ระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูป

การวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พี

การวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พี

การวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พี

การวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการปรับแต่งระบบอีอาร์พี (Enterprise Resource Planning)
ให้ตอบสนองความต้องการและลักษณะเฉพาะของธุรกิจนั้น ๆ

ซึ่งการปรับแต่งระบบอีอาร์พี ให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการจัดการทรัพยากรให้ดียิ่งขึ้น

บทความนี้จะเสนอขั้นตอนและแนวทางในการวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พีอย่างละเอียด โดยประกอบด้วยข้อควรพิจารณาต่าง ๆ ดังนี้คือ

1. การทำความเข้าใจธุรกิจ

ก่อนที่จะเริ่มการวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจ จำเป็นต้องมีความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง รวมถึงโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงานหลัก ภารกิจ และวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

การสัมภาษณ์ผู้บริหารและทีมงานในแต่ละแผนกจะช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงและปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานปัจจุบัน

2. การระบุและประเมินกระบวนการธุรกิจหลัก

ธุรกิจแต่ละแห่งมีกระบวนการทำงานหลักที่เป็นหัวใจของการดำเนินงาน

การระบุและประเมินกระบวนการเหล่านี้ เช่น การจัดการสินค้าคงคลัง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) หรือการบริหารจัดการการเงิน จะช่วยให้ทราบว่าฟังก์ชันไหนในระบบอีอาร์พีต้องได้รับการปรับแต่งเพื่อให้ตรงกับความต้องการ

3. การรวบรวมความต้องการจากผู้ใช้

การรวบรวมความต้องการจากผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละแผนกเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

ผู้ใช้แต่ละคนจะมีมุมมองและความต้องการที่แตกต่างกัน การจัดการประชุมกลุ่มย่อยหรือสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวจะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจนเกี่ยวกับความต้องการและความคาดหวังจากระบบอีอาร์พี

4. การกำหนดคุณสมบัติที่จำเป็นและฟังก์ชันที่ต้องปรับแต่ง

จากข้อมูลที่รวบรวมได้ จำเป็นต้องกำหนดคุณสมบัติและฟังก์ชันที่ต้องการในระบบอีอาร์พีเช่น การจัดการข้อมูลลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ฟังก์ชันการรายงานพิเศษ

หรือการจัดการกระบวนการเฉพาะของธุรกิจ เช่น ระบบการจัดการโครงการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

5. การวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis)

การวิเคราะห์ช่องว่างเป็นการเปรียบเทียบระหว่างฟังก์ชันและความต้องการที่ธุรกิจมี กับฟังก์ชันที่ระบบอีอาร์พี ปัจจุบันเสนอ

ช่องว่างที่พบจะต้องได้รับการระบุและจัดการ เช่น การปรับแต่งโมดูลของระบบอีอาร์พี หรือการพัฒนา Add-ons เพื่อเติมเต็มฟังก์ชันที่ขาดหายไป

6. การพัฒนาความต้องการทางเทคนิค

นอกเหนือจากความต้องการทางธุรกิจแล้ว ความต้องการทางเทคนิคก็มีความสำคัญเช่นกัน

การพัฒนาความต้องการทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อ API, การจัดการข้อมูล, และความปลอดภัย จะช่วยให้ระบบอีอาร์พีทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ในองค์กรได้อย่างราบรื่น

7. การสร้างแผนงานและจัดลำดับความสำคัญ

เมื่อความต้องการทั้งหมดถูกกำหนดแล้ว การสร้างแผนงานเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พีจะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีระเบียบ

การจัดลำดับความสำคัญของฟังก์ชันที่ต้องปรับแต่งจะช่วยให้สามารถจัดสรรทรัพยากรและเวลาได้อย่างเหมาะสม

8. การทดสอบและปรับปรุง

หลังจากการปรับแต่งระบบอีอาร์พีเสร็จสิ้น การทดสอบระบบในสภาพแวดล้อมจริงจะช่วยตรวจสอบว่าฟังก์ชันที่ปรับแต่งมีความถูกต้องและตรงตามความต้องการที่ระบุไว้หรือไม่

การรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้และทำการปรับปรุงตามความจำเป็นเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับประกันว่าระบบอีอาร์พีจะตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป

การวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ต้องการการวางแผนและการดำเนินการที่รอบคอบ การทำความเข้าใจธุรกิจ การระบุความต้องการที่แท้จริง และการปรับแต่งฟังก์ชันของระบบอีอาร์พีให้ตรงตามความต้องการเฉพาะ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การวิเคราะห์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจเพื่อการปรับแต่งระบบอีอาร์พี Read More »

ระบบอีอาร์พีกับ Digital Transformation

ระบบอีอาร์พีกับ Digital Transformation

ระบบอีอาร์พีกับ Digital Transformation

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนของธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนกระบวนการนี้คือ ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning – ERP) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเป็นเลิศให้กับองค์กรผ่านการบูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ความหมายของระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีคือซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อบูรณาการทุกฟังก์ชันหลักขององค์กรเข้าด้วยกัน

เช่น การจัดการการเงิน การจัดการซัพพลายเชน การจัดการทรัพยากรบุคคล การบริหารสินค้าคงคลัง และอื่น ๆ เพื่อให้การทำงานมีความเชื่อมโยงและประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ข้อมูลและกระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กรสามารถแชร์และเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำ

การเชื่อมโยงระหว่าง ERP และ Digital Transformation

การรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ดีขึ้น: การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยเพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ ระบบอีอาร์พีทำให้การรวบรวมและจัดการข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย

ส่งผลให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการสร้างรายงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การบูรณาการฟังก์ชันต่าง ๆ ขององค์กรช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการป้อนข้อมูลหลายครั้ง

ระบบอีอาร์พีทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและลดเวลาในการดำเนินการ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร

การตอบสนองที่รวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลง: ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบอีอาร์พีที่มีความยืดหยุ่นช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

โดยการให้ข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

การเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีใหม่: ระบบอีอาร์พีที่ทันสมัยสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามารถในการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล

การส่งเสริมการสร้างประสบการณ์ลูกค้า: ระบบอีอาร์พีสามารถรวมฟังก์ชันการบริการลูกค้าและการจัดการลูกค้า (CRM) เข้าด้วยกัน

ซึ่งช่วยในการสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า และทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การนำระบบอีอาร์พีไปใช้ใน Digital Transformation

การนำระบบอีอาร์พีไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลต้องมีการวางแผนและการดำเนินการอย่างรอบคอบ ซึ่งควรพิจารณาขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้คือ

การวิเคราะห์ความต้องการและการเลือกระบบที่เหมาะสม: ทำความเข้าใจความต้องการขององค์กร และเลือกระบบอีอาร์พีที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้อย่างครบถ้วน

การฝึกอบรมและการสนับสนุน: การฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจและใช้ระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถใช้เครื่องมือใหม่ได้อย่างเต็มที่

การจัดการการเปลี่ยนแปลง: การจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างมีระเบียบและสื่อสารกับทีมงานเพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงจะได้รับการรับรองและมีการสนับสนุนที่ดี

การติดตามและการปรับปรุง: ติดตามผลลัพธ์ของการใช้ระบบอีอาร์พีและปรับปรุงตามความต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าระบบยังคงสามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรได้

สรุป

ระบบอีอาร์พีเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในองค์กร

โดยการบูรณาการฟังก์ชันหลักต่าง ๆ และการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

การนำระบบอีอาร์พีไปใช้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จในยุคดิจิทัลปัจจุบัน

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับ Digital Transformation Read More »

การผสานรวมอีอาร์พีกับเทคโนโลยีอื่นๆ

การผสานรวมอีอาร์พีกับเทคโนโลยีอื่นๆ

การผสานรวมอีอาร์พีกับเทคโนโลยีอื่นๆ

ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การผสานรวมระบบอีอาร์พี (Enterprise Resource Planning) กับเทคโนโลยีอื่นๆ เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

การรวมระบบอีอาร์พีกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น IoT (Internet of Things), AI (Artificial Intelligence), และ Cloud Computing สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายขีดความสามารถขององค์กรได้อย่างมากมาย

1. การผสานรวมอีอาร์พี กับ IoT

IoT หรือ Internet of Things คือเทคโนโลยีที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล

การผสานรวมอีอาร์พีกับ IoT ช่วยให้ข้อมูลจากอุปกรณ์และเซนเซอร์ต่างๆ สามารถถูกรวบรวมและวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ

ตัวอย่างเช่น:

การตรวจสอบสินค้าคงคลัง: การใช้เซนเซอร์ IoT เพื่อตรวจสอบสถานะของสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ และส่งข้อมูลนี้เข้าสู่ระบบอีอาร์พี เพื่อให้สามารถคาดการณ์ความต้องการและจัดการสต็อกได้ดีขึ้น

การควบคุมการผลิต: การติดตั้งเซนเซอร์ในสายการผลิตเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและการปรับปรุงกระบวนการผลิต

2. การผสานรวมอีอาร์พีกับ AI

Artificial Intelligence (AI) คือการใช้เทคโนโลยีในการจำลองความสามารถของมนุษย์ในการคิดและตัดสินใจ การผสานรวมอีอาร์พีกับ AI สามารถเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมาก

ตัวอย่างของการใช้ AI กับอีอาร์พี ได้แก่

การวิเคราะห์ข้อมูล: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมในระบบอีอาร์พี เพื่อหาความสัมพันธ์และแนวโน้มที่อาจไม่ชัดเจน การวิเคราะห์เชิงลึกนี้สามารถช่วยในการวางแผนธุรกิจและการคาดการณ์ตลาด

การปรับปรุงการบริการลูกค้า: การใช้ AI ในการสร้างระบบแชทบอท (Chatbot) ที่เชื่อมต่อกับระบบ ERP เพื่อให้การบริการลูกค้าทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงและตอบสนองคำถามได้อย่างรวดเร็ว

3. การผสานรวม ERP กับ Cloud Computing

Cloud Computing หรือการประมวลผลข้อมูลในคลาวด์ คือการให้บริการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต การผสานรวม ERP กับ Cloud Computing ช่วยให้การจัดการระบบ ERP มีความยืดหยุ่นและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ตัวอย่างของการใช้ Cloud Computing กับ ERP ได้แก่:

การเพิ่มความยืดหยุ่น: การใช้บริการ ERP บนคลาวด์ช่วยให้องค์กรสามารถปรับขนาดการใช้งานได้ตามความต้องการ และลดต้นทุนในการดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์

การเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่: การเก็บข้อมูลในคลาวด์ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลจากอุปกรณ์และสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก

4. ข้อดีของการผสานรวม ERP กับเทคโนโลยีอื่นๆ

การเพิ่มประสิทธิภาพ: การรวมเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยให้ระบบ ERP มีความสามารถในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

การลดต้นทุน: การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบ

การตัดสินใจที่ดีขึ้น: การวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นและการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

การผสานรวม ERP กับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น IoT, AI, และ Cloud Computing เป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถขององค์กร โดยการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการผสานรวมระบบอีอาร์พีอย่างเหมาะสมจะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัลนี้

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การผสานรวมอีอาร์พีกับเทคโนโลยีอื่นๆ Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

อีอาร์พีกับการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

ระบบอีอาร์พีกับการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล

ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีมีความสำคัญอบ่างยิ่งสำหรับการดพเนินธุรกิจ การนำระบบอีอาร์พี (Enterprise Resource Planning) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการองค์กรถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจที่จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคของเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือนในทุกธุรกิจ

ดังนั้นอีอาร์พีจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบจัดการข้อมูลภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ระบบอีอาร์พีคืออะไร?
ระบบอีอาร์พีเป็นระบบซอฟต์แวร์ที่รวบรวมข้อมูลและกระบวนการทำงานในทุกแผนกขององค์กรเข้าไว้ด้วยกัน โดยมุ่งเน้นไปที่

ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database)
ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)
ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)
แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

โดยระบบอีอาร์พีจะทำให้ข้อมูลต่างๆ สามารถเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของการใช้อีอาร์พีในยุคดิจิทัล

  1. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
    อีอาร์พีช่วยให้การดำเนินงานในทุกแผนกสามารถเชื่อมโยงกันรวมถึงลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น และลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ
  2. การตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น
    การมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาและเป็นปัจจุบันทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด 
  3. ลดต้นทุนการดำเนินงาน
    ระบบอีอาร์พีจะมีกระบวนการคำนวณที่แม่นยำเละเชื่อมโยงถึงกันได้ทั้งหมดดังนั้น ระบบอีอาร์พีจึงสามารถช่วยลดเวลาในการเดำเนินงาน ต้นทุนการดำเนินงานในกระบวนการต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง

ธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พีสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทคโนโลยี โดยสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที

อีอาร์พีกับการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัล

ในยุคดิจิทัล ธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย การมีอีอาร์พีที่ทันสมัยสามารถทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจสามารถวางแผนและดำเนินการได้อย่างชาญฉลาด และทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ระบบอีอาร์พียังช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานที่ทำงานในสถานที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งในต่างประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลที่แม่นยำและการทำงานแบบเรียลไทม์

สรุป
การนำระบบอีอาร์พีมาใช้ในธุรกิจไม่เพียงแต่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล การตัดสินใจลงทุนในอีอาร์พีคือการลงทุนในอนาคตของธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในยุคที่เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของทุกภาคส่วน

อีอาร์พีจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่ใช้จัดการภายในองค์กร แต่เป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

อีอาร์พีกับการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการจัดการทุนหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรม

ระบบอีอาร์พีกับการจัดการทุนหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรม

ระบบอีอาร์พี (Enterprise Resource Planning) เป็นเครื่องมือสามารถช่วยผู้ประกอบการในการจัดการทุนหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรม

โดยระบบอีอาร์พีจะทำการรวมข้อมูลต่างๆ มาไว้ที่ศูนย์กลางข้อมูล ซึ่งทุกๆ ฝ่ายในองค์กรจะได้ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ซึ่งทำให้การจัดการและการตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งกระบวนการที่ระบบอีอาร์พีเข้ามาช่วยจัดการกับทุนหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรมมีดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีมีการติดตามและจัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์

ระบบอีอาร์พีสามารถติดตามสถานะสินค้าคงคลังได้แบบเรียลไทม์

ช่วยให้สามารถบริหารจัดการสินค้าในคลังสินค้า โดยช่วยลดการถือครองสินค้าคงคลังเกินจำเป็น ปรับระดับสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการจริง

ลดการขาดทุนจากสินค้าค้างสต๊อกที่ไม่สามารถขายได้

2. ระบบอีอาร์พีมีการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ระบบอีอาร์พี ช่วยให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น

ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบราคาจากผู้ขายหลายราย และเลือกผู้ขายที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด

3. ระบบอีอาร์พีมีการบริหารจัดการกระแสเงินสด

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนและคาดการณ์กระแสเงินสด ทำให้สามารถบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนเงินสด

และเพิ่มความสามารถในการลงทุนในโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

4. ระบบอีอาร์พีมีการจัดการหนี้สินและเจ้าหนี้

ระบบอีอาร์พีช่วยในการติดตามและบริหารจัดการหนี้สินและเจ้าหนี้ ทำให้สามารถวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม

5. ระบบอีอาร์พีมีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ระบบอีอาร์พี ช่วยในการวางแผนการผลิตและจัดการทรัพยากรการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วยลดการสูญเสียของวัตถุดิบ และเพิ่มความสามารถในการผลิต ทำให้ใช้ทุนหมุนเวียนได้อย่างคุ้มค่า

6. ระบบอีอาร์พีมีการรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูล

ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

ทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

ช่วยในการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน ทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

7. การจัดการซัพพลายเชน

ระบบอีอาร์พีช่วยในการประสานงานกับซัพพลายเออร์และลูกค้า

ทำให้การจัดการซัพพลายเชนเป็นไปอย่างราบรื่น

ช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดวัตถุดิบและเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด

การประยุกต์ใช้ระบบอีอาร์พีอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพจะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถจัดการทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการจัดการทุนหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรม Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability

การทำ traceability ด้วยระบบอีอาร์พีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับองค์กรซึ่งเหตุผลที่ต้องทำ traceability ด้วยระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. ความสะดวกและความถูกต้อง

การใช้รระบบอีอาร์พีเพื่อทำ traceability ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการบันทึกข้อมูลด้วยวิธีที่ไม่เป็นระบบ หรือด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 

ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและการจัดจำหน่ายมีความถูกต้องมากขึ้น

2. การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

บางครั้งลูกค้าอาจต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบหรือสินค้าที่ซื้อมา เช่น วันที่ผลิต วันหมดอายุ หรือประวัติการผลิต การมีระบบ traceability ในระบบอีอาร์พีช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยง่ายและรวดเร็ว (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

3. การจัดการความเสี่ยง

การทำ traceability ในระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้ามาจากแหล่งวัตถุดิบที่เชื่อถือได้หรือไม่

และสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีปัญหาได้ เช่น การถูกเรียกคืนหรือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

4. การเป็นไปตามกฎระเบียบ

ในบางธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมอาหารหรือยา มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการติดตามและระบุตำแหน่งของวัตถุดิบและสินค้า การใช้ระบบอีอาร์พีเพื่อทำ traceability ช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้นการทำ traceability ด้วยระบบ ERP เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมีการจัดการข้อมูลและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องในระดับสูงสุด

ต่อมาเรามาเข้าประเด็นในส่วนของความสามารถของระบบอีอาร์พีในการทำ traceability กันต่อค่ะ

ระบบอีอาร์พีจะมีการติดตามขั้นตอนและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงการจำหน่าย (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการวางแผนการผลิต)

วิธีการทำ Traceability ในระบบอีอาร์พีสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้

1. ระบุรายละเอียด

เมื่อมีการรับวัตถุดิบหรือวัตถุดิบเข้าสู่ระบบ ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รหัสสินค้า วันที่ผลิต ผู้ผลิต เป็นต้น

2. การบันทึกข้อมูลการผลิต

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลขั้นตอนการผลิตของผลิตภัณฑ์ เช่น ขั้นตอนการผลิต ช่วงเวลา วันที่ และเวลาที่ผ่านไป และข้อมูลความเชื่อมโยงกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต

3. การตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีอาจมีการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา เช่น ผลการตรวจสอบคุณภาพ วันที่และเวลาของการตรวจสอบ เป็นต้น

4. การบันทึกการจัดเก็บและการจัดส่ง

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าและการจัดส่ง รวมถึงวันที่และเวลาที่สินค้าถูกส่งออกไปยังลูกค้า (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร)

5. การติดตาม

ด้วยข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในระบบอีอาร์พีผู้ใช้สามารถทำการติดตามได้โดยตรงว่าวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์นั้นมาจากไหน ผ่านกระบวนการอะไร และได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพหรือไม่

ผลของการทำ Traceability ด้วยระบบอีอาร์พีช่วยทำให้องค์กรสามารถติดตามและทำความเข้าใจได้ถึงสถานะและประวัติของสินค้าหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาหรือการปรับปรุงกระบวนการการผลิตและการจัดจำหน่ายได้ในอนาคต

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability Read More »

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กร เช่น ระบบบัญชี ระบบการเงิน ระบบจัดซื้อ ระบบผลิต ระบบคลังสินค้า และฟังก์ชันทางธุรกิจอื่นๆ

โดยทั่วไปแล้วระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีข้อมูลเชิงรุกที่ชัดเจน ซึ่งข้อมูลนี้องค์กรจะสามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การควบคุมคุณภาพการผลิต (Quality Control) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการควบคุมและรับรองว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ออกมามีคุณภาพตามที่กำหนดไว้หรือไม่

โดยมุ่งเน้นที่การตรวจสอบและประเมินคุณภาพของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลลัพธ์สุดท้าย

เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่จะได้รับจากองค์กรมีคุณภาพที่ดีและตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

การรวมกันระหว่างระบบอีอาร์พีและการควบคุมคุณภาพการผลิตช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน

ระบบอีอาร์พีมีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพการผลิตได้ด้วยหลายวิธีดังนี้คือ

1. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการจัดเก็บข้อมูล

2. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพ

3. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการควบคุมกระบวนการ

4. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการตรวจสอบและการรายงาน

5. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการทำงานร่วมกัน

วิธีที่ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมคุณภาพการผลิตมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการจัดเก็บข้อมูล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทั้งหมดในระบบฐานข้อมูลเดียว ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ กระบวนการการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้น

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บรวบรวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและการวิเคราะห์

2. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนการผลิตที่มีคุณภาพโดยอาศัยข้อมูลประวัติการผลิตที่มีอยู่

เช่น ข้อมูลการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพในการกำหนดเป้าหมายและข้อกำหนดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

3. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการควบคุมกระบวนการ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมกระบวนการการผลิตเพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการตามแผนและข้อกำหนดในการผลิต

ระบบอีอาร์พีสามารถสร้างและปรับปรุงกระบวนการการผลิตในเวลาที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด

4. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการตรวจสอบและการรายงาน

ระบบอีอาร์พีช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น

โดยการเก็บข้อมูลและการสร้างรายงานที่สามารถจัดเรียงตามข้อกำหนดและมาตรฐานคุณภาพต่าง ๆ เพื่อให้งานตรวจสอบและประเมินคุณภาพเป็นไปอย่างเต็มที่

5. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการทำงานร่วมกัน

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการการผลิตและควบคุมคุณภาพในเวลาที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

ดังนั้น การรวมระบบอีอาร์พีช่วยให้การควบคุมคุณภาพการผลิตเป็นไปอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตได้อย่างมั่นใจ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร Read More »

บทสัมภาษณ์บริษัท เก็คโค อินดัสทรีส์ จำกัด

สวัสดีครับ ผมพรชัย เตชวัฒนสุข เป็นกรรมการของบริษัท GEKKO INDUSTRIES จำกัด

BRID: ช่วยเล่าประสบการณ์การทำงานของคุณเฮาส์หน่อยค่ะ

คุณเฮาส์: ประสบการณ์ของผมจากบริษัทอื่นก็มีมาก่อนหน้านี้แต่กับ GEKKO ก็คือมาพร้อมๆ กันครับตั้งแต่ก่อตั้ง 18 ปี

BRID: อะไรคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจของบริษัท GEKKO คะ

คุณเฮาส์: ก็เริ่มจากเราเห็นระบบฉนวนในระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ของอาคารสาธารณะหลาย ๆ ที่ในเมืองไทยนะครับ

มันมีปัญหาที่ว่ามันติดตั้งแล้วอายุการใช้งานของมันสั้นมากแล้วก็เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

ทำให้อาคารเหล่านั้นสูญเสียพลังงาน และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูงมากพอสมควร

เลยคิดว่าเราจะนำเทคโนโลยีฉนวนจากต่างประเทศเข้ามาใช้โดยเราก็เป็นโรงงานผลิตเลย ฉนวนดังกล่าวเรียกว่าระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูป

BRID: ช่วยพูดถึงจุดแข็งขององค์กรและผลิตถภัณฑ์ของ GEKKO หน่อยค่ะ

คุณเฮาส์: ผลิตภัณฑ์ของเราก็เป็นที่ยอมรับของตลาดและสามารถให้ลูกค้าประหยัดพลังงานไปได้เยอะนะครับ

และประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมไปได้เยอะเหมือนกัน

ทำให้ลูกค้าประทับใจและบอกต่อไปมากขึ้น และลงสเปคการใช้งานมากขึ้น

รวมถึงเราก็เลยได้ต่อยอดไปกับแผ่นฉนวนท่อลมสำเร็จรูปไปด้วย อันนั้นจะเรียกว่าฉนวนท่อลมสำเร็จรูปซึ่งเป็นแผ่น P-I-D นะครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กรคะ

คุณเฮาส์: เนื่องจากการเติบโตของบริษัทอย่างรวดเร็วทั้งในด้านยอดขายและการผลิต

ทำให้เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำระบบการจัดการทรัพยากรในบริษัทเข้ามาใช้

โดยเราเลยเริ่มต้นใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ตั้งแต่ปี 2016 มันสามารถใช้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปยังขั้นตอนสุดท้าย

ถึงแม้ว่าจะมีการต้องเรียนรู้เพิ่มเติมนะครับ แล้วก็มีการฝึกฝนมากขึ้นนะครับ

แต่ผลที่ได้ทำให้เราสามารถจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

BRID: ก่อนจะติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP) มีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง

คุณเฮาส์: ในการเตรียมความพร้อมเพื่อจะใช้งานระบบ ERP เรามีการจัด Training ให้กับพนักงาน

เพื่อให้รู้จักการใช้งานระบบอย่างง่ายนะครับ

และอีกอันนึงคือเราตั้งกลุ่ม Super User ขึ้นมา

เพื่อเป็นตัวเชื่อมประสานงานและคอยช่วยเหลือเพื่อน ๆ ร่วมงานทุก ๆ คน

แล้วในส่วนสุดท้ายคือเรามีการประชุมกันทุก ๆ สัปดาห์ในช่วงแรก

เพื่อทบทวนว่ามีอะไรติดขัดตรงไหนหรือว่าต้องการความช่วยเหลือจากทาง BRID

BRID: หลังจากวางระบบอีอาร์พี (ERP) เรียบร้อยแล้วช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นอย่างไรบ้างคะ

คุณเฮาส์: ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่เรานำมาใช้นะครับ สามารถช่วยให้เราบริหารจัดการเรื่องเอกสารในการรับการจ่ายการบริหารสต๊อก

ทำให้ไม่มีความผิดพลาดและลดการตกหล่นของข้อมูลได้ดีพอสมควรและมีความเที่ยงตรง

แล้วก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

นอกจากนี้การทำงานของบริษัทบางอย่างอาจจะยังไม่ได้มาตรฐานไม่เป็นระบบเท่าที่ควร

ทางที่ปรึกษาที่มาช่วย Implement ระบบ เขาก็สามารถให้คำแนะนำให้เราทำระบบงานให้มันเข้าที่เข้าทางได้ประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยครับ

BRID: ประทับใจในบริการของทีมงาน PlanetOne ERP อย่างไรบ้าง

คุณเฮาส์: PlanetOne ERP ก็มีการ Support ตอบคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน

และนอกจากนี้ก็มีการตั้งเป็น Line Group นะครับ เพื่อตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว

แล้วยังมีระบบ JTrac นะครับที่ทำให้เราสามารถย้อนกลับไปดูปัญหาที่เราเคยถามได้

แล้วก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองนะครับ

ทีม Support ของ PlanetOne ERP มีผู้บริหารดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด ใส่ใจลูกค้าแล้วก็คอยกำกับดูแลการให้บริการอย่างเสมอมาเลยครับ

BRID: ช่วยให้แนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาใช้งานในองค์กร

คุณเฮาส์: คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจจะนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กรหรือบริษัทของท่านนะครับ

ก็อยากให้พิจารณาว่า ระบบ ERP เป็นระบบที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะครับ

แล้วก็ต้องมีการลงทุนแรงและเวลาของทีมงานเป็นอย่างมากพอสมควรในการที่จะ implement ระบบให้มันเข้าที่เข้าทางแล้วก็เริ่มใช้งานได้จริง

ที่อยากให้พิจารณาก็คือ เป้าหมายของบริษัทเราแล้วก็ลักษณะของกิจการเราเป็นประเภทไหนนะครับ

อย่างเช่น บริษัท GEKKO ของเราเป็นโรงงานผลิตแล้วก็เลือก PlanetOne ERP เข้ามา Support นะครับ โดยที่เขาก็แข็งแกร่งในด้านการผลิต

ก็อยากให้มองไปถึงประสบการณ์ของผู้ที่จะมาให้บริการ ERP ของเรานะครับ ว่ามีประสบการณ์ยาวนานแค่ไหน

และตัวบริษัทเขามีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องแค่ไหน

ซึ่ง PlanetOne ERP เขาก็มีการพัฒนาตัวเองต่อเนื่องแล้วก็ช่วย Support เราในการที่เราจะพัฒนาไปด้วยกันนะครับ ก็อยากให้พิจารณาตรงนี้ด้วยนะครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์บริษัท เก็คโค อินดัสทรีส์ จำกัด Read More »

Scroll to Top