ERP สำหรับการผลิต

ERP คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงขาดไม่ได้ในปี 2025

ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่ความเร็วคือหัวใจสำคัญของการแข่งขัน หลายองค์กรอาจกำลังเผชิญกับปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย แผนกบัญชีใช้ซอฟต์แวร์หนึ่ง ทำให้การทำงานซ้ำซ้อนและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย นี่คือเหตุผลที่ ERP เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็น “สมองกลาง” ของธุรกิจ

ERP คืออะไร? ทำความรู้จักกับหัวใจขององค์กร

ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning คือ ระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงและบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดภายในองค์กรเข้าด้วยกันในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นงานบัญชี (Finance), การผลิต (Manufacturing), การบริหารจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain), การขาย (Sales) และทรัพยากรบุคคล (HR)

จุดเด่นที่สุดของ ERP คือการมี ฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) ซึ่งหมายความว่าทุกแผนกจะมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันแบบ Real-time ลดความขัดแย้งของข้อมูลและเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน


ทำไมธุรกิจในปี 2025 ถึง “ขาด ERP ไม่ได้”?

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 เทคโนโลยีมีการก้าวกระโดดอย่างมาก การมีระบบ ERP ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่มันคือ “เครื่องมือเพื่อความอยู่รอด” ด้วยเหตุผลดังนี้:

1. การบูรณาการ AI และการวิเคราะห์ขั้นสูง (AI & Analytics)

ระบบ ERP ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บข้อมูล แต่มี AI (Artificial Intelligence) ฝังอยู่ภายใน ช่วยพยากรณ์ยอดขายล่วงหน้า แจ้งเตือนเมื่อสต็อกสินค้าใกล้หมด หรือแม้แต่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

2. การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making)

ในยุคที่ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็ว การรอรายงานสรุปตอนสิ้นเดือนนั้น “สายเกินไป” ERP ช่วยให้ผู้บริหารเห็น Dashboard ผลประกอบการได้ทันที (Real-time) ทำให้ตัดสินใจแก้ปัญหาหรือคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันท่วงที

3. รองรับการทำงานแบบ Hybrid และ Remote Work

ด้วยระบบ Cloud ERP พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลและอนุมัติงานได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟนหรือแล็ปท็อป เพิ่มความคล่องตัวให้กับการทำงานยุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่ในออฟฟิศ

4. ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (Operational Efficiency)

การทำงานอัตโนมัติ (Automation) ใน ERP ช่วยลดภาระงานรูทีนของพนักงาน ลดข้อผิดพลาดจากคน (Human Error) และช่วยให้องค์กรบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สรุป: ก้าวแรกสู่ Digital Transformation

การติดตั้งระบบ ERP คือก้าวสำคัญที่สุดของการทำ Digital Transformation สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2025 และปีต่อๆ ไป การเลือกระบบที่เหมาะสมกับขนาดและประเภทธุรกิจของคุณ จะช่วยสร้างความพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งที่ยังใช้ระบบการทำงานแบบเดิมๆ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: การเลือก ERP ไม่ใช่การเลือกตัวที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกตัวที่ “ตอบโจทย์กระบวนการทำงาน” ของคุณมากที่สุด และสามารถปรับตัวตามการเติบโตของธุรกิจคุณได้ในอนาคต

ERP คืออะไร? ทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงขาดไม่ได้ในปี 2025 Read More »

BRID Systems ได้รับเชิญให้สัมภาษณ์ในนิตยสารเว็บไซต์ ichi-media

จากประสบการณ์วางระบบ ERP ในโรงงานมามากกว่า 30 ปี บริษัท บริด ซิสเต็มส์ จำกัด ได้รับเชิญจากนิตยสารเว็บไซต์ https://ichi-media.com ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับศักยภาพที่แท้จริงของการนำระบบ ERP เข้ามาใช้งาน โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

💡 พบศักยภาพที่แท้จริงของระบบ ERP: บทสัมภาษณ์พิเศษจาก BRID Systems
บริษัท บริด ซิสเต็มส์ จำกัด (BRID Systems) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) สัญชาติไทย ซึ่งให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ได้มีโอกาสเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพที่แท้จริงของการนำระบบ ERP มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแวดวงโรงงานอุตสาหกรรม

คุณเจน – จิรฐา ติรเลิศ Executive Director บริษัท บริด ซิสเต็มส์ จำกัด ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในวงการ พร้อมเปิดเผยแนวคิดสำคัญและเคล็ดลับในการ Implement ระบบ ERP ให้ประสบความสำเร็จ

หัวใจสำคัญของระบบ ERP
คุณจิรฐา อธิบายว่า ERP ซึ่งย่อมาจาก Enterprise Resource Planning คือการวางแผนการใช้ทรัพยากรในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีหัวใจสำคัญ 4 ประการ หรือ “Four Pillars of ERP Implementation” ได้แก่

Centralized essential database for the entire organization: การเก็บข้อมูลรวมศูนย์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกันในแต่ละฝ่าย

No more redundant work: การลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นต้นทุนขององค์กร

Traceability and Accountability: การใช้ทรัพยากร (เวลา, เงินทุน, บุคลากร) อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยข้อมูลที่แม่นยำและตรวจสอบย้อนหลังได้

Real-time information: การได้รับข้อมูลที่ทันต่อเวลาและเป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อใช้ในการวางแผน

องค์ประกอบหลักในการ Implement ระบบ ERP
การ Implement ระบบ ERP ไม่ได้มีเพียงแค่การติดตั้งซอฟต์แวร์ แต่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ที่ต้องมีความพร้อมและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

Get the “System” Ready: เช่น การใช้โซลูชั่น PlanetOne ERP ของ BRID Systems

ระบบ PlanetOne ERP ให้บริการครอบคลุมงานบริหารจัดการในทุกส่วนขององค์กร เช่น งานขายและการตลาด, จัดซื้อ, บริหารจัดการคลังสินค้า, บัญชี, และระบบที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น MRP, Shop Floor Control/Capacity Planning

BRIDS Systems เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ให้บริการ ERP แบบครบวงจร ทั้งให้คำปรึกษาและเทคโนโลยี

Get the “Data” Ready: ข้อมูลต้องสะอาดและใช้งานได้ (Data Cleansing) เพื่อป้องกันปัญหา เช่น รหัสสินค้าซ้ำ ทำให้เกิด Over Stock หรือการกำหนด Credit Limit ที่ผิดพลาด

Get the “People” Ready: บุคลากรต้องมีความเข้าใจและพร้อมปรับเปลี่ยนการทำงาน โดยเฉพาะการมีทีม Super User ที่เชี่ยวชาญภายในองค์กรเพื่อประสานงานและควบคุมการใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสนับสนุนจากภาครัฐและศักยภาพของ ERP ไทย
ปัจจุบันภาครัฐมีการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่สนใจใช้ระบบ ERP 2 ทาง คือ

ทุนจาก สวทช.: ผู้ประกอบการสามารถขอรับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี: เนื่องจาก BRID Systems เป็น Digital Provider ที่ขึ้นทะเบียนกับ Depa ลูกค้าที่ใช้บริการจึงสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้

คุณจิรฐา ยังยืนยันในศักยภาพของเทคโนโลยี ERP สัญชาติไทยจาก BRID Systems ว่ามีความเป็น Standard และสามารถใช้ได้ในระดับ Global ได้ โดยมีลูกค้ารายหนึ่งที่ขยายตลาดไปถึง 6 ประเทศโดยใช้ระบบของ BRID Systems

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ
กุญแจสำคัญในการนำระบบ ERP มาใช้ให้ประสบความสำเร็จคือ:

ค้นหา Pain Point และ Objective: ต้องทราบปัญหาที่แท้จริงขององค์กรก่อน เพื่อแปลงเป็นวัตถุประสงค์ให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความพร้อมในการปรับเปลี่ยน (Change Management): องค์กรต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับระบบ

การสนับสนุนที่ต่อเนื่อง: BRID Systems เน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของ ERP คือการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การติดตั้งและสอนใช้งาน

มุ่งเน้นงานเพิ่มคุณค่า: ERP จะช่วยลดงาน Routine ที่ซ้ำซ้อนให้ระบบทำแทน เพื่อให้บุคลากรไปทำงานที่สามารถเพิ่มคุณค่าได้ เช่น การติดต่อลูกค้าหรืองาน QC

BRID Systems มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและวิจัยนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำ AI เข้ามาเพิ่มศักยภาพในการพยากรณ์ข้อมูลล่วงหน้า เพื่อให้การวางแผนธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ PlanetOne ERP และบริการของ BRID Systems ได้ที่:

Mobile: 095-294-5693 (คุณจิรฐา)

Line@: @bridsystems

Email: siriwan@bridsystems.com

หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท บริด ซิสเต็มส์ จำกัด หรือโซลูชั่น PlanetOne ERP ของเรา สามารถสอบถามได้เลยนะคะ

BRID Systems ได้รับเชิญให้สัมภาษณ์ในนิตยสารเว็บไซต์ ichi-media Read More »

5 สัญญาณเตือน! โรงงานคุณกำลัง “สูญเสียกำไร” เพราะบริหารสต็อกผิดพลาด

ในยุคที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตรุนแรงขึ้นทุกวัน “กำไร” ไม่ได้มาจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการ “ลดต้นทุน” ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหัวใจสำคัญอย่าง “การบริหารสต็อก” (Stock Management)

หลายโรงงานมักมองข้ามปัญหาเล็กๆ ในคลังสินค้า แต่รู้หรือไม่ว่า ปัญหาเหล่านี้คือ “รูรั่ว” ขนาดใหญ่ที่ทำให้กำไรของคุณหายไปปีละหลายล้านบาท หากคุณไม่แน่ใจว่าโรงงานของคุณกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่หรือไม่ นี่คือ 5 สัญญาณเตือนอันตรายที่คุณต้องรีบเช็คก่อนจะสายเกินไป!


1. สินค้าคงคลังไม่ตรงกับบัญชี (Stock Discrepancy)

สัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ “ยอดของจริง ไม่ตรงกับในระบบ” เมื่อฝ่ายขายรับออเดอร์มาแล้ว แต่พอไปเบิกของกลับไม่มีสินค้า หรือในทางกลับกัน ระบบแจ้งว่าของหมด แต่เดินไปดูที่ชั้นวางกลับมีของเต็มไปหมด

  • ผลกระทบ: เสียโอกาสในการขาย ลูกค้าขาดความเชื่อถือ และเสียเวลาพนักงานในการตรวจนับซ้ำซาก
  • ทางแก้: นำระบบ Barcode หรือ QR Code มาใช้ในการตัดสต็อกแบบ Real-time แทนการจดด้วยมือ

2. วัตถุดิบขาดมือ จนไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก (Shortage of Raw Materials)

ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการที่เครื่องจักรพร้อม คนงานพร้อม แต่วัตถุดิบไม่พอ! การที่ฝ่ายจัดซื้อไม่รู้ว่าของใกล้หมด หรือสั่งของไม่ทันตาม Lead Time ทำให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก (Downtime)

  • ผลกระทบ: ต้นทุนจมไปกับค่าแรงและค่าเครื่องจักรที่ไม่ได้ทำงาน ส่งสินค้าล่าช้า และอาจโดนค่าปรับจากลูกค้า
  • ทางแก้: กำหนดจุดสั่งซื้อซ้ำ (Reorder Point) และ Safety Stock ให้แม่นยำ หรือใช้ Software ที่มีการเตือนอัตโนมัติเมื่อของใกล้หมด

3. พื้นที่คลังสินค้าเต็มไปด้วย “Dead Stock”

ลองเดินสำรวจโกดังของคุณดูสิครับ มีสินค้าหรือวัตถุดิบตัวไหนที่วางอยู่มุมเดิมมานานกว่า 6 เดือน หรือ 1 ปีไหม? นี่คือสัญญาณของ Dead Stock หรือสินค้าตายซาก ที่เกิดจากการพยากรณ์ความต้องการผิดพลาด หรือผลิตเกินความจำเป็น (Overproduction)

  • ผลกระทบ: เงินจมไปกับของที่ขายไม่ได้ เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และต้องเสียค่ากำจัดทิ้งในภายหลัง
  • ทางแก้: วิเคราะห์ข้อมูลการขายย้อนหลังเพื่อวางแผนการผลิตให้แม่นยำ และรีบจัดโปรโมชั่นระบายสินค้าที่เคลื่อนไหวช้า (Slow-moving)

4. หาของไม่เจอ ใช้เวลาหยิบสินค้านานเกินไป

ถ้าพนักงานของคุณต้องใช้เวลาเดินหาของนานกว่า 5-10 นาทีต่อรายการ หรือต้องถามกันไปมาว่า “ของชิ้นนี้เก็บไว้ไหน?” แสดงว่าระบบการจัดเก็บของคุณไร้ประสิทธิภาพ

  • ผลกระทบ: ประสิทธิภาพการทำงานลดลง (Productivity Drop) ค่าล่วงเวลา (OT) พุ่งสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
  • ทางแก้: จัดวางสินค้าตามความถี่ในการหยิบ (ABC Analysis) สินค้าขายดีควรอยู่ใกล้จุดจ่ายของ และมีการระบุ Location ชัดเจนในระบบ

5. ต้นทุนการจัดเก็บสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ

ค่าเช่าโกดังเพิ่มขึ้น ค่าไฟเพิ่มขึ้น ค่าแรงพนักงานคลังสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายเท่าเดิมหรือลดลง นี่คือสัญญาณว่าคุณกำลังแบกรับต้นทุนแฝง (Hidden Cost) จากการบริหารจัดการที่ไม่ดีพอ

  • ผลกระทบ: กำไรสุทธิ (Net Profit) บางลงจนน่าตกใจ ทั้งที่ยอดขายอาจจะดูดี
  • ทางแก้: ตรวจสอบกระบวนการทำงาน (Process Audit) เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีมาช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง

บทสรุป: ปิดรอยรั่ววันนี้ เพื่อกำไรที่ยั่งยืน

หากโรงงานของคุณมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป แสดงว่าถึงเวลาแล้วที่ต้อง “สังคายนาระบบบริหารสต็อก” ครั้งใหญ่ การลงทุนในระบบจัดการที่ดี ไม่ใช่การเพิ่มภาระ แต่คือการ “อุดรอยรั่ว” ที่จะช่วยกู้คืนกำไรที่หายไปกลับคืนมา

5 สัญญาณเตือน! โรงงานคุณกำลัง “สูญเสียกำไร” เพราะบริหารสต็อกผิดพลาด Read More »

ERP ช่วยโรงงานลดอัตราของเสียได้อย่างไร⛑️🕹️

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นเครื่องมือสำคัญที่โรงงานอุตสาหกรรมสามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและลดอัตราของเสีย (Defect Rate) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสียไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน แต่ยังเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจของลูกค้าด้วย นี่คือบทบาทหลัก ๆ ของ ERP ในการจัดการและลดของเสีย:


1. การจัดการข้อมูลและการวางแผนการผลิตที่แม่นยำ 🎯

ERP รวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากทุกหน่วยงาน ตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพไว้ในฐานข้อมูลเดียว ข้อมูลนี้ช่วยให้การวางแผนการผลิตมีความแม่นยำมากขึ้น:

  • การวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP): ERP คำนวณความต้องการวัตถุดิบและส่วนประกอบที่แม่นยำตามคำสั่งซื้อจริง ช่วยป้องกันปัญหาการสั่งซื้อวัตถุดิบที่มากเกินไปจนเสื่อมสภาพ (กรณีวัตถุดิบที่มีอายุจำกัด) หรือการขาดแคลนที่ทำให้ต้องเร่งผลิตหรือหยุดชะงัก
  • การจัดการสูตรการผลิต (BOM – Bill of Materials): ERP ทำให้แน่ใจว่าพนักงานใช้สูตรและปริมาณวัตถุดิบที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดในการผลิตแต่ละครั้ง ลดข้อผิดพลาดจากการใช้สูตรเก่าหรือส่วนผสมที่ไม่ถูกต้อง

2. การควบคุมคุณภาพและการติดตามแบบเรียลไทม์ 📊

ความสามารถในการติดตามและตรวจสอบแบบเรียลไทม์คือหัวใจสำคัญของการป้องกันของเสีย:

  • การตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control): ERP สามารถบูรณาการกับระบบตรวจสอบคุณภาพ ทำให้มีการบันทึกผลการตรวจสอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต หากพบค่าที่ผิดปกติหรือมีแนวโน้มจะเกิดของเสีย ระบบจะแจ้งเตือนทันที (Alerts) ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะผลิตของเสียจำนวนมาก
  • การติดตามย้อนกลับ (Traceability): ระบบ ERP ช่วยให้สามารถติดตามย้อนกลับ (Track and Trace) ที่มาของผลิตภัณฑ์ที่บกพร่องได้อย่างรวดเร็ว เช่น สามารถระบุได้ว่าของเสียเกิดจากวัตถุดิบล็อตใด เครื่องจักรเครื่องใด หรือพนักงานคนใดในกะเวลาใด เมื่อทราบแหล่งที่มาที่ชัดเจน การหาสาเหตุและการปรับปรุงแก้ไขก็ทำได้ตรงจุดมากขึ้น

3. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) 🛠️

เครื่องจักรที่ชำรุดหรือทำงานผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดของเสียในโรงงาน:

  • การจัดการสินทรัพย์ของโรงงาน (EAM/CMMS): โมดูลของ ERP สามารถช่วยจัดการตารางการบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามระยะเวลาการใช้งานหรือสภาพของเครื่องจักร (Condition-based Maintenance) การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสที่เครื่องจักรจะเกิดความขัดข้องระหว่างการผลิต ซึ่งเป็นสาเหตุของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการผลิตที่ต้องหยุดชะงักและเกิดของเสีย

4. การวิเคราะห์ข้อมูลและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 📈

ERP ไม่ได้มีเพียงแค่การจัดการ แต่ยังเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อันทรงพลัง:

  • การวิเคราะห์อัตราของเสีย: ระบบสามารถสร้างรายงานและแดชบอร์ดที่แสดงอัตราของเสียแยกตามผลิตภัณฑ์ สายการผลิต กะการทำงาน หรือสาเหตุ (เช่น ของเสียจากการตั้งค่าเครื่องจักร, ของเสียจากวัตถุดิบ) การวิเคราะห์นี้ทำให้โรงงานทราบว่า “ของเสียส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ใดและเพราะเหตุใด”
  • การวิเคราะห์รากเหง้าของปัญหา (Root Cause Analysis): ด้วยข้อมูลเชิงลึกจาก ERP ทีมงานสามารถระบุรากเหง้าของปัญหาได้อย่างถูกต้อง และนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการ (Process Improvement) หรือการฝึกอบรมพนักงานได้อย่างมีเป้าหมาย นำไปสู่การลดของเสียอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โดยสรุปแล้ว ERP ช่วยให้โรงงานเปลี่ยนจากการ “แก้ไขเมื่อเกิดปัญหา” ไปสู่การ “ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา” ผ่านการจัดการข้อมูลที่ครอบคลุม การควบคุมกระบวนการที่เข้มงวด และการวิเคราะห์เชิงลึก ส่งผลให้โรงงานมีอัตราของเสียที่ลดลง ต้นทุนการผลิตต่ำลง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้ในที่สุด

ERP ช่วยโรงงานลดอัตราของเสียได้อย่างไร⛑️🕹️ Read More »

โปรแกรม ERP ที่ใช้ในโรงงาน: ทำไมต้องเป็นระบบ PlanetOne ERP?

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในภาคการผลิต การใช้เครื่องมือบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการอยู่รอดและเติบโต ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) คือคำตอบที่ช่วยให้โรงงานสามารถบูรณาการทุกส่วนงานเข้าด้วยกัน และหากคุณกำลังมองหาระบบ ERP ที่ตอบโจทย์ธุรกิจการผลิตในไทยอย่างแท้จริง PlanetOne ERP คือตัวเลือกที่โดดเด่นและน่าพิจารณา


ความท้าทายของโรงงานในปัจจุบันที่ ERP ช่วยแก้ไขได้

โรงงานอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ในประเทศไทย มักเผชิญกับปัญหาหลักๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน ได้แก่:

  1. ข้อมูลกระจัดกระจายและขาดการเชื่อมโยง: การใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวแยกส่วน ทำให้ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ขาดความแม่นยำ และนำไปสู่การตัดสินใจที่ล่าช้า
  2. การควบคุมต้นทุนและการบริหารสต็อกที่ไม่มีประสิทธิภาพ: การจัดการสินค้าคงคลัง (วัตถุดิบ, ชิ้นส่วน, สินค้าสำเร็จรูป) ที่ผิดพลาด ทำให้เกิดปัญหาของขาดหรือของเกินสต็อก ส่งผลให้เงินทุนจมและต้นทุนการผลิตสูง
  3. ความซับซ้อนในการบริหารจัดการการผลิต: การจัดการสูตรการผลิต (BOM – Bill of Materials) การวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP) และการควบคุมการผลิต (Shop Floor Control) เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้ความแม่นยำสูง
  4. การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): ธุรกิจ OEM ต้องรักษามาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวด และจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับกระบวนการผลิตและชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

PlanetOne ERP: ระบบ ERP สัญชาติไทย เพื่อโรงงานไทยโดยเฉพาะ

PlanetOne ERP ถูกพัฒนาขึ้นโดยบุคลากรชาวไทย โดยมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบริบทและข้อจำกัดของธุรกิจการผลิตในประเทศไทย ทำให้เป็นโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์เฉพาะด้านได้เป็นอย่างดี:

1. ตอบโจทย์การผลิตอย่างครบวงจร (Manufacturing-Focused Modules)

PlanetOne ERP มาพร้อมกับโมดูลหลักที่จำเป็นสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ:

  • Materials Requirement Planning (MRP): ช่วยในการวางแผนความต้องการวัสดุได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาของขาดมือและสต็อกจม
  • Shop Floor Control / Production Planning: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดตารางการผลิต จัดสรรทรัพยากร (เครื่องจักรและบุคลากร) และติดตามสถานะการผลิตแบบเรียลไทม์
  • Inventory / Warehouse Management: จัดการสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ ควบคุมการเบิกจ่ายวัตถุดิบ และรองรับการจัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์
  • Product / Job Costing: สามารถคำนวณและควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างละเอียด ทำให้ทราบกำไรขั้นต้น (GP Report) ที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ

2. การบูรณาการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ

หัวใจสำคัญของ ERP คือการรวมข้อมูล ทุกฟังก์ชันงานของ PlanetOne ERP ไม่ว่าจะเป็นการขาย (Sales Order), การจัดซื้อ (Purchasing), การผลิต (Manufacturing), สินค้าคงคลัง (Inventory) และบัญชี (General Ledger, Account Payable/Receivable) จะทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน ทำให้ผู้บริหารสามารถ มองเห็นภาพรวมของธุรกิจ ได้อย่างชัดเจน แบบเรียลไทม์ นำไปสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่รวดเร็วและถูกต้อง

3. ความยืดหยุ่นและการรองรับบริบทท้องถิ่น

ในฐานะที่เป็นระบบที่พัฒนาโดยคนไทย PlanetOne ERP จึงมีความยืดหยุ่นสูงในการปรับแต่งให้เข้ากับ Business Process และข้อกำหนดทางกฎหมายของไทย รวมถึงรองรับการทำงานในลักษณะ:

  • Multi-Company และ Multi-Currencies: รองรับการทำงานในองค์กรที่มีหลายบริษัทและต้องทำธุรกรรมด้วยหลายสกุลเงิน
  • การรองรับกฎระเบียบของกรมสรรพากร: มั่นใจได้ว่าการบันทึกบัญชีและการออกเอกสารทางการเงินเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การสนับสนุนและบริการหลังการขายโดยผู้เชี่ยวชาญไทย

การติดตั้งระบบ ERP ไม่ได้จบแค่การลงซอฟต์แวร์ แต่ต้องมีการให้คำปรึกษาและการวางระบบที่มีคุณภาพ PlanetOne ERP มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ ERP ที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขาย ซึ่งช่วยให้โรงงานสามารถนำระบบไปใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและราบรื่น

สรุป

การเลือก PlanetOne ERP จึงเป็นการลงทุนในระบบบริหารจัดการที่ถูกออกแบบมาเพื่อ ลดความซ้ำซ้อนของงาน (No more redundant work), เพิ่มความสามารถในการ ตรวจสอบย้อนกลับและความรับผิดชอบ (Traceability and accountability) และช่วยให้โรงงานไทยก้าวสู่ยุค Smart Factory ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำเร็จของบริษัทผู้พัฒนาระบบนี้ได้จากวิดีโอ ความสำเร็จของ BRID Systems ผู้พัฒนาระบบ PlanetOne ERP ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของ BRID Systems ผู้พัฒนาระบบ PlanetOne ERP.

โปรแกรม ERP ที่ใช้ในโรงงาน: ทำไมต้องเป็นระบบ PlanetOne ERP? Read More »

allocate ที่อยู่บนระบบ ERP มีความหมายว่าอะไร

ในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) คำว่า allocate หมายถึง การจัดสรรหรือแบ่งสรรทรัพยากร ต่างๆ ขององค์กรให้กับงาน, โครงการ, หรือคำสั่งซื้อเฉพาะอย่าง มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมั่นใจได้ว่าทรัพยากรที่จำเป็นจะพร้อมใช้งานในเวลาที่ต้องการ

ประเภทของการจัดสรร (Allocation) ในระบบ ERP

การจัดสรรในระบบ ERP ไม่ได้จำกัดแค่การจัดการสินค้าคงคลังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทรัพยากรอื่นๆ ด้วย ซึ่งสามารถแบ่งได้หลายประเภท ได้แก่:

การจัดสรรสินค้าคงคลัง (Inventory Allocation): เป็นการ จองหรือกันสินค้า สำหรับคำสั่งซื้อลูกค้าหรือใบสั่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพอสำหรับคำสั่งซื้อนั้นๆ และป้องกันการนำสินค้าไปใช้กับคำสั่งซื้ออื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

การจัดสรรทรัพยากรการผลิต (Resource Allocation): เป็นการจัดสรรทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องจักร, แรงงาน, หรือเวลา ในการทำงานให้กับใบสั่งผลิตต่างๆ เพื่อให้การผลิตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การจัดสรรต้นทุน (Cost Allocation): เป็นการ กระจายต้นทุน ที่เกิดขึ้นร่วมกัน (เช่น ค่าเช่าโรงงาน, ค่าสาธารณูปโภค) ไปยังหน่วยงาน, แผนก, หรือโครงการต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนนั้น เพื่อให้สามารถคำนวณต้นทุนที่แท้จริงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

ทำไมการ Allocate ถึงสำคัญในระบบ ERP?

การใช้ฟังก์ชัน allocate ในระบบ ERP ช่วยให้องค์กรสามารถ:

  • วางแผนได้อย่างแม่นยำ: สามารถตรวจสอบได้ว่ามีทรัพยากรอะไรที่ถูกจองหรือใช้ไปแล้วบ้าง ทำให้การวางแผนการผลิตและการสั่งซื้อในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันปัญหาขาดแคลนหรือเกินสต็อก: ช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าจะถูกกันไว้สำหรับคำสั่งซื้อสำคัญจริงๆ ป้องกันการขายสินค้าที่ถูกจองไปแล้ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นระบบ ลดความผิดพลาดจากการใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือการบริหารแบบแมนนวล

allocate ที่อยู่บนระบบ ERP มีความหมายว่าอะไร Read More »

ระบบ ERP ที่เชี่ยวชาญในโรงงานผลิต 

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบบริหารจัดการองค์กรแบบครบวงจร ซึ่งไม่ใช่แค่การบันทึกบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำข้อมูลทั้งหมดขององค์กรมาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งจะประกอบด้วย ระบบขาย ระบบจัดซื้อ ระบบคลังสินค้า ระบบัญชี และระบบการผลิต ยิ่งถ้าเป็นโรงงานยิ่งต้องมีระบบการผลิตที่มีความละเอียดและยืดหยุ่นสูงเพื่อรองรับการทำงานที่ซับซ้อนของการผลิตแต่ละสินค้า 

ระบบ ERP แบบไหนที่เหมาะกับโรงงานผลิต? 

ระบบ ERP ที่เหมาะกับโรงงาน ดูง่ายๆ จากโมดูลและฟังก์ชันการทำงาน ซึ่งจะต้องมีระบบการผลิต เช่น MRP, Shop Floor Control, Production Planning หรือระบบที่เกี่ยวข้องซึ่งแต่ละเจ้าอาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป และต้องเป็นระบบ ERP ที่กล้าเคลมว่าตัวเองเป็นระบบ ERP ที่มีความเชียวชาญในด้านการผลิต ยกตัวอย่างเช่น ระบบ PlanetOne ERP ที่กล้าเคลมว่าตัวเองเป็นระบบที่เชี่ยวชาญในการวางระบบ ERP ให้กับโรงงานมากที่สุด นอกจากตัวโมดูลแล้วยังต้องดูว่าระบบมีความยืดหยุ่นมากน้อยแค่ไหน รองรับการทำงานในองค์กรได้ทั้งหมดจริงหรือไม่ ซึ่งทางผู้ใช้งานจำเป็นต้องเรียกผู้ให้บริการหลายๆ เจ้าเข้ามานำเสนอและพูดคุยก่อนการตัดสินใจ 

ระบบ PlanetOne ERP ที่จุดแข็งอยู่ที่ระบบการผลิต 

เข้าสู่การแนะนำระบบ PlanetOne ERP ที่หลายคนไม่รู้ว่าเจ้านี้เขาพัฒนาระบบมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี ก่อตั้งโดยคนไทย และพัฒนาโดยคนไทย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการในไทยนิยมใช้งาน จากการแนะนำแบบปากต่อปากในหมู่อุตสาหกรรมการผลิต  

“เราเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการผลิต” 

คำพูดนี้ฟังดูไม่เกินจริงเพราะ 90% ของผู้ใช้บริการล้วนเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจที่มีโรงงานการผลิต แต่ก็ยังรองรับในหมู่ธุรกิจซื้อมาขายไปด้วยเช่นกัน 

PlanetOne ERP ทำอะไรได้บ้าง 

ระบบ PlanetOne ERP มีโมดูลการทำงานมากถึง 18 โมดูล  

ระบบมีความเรียลไทม์ และรองรับระบบภาษี ปิดงบบัญชีจากระบบเพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากรได้ 

มีระบบ API สำหรับเชื่อมข้อมูลเครื่องจักรกับระบบ ERP สำหรับโรงงาน สามารถติดต่อนัดนำเสนอได้ 

Contract 

02-271 4362-3, 095 – 294-5693, 066-115-2264,0661152265 

Line@bridsystems 

ระบบ ERP ที่เชี่ยวชาญในโรงงานผลิต  Read More »

5 สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานระบบอีอาร์พี

5 สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานระบบอีอาร์พี

5 สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พี (Enterprise Resource Planning) ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการจัดการธุรกิจในยุคปัจจุบัน

โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การนำระบบอีอาร์พีมาใช้ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป และมีหลายกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด ทำให้การใช้งานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 5 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานระบบอีอาร์พี

1. ขาดการวางแผนที่ดี

การวางแผนที่ไม่ดีถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การใช้งานระบบอีอาร์พี เกิดข้อผิดพลาด การติดตั้งและใช้งานระบบอีอาร์พี จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบและละเอียด ซึ่งรวมถึงการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน การเลือกโมดูลที่เหมาะสม การเตรียมทรัพยากร และการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการ

หากการวางแผนไม่ดี ก็อาจทำให้เกิดความล่าช้า ขาดความสอดคล้อง หรือเกิดข้อผิดพลาดในระบบ

2. การไม่ฝึกอบรมผู้ใช้

แม้ระบบอีอาร์พีจะมีความซับซ้อน แต่การไม่ฝึกอบรมผู้ใช้เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ผู้ใช้ที่ไม่เข้าใจวิธีการทำงานของระบบอีอาร์พีอาจทำให้เกิดการใช้งานที่ผิดพลาด

หรือการทำงานที่ไม่ตรงตามกระบวนการที่ระบบกำหนด การฝึกอบรมผู้ใช้ให้เข้าใจและใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ

3. ขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร

การสนับสนุนจากผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการทำให้การใช้งานระบบอีอาร์พีประสบความสำเร็จ

หากผู้บริหารไม่ให้การสนับสนุนหรือไม่เข้าใจความสำคัญของระบบอีอาร์พี อาจทำให้เกิดปัญหาในด้านการจัดสรรทรัพยากร การจัดการการเปลี่ยนแปลง หรือการผลักดันการใช้งานอย่างเต็มที่

4. การปรับเปลี่ยนไม่สอดคล้องกับกระบวนการธุรกิจ

ระบบอีอาร์พี มักจะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกระบวนการธุรกิจที่กำหนดไว้ หากธุรกิจมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการโดยไม่ทำให้ระบบอีอาร์พีรองรับได้ อาจทำให้เกิดความไม่สอดคล้องระหว่างกระบวนการธุรกิจและระบบ

ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดในการจัดการข้อมูลและการทำงานที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

5. การติดตั้งและการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม

การติดตั้งระบบอีอาร์พีต้องทำโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และต้องมีการทดสอบระบบอย่างละเอียดก่อนนำไปใช้งานจริง

หากการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม ระบบอีอาร์พี อาจไม่ทำงานอย่างที่คาดหวัง ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดและปัญหาในการดำเนินงาน

สรุป

การใช้งานระบบอีอาร์พี อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย แต่การเข้าใจสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดและการจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยให้การใช้งานระบบอีอาร์พี เป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การวางแผนที่ดี การฝึกอบรมผู้ใช้ การสนับสนุนจากผู้บริหาร การปรับเปลี่ยนกระบวนการธุรกิจที่สอดคล้อง และการติดตั้งรวมถึงการบำรุงรักษาที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความสำเร็จในการใช้งานระบบอีอาร์พี ของคุณ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานระบบอีอาร์พี Read More »

ทำไมโรงงานผลิตต้องมีระบบ ERP?

มองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจน: ระบบ ERP ช่วยรวบรวมข้อมูลทุกส่วนของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การจัดซื้อ การขาย การเงิน และอื่นๆ ไว้ในระบบเดียว ทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างครบถ้วนและทันสมัย ช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ลดความผิดพลาด: การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันในที่เดียวกัน ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน หรือข้อมูลตกหล่น ระบบ ERP จะเข้าช่วยให้ข้อมูลทั้งหมดรวมศูนย์จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ยาก ส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น 

ข้อมูลอัตโนมัติสำหรับการทำงานซ้ำๆ: ระบบ ERP เป็นระบบอัตโนมัติหากเป็นขั้นตอนการทำงานที่หรือข้อมูลที่ใช้เป็นประจำ  เช่น การสร้างสูตรการผลิต ถ้าเป็นสินค้าตัวเดิมก็ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่หรือ เอกสารใบสั่งขายของเวนเดอร์หรือลูกค้าที่มีการซื้อขายบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องคีย์ซ้ำ ทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น 

ลดระยะเวลาในการผลิต: ด้วยการวางแผนและควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ ERP ช่วยลดระยะเวลาในการผลิต และส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตรงตามกำหนด

ควบคุมต้นทุนการผลิต: ระบบ ERP ช่วยให้สามารถติดตามต้นทุนการผลิตได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถระบุจุดที่เกิดต้นทุนสูง และหาแนวทางในการลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ลดของเสีย: การวางแผนการผลิตที่แม่นยำ ช่วยลดปริมาณของเสีย และลดการสูญเสียวัตถุดิบ

ข้อมูลถูกต้อง: ระบบ ERP ช่วยให้ข้อมูลต่างๆ ถูกบันทึกและอัปเดตอย่างถูกต้อง ทำให้ข้อมูลที่นำไปใช้ในการตัดสินใจมีความน่าเชื่อถือ 

ลดความผิดพลาดในการผลิต: การมีข้อมูลที่ถูกต้องช่วยลดความผิดพลาดในการผลิต และส่งมอบสินค้าที่ตรงตามคุณภาพที่ลูกค้าต้องการ 

ควบคุมคุณภาพ: ระบบ ERP ช่วยให้สามารถติดตามและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ตลอดกระบวนการผลิต 

ตอบสนองความต้องการของลูกค้า: ด้วยข้อมูลที่ได้จากระบบ ERP สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง 

erp for Thailand

โปรแกรม ERP ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการอุตสาหกรรมการผลิต ได้ตรงจุด และครอบคลุมการบริหารได้ทั้งองค์กร หากหาระบบ ERP ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตที่มีความซับซ้อน เราเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญที่จะทำให้ธุรกิจของท่านไปสู้ความสำเร็จ ClickMANUFACTURING PACKAGE

ระบบ ERP เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้โรงงานผลิตสามารถบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทำให้โรงงานสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน หากโรงงานของคุณยังไม่มีระบบ ERP ควรพิจารณาลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 

Office: 02 271 4362-3

Tel. 095 294 5693

Line : @bridsystems

ทำไมโรงงานผลิตต้องมีระบบ ERP? Read More »

Scroll to Top