ไทยอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ

ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรขององค์กร ซึ่งมักจะรวมทุกระบบต่าง ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกัน เช่น การบัญชี, การผลิต, การจัดการสต็อก, การบริหารงานบุคคลและอื่น ๆ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีทำให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นหากไม่ได้มีการเทรนใช้ระบบมาก่อน อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจและความยุ่งยากในการใช้งานระบบได้

1. วางแผนและการเตรียมความพร้อม
2. การฝึกอบรม
3. การทดสอบความเข้าใจก่อนใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. วางแผนและการเตรียมความพร้อม

ก่อนที่จะเริ่มเทรนผู้ใช้งาน ทางทีมที่ปรึกษาจะมีการวางแผนการทำงานและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างข้อมูลพื้นฐาน, การตั้งค่าระบบ, และการจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งาน

เพื่อให้สามารถเริ่มเทรนผู้ใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. การฝึกอบรม

ในขั้นตอนการฝึกอบรมนี้จะสามารถทำได้ทั้งรูปแบบการอบรมออนไลน์ การอบรมแบบสด หรือการส่งคู่มือการใช้งานระบบให้กับผู้ใช้งานได้เห็นวิธีการใช้ระบบและลงมือทำด้วยตนเอง

ซึ่งการอบรมใช้งานระบบอีอาร์พีแบบออนไลน์และการอบรมแบบสดจะมีค่าใช้จ่ายในรูปแบบแมนเดย์ โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีและผู้ใช้งาน

3. การทดสอบ

สำหรับการทดสอบคือการให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้ใช้ระบบด้วยตนเองหลังจากที่ได้อบรมการใช้งานระบบแล้ว

โดยอาจเริ่มต้นด้วยการจำลองโจทย์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้งานจะได้ทดลองเลือกเงื่อนไขต่างในระบบแล้ว process เอกสารได้ตามอบรมมา

ซึ่งในขั้นตอนนี้จะช่วยตรวจสอบความรู้ความเข้าใจการใช้งานระบบของผู้ใช้งานว่าเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วนและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือเครื่องมื่อที่ช่วยในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งในการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดผู้ใช้งานระบบควรจะได้รับการเทรนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและมีการทดสอบการใช้งานในระบบจริงด้วยตนเอง (Click เพื่ออ่าน ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้)

ดังนั้นการใช้งานระบบอีอาร์พีจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากผู้ใช้งานมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในระบบอีอาร์พีที่ตนเองใช้อยู่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ Read More »

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี

สิ่งที่มีประโยชน์มากสำหรับองค์กรที่ใช้ระบบอีอาร์พีคือ การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ในระบบ

ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบสามารถคงประสิทธิภาพการใช้งานของระบบอีอาร์พีไว้ได้

รวมถึงช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

การตรวจสอบข้อมูลของระบบอีอาร์พีจะสามารถตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ

2. ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล

3. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ

ในหัวข้อนี้จะเป็นการตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการแก้ไขข้อมูลในระบบหรือไม่

หากมีการแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานระบบก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้เข้าถึงและทำการแก้ไขข้อมูลนี้

ซึ่งการตรวจสอบการแก้ไขข้อมูลในระบบอีอาร์พีนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ว่าใครคือผู้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทำการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ และข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนแปลงนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างไร

2. ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล

การตรวจสอบปริมาณของข้อมูลรวมถึงการตรวจสอบปริมาณ transaction ในระบบ จะช่วยคงประสิทธิภาพการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบปริมาณ transaction ของข้อมูลในช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. ของวันนี้เปรียบเทียบกับเมื่อวานนี้ เพื่อดูว่าความเร็วของระบบอีอาร์พีในวันนี้ดำเนินไปอย่างเป็นปกติหรือช้ากว่าปกติ

การตรวจสอบสามารถทำได้โดย หากตรวจสอบปริมาณ transaction ในระบบ ช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. วันนี้แล้วเปรียบเทียบปริมาณ transaction ในระบบกับช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. เมื่อวานนี้โดยที่พนักงานทำ transaction ในปริมาณเท่าเดิม

หากพบว่าปริมาณ transaction ในสองวันนี้เกิดขึ้นใกล้เคียงกันอาจแปลความหมายได้ว่าความเร็วของระบบดำเนินไปอย่างเป็นปกติ

แต่ถ้าเปรียบเทียบปริมาณ transaction ของวันนี้และเมื่อวานนี้ในช่วงเวลาเดียวกันแล้ว

ผลปรากฏว่า transaction ของวันนี้เกิดขึ้นได้น้อยกว่าเมื่อวานนี้อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พนักงานต้องการทำ transaction ในปริมาณเท่าเดิมเหมือนเมื่อวาน

ก็มีความเป็นไปได้ว่าระบบอีอาร์พีในวันนี้หน่วงและทำงานช้ากว่าปกติ ซึ่งก็ต้องตรวจสอบในเชิงลึกต่อไปว่าความหน่วงที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใดแล้วทำการแก้ไขที่สาเหตุนั้น เป็นต้น

3. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ

การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงและการอนุญาตให้แก่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี จะสามารถทำได้โดยระบบอีอาร์พีจะมีการบันทึกข้อมูลการเข้าถึงและกิจกรรมสิทธิ์เพื่อตรวจสอบและติดตาม

อีกทั้งผู้ใช้งานสามารถทดสอบการเข้าถึงโดยวิธีทดสอบคือ

ใช้ผู้ทดสอบที่ไม่มีสิทธิ์เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี ให้ทดลองเข้าใช้งานระบบว่าสามารถเข้าใช้งานระบบได้หรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่าระบบได้ปฏิบัติตามนโยบายที่องค์กรกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไว้อย่างเคร่งครัดหรือไม่

โดยการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนี้ควรจะเป็นการให้สิทธิ์ตามที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการให้สิทธิ์เข้าใช้งานระบบที่มากเกินไป

กล่าวโดยสรุป ในการตรวจสอบการใช้งานระบบอีอาร์พีในส่วนของการตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ, ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล และตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ ที่ได้กล่าวมา

จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พี เพื่อคงประสิทธิภาพของระบบและให้องค์กรสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีหน้าที่คอย support การใช้งานระบบให้กับองค์กร เพื่อให้การใช้งานระบบอีอาร์พีเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร

ซึ่งในการ support การใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีหน้าที่ดังต่อไปนี้คือ (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

1. ดูแลการติดตั้งและการใช้งานระบบ

2. ดูแลการอัปเดตและการปรับปรุง

3. ดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อของการ support มีดังนี้

1. ดูแลการติดตั้งและการใช้งานระบบ

ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีหน้าที่เก็บ requirements ต่าง ๆ เพื่อมาวิเคราะห์และออกแบบให้เป็นระบบอีอาร์พีที่ตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กรที่สุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กร

รวมถึงช่วยปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจขององค์กร ด้วยการรวมกระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กรเข้าด้วยกัน ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการทำงาน ลดข้อผิดพลาดของข้อมูล transaction ต่าง ๆ องค์กร ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. ดูแลการอัปเดตและการปรับปรุง

การอัปเดตและการปรับปรุงระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พี และความทันสมัยของระบบอีอาร์พี ที่ควรจะต้องตอบสนองการใช้งานขององค์กรได้อย่างเป็นปัจจุบัน 

ทีมพัฒนาระบบจะทำการวิเคราะห์และทดสอบการอัปเดตก่อนการปรับปรุงระบบจริง รวมถึงตรวจสอบความเสถียรของระบบให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาหรือข้อผิดพลาดใด ๆ

ในการอัปเดตมีขั้นตอนที่ต้องคำนึงถึงดังนี้คือ

  • ทำการสำรองข้อมูลที่สำคัญก่อนการอัปเดตให้ข้อมูลถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย
  • นำเสนอการอัปเดตแก่ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลระบบเพื่อทำการอัปเดตตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ทำการทดสอบระบบหลังจากการอัปเดตเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและประสิทธิภาพของระบบ
  • แจ้งเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับการอัปเดตและการปรับปรุง รวมถึงจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ใช้งานปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงระบบ
  • ติดตามประสิทธิภาพของระบบหลังการอัปเดตและให้บริการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาหรือตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งการอัปเดตและการปรับปรุงระบบเป็นกระบวนการที่ต้องระวังและต้องประสานงานให้ดี รวมถึงมีการทดสอบอย่างดีเพื่อไม่ให้มีผลกระทบที่ไม่คาดคิดต่อระบบทั้งหมด 

3. ดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ

การแก้ไขปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พีมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติตามเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างสมบูรณ์ ดังนี้คือ

  • ทำการระบุปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
    จดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา, เวลาเกิด, และผู้ที่รายงานปัญหา เพื่อจะได้มีข้อมูลสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังได้หากมีปัญหาในรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง
  • หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นที่จุดใดให้ตรวจสอบตรงจุดนั้น
    โดยตรวจสอบว่าผู้ใช้งานระบบได้ทำขั้นตอนใดบ้างก่อนที่ปัญหาการใช้งานจะเกิดขึ้น จากนั้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมเช่น หากต้องมีการตรวจสอบที่ฐานข้อมูล ทีมพัฒนาระบบก็ควรไปเอาฐานข้อมูลของผู้ใช้งานระบบมาตรวจสอบ โดยมีการ back up ฐานข้อมูลไว้ด้วยเสมอ เป็นต้น
  • เมื่อทีมพัฒนาได้ทำการแก้ไขแล้วควรมีการทดสอบการแก้ไขเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการใช้งานระบบ
    จากนั้นจึงจะมีการแจ้งไปยังผู้ใช้งานระบบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นได้ถูกแก้ไขทั้งหมดแล้ว จากนั้นให้ผู้ใช้งานระบบได้ทำการทดสอบระบบด้วยอีกครั้งหนึ่ง
กล่าวโดยสรุป คือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีควรมีการ support การใช้งานระบบให้กับองค์กรผู้ใช้งานที่ครอบคลุมสามเรื่องหลัก ๆ คือ การติดตั้งระบบ การปรับปรุงระบบ และการดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ 

ซึ่งหากต้องมีการอบรมผู้ใช้งานเพิ่มเติมในการใช้งานระบบให้ความรู้ของผู้ใช้งานระบบเป็นปัจจุบัน ทางผู้ให้บริการระบบอีาร์พีก็ควรมีการ support ในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร Read More »

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี

Super user ในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) มักจะเป็นบทบาทที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงสูงสุดในระบบ

โดยทั่วไปแล้ว Super user เป็นผู้ดูแลระบบที่มีความรับผิดชอบที่สูง สามารถจัดการและกำหนดค่าต่าง ๆ ในระบบ ERP ได้ เช่น การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง, การปรับแต่งระบบ, และการดูแลรักษาระบบให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ซึ่งบางบริษัทหรือบางระบบอีอาร์พี ERP อาจจะกำหนดหน้าที่ของ Super user ได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งรูปแบบการใช้งานของระบบอีอาร์พีในแต่ละบริษัทอาจมีความต่างกันไป

หน้าที่ของ Super User จะสามารถจัดการระบบอีอาร์พีได้ดังนี้คือ

1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้

2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

3. Super User สามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

4. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้

โดยรายละเอียดบทบาทและหน้าที่ของ Super User มีดังต่อไปนี้คือ

1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้

กล่าวคือ Super User มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงในระบบ ERP สำหรับผู้ใช้งานอื่น ๆ ในองค์กร เพื่อให้มีการควบคุมและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้อง

โดยการกำหนดสิทธิ์นี้สามารถลงรายละเอียดได้ลึก ซึ่งจะสามารถกำหนดไปตามบทบาทและหน้าที่ของพนักงานในองค์กร เช่น พนักงานฝ่ายคลังกับพนักงานฝ่ายขาย ก็จะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่ต่างกัน เป็นต้น

2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

การจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีเช่น เพิ่ม, แก้ไข, หรือลบข้อมูลต่าง ๆ ตามความจำเป็น (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ยกตัวอย่างประกอบเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นคือ Super User จะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและบันทึกข้อมูลที่เข้ามาในระบบ เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจหรือข้อมูลที่ต้องการเรียกดูรายงานมีความถูกต้อง

3. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี นอกจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี จะมีทีม support คอยให้ความช่วยเหลือหากผู้ใช้งานระบบเกิดปัญหาติดขัดในการทำงานแล้ว ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีเองก็ควรมีกลุ่ม Super User ขององค์กร ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กร หากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เช่นกัน

ซึ่งหากกลุ่ม Super User สามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา แล้วมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้เอง ทางองค์การก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างทีมทีปรึกษาของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมา support การแก้ปัญหาได้อีกด้วย

กล่าวโดยสรุป Super User ในการใช้งานระบบอีอาร์พีคือผู้ที่จะคอยรับผิดชอบการเข้าถึงระบบต่าง ๆ และคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานหากเกิดปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พี ซึ่งการมี Super User นี้นอกจากจะช่วยให้พนักงานสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างราบรื่นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรในการจ้างทีมที่ปรึกษาจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอีกด้วย (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี Read More »

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย

ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ถูกพัฒนาโดยคนไทยมีข้อดีหลายประการ ซึ่งระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย ก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้ระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ และยังมีข้อดีสำหรับการใช้งานระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถทำความเข้าธุรกิจในท้องถิ่นของคนไทยได้เป็นอย่างดี

2. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะสามารถรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทยได้ดีกว่า

3. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคนไทยได้ดี

4. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้มากกว่า

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบ ERP ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยคนไทยมักจะมีการทำความเข้าใจตลาดและธุรกิจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น, วัฒนธรรม, และนิสัยการทำธุรกิจของคนไทย

ทั้งนี้การปรับระบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นก็เพื่อทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจในพื้นที่ได้ดี (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

นอกจากนี้ะบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถมีการพัฒนาระบบที่ให้บริการซัพพอร์ตและอบรมให้กับลูกค้าในท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจการใช้งานและการดูแลระบบ

2. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะสามารถรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทยได้ดีกว่า เช่น การให้ชื่อฟังก์ชั่น หรือรายงานต่าง ๆ เป็นภาษาไทย

ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีอุปสรรคในเรื่องภาษาในการใช้งานระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

ซึ่งรูปแบบต่าง ๆ ของการใช้ระบบอีอาร์พีที่เป็นภาษาไทยอาทิเช่น การแปลและการให้คำอธิบายฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบ การจัดเรียงและการกรองข้อมูลในระบบด้วยภาษาไทย เป็นต้น

3. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคนไทยได้ดี

ซึ่งระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย จะมีการออกแบบระบบในลักษณะที่สามารถปรับแต่งโมดูลต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคลังสินค้า, การจัดการบุคลากร, หรือการจัดการการผลิต

รวมถึงการให้ระบบสามารถเชื่อมต่อและปรับให้ทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ที่อาจใช้ในธุรกิจ เช่น ระบบการขายหรือการบริหารลูกค้าได้เช่นกัน

4. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้มากกว่า

กล่าวคือระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยมีความสามารถในการปรับค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้เป็นอย่างดี

ระบบสามารถปรับความยืดหยุ่นตามขนาดของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กหรือบริษัทใหญ่, ทำให้องค์กรไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

รวมถึงสามารถทำให้ระบบมีโมดูลที่ทำงานตามความต้องการของธุรกิจ โดยที่องค์กรไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของโมดูลที่ไม่ได้ใช้

และการมีทีม support ที่สามารถให้คำปรึกษาและเดินทางไปยังหน้างานเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา ได้สะดวกกว่าการใช้งานระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจึงทำให้ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถปรับค่าใช้จ่ายให้มีความสมเหตุสมผลกับขนาดขององค์กรไทยได้ดี และมีบริการ support ที่เข้าถึงได้ง่ายสะดวกสำหรับองค์กรหากติดปัญหาในการใช้งานนั่นเอง

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย Read More »

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP
ปัญหาใหญ่หลวงที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องเจอคือ การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งคนที่เป็นผู้ประกอบการจะซาบซึ้งตรึงใจกันเป็นอย่างดีว่า ข้อมูลที่ไร้ระเบียบและสับสนวุ่นวาย สร้างความหนักใจให้ราวกับว่าผู้ประกอบการต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว

แต่ความยุ่งยากนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ไม่มีทางออก เพราะความยุ่งยากในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรนั้นสามารถจัดการได้โดยระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือเรียกแบบย่อ ๆ ว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP ที่คุณจะเข้าใจว่าระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้ความยากในการบริหารจัดการองค์กรของคุณง่ายขึ้นได้อย่างไร

เหตุผลที่ 1 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นสามารถใช้ได้กับหลากหลายประเภทของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ระบบอีอาร์พีสามารถเข้าไปช่วยบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ 2 ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นศูนย์รวมข้อมูลในองค์กรที่พนักงานในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องเข้าถึง

เหตุผลที่ 3 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำให้คุณสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่า ใครควรจะเข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลนี้จะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร และจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลองค์กรของพนักงานตามขอบเขตในการทำงานของพนักงานแต่ละคน

เหตุผลที่ 4 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยให้ Flow ของระบบการผลิตเป็นไปได้อย่างแม่นยำตามสูตรการผลิตที่คุณกำหนดไว้ นั่นคือระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้คุณสามารถกำหนดสูตรในการผลิตที่เฉพาะเจาะจง และบันทึกข้อมูลการใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ที่คุณสามารถเช็คย้อนกลับไปดูข้อมูลเหล่านั้นได้

เหตุผลที่ 5 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยจัดการเส้นทางของข้อมูลที่เกิดขึ้นในกิจการของคุณ ให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนในกิจการของคุณได้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าเส้นทางของข้อมูลนั้นจะซับซ้อนมากแค่ไหนก็ตาม

เหตุผลที่ 6 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้เช่น ถ้าคุณเป็นกิจการแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนในการผลิตสินค้า คุณจะสามารถเช็คได้ว่าสินค้าตัวไหนที่ต้นทุนสูงกำไรน้อย สินค้าตัวไหนที่ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ และสร้างสมดุลในการผลิตให้เหมาะสมกับสัดส่วนของกำไรต่อต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

เหตุผลที่ 7 ระบบอีอาร์พี (ERP) มีดีมากกว่าแค่ระบบบัญชี แต่อีอาร์พีสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทางบัญชีเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละปีและวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มทางการเงินที่จะเกิดขึ้นได้

เหตุผลที่ 8 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการทำงานภายในองค์กรแล้ว การบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ภายในองค์กรนั้นทำได้รวดเร็ว จึงช่วยให้ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจเงื่อนไขต่าง ๆ ทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่ 9 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้บุคลากรในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมดุลในการทำงาน ซึ่งทำให้บุคลากรในองค์กรไม่เพียงแค่สร้างผลิตผลให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน แต่สามารถทำงานกับองค์กรได้อย่างราบรื่นมีความสุข

จากเหตุผลทั้ง 9 ข้อที่ได้กล่าวมา ถ้าคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานและยกระดับการทำธุรกิจ ช่วยให้คุณสามารถบริหารองค์กรของคุณได้อย่างสบายใจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ช่วยสร้างผลกำไรที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พี (ERP) คือคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถฟันธงได้อย่างมั่นใจและแน่นอน (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP Read More »

Scroll to Top