ระบบบริหารงานบุคคล

การปิดงบในระบบอีอาร์พี

การปิดงบในระบบอีอาร์พี

การปิดงบในระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการสิ้นสุดปีงบประมาณทางการเงินขององค์กร ซึ่งมีขั้นตอนหลายขั้นตอนเพื่อให้การปิดงบเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี )

ซึ่งขั้นตอนหลักสำหรับการปิดงบด้วยระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. ประเมินรายการบัญชี

ตรวจสอบและประเมินรายการบัญชีทั้งหมดที่ได้ทำการบันทึกในระบบอีอาร์พีตลอดปีงบประมาณ เช่น บัญชีรายรับ, บัญชีรายจ่าย, และบัญชีที่เกี่ยวข้อง

2. ปรับปรุงรายการบัญชี

ทำการปรับปรุงรายการบัญชีเพื่อให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่ถูกต้อง และปรับปรุงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือขาดหาย

3. การทำรายการประจำปี

ทำการปิดบัญชีรายรับ-รายจ่าย, ประจำปี, และทำการสร้างรายการประจำปีที่จำเป็น เช่น การบันทึกรับ-จ่ายภาษี

4. ทำรายงานการปิดงบ

สร้างรายงานที่แสดงผลการปิดงบทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงผลการทำงานทางการเงินขององค์กร

5. การตรวจสอบความถูกต้อง

ทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินทั้งหมด และตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับหลักการบัญชีหรือไม่

6. ปิดงบประมาณ

ทำการปิดงบประมาณในระบบอีอาร์พี จะทำให้ข้อมูลทางการเงินไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป

7. สร้างรายงานสรุปปี

สร้างรายงานสรุปปีที่ให้ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับสถานะการเงินขององค์กรหลังจากการปิดงบ

8. การจัดเก็บข้อมูล

จัดเก็บข้อมูลการปิดงบและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ในอนาคตตามความจำเป็น

กล่าวโดยสรุป การปิดงบด้วยระบบอีอาร์พีนี้เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้องค์กรมีข้อมูลการเงินที่ถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ สามารถนำส่งงบให้กับกรมสรรพากรได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การปิดงบในระบบอีอาร์พี Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการทำ ISO สำหรับผู้ประกอบการ

ระบบอีอาร์พีกับการทำ ISO สำหรับผู้ประกอบการ

ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่รวมฟังก์ชันทางธุรกิจต่าง ๆ เข้าด้วยกันในระบบเดียว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดำเนินการจัดการทั้งระบบองค์กรได้โดยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะมีโมดูลต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการองค์กรรวมเข้าไว้ในระบบเดียว เช่น การบัญชีและการเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การผลิต, การขายและการตลาด เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP)

การทำ ISO (International Organization for Standardization) เป็นกระบวนการที่องค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด

องค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO มักจะมีความน่าเชื่อถือสูงในตลาดและมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ

ระบบอีอาร์พีมีบทบาทสำคัญในการทำ ISO ได้หลายด้าน โดยเฉพาะในการเตรียมการและการดำเนินการตามมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งระบบอีอาร์พีนี่เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำ ISO โดยระบบอีอาร์พีสามารถช่วยองค์กรได้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้คือ

1. การจัดการเอกสารและข้อมูล

2. การทำงานร่วมกันและการสื่อสาร

3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์

4. การจัดการคลังสินค้า

5. การทำงานตามกระบวนการ

6. การรายงานและการติดตาม

7. การจัดการคุณภาพ

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. การจัดการเอกสารและข้อมูล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการรวบรวมและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ที่ต้องการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO ได้โดยอัตโนมัติ

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลแบบ manual

2. การทำงานร่วมกันและการสื่อสาร

ระบบอีอาร์พีช่วยในการประสานงานระหว่างแผนกและทีมงานต่าง ๆ ภายในองค์กร ซึ่งในกระบวนการนี้ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO ถูกต้องและทันเวลา

3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์

ระบบอีอาร์พีจะมีโมดูล HR มาช่วยในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งโมดูล HR นี้นอกจากจะช่วยบริิหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แล้ว ยังรวมถึงการอบรมและการทดสอบความรู้เพื่อให้พนักงานทราบถึงมาตรฐาน ISO และวิธีการปฏิบัติตามมาตรฐานนั้นด้วย (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

4. การจัดการคลังสินค้า

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการคลังสินค้าและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริการตามมาตรฐาน ISO ในส่วนนี้ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการตรวจสอบความเสี่ยงและควบคุมการจัดเก็บและใช้งานวัสดุต่าง ๆ

5. การทำงานตามกระบวนการ

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการติดตามและวัดผลกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยในการตรวจสอบว่ากระบวนการทำงานได้ตรงตามมาตรฐานหรือไม่

6. การรายงานและการติดตาม

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการสร้างรายงานที่ต้องการตามมาตรฐาน ISO และทำให้การติดตามความก้าวหน้าขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

7. การจัดการคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการดูแลคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการตามมาตรฐาน ISO ด้วยการบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ทำการติดตามและบริหารจัดการตามมาตรฐาน ISO ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยในการลดภาระงานที่ทำตามมาตรฐาน ISO ที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการทำ ISO สำหรับผู้ประกอบการ Read More »

วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร

วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร

ระบบอีอาร์พีเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรที่รวมกลุ่มข้อมูลและกระบวนการทั้งหมดในองค์กรเข้าด้วยกันในรูปแบบออนไลน์ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น การเงิน, การผลิต, การขาย, และการจัดซื้อ เป็นต้น สามารถทำงานร่วมกันได้โดยมีข้อมูลทั้งหมดที่เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกันทั่วองค์กร

จากกระบวนการที่มีอยู่ในระบบอีอาร์พีดังที่กล่าวมา ทำให้ทางองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีไม่ต้องกังวลเลยว่าการวางระบบอีอาร์พีให้กับองค์กรนั้นจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง และจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

ซึ่งการวางระบบอีอาร์พีสามารถสร้างประโยชน์มากมายให้กับองค์กร ยกตัวอย่างได้ดังนี้คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

2. ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

3. สามารถสร้างรายงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

4. ทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังต่อไปนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ระบบอีอาร์พีจะมีการรวมข้อมูลและกระบวนการทั้งหมดภายในองค์กรไว้ในระบบเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ทำให้กระบวนการดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดระยะเวลาขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรด้วย

2. ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

ระบบอีอาร์พีจะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันรวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นต่าง ๆ สำหรับผู้บริหารในูปแบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

จึงทำให้ผู้บริหารได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. สามารถสร้างรายงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ระบบอีอาร์พีสามารถสร้างรายงานที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ทำให้ทราบสถานะและผลการดำเนินงานขององค์กรได้ในทันที

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถปรับแต่งรายงานได้ตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละหน่วยงานในองค์กร

ซึ่งจะช่วยให้แต่ละหน่วยงานได้ข้อมูลที่ตรงตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

4. ทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน

ความถูกต้อง ครบสมบูรณ์ และทันสมัยของข้อมูลถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องสามารถทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการองค์กรได้

ระบบอีอาร์พีมีนโยบายในการจัดการข้อมูลที่เคร่งครัด อาทิเช่น

– ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์

– ระบบอีอาร์พีมีการบันทึกข้อมูลและสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับได้ในทุก ๆ ขั้นตอน

นโยบายการจัดการข้อมูลที่เคร่งครัดเหล่านี้ก็เพื่อให้องค์กรได้ใช้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีมีประโยชน์มากมายสำหรับองค์กรไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถสร้างรายงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน

ซึ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าระบบอีอาร์พีนั้นช่วยบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ในองค์กร และยังช่วยสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นภายในองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรมนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร Read More »

ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร

ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร

ในการทำธุรกิจนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่องค์กรจะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย

อาทิเช่น ความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายทางภาษี ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นต้น

หลาย ๆ องค์กรอาจกังวลว่าเมื่อได้ลงระบบอีอาร์พีแล้ว ระบบอีอาร์พีจะสามารถยืดหยุ่นหรือเราจะสามารถปรับระบบอีอาร์พีเพื่อให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีนั้นสามารถปรับโครงสร้างระบบ หรือแม้แต่ปรับแแต่งให้สามารถเข้ากันกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง “ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร” มีหัวข้อดังต่อไปนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลได้

2. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานได้

3. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อได้

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังต่อไปนี้

1. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลได้

ระบบ ERP สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลเพื่อให้เข้ากับความต้องการในการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อมูลอาทิเช่น การเพิ่มหรือลดฟิลด์ข้อมูลใหม่

การปรับโครงสร้างนี้ช่วยให้ระบบสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

2. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานได้

ระบบอีอาร์พีนั้นเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นและมีความอิสระต่อการปรับเปลี่ยนค่อนข้างสูง

ซึ่งการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของอีอาร์พีสามารถทำได้โดย การปรับแต่ง (Customization) ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งระบบอีอาร์พีให้เข้ากับการทำงานที่มีรูปแบบเฉพาะขององค์กร หรือแม้แต่การปรับแต่งระบบอีอาร์พีให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

การปรับแต่ง (Customization) นี้จะทำให้ระบบอีอาร์พีทันยุคทันสมัย และสามารถรองรับกระบวนการทางธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนไปได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี)

3. ระบบอีอาร์พีสามารถปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อได้

การทำงานร่วมกันของระบบอีอาร์พีกับระบบภายนอกและการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับแหล่งข้อมูลภายนอกอื่น ๆ นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้

เพื่อให้ระบบอีอาร์พีรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมธุรกิจ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี)

นักพัฒนาระบบหรือผู้ดูแลระบบอีอาร์พีสามารถใช้ API (Application Programming Interface) เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันของแอปพลิเคชันต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงานในทางธุรกิจ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งได้ทั้งในรูปแบบการปรับแต่งให้เข้ากับการทำงานขององค์กร และการปรับแต่งให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ อีกทั้งการเชื่อมโยงกับข้อมูลต่าง ๆ จากแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ดังนั้นองค์กรจึงสามารถมั่นใจได้ว่าระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทันยุคทันสมัยและรองรับการใช้งานขององค์กร ถึงแม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็ตาม

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร

ในการทำธุรกิจแน่นอนว่าทุก ๆ องค์กรทางธุรกิจจะต้องการให้ตนเองเติบโตในตลาดได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการเติบโตช่วยให้ธุรกิจมีความยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว

การเติบโตของธุรกิจจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ในการขยายตลาด, เปิดสาขาเพิ่มในพื้นที่ใหม่ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่

ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะมาช่วยรองรับการเติบโตของธุรกิจก็คือระบบอีอาร์พี ที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการกระบวนการต่าง ๆ ในธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ

โดยในบทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พีจะช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างไร มีหัวข้อดังต่อไปนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

2. ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลเป็นระบบ

3. ระบบอีอาร์พีช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวของธุรกิจ

4. ระบบอีอาร์พีช่วยในการประหยัดทรัพยากร

5. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)

ซึ่งรายละเอียดในแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ทำให้มีความเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้องค์กรสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้นและช่วยลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงานได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่าน 3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี)

โดยระบบอีอาร์พีจะช่วยในการรวมกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดในระบบเดียว ทำให้องค์กรสามารถมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลเป็นระบบ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ข้อมูลขององค์กรทั้งหมดถูกจัดเก็บในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าถึงได้ทันที ทำให้ผู้บริหารสามารถดำเนินการตัดสินใจที่ต้องอาศัยข้อมูลมากมายได้อย่างถูกต้อง (Click เพื่ออ่านต่อ 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการรวบรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร เช่น การเก็บข้อมูลการเงิน, การผลิต, การจัดการคลังสินค้า, การขาย, และอื่น ๆ ในที่เดียว ซึ่งจะทำให้ข้อมูลทุกอย่างภายในองค์กรมีที่มาเดียวกันและสามารถเข้าถึงได้ในที่เดียว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าข้อมูลรวมศูนย์นั่นเอง (Centralized Database)

3. ระบบอีอาร์พีช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวขององค์กร

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้รวดเร็ว

การที่ระบบทั้งหมดได้รับข้อมูลและประมวลผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ง่ายต่อการปรับปรุงกระบวนการทำงานขององค์กร และปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมธุรกิจ

ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมและแสดงผลในเวลาที่รวดเร็ว ทำให้ธุรกิจสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังมีการสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทีมงาน ทุกคนในทีมสามารถเข้าดูข้อมูลได้ ทำให้งานปรับปรุงและการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ระบบอีอาร์พีช่วยในการประหยัดทรัพยากร

การใช้ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการคลังสินค้า, การวางแผนการผลิต, และการบริหารทรัพยากรบุคคล

โดยระบบอีอาร์พีสามารถทำนายการใช้จ่ายและส่งเสริมการบริหารคลังสินค้า ในลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของธุรกิจ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำให้การวางแผนกระบวนการทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนทางเวลา, ทรัพยากร, และเงินทุน

5. ระบบอีอาร์พีช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)

ปรกติแล้วระบบ ERP เน้นการบริหารทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร เช่น การเงิน, การผลิต, การคลังสินค้า, และทรัพยากรบุคคล

ในขณะที่ระบบ CRM เน้นการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า, การติดต่อลูกค้า, และการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า

การรวมระบบ CRM ในระบบ ERP มักจะมีประโยชน์มากในด้านการแบ่งปันข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และความเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในองค์กร

บางระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีมีความสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการเติบโตขององค์กรในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ช่วยในการทำให้ข้อมูลเป็นระบบ ช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัว ช่วยในการประหยัดทรัพยากร และช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีเข้ามาในองค์กร จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้องค์กรเติบโตได้เป็นอย่างดี

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร

เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจนั้นมีข้อมูลมากมายที่หมุนเวียนอยู่ในระบบการทำงานขององค์กร ดังนั้นองค์กรจึงต้องหาเครื่องมือที่จะมาจัดการข้อมูลได้

ซึ่งในส่วนนี้เองที่องค์กรจะต้องใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้องค์กรสามารถจัดการกับข้อมูลภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกคนภายในองค์กรสามารถใช้ข้อมูลที่มีความแม่นยำ เที่ยงตรง จากฐานข้อมูลเดียวกัน (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจอย่างชัดเจนว่าการวางระบบอีอาร์พีนั้นเป็นการช่วยให้องค์กรมีข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการองค์กร

โดยบทความระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร จะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก

2. ระบบอีอาร์พีช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

3. ระบบอีอาร์พีช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน

ซึ่งแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการเอกสารปริมาณมากได้โดยทำให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบอีอาร์พีจะนำภาพรวมของข้อมูลจากทุกระบบในองค์กร มาเชื่อมโยงกัน ทำให้สามารถติดตามและจัดการเอกสารและข้อมูลในปริมาณมากได้ด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง

เช่น การบันทึกข้อมูลการเงิน, การจัดการคลังสินค้าและกระบวนการทางการผลิต

เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่านต่อสรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ )

2. ระบบอีอาร์พีช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

ระบบอีอาร์พีช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนโดยการทำให้ข้อมูลทั้งหมดในองค์กรสามารถนำมาใช้ได้ในระบบเดียว

ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานภายในองค์กรเอง

โดยระบบอีอาร์พีจะเป็นการทำให้ข้อมูลเป็นอัตโนมัติ และประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กร

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถช่วยนำเสนอภาพรวมของกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดในรูปแบบของรายงาน ทำให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการที่ซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอีกด้วย (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

3. ระบบอีอาร์พีช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน

ประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลของระบบอีอาร์พี ช่วยให้ผู้ใช้งานระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว

โดยผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีไม่ต้องใช้เวลาในการค้นหาหรือรวบรวมข้อมูลจากแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กร

ทำให้ผู้ใช้งานระบบสามารถดำเนินกิจกรรมได้เร็วขึ้น

และเนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ จึงช่วยลดการทำงานที่ไม่จำเป็น

รวมถึงช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานตามความต้องการขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว

อีกทั้งการมีข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์จากระบบอีอาร์พีจะช่วยให้กระบวนการตัดสินใจของผู้บริหารเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและใช้เวลาที่น้อยลงด้วย (Click เพื่ออ่านต่อ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีนั้นสามารถช่วยจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมากขององค์กรได้ด้วยการ นำข้อมูลทั้งหมดมาเชื่อมโยงกัน เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีการทำงานแบบอัตโนมัติจึงช่วยประหยัดเวลาในการทำงานไปได้ รวมถึงช่วยให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำในการตัดสินใจนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร Read More »

5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

ในการทำธุรกิจแน่นอนว่าทุก ๆ ธุรกิจย่อมมีข้อมูลภายในองค์กรที่ต้องบริหารจัดการ

ถ้าในกรณีที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ปริมาณของข้อมูลที่ต้องบริหารจัดการยังมีไม่มาก และผู้บริหารมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง ก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอีอาร์พี

แต่ถ้าธุรกิจเติบโตขึ้นมีปริมาณข้อมูลที่ต้องบริหารจัดการมากขึ้น

ถึงจุดหนึ่งผู้ประกอบการจะทราบว่านอกเหนือจากเรื่องของความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลแล้ว ยังคงมีปัจจัยอื่น ๆ ภายในองค์กรอีกหลายอย่าง ที่จะต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งในจุดนี้เองที่ระบบอีอาร์พีจะช่วยผู้ประกอบการได้มาก (Click เพื่ออ่านต่อ 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี)

และในบทความนี้จะกล่าวถึง 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี โดยประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

1. วางระบบอีอาร์พีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

2. วางระบบอีอาร์พีเพื่อจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ

3. วางระบบอีอาร์พีเพื่อความถูกต้องของข้อมูล

4. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดทรัพยากร

5. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดเวลา

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. วางระบบอีอาร์พีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

การใช้ระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยลดการทำงานที่ซ้ำซาก และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ เช่น การจัดการสต็อก การบริหารจัดการการเงิน และการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

2. วางระบบอีอาร์พีเพื่อจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลที่เป็นระบบ สามารถสร้างรายงานในรูปแบบต่าง ๆ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรได้

รายงานที่เรียบง่าย ชัดเจน และถูกต้อง ทำให้ผู้บริหารสามารถดูภาพรวมของธุรกิจได้โดยรวดเร็ว และทำให้มีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

3. วางระบบอีอาร์พีเพื่อความถูกต้องของข้อมูล

การใช้ระบบอีอาร์พี ช่วยลดความผิดพลาดในการป้อนข้อมูล และทำให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจมีความถูกต้องมากขึ้น

โดยระบบอีอาร์พีจะสามารถคงความเป็นจริงของข้อมูล ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล รวมไปถึงความสอดคล้องกันของข้อมูล 

ดังนั้นผู้ประกอบการสามารถวางใจได้เลยว่าท่านจะได้ใช้ข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำแน่นอน

4. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดทรัพยากร

ในหลาย ๆ องค์กรอาจพบว่าก่อนหน้าที่จะใช้ระบบอีอาร์พีนั้นมีความซ้ำซ้อนกันในการทำงานของหลาย ๆ แผนก

และมีการใช้ทรัพยากรบางอย่างสิ้นเปลืองไปโดยไม่จำเป็น

การใช้ระบบ ERP ช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดทรัพยากรได้มากมาย เช่น ลดการใช้กระดาษ เวลาในการดำเนินการต่าง ๆ รวมถึงทรัพยากรบุคคลขององค์กร

5. วางระบบอีอาร์พีเพื่อการประหยัดเวลา

ระบบอีอาร์พีช่วยทำให้กระบวนการทำงานภายในองค์กรเป็นไปอย่างมีระบบและเชื่อมโยงกันได้โดยตรง ทำให้ข้อมูลไหลผ่านระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงระบบอีอาร์พีสามารถทำงานอัตโนมัติได้ในบางส่วนของกระบวนการทางธุรกิจ เช่น การสร้างรายงาน, การประมวลผลข้อมูล, หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงทำให้ระบบอีอาร์พีเป็นเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลาการทำงานขององค์กรได้เช่นกัน

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่สามารถช่วยผู้ประกอบการให้บริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นในด้านประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การจัดการข้อมูลอย่างมีระบบ ความถูกต้องของข้อมูล การประหยัดทรัพยากรในองค์กร และสุดท้ายคือการประหยัดเวลา (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ดังนั้นระบบอีอาร์พีจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันด้วยศักยภาพสูงสุด ในโลกของธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี Read More »

ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร

ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร

สำหรับองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจเพื่อให้ได้ผลกำไร แน่นอนว่าย่อมต้องการระบบบริหารจัดการที่สมารถช่วยให้องค์กรทำผลกำไรได้ดีกว่าเดิม มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมากกว่าเดิม

ซึ่งระบบอีอาร์พี หรือ Enterprise Resource Planning คือระบบที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการบริหารจัดการองค์กรได้เป็นอย่างดี

และในการบริหารจัดการองค์กรสิ่งหนึ่งที่ระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยได้คือ ช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจให้กับองค์กร (Click เพื่ออ่านต่อ 5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง ระบบอีอาร์พีจะสามารถสร้างข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร จะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้คือ

1. ข้อได้เปรียบในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร

2. ข้อได้เปรียบในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

3. ข้อได้เปรียบในการทำข้อมูลให้เป็นระบบ

4. ข้อได้เปรียบในการตัดสินใจอย่างมีระบบ

5. ข้อได้เปรียบในการตรวจสอบข้อมูล

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ข้อได้เปรียบในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร

ระบบอีอาร์พีจะช่วยให้องค์กรของท่านสามารถบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรได้ในระบบเดียวไม่ว่าจะเป็น การบริหารงานการเงิน, การบริหารทรัพยากรบุคคล, การบริหารการผลิต, และกระบวนการธุรกิจอื่น ๆ

การบริหารจัดการได้ในระบบเดียวนี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนและสร้างความเชื่อถือในข้อมูลทั้งหมด

2. ข้อได้เปรียบในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ

ระบบอีอาร์พีนอกจากจะช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดการทำซ้ำซ้อนของงาน, ลดเวลาในการดำเนินการ, และเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรแล้ว ข้อมูลที่เป็นระบบและมีคุณภาพที่มีจากระบบอีอาร์พี จะช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพมาประกอบการตัดสินใจได้อีกด้วย

3. ข้อได้เปรียบในการทำข้อมูลให้เป็นระบบ

ระบบอีอาร์พีจะมีการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์จึงทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรมีการจัดการที่เป็นระบบระเบียบ

การจัดการข้อมูลให้เป็นระบบที่สามารถสืบทอดได้และมีโครงสร้างของข้อมูลที่ชัดเจนในระบบอีอาร์พี จะช่วยให้ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากระบบที่ไม่เชื่อมโยงกัน ช่วยเพิ่มความเชื่อถือในข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจ และช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายและมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม

4. ข้อได้เปรียบในการตัดสินใจอย่างมีระบบ

ระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ผู้บริหารได้รับข้อมูลที่แม่นยำ เที่ยงตรง เป็นปัจจุบัน

ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำการตัดสินใจได้บนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยลดเวลาในการดำเนินการและผู้บริหารจะสามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงทีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

5. ข้อได้เปรียบในการตรวจสอบข้อมูล

ระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ข้อมูลทั้งหมดขององค์กรมีความสอดคล้องกัน ทำให้ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลในอดีตหรือในปัจจุบัน

อีกทั้งระบบอีอาร์พียังมีความสามารถในการสร้างรายงานที่สามารถให้ข้อมูลทั้งภาพรวมและรายละเอียด รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลในรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่าย

การตรวจสอบข้อมูลในรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่ายนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบปัญหาหรือแนวโน้มของข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะช่วยให้องค์กรมีข้อได้เปรียบในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดในองค์กร การปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ การทำข้อมูลให้เป็นระบบ การตัดสินใจอย่างมีระบบ และการตรวจสอบข้อมูลได้ (Click เพื่ออ่านต่อ ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) )

ซึ่งข้อได้เปรียบเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าระบบอีอาร์พีนั้นสามารถสร้างมูลค่าที่นอกเหนือจากผลกำไรที่วัดเป็นตัวเงิน

แต่เป็นการสร้างมูลค่าภายในองค์กรให้องค์กรมีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดีกว่าเดิม ได้เปรียบเหนือคู่แข่งทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงความรวดเร็วในการนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร Read More »

3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี

3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี

เชื่อว่าสำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีคงต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเพื่อที่จะหาระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรของท่าน

ซึ่งในความเป็นจริงการจะตอบว่าระบบอีอาร์พีที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรท่านเป็นอย่างไรก็คงตอบได้ยาก (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

แต่ถ้าในอีกมุมมองหนึ่งคือระบบอีอาร์พีแบบใดที่จะเข้าใกล้กับกระบวนการทำงานขององค์กรท่านได้มากที่สุด คำถามนี้อาจช่วยให้ท่านหาคำตอบได้ง่ายกว่า

และนอกเหนือจากคำถามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วในบทความนี้ยังมี 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมอยู่

โดย 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พีประกอบด้วย

1. วางระบบอีอาร์พีใช้เวลานานไหม

2. วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จทำอย่างไร

3. วางระบบอีอาร์พีแล้วคุ้มค่าไหม

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. วางระบบอีอาร์พีใช้เวลานานไหม

ในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะใช้ระยะเวลาในการวางระบบนานแค่ไหนจะประกอบด้วยหลาย ๆ ปัจจัย อาทิเช่น

  • ขนาดและความซับซ้อนของระบบอีอาร์พีสำหรับกระบวนการทำงานขององค์กร
  • ความพร้อมในการเตรียมฐานข้อมูลขององค์กร
  • ความพร้อมในการเรียนรู้การใช้งานระบบอีอาร์พีของพนักงานในองค์กร เป็นต้น

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีจึงไม่สามารถมีคำตอบฟันธงแบบชัดเจนว่าต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนจึงจะวางระบบได้สำเร็จ

แต่ทั้งนี้หากทางองค์กรมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี

และองค์กรได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงานในการเรียนรู้การใช้งานระบบอีอาร์พี ในส่วนนี้ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถวางระบบอีอาร์พีได้อย่างประสบความสำเร็จตามที่ได้วางแผนไว้

2. วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จทำอย่างไร

การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จนั้นนอกจากการได้รับความร่วมมือจากพนักงานในองค์กรแล้ว ทางผู้บริหารระดับสูงเองก็ควรเล็งเห็นความสำคัญของการวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่านต่อ วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงจะมีบทบาทหน้าที่ในการ

  • กำหนดทิศทางของโครงการ
  • การบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางไอที ทรัพยากรบุคคล และเวลาที่จะต้องใช้

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีหากผู้บริหารระดับสูงไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ก็อาจทำให้การบริหารจัดการวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จป็นไปได้อย่างยากลำบาก

3. วางระบบอีอาร์พีแล้วคุ้มค่าไหม

ความคุ้มค่าของระบบอีอาร์พีนั้นจะมาในหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น

  • องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ในราคาถูกลงและคำนวณต้นทุนการผลิตได้แม่นยำ
  • องค์กรสามารถใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรง เป็นจริง และเป็นปัจจุบัน
  • องค์กรถูกบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในเรื่องเวลาและทรัพยากร ต่าง ๆ ภายในองค์กร

จะเห็นได้ว่าความคุ้มค่าของระบบอีอาร์พีที่องค์กรได้ลงทุนนั้นเกิดขึ้นในหลากหลายมิติ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรทั้งสิ้นนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

กล่าวโดยสรุป สำหรับ 3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พีในบทความนี้ต้องการจะสื่อว่า

ในการวางระบอีอาร์พีนั้นแน่นอนว่าทางองค์กรจะต้องมีเวลามาทุ่มเทกับเรื่องนี้ มีผู้บริหารระดับสูงเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งความคุ้มค่าของการวางระบบอีอาร์พีจะเกิดขึ้นในหลากหลายมิติ

แต่ที่แน่ ๆ คือระบบอีอาร์พีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรของท่านได้อย่างแน่นอน

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 คำถามโดน ๆ กับการวางระบบอีอาร์พี Read More »

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีการพัฒนามาเป็นระยะเวลานานแล้ว และระบบอีอาร์พีก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กร

และด้วยความที่ระบบอีอาร์พีนั้นมีมานานแล้วจึงทำให้ในบางครั้งมีรายละเอียดบางอย่างของระบบอีอาร์พีถูกเข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง

ซึ่งในบทความนี้จะนำเสนอ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

เพื่อให้ผู้อ่านได้มีภาพของระบบอีอาร์พีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถมีข้อมูลในอีกหนึ่งมุมมองมาประกอบการตัดสินใจในการวางระบบอีอาร์พี โดย 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้คือ

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

2. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

3. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

4. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

5. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

มีคนบางคนอาจคิดว่า ERP เป็นระบบที่เฉพาะเรื่องบัญชี แต่ในความจริง ERP มีความหลากหลายและครอบคลุมหลายด้านของธุรกิจ เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การตลาด, และการบริหารลูกค้า ซึ่งครอบคลุมทั้งหมดของการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ 4 ข้อแตกต่าง ระหว่างโปรแกรมบัญชี และระบบอีอาร์พี (ERP) ?)

2. ระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

มีคนที่คิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีสามารถใช้ได้ทั้งในบริษัทขนาดเล็ก, กลาง, และใหญ่ การเลือกใช้ระบบอีอาร์พีขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดของธุรกิจ 

ซึ่งในส่วนนี้ทางองค์กรสามารถปรึกษากับผู้ให้บริการอีอาร์พีได้ว่าองค์กรของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีในรูปแบบใด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

3. ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

บางคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

ซึ่งในความเป็นจริงคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบอีอาร์พีก็คือการลงทุนขององค์กรในอีกรูปแบบหนึ่ง

โดยผลตอบแทนของการลงทุนไม่เพียงแค่มาในรูปแบบของต้นทุนที่ลดลงและผลกำไรที่มากขึ้น

แต่ยังรวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรที่สูงขึ้น รวดเร็วขึ้น องค์กรได้ใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งในภาพรวมนั้นถือว่าการลงทุนกับระบบอีอาร์พีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ถูกพัฒนาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ระบบทันกับยุคสมัยทันกับรูปแบบของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และทันสมัยต่อรูปแบบการใช้งานของยูสเซอร์ เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองความต้องการของยูสเซอร์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการบริหารจัดการองค์กร

5. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

มีบางท่านคิดว่ากระบวนการทำงานในองค์กรของตนเอง เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากองค์กรอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

องค์กรจึงมองว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความซับซ้อนและแตกต่างขององค์กรในส่วนนี้ได้

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามาถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการใช้งานขององค์กรได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจเลย (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ประกอบด้วยหลาย ๆ โมดูล ซึ่งครอบคลุมต่อความต้องการในการบริหารจัดการองค์กร โดยระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสามารถใช้ได้ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

ค่าใช้จ่ายของระบบอีอาร์พีถึงแม้จะลงทุนสูงแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า อีกทั้งเป็นเทคโนโลยีที่มีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานขององค์กรได้

ดังนั้นระบบอีอาร์พีจึงเป็นระบบที่มีความพิเศษที่หลากหลาย และเป็นระบบที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างครบถ้วนในทุกมิตินั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี Read More »

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

เมื่อองค์กรต้องการวางระบบอีอาร์พีแน่นอนว่ามีข้อมูลหลายอย่างมาก ๆ สำหรับองค์กรที่จะต้องไปทำการบ้านแล้วก็วิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรเอง

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง 3 ปัจจัยเบื้องต้นที่ต้องรู้สำหรับการวางระบบอีอาร์พี โดย 3 ปัจจัยดังกล่าวมีดังนี้คือ

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ข้อดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

การเตรียมพร้อมทางด้านทรัพยากรบุคคลในการวางระบบอีอาร์พีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

เพราะการใช้งานระบบอีอาร์พีในองค์กร จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลย หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรเอง

ซึ่งการจะได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรนั้นก็จะเริ่มมาจากการสื่อสารให้พนักงานในองค์กรได้มีความเข้าใจว่า การใช้ระบบอีอาร์พีนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง

รวมถึงระบบอีอาร์พีช่วยให้การทำงานของพนักงานในองค์กรรวดเร็วขึ้นและง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง

หากองค์กรสามารถสื่อสารกับพนักงานได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือในการใช้ระบบอีอาร์พีของพนักงานในองค์กรก็จะเกิดขึ้น

แล้วองค์กรก็จะสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องใช้ทรัพยากรทางไอทีที่หลากหลายเพื่อให้โครงการมีความสำเร็จและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวอย่างทรัพยากรทางไอทีที่สำคัญที่มักถูกใช้ในการวางระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ผู้ดูแลระบบอีอาร์พี ซึ่งจะเป็นบุคลากรหลักที่จะช่วยให้ระบบอีอาร์พีสามารถดำเนินไปได้ และให้ความช่วยเหลือผู้เข้าใช้งานระบบหากมีปัญหาในการเข้าใช้งาน

อีกหนึ่งทรัพยากรทางไอทีที่มีความสำคัญคือ ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลการเงิน, และข้อมูลสต็อก เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน)

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

กระบวนการในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่กระบวนการแรกไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น…การนัดนำเสนอระบบ, การส่งขอเสนอราคา, การวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ให้บริการอีอาร์พี, การเริ่มต้นวางระบบอีอาร์พี, การเทรนพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี ไปจนถึงขั้นตอนในการ Go Live

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีนอกจากจะลงทุนด้านงบประมาณแล้วยังต้องลงทุนเวลาด้วย เวลาจึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่านต่อ 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

กล่าวโดยสรุป 3 ปัจจัยที่ต้องเข้าใจสำหรับวางระบบอีอาร์พีก็คือ ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที และปัจจัยทางด้านเวลา ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้จะมีผลอย่างมากต่อการวางระบบอีอาร์พีไปจนถึงการใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งหากองค์กรมีการเตรียมความพร้อมในทั้ง 3 ปัจจัยนี้แล้ว การวางระบบอีอาร์พีขององค์กรก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากทีเดียว

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี Read More »

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

หลาย ๆ องค์กรอาจเคยได้ยินถึงคำว่าระบบอีอาร์พีกันมาบ้างแล้ว บางองค์กรอาจกำลังมองหาระบบอีอาร์พีอยู่ ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงความหมายของระบบอีอาร์พีโดยสังเขปว่าระบบอีอาร์พีคืออะไร และจะมีวิธีการวางระบบให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นได้อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้น สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

โดยเนื้อหาในบทความจะประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ในแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

Enterprise Resource Planning (ERP) หรือระบบอีอาร์พี คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรหรือกิจการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยระบบอีอาร์พีจะรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดภายในองค์กรได้แก่ บุคคลากรทั้งภายในและภายนอก, วัสดุ, เงินทุน, การผลิต, การขาย, การบริการ, และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาไว้ในระบบเดียวกัน และทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดเป็นเชิงระบบ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความรอบคอบและรวดเร็วมากขึ้น

ระบบอีอาร์พีสามารถรวมข้อมูลจากระบบที่แตกต่างกันภายในองค์กร แล้วเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเป็นระบบเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย และช่วยลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล

ระบบอีอาร์พีจะมีโมดูลที่หลากหลาย เช่น การบัญชีและการเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การจัดการโครงการ, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การขายและการตลาด

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังมีโมดูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ระบบบริหารงานบุคคล (HR), ระบบ CRM และ Asset Management เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

การใช้ระบบ ERP ทำให้องค์กรสามารถให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมธุรกิจได้รวดเร็ว อาทิเช่น ตอบสนองต่อการผลิตสินค้าได้ทันท่วงทีตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พียังมีความยืดหยุ่น และทำให้ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทำงานภายในองค์กรทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ควรดำเนินการดังนี้

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อมีดังนี้คือ

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการวางระบบอีอาร์พีว่าองค์กรต้องการอะไร เช่น

เป็นองค์กรทางธุรกิจที่มีระบบผลิตโดยเป็นการผลิตที่รายละเอียดของ bill of material แตกต่างกันและไม่ซ้ำกันเลยทำให้บริหารจัดการการผลิตได้ยาก จึงต้องการระบบอีอาร์พีที่มีโมดูลการผลิตมารองรับในส่วนนี้

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ เป็นธุรกิจที่มีหลายสาขา ซึ่งผู้บริหารต้องการให้ข้อมูลการทำงานของแต่ละสาขาสามารถเชื่อมโยงกันได้ และพนักงานทุกคนในทุกสาขาสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการวางระบบอีอาร์พีขององค์กรจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการค้นหาผู้ให้บริการอีอาร์พีที่เหมาะสม

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

ในการวางระบบอีอาร์พี การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งในการเทรนควรให้ผู้ใช้งานระบบได้ทดลองคีย์ข้อมูล รวมถึงเลือกเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่ระบบกำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบสามารถรันระบบได้อย่างสมบูรณ์

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

Super user เป็นตัวแทนหลักที่ช่วยสนับสนุนและบริหารระบบอีอาร์พีในองค์กร เป็นกลุ่ม userที่มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการใช้งานและการจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พี

Super user ถือเป็นบุคคลากรที่สนับสนุนให้เพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ในบางครั้ง super user จะมีหน้าที่ดัดแปลงและปรับแต่งระบบอีอาร์พีตามความต้องการขององค์กร รวมถึงการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง, การกำหนดค่าต่างๆ และการจัดการข้อมูลที่จำเป็น

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกระบวนการภายในองค์กรให้ทำงานอย่างมีระเบียบ ไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีนั้น เบื้องต้นองค์กรต้องมัวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร รวมถึงมีการจัดเทรนการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานในองค์กร ให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพของตัวระบบ อีกทั้งยังควรมีกลุ่ม Super user มาคอยดูแลการใช้งานระบบอีอาร์พีของเพื่อนร่วมงานในองค์กร และดูแลระบบอีอาร์พีขององค์กรตามที่จำเป็น

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

3 เหตุผลที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP)

3 เหตุผล ที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP)

ธุรกิจซื้อมาขายไป คือ การที่เจ้าของร้านหรือเจ้าของธุรกิจทำการสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตหรือตัวแทนรายใหญ่เพื่อมาจำหน่าย

ธุรกิจซื้อมาขายไปคือองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นคนกลาง จะไม่ใช่ร้านค้ารายย่อยที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่จะเป็นระดับขายส่งขึ้นไป

ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า ที่มีหลายสาขาทั่วประเทศ ธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอาหารหรือชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ รวมไปถึงประเภทร้านค้าออนไลน์ที่มักจะรับสินค้าจากโรงงานมาจำหน่ายเพื่อแข่งกันตัดราคาสินค้า

สำหรับธุรกิจซื้อมาขายไปยิ่งยอดขายเยอะมากเท่าไหร่ ความยุ่งยากในการบริหารก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

บางองค์กรขายดีจนเจ๊งก็มีให้พบเห็นกันไม่น้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีระบบบริหารจัดการองค์กร หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อของ “ระบบอีอาร์พี (ERP)” เข้ามาบริหารการทำงานหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บทความนี้จะกล่าวถึง 3 เหตุผล ที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งจะมี 3 หัวข้อที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้

1. เหตุผลเรื่องการเรียกข้อมูลรายงานแบบเรียลไทม์

2. เหตุผลเรื่องปัญหาการจัดการสินค้าคงคลัง

3. เหตุผลเรื่องการบริหารกำไร-ขาดทุน

โดยมีรายละเอียดแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้

1.เหตุผลเรื่องการเรียกข้อมูลรายงานแบบเรียลไทม์

ในอดีตเมื่อย้อนกลับไปสักช่วง 20-30 ปีที่แล้ว การทำธุรกิจก็คงจะใช้นิยามคำว่า “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ที่หมายถึงคนที่มีทุนก็มักจะได้เปรียบ หรือคนที่ทำก่อนก็จะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้มากกว่า

แต่ในปัจจุบันการทำธุรกิจเริ่มเปลี่ยนไปทุกอย่างล้วนแข่งขันกันด้วยข้อมูล

หากใครสามารถหาข้อมูลได้แม่นยำ และรวดเร็วมากกว่า ก็มักจะได้เปรียบคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

ธุรกิจซื้อมาขายไปส่วนใหญ่ย่อมต้องแข่งขันกันในเรื่องราคา และการที่จะได้ราคาสินค้าดี ๆ ก็มาจากการหาผู้ผลิตหรือตัวแทนรายใหญ่ที่มากพอ

ซึ่งหากไม่มีระบบอีอาร์พี (ERP) ก็ไม่พ้นต้องใช้วิธีแมนนวล(การกรอกข้อมูลด้วยมือ) ในการบันทึกข้อมูลของเวนเดอร์ (ผู้ขายสินค้า)

และเวลาจะทำราคาให้กับลูกค้าก็จะยิ่งล่าช้า เพราะกว่าจะคำนวณสินค้าของแต่ละเวนเดอร์เพื่อดูราคาที่ดีที่สุดและเสนอให้กับลูกค้าก็อาจจะไม่ทันคู่แข่งได้

เพราะฉะนั้นการมีระบบอีอาร์พีก็จะช่วยให้การเรียกข้อมูลและรายงานการขายรวมไปถึงรายงานในส่วนอื่นๆ ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำกว่าระบบแมนนวล

จึงกล่าวได้ว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้เป็นยุคของ “ปลาเร็วกินปลาช้า” ข้อมูลของใครเร็วกว่าก็มักจะได้เปรียบคู่แข่ง (Click เพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบอีอาร์พี)

2. เหตุผลเรื่องปัญหาการจัดการสินค้าคงคลัง

ที่มาของคำว่า “ขายดีจนเจ๊ง” ก็มักจะมาจากองค์กรที่บริหารจัดการสต๊อกได้ไม่ดี ส่งผลให้มีสต๊อกเกิน หากปล่อยเวลาไว้นาน ๆ ไม่แก้ไข ก็จะทำให้ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

คำว่าสต๊อกเกิน อธิบายก็คือ บริษัทมีต้นทุนในคลังสินค้า มากกว่ายอดขายหลายเท่า ส่งผลให้บางองค์กรมียอดขายสูง แต่กำไรกลับเหลือน้อยกว่าความเป็นจริง

ส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดสต๊อกสินค้าที่ไม่ดี การเก็บที่ไม่เป็นระบบ ของเก่าก็ยังไม่ได้ขายแต่ก็เอาของใหม่เข้ามาแทน

ยิ่งไม่มีระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการสต๊อก ก็ยิ่งทำให้การเรียกดูสินค้าคงคลังไม่เรียลไทม์ ส่งผลกระทบกับธุรกิจในหลาย ๆ

“การบริหารต้นทุนที่ไม่สามารถควบคุมได้”

ซึ่งธุรกิจซื้อมาขายไปมักจะมีการสั่งสินค้า (Inventory) เข้าออกตลอดเวลาตามยอดขายของบริษัท

หากการจัดการสินค้าคงคลังไม่เป็นระบบ ต่อให้มีระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดี และมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาสต๊อกเกินได้ จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบคลังสินค้าให้มีระบบมากยิ่งขึ้น

3. เหตุผลเรื่องการบริหารกำไร-ขาดทุน

การบริหารเรื่องกำไร-ขาดทุน จะไม่ใช่แค่การซื้อขายและดูจากกำไรที่ได้

แต่ในงานบริหารจะมีต้นทุนแฝงหลายอย่าง ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นภายในองค์กร เป็นต้น

จากเนื้อหาที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้น หลายท่านคงคิดว่าใช้แค่ระบบบัญชีก็สามารถช่วยบริหารองค์กรได้อย่างดีแล้ว แต่ข้อมูลบัญชีอาจจะไม่สามารถวิเคราะห์เรื่องต้นทุน จนไปสู่การลดต้นทุน-เพิ่มกำไร ให้มีประสิทธิภาพได้

จำเป็นต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการให้ครอบคลุม

ตั้งแต่แผนกขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และแผนกบัญชี โดยสามารถเชืื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้บัญชีสามารถปิดงบได้รวดเร็ว และแม่นยำ เพราะข้อมูลอยู่ในระบบเดียวกัน

อีกทั้งทางผู้บริหารสามารถเรียกรายงานมาวิเคราะห์ได้ทันที เพื่อดูผลประกอบการ และวิเคราะห์เกี่ยวกับธุรกิจได้จากข้อมูลในระบบอีอาร์พี (ERP)

เพราะระบบอีอาร์พี (ERP) คือเครื่องมือที่สำคัญของทุกองค์กร

ยิ่งระบบอีอาร์พี (ERP) ของผู้ให้บริการเจ้าไหนมีครบทุกฟังก์ชันของการทำงาน และสามารถเชื่อมโยงหากันได้ในทุกหน่วยงานขององค์กร ยิ่งส่งผลดีกับผู้บริหาร

เพราะจะสามารถวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำพาองค์กรไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้า

หากท่านใดกำลังมองหาระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสิทธิภาพสูง และครอบคลุมทุกฟังก์ชันการทำงาน สามารถตัดสต๊อกและเรียกรายงานได้แบบเรียลไทม์ แนะนำ ระบบ PlanetOne ERP ที่พัฒนาโดยคนไทย หากสนใจสามารถเข้าดู Package ได้ที่นี่

3 เหตุผลที่ธุรกิจซื้อมาขายไปควรมีระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ในการวางระบบอีอาร์พี หลาย ๆ องค์กรจะมีความกังวลว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในส่วนงานขององค์กรบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ก็คือ "การ Customized” ระบบอีอาร์พี

และในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจชัดเจนว่าการ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

และจะมีประโยชน์ต่อการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กรอย่างไร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงทั้งหมด 3 หัวข้อดังนี้คือ

1. การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

3. การ Customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การ customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) หมายถึงการปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนระบบ ERP เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษและการทำงานที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร

การ Customized เป็นการทำงานที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในโมดูลตามมาตรฐานทั่วไปของระบบอีอาร์พีที่มีพร้อมให้บริการ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างการ Customized ระบบอีอาร์พีได้แก่

-การปรับเปลี่ยนโมดูลที่มีอยู่

-เพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษ

-การปรับรูปแบบการแสดงผลเมื่อเรียกดูรายงานต่าง ๆ เป็นต้น

ระบบอีอาร์พีมักจะมีโมดูลหลายประการเช่นการบัญชี, การจัดการสต็อก, การผลิต, การขาย, และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ

3. การ customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีความแตกต่างตามขอบเขตของการปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการ

รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมที่ปรึกษาในการวิเคราะห์รายละเอียด, การเก็บ Requirement, การวางแผนแนวทางในการ Customized

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรนใช้ระบบ ในกรณีที่ยูสเซอร์ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานส่วนที่ Customizedได้ด้วยตนเอง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พีไปแล้วพบว่ามีบางจุดที่ระบบอีอาร์พียังไม่ไหลลื่นไปกับกระบวนการทำงานภายในองค์กร

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น Requirement ที่องค์กรต้องการ, โมดูลที่ต้องการ Customized รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ Customized ด้วยเช่นกัน

ซึ่งผลลัพธ์จากการ Customized ระบบอีอาร์พี ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้โดยที่ความยุ่งยากน้อยลงและกระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการวางระบบอีอาร์พี จะสามารถวางระบบได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกมามีส่วนสำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ขององค์กรก็ว่าได้ (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

สำหรับองค์กรที่มองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แน่นอนว่าองค์กรย่อมต้องการที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ในการทำงาน และสามารถ implement ระบบได้จริง

ซึ่งการมองหาที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ ควรทำตาม 5 ขั้นตอนดังนี้คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

2. สำรวจหาทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสบการณ์

3. ทำข้อมูลคุณสมบััติที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)แล้วเปรียบเทียบคุณสมบัติที่บริษัทที่ปรึกษานำเสนอ

4. จัดการประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ได้เลือกไว้

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ

รายละเอียดในแต่ละหัวข้อประกอบด้วย

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่ออะไร
เหตุผลอะไรที่จะต้องวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กร

เช่น มีโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กรที่ซับซ้อนทำให้มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เกิดความล่าช้าในการทำงาน

เนื่องจากบุคลากรในองค์กรไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ทำให้ใช้เวลามากเกินไปในการเรียกดูรายงานต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีกับปัญหาที่เกิดในปัจจุบันเป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ถ้าหากองค์กรสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ออกมาได้ชัดเจน ก็จะทำให้สามารถสื่อสารกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้นองค์กรควรต้องวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะได้กำหนดรายละเอียดในการคุยกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่องค์กรต้องการ

2. สำรวจหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานและสามารถ implement ระบบได้จริง

โดยองค์กรสามารถหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้จากหลายแหล่งข้อมูล อาทิเช่น บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงสอบถามจากบริษัทที่เป็นคู่ค้าหรือบริษัทที่อยู่ใน network เดียวกันกับขององค์กร

โดยการสอบถามข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ของที่ไหน

เมื่อมี list รายชื่อของที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อย่าลืมตรวจสอบผลงานว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่มีผลงานจริง โดยสามารถตรวจสอบได้จากรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการ หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัทที่เคยใช้บริการวางระบบอีอาร์พี (ERP) กับบริษัทที่ปรึกษาที่อยู่ในลิสต์ขององค์กร 

ดังนั้นในการหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะต้องมีลิสต์รายชื่อของบริษัทที่ปรึกษาไว้หลาย ๆ ที่แล้วยังต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่เคยใช้บริการรวมถึงตรวจสอบจากรีวิวที่น่าเชื่อถือได้

3. จัดทำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)

ในส่วนนี้ทางองค์กรจะต้องวิเคราะห์ภายในองค์กรเองว่า กระบวนการการทำงานภายในขององค์กรเป็นอย่างไร กระบวนการทางธุรกิจเป็นอย่างไร

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดในส่วนนี้ควรจะต้องมีทีมของบริษัทที่ปรึกษามาคอยให้คำแนะนำด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่บริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ตนเองมีอยู่ 

เมื่อเปรียบเทียบแล้วทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีจึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณสมบัติของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการจะต้อง customized หรือไม่ หรือสามารถใช้จากโมดูลหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เลยเป็นต้น

4. จัดประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกไว้

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการนั้นบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะสามารถทำให้ได้หรือไม่ในทุก ๆคุณสมบัติที่องค์กรได้ร่างไว้ 

หากทำไม่ได้แล้วต้องมีการ customized จะสามารถ customized ให้กับองค์กรได้หรือไม่

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ไหนที่สมบูรณ์แบบ 100%

ดังนั้นองค์กรจึงควรวิเคราะห์และมองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรได้ใกล้เคียงที่สุด

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ

เมื่อได้มีการประชุมกันในรายละเอียดเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว ทางองค์กรควรขอใบเสนอราคาตามคุณสมบัติที่องค์กรกำหนดไว้

ทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีค่าบริการอะไรบ้าง ก็ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อที่องค์กรจะสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่าองค์กรจะมีประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้หรือไม่

ดังนั้นเมื่อได้มีการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการขอใบเสนอราคาทางองค์กรก็ควรจะสามารถวิเคราะห์และประเมินตนเองได้ด้วยว่ามีความสามารถในการจัดสรรงบประมาณหรือไม่

ซึ่งในส่วนนี้อาจสามารถเจรจาต่อรองงบประมาณในบางส่วนกับที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) )

กล่าวโดยสรุป ในการหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี ทางองค์กรควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จากนั้นเริ่มมองหาข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีที่เหมาะสม แล้วทำการวิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึกร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าระบบอีอาร์พีของบริษัทที่ปรึกษาสามารถตอบสนองในส่วนใดได้บ้าง 

และสุดท้ายคือการขอใบเสนอราคาเพื่อดูว่าองค์กรสามารถจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร

ระบบ ERP เป็นคอนเซปต์ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการต่าง ๆ ทางธุรกิจ ซึ่งการใช้ระบบ ERP จะช่วยในการบริหารจัดการองค์กรในหลาย ๆ ด้าน

ซึ่งในบทความนี้เจะยกตัวอย่างให้ผู้อ่านได้เห็นภาพอย่างง่ายทั้งหมด 3 ด้านคือ

1. ด้านการจัดการข้อมูล

2. ด้านความปลอดภัยของข้อมูล

3. ด้านการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร

ซึ่งในแต่ละด้านที่ยกตัวอย่างมา จะมีรายละเอียดดังนี้

1. ด้านการจัดการข้อมูล

ระบบ ERP เป็นการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ทุกคนในองค์กรจะใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน

จึงทำให้ข้อมูลที่ทุกคนในองค์กรนำไปใช้เป็นข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ เที่ยงตรง และเชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางด้าน การเงิน, การผลิต, การขาย, และบริหารทรัพยากรมนุษย์

ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรและการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของผู้บริหาร สามารถตัดสินใจได้บนฐานข้อมูลที่เป็นความจริงและเป็นปัจจุบัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

2. ด้านความปลอดภัยของข้อมูล

เนื่องจากระบบ ERP เป็นการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ทำให้การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในองค์กรจะอยู่ในระบบเดียว

ดังนั้นระบบ ERP จึงมีนโยบายที่เคร่งครัดในการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ระบบด้วยเช่นกัน

ระบบ ERP ช่วยในการปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจ ด้วยการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและสิทธิ์ในการทำ transaction โดยผู้ใช้งานระบบจะสามารถเห็นข้อมูลได้ตามขอบเขตของบทบาทและหน้าที่ตนเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ด้านการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร

ระบบ ERP ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์โดยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน เช่น ประวัติการทำงาน, การสรรหา, การส่งออกฝึกอบรม, และการประเมินผล การทำรายการทั้งหมดนี้อยู่ในระบบเดียว, ทำให้เป็นประโยชน์ในการจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

โดยระบบ ERP ช่วยในการจัดการและวางแผนการพัฒนาอาชีพของบุคคลากร ระบบสามารถช่วยในการติดตามทักษะ, ประสบการณ์, และความสนใจของพนักงาน เพื่อช่วยในการกำหนดแผนการพัฒนาและฝึกอบรมที่เหมาะสมกับพนักงานในองค์กรต่อไป (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

กล่าวโดยสรุป ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจได้โดยการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ทุกคนใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน และมีนโยบายที่เคร่งครัดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงช่วยบริหารจัดการบุคลากรให้องค์กรให้ทำงานอย่างเต็มศักภาพนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร Read More »

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรทั้งหมดในทุกระดับ ซึ่งการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานและขนาดของแต่ละองค์กร

โดยระบบ ERP นั้นมีทั้งระบบ ERPที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกและระบบ ERP ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทของคนไทย

ซึ่งระบบ ERP ที่พัฒนาโดยบริษัทต่างประเทศและระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถแบ่งความแตกต่างได้ตามด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ความแตกต่างในภาษาและวัฒนธรรม

2. การรองรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำธุรกิจในท้องถิ่น

3. ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ

โดยแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. ความแตกต่างในภาษาและวัฒนธรรม

ERP ที่พัฒนาในต่างประเทศมักจะถูกสร้างขึ้นโดยเน้นภาษาและวัฒนธรรมของสถานที่นั้น นอกจากนี้การเข้าถึงและการใช้งานของระบบERP ในบริบททางวัฒนธรรมนั้น ๆ ก็อาจมีความแตกต่างกันได้

ในกรณีนี้ข้อสังเกตที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ระบบ ERP ที่พัฒนาจากต่างประเทศจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ในระบบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

แต่ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ในระบบเป็นภาษาไทยประกอบด้วย (Click เพื่ออ่าน 4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย)

2. การรองรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำธุรกิจในท้องถิ่น

ระบบ ERP ที่พัฒนาในแต่ละประเทศมักจะปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อให้ประสิทธิภาพของระบบสามารถประมวลผลและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง

ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถปรับปรุงตัวระบบให้เหมาะสมกับการกำเนินธุรกิจขององค์กรในท้องถิ่นไทย

3. ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ

การปรับปรุงและการพัฒนา ERP ที่พัฒนาโดยบริษัทต่างประเทศอาจจะมีการปรับปรุงและพัฒนาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพธุรกิจที่ก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่า แต่ในขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็สูงกว่าด้วยเช่นกัน

ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยอาจมีค่าใช้จ่ายที่สามารถจัดสรรงบประมาณได้สำหรับธุรกิจของคนไทย (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ )

การเลือกใช้ระบบ ERP ไม่ว่าจะเป็นระบบของคนไทยหรือระบบจากต่างประเทศ ก็ควรพิจารณาให้ดีว่าระบบ ERP ที่ได้เลือกมานั้น ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือไม่ เนื่องจากการวางระบบอีอาร์พีนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง หากวางระบบไปแล้ว แค่ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่านั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร Read More »

ERPไทย

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด

ดร. กฤษณา สุขบุญญสถิตย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ ประเทศไทย จำกัดและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกร

BRID: ดร. กฤษณา ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ค่ะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกรค่ะ

ทำงานที่คาร์เปทเมกเกอร์มาปีนี้จะเป็นปีที่ 20 แล้วค่ะ

BRID: ช่วยแนะนำบริษัท ที่มาของบริษัท และรูปแบบของธุรกิจค่ะ

บริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยผลิตพรมทอมือ ส่งออกให้กับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเช่น โรงแรม 5-6 ดาว fashion shop อย่างที่เราคุ้นๆ กันนะคะ ที่ขายกระเป๋าหรือขายแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ มีให้กับเรือยอตช์ ไพรเวทเจ็ท แล้วก็มีพระราชวัง นี่คือสินค้าที่เราส่งออกจากบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น พนักงานทั้งหมดเป็นคนไทยทั้งหมดเลยค่ะ

เริ่มต้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้วมีพนักงานประมาณ 7 คน วันนี้ก็มีพนักงานเกือบ 700 คน ผลิตภัณฑ์หลักของเราหลักๆ เป็นพรมทอมือเพราะเราต้องการสร้างงาน จากปณิธานของผู้ก่อตั้ง ที่ตั้งใจจะสร้างงานให้กับคนขอนแก่นและชาวอีสานซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างเยอะแต่ว่าเราไม่มีโรงงาน

ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือในชลบุรี ทำให้ทิ้งครอบครัวมีแต่ลูกหลานอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของพนักงานที่ต้องไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ แล้วก็ทิ้งครอบครัวด้วย เลยเป็นที่มาว่าเรามาตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ ที่ใน 40 ปีที่แล้วไม่มีโรงงานเลย โรงงานที่นี่เป็นที่แรก

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบ ERP ให้กับองค์กรคะ

ปัจจุบันนี้เราก็เริ่มทำตลาดในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะเราก็คิดว่าคนไม่ค่อยรู้จักเราเลย แต่ในต่างประเทศก็จะรู้จักกันเพราะว่าเราทำมาหลายปี

ในประเทศไทยเองพอเราเริ่มมาทำเราก็เริ่มต้องมีรายละเอียด มีกิจกรรมที่แตกต่างจากกิจกรรมการส่งออกปกติเดิมของเรา ทำให้เราเริ่มมองว่าจริง ๆ เราจะต้องมีระบบหลังบ้านที่เหมาะสม

เมื่อก่อนเราก็จะซื้อซอฟท์แวร์บัญชีง่าย ๆ มาตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม่กี่พันบาทในตอนเริ่มต้น เพราะเราก็คิดว่าเป็นการแค่บันทึกบัญชีลงไปเฉย ๆ แล้วก็ส่งงบได้ แต่ว่าข้อดีอันนึงของเราเลยก็คือเรามีงบฉบับ เดียวเราไม่มีหลายชุดก็เลยเหมือนทำง่าย

เพียงแต่ว่าพอ transaction ใหญ่ขึ้น กิจการใหญ่ขึ้น ก็เริ่มมีเรื่องของการวิเคราะห์ที่เราอยากจะต้องวิเคราะห์และเห็นภาพของการดำเนินงานที่เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นจะตอบโจทย์อย่างเดียวคือการที่ส่งงบให้กับราชการได้

แต่ตอนหลังเราคิดว่าถ้าเราจะเติบโต เรามีการวางกลยุทธ์ เรามีการต้องใช้ข้อมูล เราอยากจะได้ข้อมูลที่เร็ว ถูกต้อง แล้วก็สามารถที่จะวิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ ได้ทำให้เราเริ่มมองหาโปรแกรมที่มีความเก่งขึ้นมีการตอบโจทย์รายละเอียดได้มากขึ้น

เราก็ศึกษาหลายโปรแกรมค่ะสุดท้ายก็มาเจอกับ PlanetOne ของ BRID เราก็ชอบว่าเป็นโปรแกรมของคนไทย ราคาย่อมเยาว์สำหรับพวกเราซึ่งเป็น SME ไม่อย่างนั้นถ้าเราไปลงระบบใหญ่ของต่างประเทศ ก็รับรองว่าเป็นหลักสิบล้าน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ไหม แต่สำหรับของ PlanetOne ซึ่งก็อยู่ในราคาที่เราสามารถจะจัดการงบประมาณของเราได้

ข้อดีของระบบที่เรามองเห็นคือเข้าใจความเป็นคนไทย เข้าใจ transaction เข้าใจพฤติกรรมของคนไทยมากกว่าฝรั่ง ซึ่งฝรั่งออกแบบมาเขาก็จะออกแบบมารองรับ nature วิธีคิดรูปแบบการทำงานและสไตล์การทำงานของฝรั่ง แต่คนไทยบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่นไม่มากซึ่งกลายเป็นข้อดี

BRID: ช่วยแชร์ประสบการณ์การ implement และการใช้งานระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการองค์กรให้กับผู้อ่านหน่อยค่ะ

ตอนแรก ๆ เรามองว่า โปรแกรมค่อนข้างที่จะล็อคตัวเราเองค่อนข้างเยอะแต่ปรากฏว่าพอใช้งานไปก็ดี เพราะว่าจะทำให้พนักงานไม่เผลอที่จะไปทำรายการแล้วเดี๋ยวลบทิ้ง แล้วก็ทำใหม่ ย้อนกลับไปทำใหม่

อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับตัวระบบเลยค่ะ เพราะจะช่วยให้พนักงานมีวินัยว่าคุณต้องคิดให้ดี มั่นใจในรายละเอียดทั้งหมดก่อนแล้วถึงจะทำ transaction เพราะการทำรายละเอียดนั้นอาจจะแก้ไม่ได้แล้ว เรื่องก็จะต้องให้ supervisor หรือmanager เข้ามารับทราบปัญหานั้น ๆ ซึ่งก็คิดว่าอันนี้เป็นข้อดีของตัวระบบ

และการพัฒนาการทำงานร่วมกันกับทีมตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างของระบบบัญชีกันใหม่ มีการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วโปรแกรมก็มีความยืดหยุ่นที่จะเขียนแล้วก็ตอบสนองความเป็นธุรกิจของเราจริงๆ

เพราะธุรกิจพรมในเมืองไทยจะมีไม่มาก ถ้าธุรกิจเทรดดิ้งหรือธุรกิจผลิตอื่นๆ เขาก็จะมีโมดูลทั่วๆ ไปที่ใช้ได้ แต่พอเป็นของเราซึ่งรายละเอียดค่อนข้างเยอะและเราเป็นพรมที่เป็น customize คือต้องผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ในแต่ละผืนจะไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นรายละเอียดของ bill of material ก็จะแตกต่างกันหมดความยาก รายละเอียดของ transaction จะมาก

เพราะฉะนั้นเราก็มีการมานั่งคุยกับทีมพัฒนาระบบแล้วก็มาวางระบบด้วยกันแล้วก็มาปรับโปรแกรมให้เข้าสู่สิ่งที่เป็น

ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มีที่ต้องปรับเข้าหากันพอสมควรเราก็พยายามให้ทีมพัฒนาเองเรียนรู้สิ่งที่เป็นก่อน แล้วก็พยายามบอกว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นอะไรแล้วจะเจอกันตรงไหน เพราะบางครั้งความต้องการของเราถ้ามาเจอเราทั้งหมดก็กลายเป็นไม่มีระบบก็มีซึ่งก็ไม่ได้ดี ก็เลยคิดว่า อ่ะ…จริง ๆ จุดเหมาะสม

ก็เลยได้ประโยชน์จากมุมมองและแนวคิดของทีมพัฒนาระบบของ BRID ด้วย ที่ช่วยมาแนะนำว่าถ้าเป็นตรงนี้ก็ควรจะใช้วิธีนี้หรือควรจะปรับ ก็มีบ้างที่ต้องทำโปรแกรม API เสริมเข้าไปแต่ในวันนี้เราใช้ BRID มาหลายปีแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวเราสามารถปิดงบได้เร็วขึ้น

เราสามารถเห็นงบการเงินได้เร็วแล้วเราก็เห็นลึกลงไปถึง GP Report เราสามารถบอกได้ว่าพาร์ทที่เป็นปัญหาของการทำงานในแต่ละออเดอร์ในแต่ละจ็อบนั้นมาจากพาร์ทที่เป็น material, labor หรือว่า overhead หรือว่าเป็นส่วนไหน ที่เราจะนำไปสู่การปรับปรุงได้เร็วขึ้น

BRID: บริการหลังการขายและการให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ได้รับจาก PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ประเด็นเรื่องของการบริการหลังการขายนะคะต้องบอกว่าวันนี้คุยกันกับทาง BRID จนกระทั่งเป็นเพื่อนกันไปแล้ว มีอะไรก็ติดต่อได้ คุณเจนเองมาช่วยคุยตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้คุณเจนเองก็ยังดูแลอยู่ แล้วก็มีน้องนก มีทีมงานที่คุยกันแล้วทีมก็สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงระบบของการติดต่อในระบบของเจแทรคก็สามารถทำให้เราสามารถแทรคงานได้ว่าอะไรถึงไหน

แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลัง ๆ ประเด็นต่าง ๆ น้อยลงแต่ถ้าย้อนกลับไปตอนช่วงแรกเนี่ยทีมก็ support เต็มที่ค่ะ

ทีมงานมีบินมาที่ขอนแก่นเพื่อมาคุยกันแล้วก็มานั่งหาข้อสรุป มีการ ZOOM มีการนัดที่จะทำงานร่วมกันหลายรอบในช่วงแรกแต่ตอนนี้ก็จะน้อยลงเพราะทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นแล้ว

BRID: คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กร

ถ้าจะแนะนำให้หาโปรแกรมสักโปรแกรมนึงที่เราจะไม่ถูกทิ้ง PlanetOne ก็จะเป็นโปรแกรมนั้นการให้การสนับสนุนการที่เรามีทีม service ที่อุ่นใจแล้วก็ช่วยเหลือเราตลอดเวลา

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาซอฟท์แวร์สักตัวนึงที่ตอบโจทย์ เราเองเราอยากแนะนำให้ PlanetOne เป็นทางเลือกหนึ่ง

ก็ต้องเรียนว่าตอนที่เราทำการบ้านเราก็ไม่ได้ทำการบ้านแค่โปรแกรมเดียวเราก็ศึกษาหลายโปรแกรมแล้วเราก็พบว่าไม่ได้มีโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งที่ดีที่สุดแต่ PlanetOne จะตอบโจทย์ใกล้เราที่สุดและปรับได้ เข้ามาหาเราได้ใกล้ที่สุดเราเลยตัดสินใจเลือก

โดยงบประมาณ โดยความจำเป็นของเราด้วยเพราะบางอย่างเนี่ยฟีเจอร์เยอะแยะเราก็ไม่ได้ใช้เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีอยู่ใน PlanetOne งบประมาณ การ service เนี่ย สำหรับคาร์เปทเมกเกอร์ก็เป็นโปรแกรมที่เราตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือก PlanetOne

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง

ERP (Enterprise Resource Planning) คือ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และจัดการกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันภายในองค์กรเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้างมีรายละเอียดดังนี้

1. การบริหารจัดการทรัพยากร

ระบบ ERP ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร, รวมถึงบุคคล, วัสดุ, เงิน, และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระบบ ERP ช่วยทำให้การบริหารการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดซื้อ, และการจัดการสต็อกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้

2. การควบคุมกระบวนการธุรกิจ

ระบบ ERP ช่วยในการทำให้กระบวนการธุรกิจภายในองค์กรเป็นไปอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาด, เพิ่มประสิทธิภาพ, ลดค่าใช้จ่าย, ลดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างแต่ละแผนกในองค์กร

4. การปรับปรุงการตัดสินใจ

การรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ทำให้ผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้ด้วยข้อมูลที่สมบูรณ์

ระบบ ERP จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูรายงานแสดงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และเรียลไทม์ (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

5. การปรับปรุงการสื่อสาร

ระบบ ERP ช่วยในการปรับปรุงกระบวนการสื่อสารภายในองค์กร โดยทำให้ข้อมูลเป็นที่เท่าเทียม, ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้อย่างเหมือนกัน

6. การติดตามและรายงาน

ระบบERP ช่วยในการติดตามกระบวนการทางธุรกิจและสร้างรายงานที่ให้ข้อมูลสรุปได้ง่าย เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบสถานะและประสิทธิภาพขององค์กรได้

(Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

7. การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

ระบบERP ช่วยทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

8. ความปลอดภัยของข้อมูล

ระบบ ERP การควบคุมและปกป้องข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ระบบ ERP มีประโยชน์มากมายและช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการขององค์กร หากต้องการติดต่อเพื่อขอนัดเดโม กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง Read More »

Scroll to Top