเป็นอย่างไร? ต้องวิเคราะห์และออกแบบ “กระบวนการใหม่” ที่จะใช้ร่วมกับระบบ ERP ซึ่งควรเป็น “แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice)” ที่ระบบนั้นๆ รองรับ มากกว่าการพยายามปรับแต่ง (Customization) ระบบให้เหมือนเดิมทุกอย่าง

2. คัดเลือกซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการที่เหมาะสม 🤝

การเลือก ERP ที่ดีจะช่วยลดปัญหาในการใช้งานในระยะยาว ควรพิจารณาจาก:

  • ความเหมาะสมกับธุรกิจและอุตสาหกรรม: ระบบนั้นมีฟังก์ชันที่จำเป็นต่อธุรกิจของคุณหรือไม่?
  • งบประมาณและความคุ้มค่า (ROI): ไม่ควรดูแค่ราคา แต่ต้องประเมินความคุ้มค่าที่จะได้รับกลับมา
  • ความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการ/ที่ปรึกษา: เลือกทีมงานที่มีประสบการณ์สูง และมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของคุณ
  • ความเสถียรและแผนการพัฒนาในอนาคต: ระบบมีการอัปเดตต่อเนื่อง และสามารถขยาย (Scalability) รองรับการเติบโตขององค์กรได้หรือไม่

3. จัดตั้งทีมงานหลักและการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง 👑

ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “คน” การนำระบบ ERP มาใช้จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย:

  • แต่งตั้งทีมงานหลัก (Project Team): ควรมีตัวแทนจากทุกแผนกที่เกี่ยวข้อง (IT, การเงิน, ฝ่ายปฏิบัติการ, HR) และควรมี ผู้บริหารระดับสูง เป็น ผู้นำโครงการ (Project Champion) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นและอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจ
  • เน้นการจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change Management): ผู้บริหารต้องสื่อสารอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประโยชน์ของระบบใหม่ เพื่อให้พนักงานเข้าใจและลดความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง

4. การติดตั้ง ปรับแต่ง และการย้ายข้อมูล 💾

ในขั้นตอนนี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ:

  • การปรับแต่ง (Customization): ควรทำเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ระบบยังคงง่ายต่อการอัปเกรดในอนาคต
  • การย้ายข้อมูล (Data Migration): เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) ก่อนย้ายเข้าสู่ระบบใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ใช้มีความถูกต้องและแม่นยำ

5. การทดสอบระบบและการฝึกอบรมผู้ใช้งาน 🧪

  • การทดสอบ (System Testing): ต้องมีการทดสอบระบบอย่างเข้มงวดโดยผู้ใช้งานจริง (UAT – User Acceptance Testing) เพื่อค้นหาและแก้ไขข้อบกพร่องก่อนการใช้งานจริง
  • การฝึกอบรม (User Training): จัดโปรแกรมฝึกอบรมที่ปรับให้เข้ากับบทบาทของผู้ใช้งานแต่ละคน เพื่อให้พนักงานสามารถใช้งานระบบใหม่ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

6. การเริ่มใช้งานจริง (Go Live) และการปรับปรุงต่อเนื่อง 🚀

เลือกระบบการนำไปใช้ที่เหมาะสม (เช่น ทยอยเปิดใช้ทีละส่วน (Phased) หรือเปิดใช้พร้อมกันทั้งหมด (Big Bang)):

  • Go Live: เมื่อระบบถูกนำไปใช้จริง จะต้องมีการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างเต็มที่จากทีมงานและผู้ให้บริการ
  • การรวบรวมข้อเสนอแนะ: สร้างช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถให้ข้อเสนอแนะหลังใช้งาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การวางระบบ ERP ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการวางแผนที่แข็งแกร่ง การสื่อสารที่เปิดเผย และความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในองค์กร โดยให้ความสำคัญกับ คน กระบวนการ และเทคโนโลยี ไปพร้อมกัน

ต้องวางแผนยังไง ถ้าจะวางระบบ ERP ให้สำเร็จ Read More »

ระบบ ERP ที่เชี่ยวชาญในโรงงานผลิต 

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบบริหารจัดการองค์กรแบบครบวงจร ซึ่งไม่ใช่แค่การบันทึกบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำข้อมูลทั้งหมดขององค์กรมาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งจะประกอบด้วย ระบบขาย ระบบจัดซื้อ ระบบคลังสินค้า ระบบัญชี และระบบการผลิต ยิ่งถ้าเป็นโรงงานยิ่งต้องมีระบบการผลิตที่มีความละเอียดและยืดหยุ่นสูงเพื่อรองรับการทำงานที่ซับซ้อนของการผลิตแต่ละสินค้า 

ระบบ ERP แบบไหนที่เหมาะกับโรงงานผลิต? 

ระบบ ERP ที่เหมาะกับโรงงาน ดูง่ายๆ จากโมดูลและฟังก์ชันการทำงาน ซึ่งจะต้องมีระบบการผลิต เช่น MRP, Shop Floor Control, Production Planning หรือระบบที่เกี่ยวข้องซึ่งแต่ละเจ้าอาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป และต้องเป็นระบบ ERP ที่กล้าเคลมว่าตัวเองเป็นระบบ ERP ที่มีความเชียวชาญในด้านการผลิต ยกตัวอย่างเช่น ระบบ PlanetOne ERP ที่กล้าเคลมว่าตัวเองเป็นระบบที่เชี่ยวชาญในการวางระบบ ERP ให้กับโรงงานมากที่สุด นอกจากตัวโมดูลแล้วยังต้องดูว่าระบบมีความยืดหยุ่นมากน้อยแค่ไหน รองรับการทำงานในองค์กรได้ทั้งหมดจริงหรือไม่ ซึ่งทางผู้ใช้งานจำเป็นต้องเรียกผู้ให้บริการหลายๆ เจ้าเข้ามานำเสนอและพูดคุยก่อนการตัดสินใจ 

ระบบ PlanetOne ERP ที่จุดแข็งอยู่ที่ระบบการผลิต 

เข้าสู่การแนะนำระบบ PlanetOne ERP ที่หลายคนไม่รู้ว่าเจ้านี้เขาพัฒนาระบบมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี ก่อตั้งโดยคนไทย และพัฒนาโดยคนไทย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการในไทยนิยมใช้งาน จากการแนะนำแบบปากต่อปากในหมู่อุตสาหกรรมการผลิต  

“เราเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการผลิต” 

คำพูดนี้ฟังดูไม่เกินจริงเพราะ 90% ของผู้ใช้บริการล้วนเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจที่มีโรงงานการผลิต แต่ก็ยังรองรับในหมู่ธุรกิจซื้อมาขายไปด้วยเช่นกัน 

PlanetOne ERP ทำอะไรได้บ้าง 

ระบบ PlanetOne ERP มีโมดูลการทำงานมากถึง 18 โมดูล  

ระบบมีความเรียลไทม์ และรองรับระบบภาษี ปิดงบบัญชีจากระบบเพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากรได้ 

มีระบบ API สำหรับเชื่อมข้อมูลเครื่องจักรกับระบบ ERP สำหรับโรงงาน สามารถติดต่อนัดนำเสนอได้ 

Contract 

02-271 4362-3, 095 – 294-5693, 066-115-2264,0661152265 

Line@bridsystems 

ระบบ ERP ที่เชี่ยวชาญในโรงงานผลิต  Read More »

ระบบ ERP ที่โรงงานผลิตเลือกใช้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร 

ในยุคที่การแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมรุนแรงขึ้นทุกวัน โรงงานผลิตจำเป็นต้องมีระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้รวดเร็วที่สุด หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้โรงงานบรรลุเป้าหมายเหล่านี้คือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) แต่คำถามคือ “ERP ที่ดีสำหรับโรงงานผลิตควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?” บทความนี้มีคำตอบ 

1. รองรับกระบวนการผลิตได้ครบถ้วน 

ERP ที่เหมาะกับโรงงานต้องสามารถครอบคลุมกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่วางแผนการผลิต (Production Planning), การจัดซื้อวัตถุดิบ (Procurement), การควบคุมสต๊อก (Inventory Control), การควบคุมคุณภาพ (Quality Control), ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า (Logistics) โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบเสริมจากภายนอก 

2. ความสามารถในการปรับแต่งตามรูปแบบการผลิต 

โรงงานแต่ละแห่งอาจมีรูปแบบการผลิตต่างกัน เช่น Make to Stock, Make to Order หรือ Engineer to Order ระบบ ERP ต้องสามารถปรับแต่งหรือกำหนดกระบวนการให้เข้ากับโมเดลการผลิตของโรงงานได้อย่างยืดหยุ่น 

3. การเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time 

การมีข้อมูลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารโรงงานในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลวัตถุดิบคงคลัง สถานะเครื่องจักร หรือความคืบหน้าของการผลิต ข้อมูลเหล่านี้ต้องสามารถดึงดูดและวิเคราะห์ได้ทันทีเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ 

4. รองรับการติดตามย้อนกลับ (Traceability) 

ERP ควรสามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังได้ในทุกขั้นตอน เช่น แหล่งที่มาของวัตถุดิบ หมายเลขล็อตสินค้า หรือข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐานสูง เช่น อาหาร ยา หรือชิ้นส่วนยานยนต์ 

5. เชื่อมโยงกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ IoT 

ระบบ ERP ที่ทันสมัยควรสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องจักรหรือเซนเซอร์ในสายการผลิต (Industrial IoT) ได้ เพื่อให้ข้อมูลการผลิตไหลเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ ลดการป้อนข้อมูลด้วยมือ และช่วยตรวจสอบความผิดปกติได้เร็วขึ้น 

6. ความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน 

การมีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ ERP จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้มทางธุรกิจ คอขวดในการผลิต และโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ Dashboard, KPI หรือรายงานวิเคราะห์แบบเจาะลึก 

7. ความง่ายในการใช้งานและฝึกอบรม 

แม้ระบบจะมีความสามารถหลากหลาย แต่ถ้าซับซ้อนเกินไปจนพนักงานใช้งานไม่สะดวก ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคได้ ERP ที่ดีควรมีหน้าจอใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ (User-Friendly Interface) และมีคู่มือหรือระบบช่วยเหลือที่เข้าใจง่าย 

8. มีระบบความปลอดภัยของข้อมูล 

ข้อมูลการผลิตถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของโรงงาน ERP จึงต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งในด้านการเข้าถึงข้อมูล การสำรองข้อมูล และการควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้งาน 

สรุป 

การเลือก ERP สำหรับโรงงานผลิต ไม่ควรดูแค่ฟังก์ชันพื้นฐาน แต่ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมถึงความสามารถในการรองรับกระบวนการผลิตโดยเฉพาะ ความยืดหยุ่น ความแม่นยำของข้อมูล และความง่ายในการใช้งาน การเลือก ERP ที่ตอบโจทย์จะช่วยให้โรงงานผลิตสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว 

ระบบ ERP ที่โรงงานผลิตเลือกใช้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร  Read More »

ระบบ ERP สู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม (Industrial Sustainability) 

ในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบัน ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารทรัพยากร และการลดต้นทุนการผลิต ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า ERP มีบทบาทอย่างไรต่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรม 

  1. ระบบ ERP คืออะไร?

ERP (Enterprise Resource Planning) คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรแบบครบวงจร โดยรวมเอากระบวนการหลัก ๆ ของธุรกิจ เช่น การผลิต การเงิน การบริหารคลังสินค้า และซัพพลายเชน มาอยู่ในระบบเดียว ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ 

  1. ระบบ ERP กับความยั่งยืนในอุตสาหกรรม

ERP สามารถช่วยสนับสนุนแนวทางความยั่งยืนในอุตสาหกรรมได้หลายด้าน ดังนี้ 

2.1 การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 

การบริหารคลังสินค้าแบบอัจฉริยะ – ERP สามารถช่วยให้บริษัทบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาสินค้าค้างสต็อกและของเสียที่เกิดจากการหมดอายุ  

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ – ระบบ ERP สามารถคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยลดการสูญเสียของวัตถุดิบในการผลิต 

2.2 การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

การติดตามการใช้พลังงาน – ERP สามารถช่วยตรวจสอบปริมาณการใช้พลังงานในแต่ละกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)  

การควบคุมการผลิตตามความต้องการจริง – การใช้ ERP ช่วยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น 

2.3 การบริหารซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน 

การเลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – ERP สามารถช่วยองค์กรเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น ใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้  

 การวางแผนโลจิสติกส์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม – การใช้ ERP สามารถช่วยวิเคราะห์เส้นทางการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งสินค้า 

2.4 การจัดการข้อมูลและการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม 

การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อม – ERP สามารถช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณของเสีย การใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร  

การสร้างรายงานด้านความยั่งยืน – ระบบ ERP สามารถสร้างรายงานตามมาตรฐาน ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อให้ธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้อง 

  1. ประโยชน์ของการใช้ ERP เพื่อความยั่งยืน

ลดต้นทุนการดำเนินงาน – ลดของเสีย ลดต้นทุนด้านพลังงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต  

่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม – สนับสนุนมาตรฐาน ISO 14001 และแนวทาง ESG 

สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร – แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักลงทุน 

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน – ธุรกิจที่มีแนวทางความยั่งยืนจะสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดโลก 

  1. ความท้าทายในการนำ ERP มาใช้เพื่อความยั่งยืน

ต้นทุนการลงทุนที่สูง – การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ ERP ต้องใช้เงินลงทุนที่สูง โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก  

การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน – องค์กรต้องมีการฝึกอบรมพนักงานและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับระบบ ERP  

การบริหารจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน – ระบบ ERP ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน หากไม่มีการจัดการที่ดี อาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน 

สรุป 

ระบบ ERP เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน โดยช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย ปรับปรุงการใช้พลังงาน และบริหารซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การนำ ERP มาใช้ต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากธุรกิจสามารถใช้ ERP ได้อย่างเหมาะสม ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมีส่วนช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว 

PlanetOne ERP ระบบ ERP ของคนไทย ที่พัฒนามาสำหรับธุรกิจที่ต้องการความเติบโตอย่างยั่งยืน เหมาะกับ ธุรกิจที่ต้องการความครบวงจร และเชื่อมโยงข้อมูลภายในได้ทั้งระบบ ทำให้ผู้บริหารดูข้อมูลรายงานได้ง่าย และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ ERP สู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม (Industrial Sustainability)  Read More »

ทำไมโรงงานผลิตต้องมีระบบ ERP?

มองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจน: ระบบ ERP ช่วยรวบรวมข้อมูลทุกส่วนของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การจัดซื้อ การขาย การเงิน และอื่นๆ ไว้ในระบบเดียว ทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างครบถ้วนและทันสมัย ช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ลดความผิดพลาด: การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันในที่เดียวกัน ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หรือข้อมูลตกหล่น ระบบ ERP จะเข้าช่วยให้ข้อมูลทั้งหมดรวมศูนย์จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ยาก ส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น 

ข้อมูลอัตโนมัติสำหรับการทำงานซ้ำๆ: ระบบ ERP เป็นระบบอัตโนมัติหากเป็นขั้นตอนการทำงานที่หรือข้อมูลที่ใช้เป็นประจำ  เช่น การสร้างสูตรการผลิต ถ้าเป็นสินค้าตัวเดิมก็ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่หรือ เอกสารใบสั่งขายของเวนเดอร์หรือลูกค้าที่มีการซื้อขายบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องคีย์ซ้ำ ทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น 

ลดระยะเวลาในการผลิต: ด้วยการวางแผนและควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ ERP ช่วยลดระยะเวลาในการผลิต และส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตรงตามกำหนด

ควบคุมต้นทุนการผลิต: ระบบ ERP ช่วยให้สามารถติดตามต้นทุนการผลิตได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถระบุจุดที่เกิดต้นทุนสูง และหาแนวทางในการลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ลดของเสีย: การวางแผนการผลิตที่แม่นยำ ช่วยลดปริมาณของเสีย และลดการสูญเสียวัตถุดิบ

ข้อมูลถูกต้อง: ระบบ ERP ช่วยให้ข้อมูลต่างๆ ถูกบันทึกและอัปเดตอย่างถูกต้อง ทำให้ข้อมูลที่นำไปใช้ในการตัดสินใจมีความน่าเชื่อถือ 

ลดความผิดพลาดในการผลิต: การมีข้อมูลที่ถูกต้องช่วยลดความผิดพลาดในการผลิต และส่งมอบสินค้าที่ตรงตามคุณภาพที่ลูกค้าต้องการ 

ควบคุมคุณภาพ: ระบบ ERP ช่วยให้สามารถติดตามและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ตลอดกระบวนการผลิต 

ตอบสนองความต้องการของลูกค้า: ด้วยข้อมูลที่ได้จากระบบ ERP สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง 

erp for Thailand

โปรแกรม ERP ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการอุตสาหกรรมการผลิต ได้ตรงจุด และครอบคลุมการบริหารได้ทั้งองค์กร หากหาระบบ ERP ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตที่มีความซับซ้อน เราเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญที่จะทำให้ธุรกิจของท่านไปสู้ความสำเร็จ ClickMANUFACTURING PACKAGE

ระบบ ERP เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้โรงงานผลิตสามารถบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทำให้โรงงานสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน หากโรงงานของคุณยังไม่มีระบบ ERP ควรพิจารณาลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 

Office: 02 271 4362-3

Tel. 095 294 5693

Line : @bridsystems

ทำไมโรงงานผลิตต้องมีระบบ ERP? Read More »

Scroll to Top