ERPราคาเท่าไหร่

7 ข้อดีของการเชื่อม AI ในเครื่องจักร เข้ากับระบบ ERP 

การเชื่อมต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มีข้อดีหลายประการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร โดยเฉพาะในบริษัทที่มีเครื่องจักรในกระบวนการผลิต ที่นำ AI เข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อลดจำนวนคนทำงาน และนำระบบ ERP เข้ามาเชื่อมเพื่อส่งข้อมูลคำสั่งในการผลิตกับเครื่องจักรเพื่อลดงานและลดข้าผิดพลาดในการวิเคราะห์ต้นทุน 

ซึ่งข้อดีของการเชื่อม AI ในเครื่องจักร เข้ากับระบบ ERP มีทั้งหมดดังนี้: 

  1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Improved Production Efficiency) 
  1. การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) 
  1. การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) 
  1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ (Enhanced Decision Making) 
  1. การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability to Changes) 
  1. การเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Improved Product Quality) 
  1. การประหยัดต้นทุน (Cost Savings) 

ซึ่งทั้ง 7 หัวข้อมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Improved Production Efficiency): AI และ ERP สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดเวลาในการทำงานและลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งเมื่อใช้ API เชื่อมข้อมูลทั้ง 2 เข้าด้วยกันทำให้เสริมประสิทธิภาพได้แม่นยำมากขึ้น 

2. การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance): AI และ ERP สามารถคาดการณ์การเสื่อมสภาพของเครื่องจักรและเตือนก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ทำให้สามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา ลดเวลาการหยุดทำงานของเครื่องจักรและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม 

3. การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management): AI และ ERP สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้วัสดุและการผลิต เพื่อให้การจัดการสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาการขาดแคลนวัสดุหรือการมีวัสดุเกินความต้องการ 

4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ (Enhanced Decision Making): การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ ERP สามารถช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจที่มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและมีความสมบูรณ์ 

5. การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability to Changes): AI และ ERP สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานและการดำเนินงานให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดหรือสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

6. การเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Improved Product Quality): AI และ ERP สามารถตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ และระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีและเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 

7. การประหยัดต้นทุน (Cost Savings): การใช้ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ และการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถลดต้นทุนในการผลิตและดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ 

การเชื่อมต่อ AI กับระบบ ERP เป็นการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

erp for Thailand

ระบบ PlanetOne ERP ระบบอีอาร์พีของคนไทย สามารถเชื่อมเข้ากับ AI ในเครื่องจักร เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ต้นทุน ลดข้อผิดพลาดและเวลาในการทำงาน Click เพื่อเข้าสู่หน้า Package Review

7 ข้อดีของการเชื่อม AI ในเครื่องจักร เข้ากับระบบ ERP  Read More »

PlanetOne ERP ช่วยบริษัทของคุณได้อย่างไร?

PlanetOne ERP เป็นระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือก็คือระบบบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร

ที่ไม่ไช่แค่ระบบบัญชี หรือระบบขาย แต่หมายถึงรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน อย่างที่ทุกคนเข้าใจก็คือทำให้ข้อมูลทั้งหมดรวมศูนย์

เพื่อช่วยให้การบริหารธุกิจจัดการได้ง่ายขึ้น มีความถูกต้อง และแม่นยำ

จุดเริ่มต้นของการทำระบบ PlanetOne ERP

จุดเริ่มต้นมาจากทางทีมผู้พัฒนาและผู้บริหาร ได้มีโอกาสทำงานกับระบบอีอาร์พีเจ้าดังระดับโลก

ซึ่งพบว่าระบบขนาดใหญ่จากต่างประเทศทำงานได้ดีมากๆ แต่ก็ยังไม่เหมาะกับคนไทย ทั้งราคา ทั้งรูปแบบการทำงาน

เพราะราคาสูงมากๆ ถ้าจะให้ทำงานได้ตรงตามมาตรฐานของคนไทย

ด้วยสิ่งนี้ทำให้ทางทีมพัฒนาได้ออกแบบระบบอีอาร์พีเพื่อตอบโจทย์กับคนไทยให้มากที่สุด โดยโจทย์มีอยู่ว่า

ต้องเป็นระบบขนาดใหญ่ และครอบคลุมทุกการทำงาน นั่นจึงเหตุผลที่เมื่อเทียบราคาระบบของเรา


กับราคาระบบจากต่างประเทศ ทำให้เรามีราคาที่ย่อมเยาว์มากกว่า แต่ประสิทธิภาพการทำงานใกล้เคียงกัน

ระบบ PlanetOne ERP เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

จากระยะเวลาที่ทางทีมงานได้มีการพัฒนาระบบมาเกือบ 30 ปี ทำให้มีประสบการณ์ในการวางระบบให้กับธุรกิจในไทยมามากกว่า 100 องค์กร

ซึ่ง 80% เป็นธุรกิจที่มีโรงงานการผลิต และ 20% เป็นบริษัทซื้อมาขายไป เรามีตัวอย่างลูกค้า

มากมายที่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นระบบ PlanetOne ERP จึงเหมาะกับกับทุกประเภทธุรกิจ

แต่ถ้าถามว่าระบบ PlanetOne ERP เหมาะกับบริษัทแบบไหน ทางเราขอบอกตรงนี้เลยว่า

เราเหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้บริษัทของตัวเองเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง

เพราะเราเหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมั่งคงและยั่งยืน

เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังประสบปัญหาเรื่องกำไรน้อย มีต้นทุนที่สูง

ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำระบบ PlanetOne ERP เข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้ธุรกิจก้าวพ้นวิกฤติในการแข่งขันที่สูงเช่นนี้

ระบบ PlanetOne ERP ดีกว่าระบบเจ้าอื่นอย่างไร

ต้องกล่าวตามตรงว่าระบบอีอาร์พีทุกเจ้ามีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้บริการว่าจะรับข้อดีข้อเสียแบบไหนได้

พราะสุดท้ายองค์กรก็มักจะเลือกระบบที่เข้ากับการทำงานของตัวเองมากที่สุด

แต่ถ้าผู้ประกอบการเลือกติดตั้งระบบ PlanetOne ERP จะช่วยธุรกิจของท่านดังต่อไปนี้

1. ลดต้นทุน- เพิ่มกำไร

ระบบ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากระบบสามารถเรียกข้อมูลได้อย่างเรียลไทม์ส่งผลให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์

ในการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ทั้งต้นทุนแฝงที่มาจากการผลิตและต้นทุนที่มาจากการซื้อขาย

2. ระบบมีความยืดหยุ่นสูง

ระบบ PlanetOne ERP มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถปรับการทำงานให้เข้ากับทุกองค์กรได้ กล่าวให้เข้าใจได้ง่ายๆ

เราสามารถปรับระบบได้ตาม Requiment เนื่องจากเราเป็นผู้พัฒนาและออกแบบระบบเอง


ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้ตรงตามใจผู้ใช้บริการ

Click เพื่อดูลูกค้าของเราOur customers

3. รองรับระบบภาษี ประเภท ข.

PlanetOne ERP รองรับระบบภาษีของไทย ซึ่งผ่านการรับรองจากกรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว

และนี่ก็ทำให้เราเหนือกว่าระบบจากต่างประเทศบางเจ้าที่ยังไม่รองรับและต้อง customized เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้

ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้เพิ่ม จึงมั่นใจได้ว่าเอกสารหรือทุกการทำงานเป็นไปตามาตรฐานบัญชี

และมีความละเอียด ถูกต้อง ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถปิดงบได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

4. ผ่าน ISO/IEC29110

มั่นใจว่าการทำงานเป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล

5. ที่ปรึกษามืออาชีพ

ทีมงานวางระบบที่มีความชำนาญ เราไม่ใช่แค่วางระบบแต่เราเป็นที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาให้กับธุรกิจ

เช่น ปัญหาสต๊อกเกิน ปัญหาการวิเคราะห์วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต หรือปัญหาข้อมูลรายงานผิดพลาด

เพราะระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP ไม่สามารถแก้ไขได้

เพราะจะมีผลกับการออดิทขององค์กรที่หาที่มาที่ไปของเอกสารไม่ได้ ทำให้บริษัทขาดความน่าเชื่อถือ

ซึ่งในปัจจุบัน เรามีผู้ใช้บริการที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ และกำลังดำเนินการเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกหลายราย

.

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น สรุปได้ว่า ระบบ PlanetOne ERP มีช่วยให้บริษัทของคุณสามารถ ลดต้นทุน-เพิ่มกำไร

ด้วยตัวระบบที่มความยืดหยุ่นสูงผ่าน และรองรับระบบภาษี ผ่านมาตรฐาน ISO/IEC29110 ด้วยที่ปรึกษามืออาชีพ

ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ส่งผลให้บริษัทของท่านสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

และพร้อมจะดูแลธุรกิจของท่านได้อย่างยาวนาน

Click เพื่อดูรายละเอียด Package

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลระบบ

Office : 02 271 4362-3 ต่อ 24

Tel. : 095 294 5693 (คุณเจน)

PlanetOne ERP ช่วยบริษัทของคุณได้อย่างไร? Read More »

การ Implement ระบบอีอาร์พีคืออะไร และทำไมถึงมีราคาแพง

การ Implement ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หมายถึงการนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กรหรือที่ทุกคนเรียกกันว่าการวางระบบ

เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน รวมถึงการวางแผน การพัฒนา การทดสอบ การฝึกอบรม

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการวางระบบมักมีราคาสูง จนผู้ประกอบการหลายๆ ท่าน มีข้อสงสัยว่าการ Implement มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร

ทำไมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ถึงแพงมากๆ เมื่อเทียบกับค่า License บทความนี้จะเป็นการกล่าวถึงบทบาทหน้าหน้าที่ของ Implementer

ซึ่งมีกระบวนการดังต่อไปนี้

1. การเก็บ Requiment หรือ การวิเคราะห์ความต้องการของระบบ

2. การวางแผนการทำงานของทีม Implementer

3. การออกแบบระบบ (System Design)

4. การพัฒนาและปรับแต่งระบบ (Development and Customization)

5. การทดสอบระบบ (Testing)

6. การฝึกอบรมผู้ใช้ (User Training)

7. การนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริง (Go-Live)

8. บริการหลังการใช้งาน (Post-Implementation Support)

แต่ละหัวข้อมีข้อมูลและรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. การเก็บ Requiment หรือ การวิเคราะห์ความต้องการของระบบ

เป็นการเก็บข้อมูลความต้องการของผู้ใช้บริการว่าต้องการให้ระบบสามารถทำอะไรได้บ้าง ช่วงนี้ถือว่าเป็นเวลาสำคัญ

ที่ทางผู้ใช้บริการต้องเตรียมความต้องการไว้ให้พร้อม และผู้ให้บริการมืออาชีพจะไม่ทำอะไรตามใจผู้ใช้บริการ

เพราะบางทีความต้องการของผู้ใช้งาน ก็ไม่ถูกต้องตามหลักความเป็นจริง ทาง Implementer มีหน้าที่ให้คำแนะนำและเสนอแนวทางที่ดีที่สุด

และตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการให้มากที่สุด

2. การวางแผนการทำงานของทีม Implementer

การวางแผนสำหรับวางระบบอีอาร์พีของทีม Implementer ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการวางระบบที่มีการเก็บค่าแมนเดย์หรือค่า Implement

เพราะผู้ที่จะวางแผนการวางระบบตั้งแต่วันแรกไปจนถึงวันที่สามารถขึ้นระบบได้สำเร็จจะต้องเป็นคนมีประสบการณ์มาไม่น้อยกว่า 3 ปี

และเป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบนั้นๆ เป็นพิเศษ ระบบอีอาร์พีก็เช่นกัน หากผู้ใช้บริการเจ้าใดไม่มีการส่งแผนสำหรับวางระบบ

รือไม่มีการวางแผนและจัดทำตารางให้กับผู้ใช้บริการให้ชัดเจน ก็เป็นเหตุให้ไม่สามารถนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริงได้

3. การออกแบบระบบ (System Design)

การออกแบบระบบอีอาร์พี ก็คือการนำ Requirements มาวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้บริการ

และออกแบบระบบให้สามารถรองรับการทำงานได้ ซึ่งบางครั้งระบบมาตรฐานอาจจะรองรับการทำงานอยู่แล้ว

แต่ Implementer ก็ต้องนำข้อมูลของบริษัทผู้ใช้บริการมาออกแบบขั้นตอนการใช้งานระบบให้ถูกต้องตามหลักการ และหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานด้วย

4. การพัฒนาและปรับแต่งระบบ (Development and Customization)

ต่อเนื่องมาจากการออกแบบระบบ (System Design) เพราะหาก Requirements มีความซับซ้อนเกินมาตรฐานระบบทั่วไป

หรือมีความเฉพาะทามากๆ ก็ต้องมีการปรับระบบอีอาร์พีให้เข้ากับการทำงานตรงส่วนนั้น

ซึ่ง Implementer มีหน้าที่นำข้อมูลที่ได้พูดคุยกับทางผู้ประกอบการและทางผู้ใช้บริการเพื่อสรุปความต้องการทั้งหมด

และนำมาออกแบบระบบ โดยการนำข้อมูลส่งให้ทางทีม Development เป็นผู้พัฒนา

แต่ก็ไม่ใช่ทุกระบบจะสามารถปรับได้ ต้องเลือกระบบอีอาร์พีที่มีความยืดหยุ่นสูงและเป็นเจ้าของระบบเอง

จะทำให้สามารถปรับแต่งได้อิสระและง่ายกว่าระบบใหญ่ๆจากต่างประเทศที่มีราคาค่อนข้างสูง

5. การทดสอบระบบ (Testing)

เมื่อออกแบบระบบ และปรับแต่งสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่การทดสอบระบบว่าสามารถทำงานได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการหรือไม่

งการทดสอบนอกจากทีม Implementer จะเป็นผู้ทำการทดสอบแล้ว ควรมีการส่งให้ทางผู้ใช้งานมาทำการทดสอบร่วมด้วย

เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบอีอาร์พีที่มีการปรับมา สามารถใช้งานได้ตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด

6. การฝึกอบรมผู้ใช้ (User Training)

ต่อให้ผู้ใช้บริการจะมีความเชี่ยวชาญในการใช้ระบบอีอาร์พีมามากขนาดไหน แต่ถ้ามีการวางระบบกับอีอาร์พีเจ้าใหม่

ก็ต้องมีการอบรมก่อนการใช้งาน ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการ Training มากกว่า 6 เดือน

เพื่อเรียนรู้การใช้ฟังก์ชันต่างๆ ซึ่ง Implmenter จะทำหน้าที่อบรม และจัดตารางอบรมให้ทางผู้ใช้บริการ

เพื่อให้มีเวลาจัดคิวนัดอบรมได้ ซึ่ง Implementer จะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในบริบทของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

7. การนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริง (Go-Live)

ทุกกระบวนการที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะเป็นการนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริง ถึงจะผ่านมาทั้งหมดแล้ว

การขึ้นระบบได้สำเร็จ และทางบริษัทสามารถปิดงบในระบบได้ ก็ล้วนมาจากการทำงานของทีม Implementer ทั้งสิ้น

ซึ่งทุกการทำงานล้วนต้องอาศัยเวลา ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

แต่ต่อให้ทีมวางระบบจะดีหรือเก่งแค่ไหน ถ้าทางผู้ใช้บริการไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่สามารถขึ้นระบบได้สำเร็จ

8. บริการหลังการใช้งาน (Post-Implementation Support)

นอกจากจะมีหน้าที่วางระบบจนสามารถนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริงจนสำเร็จแล้ว Implementer ยังมีหน้าที่ให้บริการหลังการขายอีกด้วย

ซึ่งบางเจ้าอาจจะแยกเป็นทีมซัปพอร์ตต่างหาก บางเจ้าก็จะใช้วิธีแบ่งไซต์บริษัทให้เป็นความรับผิดชอบของ Implementer คนใดคนหนึ่งดูแลไปเลย

..

จากบทความข้างต้น จะเห็นได้ว่าสาเหตุที่ค่าวางระบบ Implement มีราคาแพงสาเหตุมาจากกระบวนการการทำงานทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย

การเก็บ Requiment หรือ การวิเคราะห์ความต้องการของระบบ, การวางแผนการทำงานของทีม Implementer, การออกแบบระบบ (System Design),

การพัฒนาและปรับแต่งระบบ (Development and Customization), การทดสอบระบบ (Testing), การฝึกอบรมผู้ใช้ (User Training),

การนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริง (Go-Live)และ บริการหลังการใช้งาน (Post-Implementation Support)

กกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และระบบอีอาร์พีที่มีศักยภาพ

ทำให้ค่าใช้จ่ายในการ Implement มีราคาสูงมากกว่าค่าโมดูลหลายเท่า

หากท่านกำลังมองหาระบบอีอาร์พีที่มีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 30 ปี ทางเราแนะนำระบบ PlanetOne ERP

ที่มีความยืดหยุ่นสูง และเป็นเจ้าของระบบโดยคนไทยสามารถปรับแต่งระบบให้เข้ากับองค์กรได้

และยังมีความเป็นมืออาชีพพร้อมเสียงการันตีจากผู้ประกอบการ Click เพื่อดูรีวิวจากผู้ประกอบการ

สนใจติดต่อ

Office : 02 271 4362 – 3

Tel . 095 294 5693 (คุณเจน)

การ Implement ระบบอีอาร์พีคืออะไร และทำไมถึงมีราคาแพง Read More »

6 สาเหตุ ที่องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP)

หากให้พูดถึงการเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP ก็มักจะไม่บ่อยนักที่ผู้ประกอบจะทำการเปลี่ยนระบบใหม่ “เพราะการเปลี่ยนระบบใหม่ก็ไม่ต่างอะไรจากการย้ายบ้าน” สิ่งที่ต้องเจอคือความยุ่งยากในการเริ่มต้นใหม่และความเหน็ดเหนื่อยในการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการขึ้นระบบ

ซึ่งสาเหตุหลักๆที่พบได้ส่วนใหญ่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร

ไม่ว่าจะธุรกิจประเภทอะไรก็ตาม ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย เปลี่ยนไปตามนโยบายหรือข้อกฏหมายต่างๆ

แต่หากระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่สามารถก้าวตามทันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ

ที่ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะเปลี่ยนระบบใหม่ที่สามารถพัฒนาเพื่อให้ทันต่อความต้องการขององค์กรได้

2. ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization)

เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ที่หลาย ๆ ธุรกิจ จะทำการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้สอดคล้องกับองค์กรให้มากที่สุด แต่ถ้าระบบอีอาร์พีที่ใช้ในปัจจุบัน

ไม่สามารถปรับแต่งหน้าตาการทำงานหรือวิธีการให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรได้

ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่

3. การลดค่าใช้จ่าย

มีหลายองค์กรที่ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เจ้าดังระดับโลกและเลิกการใช้งานเพราะไปต่อกับค่าใช้จ่ายในราคาที่ค่อนข้างสูงไม่ไหว

และเริ่มมองหาระบบอีอาร์พีเจ้าเล็กๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายลง หรืออาจแค่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้

เพราะองค์กรก็มีประสบการณ์ในการลงระบบมาบ้างแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ในปัจจุบันระบบอีอาร์พี (ERP)

ที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีราคาถูกกว่าแต่ระบบการทำงานเทียบเท่ากับเจ้าดังๆ ก็มีให้เห็นได้ไม่น้อย

4. ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งองค์กร

หลายองค์กรชอบเข้าใจผิดว่าระบบที่ใช้ในปัจจุบันเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) แต่การทำงานของระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานระดับสากล กล่าวคือ

ทั้งระบบต้องเชื่อมโยงถึงกัน โดยไม่แยกข้อมูลในการทำงาน

เช่น ฝั่งขายจะส่งข้อมูลไปที่คลังเพื่อตัดสต็อกแบบเรียลไทม์ และคลังเชื่อมข้อมูลไปที่จัดซื้อและฝั่งผลิต เพื่อทำการผลิตหรือสั่งสินค้าตามออเดอร์ที่ขาด

เพราะฉะนั้นหากองค์กรของท่านยังแยกระบบการทำงานอยู่ ก็มีแต่จะทำให้เกิดผลเสียที่ตามมาเช่น

ข้อมูลการทำงานอาจไม่ถูกต้อง เพิ่มงานและยังเสียเวลา อาจะเกิดข้อผิดพลาดและสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจได้

พราะฉะนั้นหากธุรกิจของท่านยังแยกระบบการทำงาน ผู้เขียนแนะนำว่าให้หาระบบใหม่ที่รองรับการทำงานได้ทุกแผนกเพื่อส่งผลให้การวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

ถึงจะเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้พัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) ทุกเจ้า จะมีข้อดีข้อเสียที่เหมือนกัน ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลแล้วยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะหากระบบอีอาร์พี (ERP) ไม่สามารถเรียกรายงานได้แบบเรียลไทม์ และสามารถกำหนดข้อมูลที่ปรากฏบนหน้ารายงานได้อยางมีประสิทธิภาพ ก็ส่งผลให้องค์กรเลือกที่จะหาระบบใหม่ มาแทนที่ระบบที่ใช้ปัจจุบัน

6. การปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่

ระบบอีอาร์พี (ERP) ก็มีการพัฒนาไม่ต่างไปจากพวกระบบปฏิบัติการอื่นๆ ซึ่งก็มีเทรนด์การทำงานใหม่ๆ เกิดขึ้นในทุกปี

จึงเป็นสาเหตุให้องค์กรที่ต้องการเป็นผู้นำธุรกิจในยุคดิจิตอล ตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่เพื่อให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้งาน AI, Machine Learning, หรือ Blockchain

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลและกระบวนการต่างๆ ในองค์กร

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า สาเหตุที่องกรณ์ตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) มีทั้งหมด 6 หัวข้อดังต่อไปนี้ click เพื่ออ่าน 3 เหตุผล ที่องค์กรเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP

1. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร

2. ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization)

3. การลดค่าใช้จ่าย

4. ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งองค์กร

5. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

6. การปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่

แต่ไม่ว่าสาเหตุของการเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) จะเป็นอะไร ทางผู้เขียนก็ยังคงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP )

เพื่อนำมาใช้งานในองค์กร เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างประสิทธิภาพ click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

หากต้องการระบบอีอาร์พีที่มีขนาดการทำงานระดับสากล ผ่านการรับรองจากกรมสรรพากร รองรับระบบภาษีของประเทศไทยที่มีความซับซ้อนสูง เข้ามาแวะชม Package ได้ที่นี่

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับระบบ

โทร. 02 271 4362-3 Office

โทร 095 294 5693 คุณเจน (ตำแหน่ง Executive Director)

Line: jane-siriwan

6 สาเหตุ ที่องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

การพัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลควรทำอย่างไร

การพัฒนาระบบอีอาร์พีเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและแนวโน้มการธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการพัฒนาระบบอีอาร์พีในยุคดิจิทัลควรมุ่งเน้นไปที่ด้านการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ระบบอีอาร์พีเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและข้อกำหนดใหม่ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาระบบอีอาร์พีในยุคดิจิทัลมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบอีอาร์พี
  2. การเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น
  3. การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace)
  4. การรวมการทำงานในอิเล็กทรอนิกส์ (Digitizing Workflows)
  5. การปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
  6. การให้บริการแบบต่อเนื่อง (Continuous Service)

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1.การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบอีอาร์พี

การใช้งานเทคโนโลยีเชิงลึก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), การทำงานในรูปแบบคลาวด์ (Cloud), และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของธุรกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

2.การเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น

การออกแบบและพัฒนาระบบอีอาร์พีที่สามารถปรับปรุงและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างทันที

Click เพื่ออ่าน 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

3.การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace)

การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ทุกที่และทุกเวลา

4.การรวมการทำงานในอิเล็กทรอนิกส์ (Digitizing Workflows)

การทำงานที่ตอบสนองต่อข้อมูลและกระบวนการการทำงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความเร็วในการปฏิบัติงาน

Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการดูต้นทุน

5.การปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

การใช้งานข้อมูลในรูปแบบ Big Data Analytics เพื่อทำนายแนวโน้มและตัดสินใจที่มีข้อมูลเป็นพื้นฐาน

6.การให้บริการแบบต่อเนื่อง (Continuous Service)

การพัฒนาและดูแลระบบ ERP ให้มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพตลอดเวลาเพื่อให้กับผู้ใช้งาน

การพัฒนาระบบ ERP ในยุคดิจิทัลต้องการการร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาและผู้ใช้งานเพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการและความเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การพัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลควรทำอย่างไร Read More »

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี

การวางระบบอีอาร์พีมีประโยชน์กับองค์กรมากมาย ซึ่งระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร)

การตัดสินใจวางระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาด้านหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ ซึ่งสิ่งที่ควรจะพิจารณาว่าองค์กรของคุณมีความพร้อมหรือไม่ที่จะวางระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. วิเคราะห์ความต้องการ

ทำการวิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจของคุณอย่างละเอียดเพื่อทราบว่าระบบอีอาร์พีจะช่วยแก้ปัญหาหรือรองรับความต้องการในที่สุด

2. เลือกและทดสอบระบบ

ตรวจสอบและเปรียบเทียบระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรของคุณ และทดสอบระบบเพื่อตรวจสอบความสามารถและประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พี

3. วางแผนการดำเนินการ

สร้างแผนการดำเนินการที่รวมถึงการเตรียมพร้อมระบบ, การนำเสนอ, การฝึกอบรม, และการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่จำเป็น

4. การนำเสนอและการฝึกอบรม

ทำการนำเสนอระบบอีอาร์พีแก่ยูสเซอร์และทำการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานเข้าใจและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การนำเข้าข้อมูล

วางแผนและดำเนินการนำเข้าข้อมูลจากระบบเก่าหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานในระบบใหม่

6. การดูแลและการรักษา

สร้างแผนการดูแลรักษาระบบอีอาร์พีเพื่อให้ระบบสามารถทำงานอย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

7. การประเมินและการปรับปรุง

ประเมินประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พีและทำการปรับปรุงตามความต้องการเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การวางระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่เมื่อทำได้อย่างถูกต้อง มันสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตและความสำเร็จขององค์กรของคุณได้ในอนาคต (Click เพื่ออ่านต่อ วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี Read More »

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี

การวางระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความสำคัญในองค์กร เพื่อให้การวางระบบอีอาร์พีประสบความสำเร็จมีเรื่องที่ผู้ประกอบการควรจะต้องรู้ก่อนที่จะวางระบบอีอาร์พีดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง

2. ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร

3. เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม

4. ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม

5. ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง

ราคาของระบบอีอาร์พีอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของระบบและความสามารถของระบบอีอาร์พีที่องค์กรต้องการ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ คือ ระบบที่ใช้สำหรับการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านอาจมีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระบบที่ใช้สำหรับการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคารขนาดใหญ่

ทั้งนี้ราคายังขึ้นอยู่กับคุณลักษณะและความสามารถของระบบ

เช่น การรองรับอุปกรณ์มากขึ้น การมีฟังก์ชันการควบคุมแบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ดังนั้น การพิจารณาว่าราคาระบบอีอาร์พีควรเป็นราคาถูกหรือราคาแพงนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของโครงการขององค์กร (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง)

รวมถึงการมี requirement ที่เหมาะสม สามารถช่วยให้คุณได้ระบบที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูงเกินไป

2. ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร

การเลือกระบบอีอาร์พีนั้นควรพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมสำหรับความต้องการขององค์กร

ซึ่งสิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้คือ

2.1 วัตถุประสงค์: กำหนดวัตถุประสงค์หลักของระบบอีอาร์พีว่าคุณต้องการใช้งานเพื่ออะไร เช่น ระบบผลิต ระบบจัดซื้อ เป็นต้น

2.2 ความสามารถที่ต้องการ: กำหนดความสามารถที่คุณต้องการให้ระบบอีอาร์พีมี เช่น บริหารจัดการโดยทุกสาขาขององค์กรใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

2.3 ความปลอดภัย: ควรพิจารณาถึงระดับความปลอดภัยของระบบ เช่น การเข้ารหัสข้อมูล, การรักษาความเป็นส่วนตัว, และการป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

การพิจารณาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างเหมาะสมที่สุด

3. เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม

การพิจารณาราคาเป็นส่วนสำคัญในการเลือกระบบอีอาร์พีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจใช้ระบบอีอาร์พีควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

เช่น ความสามารถ, ประสิทธิภาพ, ความเชื่อถือได้ของผู้ผลิต, ความเข้ากันได้กับระบบอื่น, และการสนับสนุนหลังการขาย

เพื่อให้คุณได้ระบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างเหมาะสมที่สุด และยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีในระยะยาว

นอกจากนี้ ควรพิจารณาเช่นกันว่าระบบที่มีราคาต่ำกว่าอาจมีคุณภาพหรือความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่า และอาจต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหรือการดูแลที่มากขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น การเลือกแบบอีอาร์พีที่มีราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณและยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม

การวางระบบอีอาร์พีสามารถใช้เวลาต่างกันไปขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงการและขอบเขตของการติดตั้ง ดังนั้น ระยะเวลาที่ใช้จะแตกต่างกันไปโดยมีปัจจัยต่อไปนี้

4.1 ขนาดและความซับซ้อนของโครงการ: โครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมักจะใช้เวลาในการวางระบบนานขึ้น

4.2 การสนับสนุนและบริการ: การรับบริการจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอาจมีผลต่อเวลาในการวางระบบ การสนับสนุนที่ดีอาจช่วยให้การติดตั้งเป็นไปได้ด้วยระยะเวลาที่สั้นลง

4.3 การฝึกอบรมและการประสานงาน: การฝึกอบรมผู้ใช้งานและการประสานงานระหว่างทีมต่างๆ ก็สามารถมีผลต่อเวลาในการวางระบบได้

สรุปได้ว่า ระยะเวลาในการวางระบบอีอาร์พีมีความแตกต่างกันไปและมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลา การวางแผนและการประเมินเวลาที่เป็นไปได้อย่างรอบคอบจะช่วยให้โครงการมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามความซับซ้อนและขอบเขตของโครงการ ต่อไปนี้คือบางประเภทของค่าใช้จ่ายที่คุณควรพิจารณา:

5.1 ซอฟต์แวร์และการให้บริการ: ราคาของซอฟต์แวร์อีอาร์พีและบริการเสริม เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมระบบ หรือบริการคลาวด์สำหรับการจัดการข้อมูล

5.2 การฝึกอบรมและการสนับสนุน: ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมผู้ใช้งานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริการสนับสนุนหลังการขาย เพื่อให้ระบบอีอาร์พีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา

5.3 ค่าบำรุงรักษา: ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและดูแลระบบต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบในระยะยาว

การประมาณค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีควรพิจารณาตามความต้องการและขอบเขตของโครงการของคุณ เพื่อให้ได้การปรับปรุงที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจหรือโครงการของคุณ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร)

การรู้เรื่องทั้ง 5 เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง, ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร, เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม, ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม, ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

จะช่วยให้คุณมีความเตรียมพร้อมในการวางระบบอีอาร์พีของคุณให้สำเร็จได้ดียิ่งขึ้น โดยลดความเสี่ยงในการดำเนินโครงการและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสำเร็จในองค์กรของคุณ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี Read More »

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง และระบบอีอาร์พีสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานรวมถึงปรับแต่งให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้

การไม่ปรับแต่งระบบอีอาร์พีอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว 

การรักษาและพัฒนาระบบอีอาร์พีเพื่อให้ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในองค์กร

ซึ่งมีสัญญาณหลายอย่างที่ช่วยให้รู้ว่าเวลาที่จะต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีขององค์กรคุณแล้ว (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

สัญญาณต่างๆ ที่บอกว่าถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีจะสามารถสังเกตได้ดังนี้คือ

1. ความยุ่งเหยิงในกระบวนการธุรกิจ

หากกระบวนการธุรกิจของคุณเริ่มมีความยุ่งเหยิงมากขึ้นหรือมีปัญหาในการสื่อสารระหว่างฝ่ายต่างๆ อาจเป็นสัญญาณว่าระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถรองรับความต้องการในการจัดการข้อมูลและกระบวนการได้อย่างเหมาะสม

2. ความช้าหรือประสิทธิภาพที่ลดลง

หากเริ่มมีการช้าลงในการประมวลผลข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลที่ช้าลง หรือประสิทธิภาพที่ลดลงในการทำงานรวมกันนั้น อาจจะเป็นสัญญาณว่าระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถรองรับการเติบโตและความต้องการใหม่ๆ ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

3. ความต้องการใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจ

หากธุรกิจของคุณมีความต้องการใหม่ เช่น การเพิ่มโมดูลใหม่ เปิดสาขาใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทางธุรกิจ ระบบอีอาร์พีปัจจุบันอาจจะไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์

หากมีปัญหาในความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลในระบบอีอาร์พีอาจจะเป็นสัญญาณว่าต้องการระบบอีอาร์พีที่มีการควบคุมข้อมูลที่ดีขึ้นหรือมีความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล

5. ความสามารถในการทำงานร่วมกันกับแอปพลิเคชันอื่นๆ

หากคุณต้องการรวมระบบอีอาร์พีกับแอปพลิเคชันอื่นๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถทำได้ อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณต้องการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี)

หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีขององค์กรคุณ

ด้วยเหตุผลที่ว่าการรักษาระบบที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงคือสิ่งสำคัญในการให้คุณเติบโตและเจริญเติบโตในธุรกิจของคุณต่อไป

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี Read More »

ทำไมระบบอีอาร์พีถึงมีราคาแพง

หลายๆ องค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี Enterprise Resource Planning (ERP) เพื่อมาใช้งาน อาจจะตกใจกับค่าใช้จ่ายที่สูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักสิบล้าน

และก็มาตั้งข้อสงสัยกันว่าทำไมระบบอีอาร์พี ERP ถึงได้มีราคาแพง มากกว่าระบบการทำงานอื่นๆ เช่นระบบบัญชีที่เราเห็นได้ทั่วไป ระบบหน้าร้าน หรือระบบจัดการเงินเดือน

ดังนั้นบทความนี้จะเป็นการเขียนถึงสาเหตุที่ทำไมระบบอีอาร์พี ERP ถึงมีราคาแพง โดยสรุปได้ดังนี้

สาเหตุจากความซับซ้อนและความใหญ่ของระบบอีอาร์พี

สาเหตุที่ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มีราคาสูงอันเนื่องมาจากความซับซ้อนและความยากในการพัฒนา

เพราะระบบอีอาร์พีไม่ใช่โปรแกรมที่มีความเรียบง่าย แต่เป็นโปรแกรมที่รวมการทำงานของทุกแผนกเข้าด้วยกัน

ทำให้ระบบอีอาร์พีเป็นระบบขนาดใหญ่ และต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาพัฒนา ต้องใช้ความชำนาญทางด้านธุรกิจควบคู่กับความรู้ทางด้านโปรแกรมเมอร์

และต้องใช้เวลาในการพัฒนากว่าจะได้โปรแกรมที่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน เพื่อให้องค์กรสามารถนำไปทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สาเหตุจากค่าแรงของทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี

เคยมีคำถามจากผู้บริหารบางท่านเข้ามาสอบถามว่า

บริษัทที่ให้บริการอีอาร์พีก็เปิดให้บริการมาตั้งหลายปีทำไมราคาระบบถึงยังไม่ลดลงมีแต่จะเพิ่มขึ้น บริษัทก็เปิดมานานก็น่าจะคืนทุนไปตั้ง 5-10 ปีได้แล้ว

ต้องบอกตามตรงว่าการลงทุนของบริษัทผู้พัฒนาระบบอีอาร์พี ERPนอกจากอุปกรณ์ไอทีที่ต้องมีแล้ว บุคลากรนั้นยิ่งสำคัญมากๆ

เพราะการลงทุนกับคนนั้นมีมากกว่าการลงทุนกับอุปกรณ์ ด้วยความที่ระบบอีอาร์พีเป็นระบบเฉพาะทางที่ต้องใช้คนที่มีความเชี่ยวชาญสูง

ยิ่งมีประสบการณ์มากยิ่งมีค่าตัวที่สูงมากตามไปด้วย และในตลาดแรงงานก็มีการแข่งขันแย่งชิงผู้ที่มีความรู้ด้านอีอาร์พีไม่น้อย

จะเห็นว่าเงินเดือนสตาร์ทบางที่ก็เริ่มต้นที่ 8-9 หมื่น ต่อเดือน และนอกจากค่า license ก็ยังมีค่า Implementer (ค่าตัวนักวางระบบ) ที่ผู้ให้บริการต้องมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้

คิดเป็นราคาต่อวันและต่อคนไม่น้อยกว่าหลักหมื่น และนี่ก็คือสาเหตุหลักๆ ว่าทำไมระบบอีอาร์พี ERP ถึงมีราคาที่สูงขึ้นถึงแม้จะเปิดมานานแล้วก็ตาม

สาเหตุจากค่าบำรุงรักษาหรือค่าบริการระยะยาว

การดูแลรักษาระบบอีอาร์พ ERP ยังต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การอบรมพนักงานให้เข้าใจการใช้งานระบบ

การปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้เป็นไปตามความต้องการใหม่ ๆ และการบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบทำงานอย่างเสถียรเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หรือที่ทุกคนเข้าใจก็คือการอัปเดตระบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีค่าสัญญาบริการเพื่อมาซับพอร์ตตรงส่วนนี้โดยราคาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ให้บริการ

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า สาเหตุจากทั้ง3ส่วนนี้ ได้แก่

1. สาเหตุจากความซับซ้อนและความใหญ่ของระบบอีอาร์พี

2. สาเหตุจากค่าแรงของทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี

3. สาเหตุจากค่าบำรุงรักษาหรือค่าบริการระยะยาว

เมื่อรวมทั้ง3ส่วนเหล่านี้เข้าด้วยกันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบอีอาร์พี ERP มีราคาแพง

แต่ในการใช้งานและการลงทุนระยะยาว ธุรกิจส่วนใหญ่มักจะมีผลตอบแทนที่สูงขึ้น

เนื่องจากระบบอีอาร์พี ERPสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการองค์กรให้สามารถทำงานเป็นระบบและเรียกดูข้อมูลง่ายขึ้น

หากต้องการระบบอีอาร์พีที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการผลิตและรองรับระบบภาษีของไทย

เราแนะนำระบบPlanetOne ERP ที่มีฟังก์ชันครบ จบ ในโปรแกรมเดียว รองรับการทำงานได้ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่

สนใจฝากข้อมูลติดต่อ 02 271 4362-3

โทร. 095 294 5693 คุณเจน

Line. jane-siriwan

E-mail siriwan@bridsystems.com

ทำไมระบบอีอาร์พีถึงมีราคาแพง Read More »

Scroll to Top