ระบบเชื่อมโยงเครื่องจักร

PlanetOne ERP: การเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัดด้วย API 🚀 

ในยุคที่ข้อมูลคือขุมพลังและทุกธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างรวดเร็ว ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือจัดการภายในอีกต่อไป แต่ต้องสามารถ เชื่อมต่อ และ สื่อสาร กับระบบภายนอกได้อย่างอิสระและราบรื่น 

PlanetOne ERP ก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบแบบเดิม ๆ ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง พร้อมมอบ อิสระแห่งการเชื่อมต่อ ผ่านการรองรับ API (Application Programming Interface) อย่างเต็มรูปแบบ 

API คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อ ERP? 

API เปรียบเสมือน ล่ามแปลภาษา หรือ สะพานเชื่อม ที่ทำให้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและสั่งการทำงานระหว่างกันได้โดยตรง 

สำหรับ PlanetOne ERP การมี API ที่เข้มแข็งและยืดหยุ่นถือเป็น หัวใจสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณ: 

  1. รวมศูนย์ข้อมูล (Data Centralization): สามารถดึงข้อมูลสำคัญจากระบบ ERP ไปแสดงผล หรือใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้ทันที เช่น ข้อมูลสต็อก, ข้อมูลลูกค้า, หรือข้อมูลการเงิน 
  1. ทำงานอัตโนมัติ (Automation): สามารถสร้างกระบวนการทำงานอัตโนมัติข้ามระบบได้ (Workflow Automation) โดยไม่จำเป็นต้องป้อนข้อมูลซ้ำหลายครั้ง ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาอย่างมหาศาล 
  1. สร้างนวัตกรรม (Innovation): นักพัฒนาระบบสามารถใช้ API ของ PlanetOne ERP ในการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ หรือฟีเจอร์เสริมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณได้อย่างรวดเร็ว 

อิสระแห่งการเชื่อมต่อของ PlanetOne ERP 

PlanetOne ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อทุกสิ่ง” (Connect Everything) ซึ่ง API ของระบบมีความโดดเด่นและยืดหยุ่นสูง: 

1. การเชื่อมต่อกับระบบภายนอกที่หลากหลาย 

PlanetOne API สามารถเชื่อมต่อกับ: 

  • ระบบอื่นๆ เช่นระบบ CRM ระบบขนส่ง เพียงแค่ระบบที่คุณต้องการเชื่อมต่อกับเราอนุญาตให้เราเชื่อมต่อ ก็สามารทำได้อย่างอิสระ 
  • เชื่อมกับเครื่องจักรในโรงงาน เช่นเครื่องชั่ง เครื่องจักรที่ใช้ผลิตในโรงงาน 

2. ความยืดหยุ่นและความปลอดภัย 

API ของ PlanetOne ERP มักจะมาพร้อมกับ เอกสารประกอบ (Documentation) ที่ชัดเจน ทำให้นักพัฒนาสามารถเข้าใจวิธีการใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีระบบ การยืนยันตัวตน (Authentication) และ การเข้ารหัส (Encryption) ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลจะมีความปลอดภัยสูงสุด 

3. สถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Architecture) 

ด้วยโครงสร้างที่สนับสนุนการเชื่อมต่อแบบ Microservices หรือ RESTful API ทำให้การอัปเกรดหรือการเปลี่ยนแปลงในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบ ERP จะไม่กระทบต่อการเชื่อมต่อกับระบบภายนอกที่ใช้งาน API อยู่ ซึ่งมอบความ เสถียร และ ยืดหยุ่น ในระยะยาว 

บทสรุป: อนาคตของธุรกิจอยู่ที่การผสานรวม 

การเลือกใช้ PlanetOne ERP ไม่ใช่แค่การลงทุนในซอฟต์แวร์จัดการธุรกิจ แต่เป็นการลงทุนใน ศักยภาพของการเติบโตที่ไม่ถูกจำกัด 

ด้วยพลังของ API ที่เชื่อมต่อได้อย่างอิสระ ธุรกิจของคุณจะสามารถหลอมรวมระบบที่เคยทำงานแยกกันให้กลายเป็น ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่งและทำงานสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

PlanetOne ERP: การเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัดด้วย API 🚀  Read More »

เลือกอีอาร์พี ERP สำหรับโรงงานยังไง ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การเลือกระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) สำหรับโรงงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของท่านสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพราะระบบอีอาร์พี ERP จะช่วยบริหารจัดการทรัพยากรได้ทั้งองค์กร

หรือที่เราคุ้นเคยกันก็คือการบริหารต้นทุน เพราะทรัพยากรในองค์กรก็คือต้นทุน

ดังนั้นการเลือกระบบอีอาร์พี ERP ก็มีหลายปัจจัยที่ทางผู้ประกอบการต้องพิจารณาเพื่อนำมาติดตั้งภายในองค์กร

โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

1.ความต้องการของธุรกิจ

2. ความยืดหยุ่นในการปรับระบบ

3. ค่าใช้จ่าย

4. ประสิทธิภาพในการทำงาน

5. บริการหลังการขาย/Support

6. ความปลอดภัยของระบบ/SECURITY

7. การทดสอบก่อนใช้งานจริง

8. การเชื่อมระบบอีอาร์พีกับเทคโนโลยีในโรงงาน

ซึ่งแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. ความต้องการของธุรกิจ

หลายท่านคงจะพยายามหาระบบอีอาร์พีที่มีความเฉพาะกับธุรกิจของท่าน เช่น อีอาร์พีสำหรับโรงงานผลิตอาหาร อีอาร์พีสำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ หรืออีอาร์พีสำหรับธุรกิจก่อสร้าง

ซึ่งถ้าให้กล่าวตามความเป็นจริงแล้ว หากท่านต้องการใช้ระบบอีอาร์พีเพื่อนำมาวางแผนและคำนวนสูตรการผลิต

จะไม่มีระบบอีอาร์พีที่เฉพาะเจาะจงกับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หากผู้ประกอบการต้องการหาระบบอีอาร์พี ERP เพื่อมาติดตั้ง

ควรหาระบบที่สามารถรองรับการผลิตได้หลากหลาย และต้องรองรับการทำงานด้านอื่นๆ ได้ทั้งองค์กร

2. ความยืดหยุ่นในการปรับระบบ

ระบบอีอาร์พี ERP ที่จะนำมาใช้ในโรงงานควรเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง เพราะกระบวนการผลิตแต่ละโรงงานมีความแตกต่างกัน

เพราะฉะนั้นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง และปรับเปลี่ยนระบบให้เข้ากับการทำงานของแต่ละองค์กรได้

เปรียบเสมือนว่าธุรกิจของท่านมีอาวุธที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด

3. ค่าใช้จ่าย

ระบบอีอาร์พี ERP ไม่ว่าจะเป็นระบบของไทยหรือต่างประเทศล้วนมีราคาที่ค่อนข้างแพง อาจเป็นเพราะขั้นตอนการวางระบบที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ทำให้ค่าแรงของทีมผู้ให้บริการมีราคาที่สูง เพราะนอกจากค่าระบบ ค่าวางระบบ

แล้วยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับการฝึกอบรมให้กับผู้ใช้งาน แล้วยังไม่รวมค่าปรับเปลี่ยนระบบตามความต้องการขององค์กร

ซึ่งทั้งหมดล้วนมีค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นควรพูดคุยกับทีมผู้ให้บริการให้เข้าใจถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับ Implementer

Click เพื่ออ่าน ทำไมระบบอีอาร์พีถึงมีราคาแพง

4. ตรวจสอบประสิทธิภาพในการทำงาน

ถ้าเป็นระบบอีอาร์พี ERP ระดับสากล หรือเป็นระบบอีอาร์พี ERP ที่มีขนาดใหญ่ อาจจะไม่สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานได้โดยการขอทดลองใช้

แต่ผู้ให้บริการจะใช้วิธีนัดหมายเพื่อนำเสนอระบบและอธิบายกระบวนการการทำงานทั้งหมดแบบเป็นขั้นเป็นตอน

ในช่วงนี้ทางผู้ประกอบการก็จะเห็นภาพมากขึ้นว่าข้อมูลของบริษัทตนเองจะออกมาในลักษณะไหน

แล้วสามารถนำมาใช้งานได้หรือไม่ มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนำมาติดตั้งและใช้งานได้ในระยะยาวหรือไม่

นอกจากนี้ยังสามารถให้ทางทีมผู้ให้บริการทำฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพได้

ทุกกระบวนการทางผู้บริหารควรเข้าร่วมเพื่อช่วยตรวจสอบว่าตัวระบบสามารถตอบโจทย์กับความต้องการขององค์กรจริงๆ หรือไม่

5. บริการหลังการขาย/Support

การใช้งานระบบอีอาร์พี ERP ต่อให้เป็นเจ้าดังระดับโลกก็สามารถเกิดปัญหาในการใช้งานได้

ยิ่งระบบขนาดใหญ่ ที่มีฟังก์ชันการทำงานที่ซับซ้อน ทางผู้ใช้บริการก็ยิ่งมีปัญหาในการใช้งาน

เพราะฉะนั้นทีมซับพอร์ตก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การใช้งานเกิดประสิทธิภาพ

งนั้นการจะลงระบบอีอาร์พี ERP ก็ให้ตรวจสอบทีมบริการหลังบ้านว่าสามารถดูแลท่านได้

และพร้อมช่วยเหลือในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่

Click เพื่ออ่าน 5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

6. ความปลอดภัยของระบบ/SECURITY

แน่นอนว่าระบบอีอาร์พี ERP จะเป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลทั้งหมดขององค์กร

หากจะติดตั้งระบบควรตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยว่าทางผู้ให้บริการมีความเข้มงวดมากแค่ไหน

และผู้ใช้งานกำหนดสิทธิ์อย่างไร ระบบมีการหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานหรือไม่ เพื่อป้องกันข้อมูลทางธุรกิจรั่วไหล

7. การทดสอบก่อนใช้งานจริง

ทุกครั้งก่อนจะมีการขึ้นระบบให้ใช้งานจริง ทางผู้ให้บริการอีอาร์พีจะมีการส่งฐานข้อมูล

เพื่อใช้ทดสอบระบบให้กับผู้ใช้บริการก่อนทุกครั้ง ทางผู้ประกอบการควรตั้งผู้รับผิดชอบแต่ละแผนก

และทำการทดสอบว่าระบบสามารถใช้งานได้จริง และเป็นไปตาม Requirement ที่มีการพูดคุยกันหรือไม่

พื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะในส่วนของฝ่ายผลิตที่มีความซับซ้อนในการวางแผนและการควบคุมต้นทุนในการผลิต

8. การเชื่อมระบบอีอาร์พีกับเทคโนโลยีในโรงงาน

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมแล้วคงหนีไม่พ้นเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิต

เช่น การนำ AI เข้ามาควบคุมเครื่องจักรแทนการใช้คน ซึ่งระบบอีอาร์พี ERP

จำเป็นต้องมีความสามารถในการเชื่อมระบบเข้ากับเครื่องจักร

เพื่อให้สามารถควบคุมระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่าย, ประสิทธิภาพในการทำงาน, บริการหลังการขาย/Support , ความปลอดภัยของระบบ/SECURITY

ทุกข้อที่กล่าวมานั้นล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจที่มีโรงงานผลิตสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

หากท่านกำลังมองหาระบบอีอาร์พี ERP ที่เชี่ยวชาญในการวางระบบสำหรับโรงงานการผลิต ระบบ PlanetOne ERP

มีผู้เชี่ยวชาญในการวางระบบที่มีประการณ์มากถึง 28 ปี ตัวระบบมีความยืดหยุ่นสูง และยังเป็นระบบขนาดใหญ่ ในราคาย่อมเยาว์

Click เพื่อดูลูกค้าของเรา Our customers

Click เพื่อดูหน้า MANUFACTURING PACKAGE

สนใจติดต่อ

Office : 02 271 4362 – 3

Tel. : 095 294 5693 (คุณเจน ตำแหน่ง Executive Director)

Line : jane-siriwan

เลือกอีอาร์พี ERP สำหรับโรงงานยังไง ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Read More »

Scroll to Top