ERP สำหรับธุรกิจ OEM

🏭 โมดูล ERP ที่เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารกระบวนการผลิตในโรงงาน (MRP)

ทำไม ERP จึงสำคัญต่อการผลิตยุคใหม่?

ในโลกของการผลิตที่มีการแข่งขันสูง การพึ่งพาระบบเอกสารหรือสเปรดชีตแบบเดิมๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป ระบบ ERP ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้โรงงานสามารถรวมศูนย์ข้อมูล, ควบคุมต้นทุน, วางแผนกำลังการผลิต, และส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา หัวใจหลักของ ERP ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินงานในโรงงานคือชุดของ “โมดูลการผลิต” ที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ

5 โมดูล ERP หลักที่ช่วยบริหารกระบวนการผลิต (Manufacturing Module)

โมดูลเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานเห็นภาพรวมที่ชัดเจนและสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว:

1. โมดูลการวางแผนความต้องการวัสดุ (Material Requirements Planning – MRP)

MRP คือเสาหลักของการผลิต เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณและวางแผนความต้องการวัตถุดิบและส่วนประกอบที่จำเป็นในการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อหรือพยากรณ์การขาย

  • หน้าที่หลัก:
    • วิเคราะห์ใบสั่งผลิต (Production Orders)
    • ตรวจสอบระดับสินค้าคงคลัง (Inventory Levels) และ BOM (Bill of Materials)
    • กำหนดเวลาและปริมาณที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบ (Purchase Orders)
    • กำหนดเวลาในการเริ่มและจบใบสั่งผลิต
  • ประโยชน์ต่อโรงงาน: ลดปัญหาของขาดสต็อก (Stock-out) และ วัตถุดิบล้นสต็อก (Overstock) ช่วยให้สายการผลิตไม่หยุดชะงักและลดต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลัง
2. โมดูลการบริหารจัดการการผลิต (Production Management / Manufacturing Execution System – MES)

โมดูลนี้คือศูนย์กลางการควบคุมการดำเนินงานจริงบนพื้นโรงงาน (Shop Floor) ช่วยแปลงแผนการผลิตที่ได้จาก MRP ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง

  • หน้าที่หลัก:
    • การออกใบสั่งผลิต (Production Order Generation)
    • การจัดสรรเครื่องจักรและกำลังคน
    • การบันทึกข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ (Real-time Data Collection) เช่น จำนวนที่ผลิตได้, ของเสีย (Scrap), และเวลาในการทำงาน
    • การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
  • ประโยชน์ต่อโรงงาน: ทำให้ผู้บริหารสามารถ ติดตามสถานะการผลิต (Production Status) ได้วินาทีต่อวินาที ทราบถึงคอขวด (Bottlenecks) ในกระบวนการได้ทันที เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
3. โมดูลการบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management)

แม้จะเป็นโมดูลพื้นฐาน แต่มีผลอย่างยิ่งต่อการผลิต เพราะวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปคือหัวใจของโรงงาน โมดูลนี้ไม่เพียงแค่นับจำนวน แต่ยังติดตามมูลค่าและสถานที่จัดเก็บ

  • หน้าที่หลัก:
    • การจัดการตำแหน่งที่ตั้งของวัตถุดิบ (Bin/Location Management)
    • การติดตามล็อต/แบทช์ (Lot/Batch Tracking) และวันหมดอายุ
    • การทำ Cycle Count และการตรวจนับประจำปี
    • การเบิก-รับวัตถุดิบและสินค้า
  • ประโยชน์ต่อโรงงาน: เพิ่มความแม่นยำของสต็อก (Stock Accuracy) ลดการสูญหาย และทำให้การเบิกใช้วัตถุดิบเป็นไปตามหลัก First-In, First-Out (FIFO)
4. โมดูลการวางแผนกำลังการผลิต (Capacity Planning / Scheduling)

เป็นโมดูลขั้นสูงที่ช่วยให้โรงงานสามารถจัดตารางการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงข้อจำกัดด้านทรัพยากร (เช่น เครื่องจักรและบุคลากร)

  • หน้าที่หลัก:
    • การจำลองตารางการผลิต (Scheduling Simulation)
    • การโหลดงาน (Workload Balancing) เพื่อไม่ให้เครื่องจักรใดทำงานหนักเกินไป
    • การคำนวณระยะเวลาการผลิตที่แม่นยำ
    • การจัดลำดับความสำคัญของงาน (Priority Sequencing)
  • ประโยชน์ต่อโรงงาน: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องจักร (Machine Utilization) และช่วยให้สามารถให้คำมั่นสัญญาวันส่งมอบ (Delivery Dates) กับลูกค้าได้อย่างแม่นยำ
5. โมดูลการบัญชีต้นทุนการผลิต (Cost Accounting / Production Costing)

โมดูลนี้ผสานงานระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายบัญชี เพื่อคำนวณ ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ของสินค้าที่ผลิตได้อย่างถูกต้องและครอบคลุม

  • หน้าที่หลัก:
    • การรวบรวมต้นทุนวัตถุดิบ (Material Cost)
    • การคำนวณต้นทุนแรงงานโดยตรง (Direct Labor Cost)
    • การปันส่วนค่าโสหุ้ยการผลิต (Overhead Allocation)
    • การเปรียบเทียบต้นทุนมาตรฐานกับต้นทุนจริง
  • ประโยชน์ต่อโรงงาน: ช่วยให้ผู้บริหารทราบว่าผลิตภัณฑ์ใดทำกำไรได้มากที่สุด และสามารถ ควบคุมและลดต้นทุนการผลิต ได้อย่างมีกลักการ

🎯 สรุปและข้อเสนอแนะ: ก้าวสู่การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)

การเลือกใช้ระบบ ERP ที่มี โมดูลการผลิต (Manufacturing Module) ที่แข็งแกร่งและครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนด้านซอฟต์แวร์ แต่คือการลงทุนใน ประสิทธิภาพ (Efficiency) และ ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของโรงงานของคุณ

การผสานรวมของ MRP, Production, และ Inventory เข้าด้วยกันภายใต้ร่มเงาของ ERP จะช่วยให้โรงงานเปลี่ยนจากการผลิตแบบตามสั่ง (Reactive) ไปสู่การผลิตเชิงกลยุทธ์ (Proactive) ที่สามารถตอบสนองต่อตลาดได้อย่างรวดเร็ว

🏭 โมดูล ERP ที่เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารกระบวนการผลิตในโรงงาน (MRP) Read More »

ธุรกิจที่ไม่มีระบบ ERP ส่งผลเสียอย่างไรในอนาคต

การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันที่เน้นความเร็ว ประสิทธิภาพ และการตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร (Enterprise Resource Planning – ERP) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรและกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดได้อย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ 📊

สำหรับธุรกิจที่ยังคงพึ่งพาระบบแยกส่วน หรือการทำงานแบบแมนนวล (Manual) อาจมองไม่เห็นผลกระทบในระยะสั้น แต่ในอนาคต ผลเสียที่ตามมาอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตและความสามารถในการแข่งขัน


1. ข้อมูลที่กระจัดกระจายและขาดความน่าเชื่อถือ

ในองค์กรที่ไม่มีระบบ ERP แต่ละแผนกมักจะเก็บข้อมูลในระบบของตัวเอง ทำให้เกิด ข้อมูลที่ซ้ำซ้อน (Data Redundancy) และ ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล (Inconsistency) การรวมข้อมูลเพื่อสร้างรายงานหรือวิเคราะห์สถานการณ์จึงเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน

  • ผลเสียในอนาคต: ผู้บริหารจะไม่สามารถเข้าถึง ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time Data) ที่ถูกต้องเพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที ทำให้การวางแผนและการปรับตัวเข้ากับตลาดเป็นไปอย่างล่าช้าและผิดพลาด

2. กระบวนการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ

เมื่อแผนกต่าง ๆ ทำงานบนระบบที่แยกจากกัน การส่งต่อข้อมูลและกระบวนการ (เช่น การสั่งซื้อ การผลิต หรือการออกใบแจ้งหนี้) ต้องอาศัยการสื่อสารและการป้อนข้อมูลซ้ำ ๆ ซึ่งนอกจากจะ เสียเวลา แล้ว ยังเพิ่มโอกาสเกิด ข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) อีกด้วย 🤦

  • ผลเสียในอนาคต: ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากความไร้ประสิทธิภาพ (Inefficiency) และความล่าช้าในการส่งมอบสินค้าหรือบริการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) และความสามารถในการขยายธุรกิจ

3. ขาดความยืดหยุ่นและการปรับขนาด

ธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ต้องการความสามารถในการ ปรับขนาด (Scalability) ของระบบเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มบุคลากรหรือขยายตลาดในขณะที่ใช้ระบบเดิมที่ไม่มีการเชื่อมโยงกันจะยิ่งทำให้การบริหารจัดการซับซ้อนยิ่งขึ้น

  • ผลเสียในอนาคต: ธุรกิจจะเผชิญกับ คอขวด (Bottleneck) ในการดำเนินงานอย่างรุนแรงเมื่อต้องเผชิญกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้ พลาดโอกาสทางธุรกิจ (Missed Business Opportunities) และไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่มีระบบที่ทันสมัยกว่าได้

4. ความเสี่ยงด้านการตรวจสอบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ระบบที่ขาดการควบคุมและบันทึกข้อมูลแบบรวมศูนย์ ทำให้การ ตรวจสอบการเงิน (Audit Trail) และการปฏิบัติตาม ข้อกำหนดทางกฎหมาย (Regulatory Compliance) เป็นไปได้ยาก 🚫

  • ผลเสียในอนาคต: ธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับ บทลงโทษทางกฎหมาย หรือ ปัญหาทางการเงิน เนื่องจากไม่สามารถแสดงความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับของธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง

ในระยะยาว ระบบ ERP เป็นสิ่งที่คู่แข่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อสร้าง ความได้เปรียบเชิงปฏิบัติการ (Operational Advantage) การที่ธุรกิจไม่มีระบบนี้เท่ากับว่ากำลังใช้เครื่องมือที่ด้อยกว่าในการต่อสู้ในตลาด

  • ผลเสียในอนาคต: ธุรกิจจะไม่สามารถทำ การวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced Analytics) เช่น การคาดการณ์ความต้องการ (Demand Forecasting) หรือการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนได้ ซึ่งส่งผลให้ ความสามารถในการทำกำไร (Profitability) และ ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุป

การลงทุนในระบบ ERP ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต (Investment in Future Infrastructure) องค์กรที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้จะพบว่าตัวเองล้าหลัง คู่แข่งจะสามารถดำเนินการได้เร็วกว่า มีข้อมูลที่ดีกว่า และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดความสำเร็จในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล 🚀

ธุรกิจที่ไม่มีระบบ ERP ส่งผลเสียอย่างไรในอนาคต Read More »

OEM ไทย กับการเติบโตด้วยระบบ ERP

ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน ธุรกิจ OEM (Original Equipment Manufacturer) ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน การบริหารจัดการการผลิตที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

คำถามสำคัญคือ: จะทำอย่างไรให้ธุรกิจ OEM ของคุณสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและเหนือกว่าคู่แข่ง? คำตอบที่หลายธุรกิจชั้นนำทั่วโลกต่างเลือกใช้ก็คือ “ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)”

ระบบ ERP ไม่ใช่แค่โปรแกรมบริหารงานทั่วไป แต่คือ “สมอง” ขององค์กรที่จะช่วยให้ทุกส่วนงาน ตั้งแต่การจัดซื้อ การผลิต การจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงการขายและการบัญชี ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ


3 เหตุผลหลักที่ธุรกิจ OEM ไทย ต้องมีระบบ ERP

1. ควบคุมต้นทุนได้อย่างแม่นยำทุกขั้นตอน ธุรกิจ OEM มีต้นทุนที่ซับซ้อนและหลากหลาย การมีระบบ ERP จะช่วยให้คุณสามารถติดตามและวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตจริง ทำให้คุณเห็นภาพรวมของกำไร-ขาดทุนของแต่ละโปรเจกต์ได้อย่างชัดเจน และสามารถตัดสินใจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านราคาหรือการผลิตได้ทันที เพื่อเพิ่มผลกำไรสูงสุด

2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความผิดพลาด การผลิตแบบ OEM ที่มีขั้นตอนซับซ้อนมักเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ระบบ ERP จะเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการวางแผนการผลิต การจัดการคำสั่งซื้อ และการควบคุมสต็อกวัตถุดิบ ทำให้การผลิตเป็นไปตามแผน ไม่เกิดปัญหาผลิตเกินหรือวัตถุดิบขาด และช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากแรงงานคน ทำให้คุณสามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพตามกำหนดเวลาได้เสมอ ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าในระยะยาว

3. ตัดสินใจได้รวดเร็วด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ ในยุคที่ทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา การมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ ระบบ ERP จะรวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้บริหารสามารถดูภาพรวมของธุรกิจผ่าน Dashboard ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสถานะการผลิต ยอดขาย หรือการจัดการสต็อก ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างชัดเจน


ถึงเวลาที่ต้องลงทุนเพื่ออนาคต

การใช้ระบบ ERP ไม่ใช่การเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่คือ “การลงทุน” ที่จะช่วยให้ธุรกิจ OEM ของคุณแข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว มันคือการเปลี่ยนจากการทำงานแบบ “Manual” ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ไปสู่การทำงานแบบ “Smart” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและประสิทธิภาพ

หากคุณต้องการก้าวไปข้างหน้าและสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืน การพิจารณาและลงทุนในระบบ ERP จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป

OEM ไทย กับการเติบโตด้วยระบบ ERP Read More »

PlanetOne ERP: ระบบ ERP ที่ใช่สำหรับธุรกิจ OEM ไทยของคุณ 

ในโลกของการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจ OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ตามคำสั่งซื้อ กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน การควบคุมต้นทุนการผลิตที่เข้มงวด ไปจนถึงการรักษาคุณภาพและส่งมอบงานให้ทันเวลา หากภาคการผลิตเกิดปัญหา ย่อมส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อห่วงโซ่ธุรกิจทั้งหมด    

PlanetOne ERP คือ ระบบ ERP สำหรับโรงงาน ที่พัฒนาโดยบุคลากรชาวไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจ OEM ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ด้วยความเข้าใจในบริบทและปัญหาที่ธุรกิจของคุณกำลังเผชิญ เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยยกระดับการดำเนินงานของคุณให้ก้าวสู่ยุค Smart Factory อย่างแท้จริง 

OEM ไทยเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง? 

ธุรกิจ OEM มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการผลิตสินค้าแบรนด์ทั่วไป ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น: 

  1. ข้อมูลกระจัดกระจายและขาดการเชื่อมโยง: โรงงาน OEM มักใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวแยกกันในแต่ละแผนก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ หรือบัญชี ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ขาดการอัปเดตแบบเรียลไทม์ และนำไปสู่การตัดสินใจที่ล่าช้าและผิดพลาด    
  1. ต้นทุนการผลิตสูงและสต็อกจม: การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งวัตถุดิบ ชิ้นส่วน MRO (Maintenance, Repair, and Operations) หรือสินค้าสำเร็จรูป ทำให้เกิดปัญหาสินค้าขาดหรือเกินสต็อก ส่งผลให้เงินทุนจม และ ต้นทุนการผลิตสูง โดยไม่จำเป็น    
  1. ความซับซ้อนในการบริหารจัดการการผลิต: ธุรกิจ OEM ต้องจัดการกับสูตรการผลิต (BOM – Bill of Materials) ที่ซับซ้อน การวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP) และการควบคุมการผลิต (Shop Floor Control) เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตเป็นไปตามแผนและคุณภาพที่กำหนด    
  1. ปัญหาเงินทุนหมุนเวียน (Liquidity): ธุรกิจ OEM มักมีวงจรการชำระเงินที่ยาวนาน ทำให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจและการลงทุน    
  1. การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ: การรักษามาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดและการตรวจสอบย้อนกลับของชิ้นส่วนและกระบวนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ OEM เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า    

PlanetOne ERP: คำตอบที่ใช่สำหรับธุรกิจ OEM ของคุณ 

PlanetOne ERP ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมและปรับแต่งได้ เพื่อให้ธุรกิจ OEM ของคุณดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด: 

1. การรวมศูนย์ข้อมูลและการมองเห็นแบบเรียลไทม์ 

PlanetOne ERP ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทุกแผนกในโรงงานของคุณเข้าด้วยกันภายใต้แพลตฟอร์มและฐานข้อมูลเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล ข้อมูลทั้งหมดจะถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ลดข้อผิดพลาด และทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วขึ้น    

2. บริหารจัดการการผลิตครบวงจร 

ด้วยโมดูลการผลิตที่แข็งแกร่ง PlanetOne ERP ช่วยให้คุณควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างสมบูรณ์: 

  • การจัดการสูตรการผลิต (BOM): กำหนดและจัดการโครงสร้างผลิตภัณฑ์ รวมถึงส่วนประกอบและวัตถุดิบที่จำเป็นได้อย่างแม่นยำ    
  • การวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP): คำนวณและวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบและส่วนประกอบที่จำเป็นตามความต้องการการผลิตและสถานะสต็อกปัจจุบัน ช่วยลดปัญหาของขาดหรือของเกิน    
  • การควบคุมการผลิต (Shop Floor Control): ติดตามสถานะใบสั่งผลิตและกระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและจัดการคอขวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ    
  • ระบบสร้างใบสั่งผลิตอัตโนมัติ: ลดงานเอกสารและข้อผิดพลาดด้วยการสร้างใบสั่งผลิตอัตโนมัติ พร้อมข้อมูลที่ครบถ้วน    

3. ควบคุมสินค้าคงคลังและลดต้นทุน 

PlanetOne ERP ช่วยให้คุณจัดการ การจัดการสินค้าคงคลังโรงงาน ได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การรับเข้า การจ่ายออก การโอนย้าย ไปจนถึงการตรวจนับ ระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสต็อก เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการจัดซื้อได้อย่างเหมาะสม ลดการถือครองสต็อกที่ไม่จำเป็น และ    

ลดต้นทุนการผลิต ได้อย่างยั่งยืน    

4. เสริมสภาพคล่องด้วย e-Factoring (THUNASUP X PLANETONE ERP) 

นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ PlanetOne ERP แตกต่าง! เราเข้าใจปัญหาเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ OEM จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ธนาทรัพย์ จำกัด เพื่อนำเสนอระบบสินเชื่อ THUNASUP X PLANETONE ERP แพลตฟอร์ม e-Factoring นี้ช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ให้เป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ช่วยให้ธุรกิจของคุณมีสภาพคล่องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์    

5. ยกระดับคุณภาพและการติดตาม 

PlanetOne ERP รองรับการบูรณาการกับระบบ ควบคุมคุณภาพการผลิต (Quality Control Software) เพื่อให้คุณสามารถติดตามและตรวจสอบคุณภาพในทุกขั้นตอน พร้อมฟังก์ชันการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่ช่วยให้คุณมั่นใจในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์    

6. ความยืดหยุ่นและทางเลือกในการปรับใช้ 

PlanetOne ERP มีแพ็คเกจที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่ Lite, SME ไปจนถึง Enterprise เพื่อรองรับธุรกิจ OEM ทุกขนาด ไม่ว่าคุณจะเป็น    

ERP สำหรับโรงงานขนาดเล็ก หรือองค์กรขนาดใหญ่ เรามีโซลูชันที่ปรับขนาดได้ตามการเติบโตของคุณ นอกจากนี้ยังรองรับทั้งการติดตั้งแบบ    

Cloud ERP (เช่ารายปี) และ On-Premise เพื่อให้คุณเลือกได้ตามความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการควบคุมข้อมูล    

ทำไม PlanetOne ERP จึงเหนือกว่าสำหรับ OEM ไทย? 

  • พัฒนาโดยคนไทย เข้าใจธุรกิจไทย: PlanetOne ERP ถูกสร้างสรรค์โดยบุคลากรชาวไทย ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกฎระเบียบ ภาษา และธรรมเนียมปฏิบัติทางธุรกิจของไทย ทำให้ระบบใช้งานง่ายและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจในประเทศได้อย่างแท้จริง    
  • มาตรฐานสากล พร้อมการสนับสนุน 24/7: ระบบได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC29110-4-1:2018 ซึ่งยืนยันถึงคุณภาพการดำเนินงานระดับสากล พร้อมทีมสนับสนุนคนไทยที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันผ่านระบบ JTRAC และการฝึกอบรมออนไลน์ ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการใช้งานระบบ    
  • ราคาที่เข้าถึงได้และโปร่งใส: เรานำเสนอราคาแพ็คเกจ Lite และ SME ที่โปร่งใสและคุ้มค่า ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นที่สูงสำหรับธุรกิจ OEM ขนาดเล็กและขนาดกลาง    
  • พร้อมก้าวสู่ Smart Factory: PlanetOne ERP เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการเปลี่ยนโรงงานของคุณให้เป็น โรงงานอัจฉริยะ ในอนาคต ด้วยความสามารถในการรองรับการบูรณาการกับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น IoT, AI และ Mobile ERP เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การทำงานอัตโนมัติ และการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น    

สรุป: ยกระดับธุรกิจ OEM ของคุณด้วย PlanetOne ERP 

การลงทุนใน ระบบ ERP ที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ OEM ของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืน    

PlanetOne ERP ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาการดำเนินงานที่ซับซ้อน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินด้วยบริการ e-Factoring ที่เป็นเอกลักษณ์ 

หากคุณกำลังมองหา โปรแกรม ERP โรงงาน ที่เข้าใจธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง พร้อมการสนับสนุนที่เข้าถึงได้ และโซลูชันที่พร้อมเติบโตไปกับคุณ PlanetOne ERP คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา 

อย่ารอช้า! ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบว่า PlanetOne ERP จะช่วยยกระดับธุรกิจ OEM ของคุณให้ก้าวไปอีกขั้นได้อย่างไร 

PlanetOne ERP: ระบบ ERP ที่ใช่สำหรับธุรกิจ OEM ไทยของคุณ 

ในโลกของการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจ OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ตามคำสั่งซื้อ กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน การควบคุมต้นทุนการผลิตที่เข้มงวด ไปจนถึงการรักษาคุณภาพและส่งมอบงานให้ทันเวลา หากภาคการผลิตเกิดปัญหา ย่อมส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อห่วงโซ่ธุรกิจทั้งหมด    

PlanetOne ERP คือ ระบบ ERP สำหรับโรงงาน ที่พัฒนาโดยบุคลากรชาวไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจ OEM ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ด้วยความเข้าใจในบริบทและปัญหาที่ธุรกิจของคุณกำลังเผชิญ เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยยกระดับการดำเนินงานของคุณให้ก้าวสู่ยุค Smart Factory อย่างแท้จริง 

OEM ไทยเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง? 

ธุรกิจ OEM มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการผลิตสินค้าแบรนด์ทั่วไป ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น: 

  1. ข้อมูลกระจัดกระจายและขาดการเชื่อมโยง: โรงงาน OEM มักใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวแยกกันในแต่ละแผนก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ หรือบัญชี ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ขาดการอัปเดตแบบเรียลไทม์ และนำไปสู่การตัดสินใจที่ล่าช้าและผิดพลาด    
  1. ต้นทุนการผลิตสูงและสต็อกจม: การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งวัตถุดิบ ชิ้นส่วน MRO (Maintenance, Repair, and Operations) หรือสินค้าสำเร็จรูป ทำให้เกิดปัญหาสินค้าขาดหรือเกินสต็อก ส่งผลให้เงินทุนจม และ ต้นทุนการผลิตสูง โดยไม่จำเป็น    
  1. ความซับซ้อนในการบริหารจัดการการผลิต: ธุรกิจ OEM ต้องจัดการกับสูตรการผลิต (BOM – Bill of Materials) ที่ซับซ้อน การวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP) และการควบคุมการผลิต (Shop Floor Control) เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตเป็นไปตามแผนและคุณภาพที่กำหนด    
  1. ปัญหาเงินทุนหมุนเวียน (Liquidity): ธุรกิจ OEM มักมีวงจรการชำระเงินที่ยาวนาน ทำให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจและการลงทุน    
  1. การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ: การรักษามาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดและการตรวจสอบย้อนกลับของชิ้นส่วนและกระบวนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ OEM เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า    

PlanetOne ERP: คำตอบที่ใช่สำหรับธุรกิจ OEM ของคุณ 

PlanetOne ERP ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมและปรับแต่งได้ เพื่อให้ธุรกิจ OEM ของคุณดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด: 

1. การรวมศูนย์ข้อมูลและการมองเห็นแบบเรียลไทม์ 

PlanetOne ERP ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทุกแผนกในโรงงานของคุณเข้าด้วยกันภายใต้แพลตฟอร์มและฐานข้อมูลเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล ข้อมูลทั้งหมดจะถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ลดข้อผิดพลาด และทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วขึ้น    

2. บริหารจัดการการผลิตครบวงจร 

ด้วยโมดูลการผลิตที่แข็งแกร่ง PlanetOne ERP ช่วยให้คุณควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างสมบูรณ์: 

  • การจัดการสูตรการผลิต (BOM): กำหนดและจัดการโครงสร้างผลิตภัณฑ์ รวมถึงส่วนประกอบและวัตถุดิบที่จำเป็นได้อย่างแม่นยำ    
  • การวางแผนความต้องการวัสดุ (MRP): คำนวณและวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบและส่วนประกอบที่จำเป็นตามความต้องการการผลิตและสถานะสต็อกปัจจุบัน ช่วยลดปัญหาของขาดหรือของเกิน    
  • การควบคุมการผลิต (Shop Floor Control): ติดตามสถานะใบสั่งผลิตและกระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและจัดการคอขวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ    
  • ระบบสร้างใบสั่งผลิตอัตโนมัติ: ลดงานเอกสารและข้อผิดพลาดด้วยการสร้างใบสั่งผลิตอัตโนมัติ พร้อมข้อมูลที่ครบถ้วน    

3. ควบคุมสินค้าคงคลังและลดต้นทุน 

PlanetOne ERP ช่วยให้คุณจัดการ การจัดการสินค้าคงคลังโรงงาน ได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การรับเข้า การจ่ายออก การโอนย้าย ไปจนถึงการตรวจนับ ระบบจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสต็อก เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการจัดซื้อได้อย่างเหมาะสม ลดการถือครองสต็อกที่ไม่จำเป็น และ    

ลดต้นทุนการผลิต ได้อย่างยั่งยืน    

4. เสริมสภาพคล่องด้วย e-Factoring (THUNASUP X PLANETONE ERP) 

นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ PlanetOne ERP แตกต่าง! เราเข้าใจปัญหาเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ OEM จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ธนาทรัพย์ จำกัด เพื่อนำเสนอระบบสินเชื่อ THUNASUP X PLANETONE ERP แพลตฟอร์ม e-Factoring นี้ช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ให้เป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ช่วยให้ธุรกิจของคุณมีสภาพคล่องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์    

5. ยกระดับคุณภาพและการติดตาม 

PlanetOne ERP รองรับการบูรณาการกับระบบ ควบคุมคุณภาพการผลิต (Quality Control Software) เพื่อให้คุณสามารถติดตามและตรวจสอบคุณภาพในทุกขั้นตอน พร้อมฟังก์ชันการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่ช่วยให้คุณมั่นใจในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์    

6. ความยืดหยุ่นและทางเลือกในการปรับใช้ 

PlanetOne ERP มีแพ็คเกจที่ยืดหยุ่น ตั้งแต่ Lite, SME ไปจนถึง Enterprise เพื่อรองรับธุรกิจ OEM ทุกขนาด ไม่ว่าคุณจะเป็น    

ERP สำหรับโรงงานขนาดเล็ก หรือองค์กรขนาดใหญ่ เรามีโซลูชันที่ปรับขนาดได้ตามการเติบโตของคุณ นอกจากนี้ยังรองรับทั้งการติดตั้งแบบ    

Cloud ERP (เช่ารายปี) และ On-Premise เพื่อให้คุณเลือกได้ตามความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการควบคุมข้อมูล    

ทำไม PlanetOne ERP จึงเหนือกว่าสำหรับ OEM ไทย? 

  • พัฒนาโดยคนไทย เข้าใจธุรกิจไทย: PlanetOne ERP ถูกสร้างสรรค์โดยบุคลากรชาวไทย ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกฎระเบียบ ภาษา และธรรมเนียมปฏิบัติทางธุรกิจของไทย ทำให้ระบบใช้งานง่ายและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจในประเทศได้อย่างแท้จริง    
  • มาตรฐานสากล พร้อมการสนับสนุน 24/7: ระบบได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC29110-4-1:2018 ซึ่งยืนยันถึงคุณภาพการดำเนินงานระดับสากล พร้อมทีมสนับสนุนคนไทยที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันผ่านระบบ JTRAC และการฝึกอบรมออนไลน์ ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการใช้งานระบบ    
  • ราคาที่เข้าถึงได้และโปร่งใส: เรานำเสนอราคาแพ็คเกจ Lite และ SME ที่โปร่งใสและคุ้มค่า ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นที่สูงสำหรับธุรกิจ OEM ขนาดเล็กและขนาดกลาง    
  • พร้อมก้าวสู่ Smart Factory: PlanetOne ERP เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการเปลี่ยนโรงงานของคุณให้เป็น โรงงานอัจฉริยะ ในอนาคต ด้วยความสามารถในการรองรับการบูรณาการกับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น IoT, AI และ Mobile ERP เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การทำงานอัตโนมัติ และการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น    

สรุป: ยกระดับธุรกิจ OEM ของคุณด้วย PlanetOne ERP 

การลงทุนใน ระบบ ERP ที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ OEM ของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืน    

PlanetOne ERP ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาการดำเนินงานที่ซับซ้อน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินด้วยบริการ e-Factoring ที่เป็นเอกลักษณ์ 

หากคุณกำลังมองหา โปรแกรม ERP โรงงาน ที่เข้าใจธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง พร้อมการสนับสนุนที่เข้าถึงได้ และโซลูชันที่พร้อมเติบโตไปกับคุณ PlanetOne ERP คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา 

อย่ารอช้า! ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และค้นพบว่า PlanetOne ERP จะช่วยยกระดับธุรกิจ OEM ของคุณให้ก้าวไปอีกขั้นได้อย่างไร 

PlanetOne ERP: ระบบ ERP ที่ใช่สำหรับธุรกิจ OEM ไทยของคุณ  Read More »

Scroll to Top