การทำ ISO (International Organization for Standardization) เป็นกระบวนการที่องค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
องค์กรที่ได้รับการรับรอง ISO มักจะมีความน่าเชื่อถือสูงในตลาดและมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ
ระบบอีอาร์พีมีบทบาทสำคัญในการทำ ISO ได้หลายด้าน โดยเฉพาะในการเตรียมการและการดำเนินการตามมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งระบบอีอาร์พีนี่เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำ ISO โดยระบบอีอาร์พีสามารถช่วยองค์กรได้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้คือ
1. การจัดการเอกสารและข้อมูล
2. การทำงานร่วมกันและการสื่อสาร
3. การบริหารทรัพยากรมนุษย์
4. การจัดการคลังสินค้า
5. การทำงานตามกระบวนการ
6. การรายงานและการติดตาม
7. การจัดการคุณภาพ
โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ
1. การจัดการเอกสารและข้อมูล
ระบบอีอาร์พีช่วยในการรวบรวมและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ที่ต้องการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO ได้โดยอัตโนมัติ
ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการคลังสินค้าและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริการตามมาตรฐาน ISO ในส่วนนี้ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการตรวจสอบความเสี่ยงและควบคุมการจัดเก็บและใช้งานวัสดุต่าง ๆ
5. การทำงานตามกระบวนการ
ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการติดตามและวัดผลกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยในการตรวจสอบว่ากระบวนการทำงานได้ตรงตามมาตรฐานหรือไม่
6. การรายงานและการติดตาม
ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการสร้างรายงานที่ต้องการตามมาตรฐาน ISO และทำให้การติดตามความก้าวหน้าขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
7. การจัดการคุณภาพ
ระบบอีอาร์พีช่วยในการดูแลคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการตามมาตรฐาน ISO ด้วยการบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ
กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ทำการติดตามและบริหารจัดการตามมาตรฐาน ISO ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยในการลดภาระงานที่ทำตามมาตรฐาน ISO ที่องค์กรต้องปฏิบัติตาม
กระบวนการในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่กระบวนการแรกไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น…การนัดนำเสนอระบบ, การส่งขอเสนอราคา, การวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ให้บริการอีอาร์พี, การเริ่มต้นวางระบบอีอาร์พี, การเทรนพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี ไปจนถึงขั้นตอนในการ Go Live
เป็นองค์กรทางธุรกิจที่มีระบบผลิตโดยเป็นการผลิตที่รายละเอียดของ bill of material แตกต่างกันและไม่ซ้ำกันเลยทำให้บริหารจัดการการผลิตได้ยาก จึงต้องการระบบอีอาร์พีที่มีโมดูลการผลิตมารองรับในส่วนนี้
2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน
Super user เป็นตัวแทนหลักที่ช่วยสนับสนุนและบริหารระบบอีอาร์พีในองค์กร เป็นกลุ่ม userที่มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการใช้งานและการจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พี
ในบางครั้ง super user จะมีหน้าที่ดัดแปลงและปรับแต่งระบบอีอาร์พีตามความต้องการขององค์กร รวมถึงการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง, การกำหนดค่าต่างๆ และการจัดการข้อมูลที่จำเป็น
กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกระบวนการภายในองค์กรให้ทำงานอย่างมีระเบียบ ไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีนั้น เบื้องต้นองค์กรต้องมัวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร รวมถึงมีการจัดเทรนการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานในองค์กร ให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพของตัวระบบ อีกทั้งยังควรมีกลุ่ม Super user มาคอยดูแลการใช้งานระบบอีอาร์พีของเพื่อนร่วมงานในองค์กร และดูแลระบบอีอาร์พีขององค์กรตามที่จำเป็น
ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ
ถ้าจะแนะนำให้หาโปรแกรมสักโปรแกรมนึงที่เราจะไม่ถูกทิ้ง PlanetOne ก็จะเป็นโปรแกรมนั้นการให้การสนับสนุนการที่เรามีทีม service ที่อุ่นใจแล้วก็ช่วยเหลือเราตลอดเวลา