ลดต้นทุน

ERP คืออะไร? อธิบายฉบับผู้บริหารเข้าใจง่าย จบใน 5 นาที (ไม่ต้องเก่งไอทีก็เก็ท!)

เคยไหมครับ? ที่ฝ่ายขายรับปากลูกค้าว่า “มีของ” แต่พอไปเบิกสินค้า ฝ่ายคลังกลับบอกว่า “ของหมด” เคยไหม? ที่ต้องรอปิดบัญชีสิ้นเดือนนานเป็นสัปดาห์ กว่าจะรู้ว่าเดือนที่แล้วกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่

ถ้าปัญหาเหล่านี้คือเรื่องปกติในบริษัทของคุณ บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณครับ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจคำว่า “ERP” ในมุมมองของผู้บริหาร โดยไม่ต้องพึ่งพาศัพท์ไอทีให้ปวดหัว

ERP คืออะไร? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพใน 1 นาที)

ERP (Enterprise Resource Planning) แปลตรงตัวคือ “การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร” แต่ถ้าจะให้เข้าใจง่ายที่สุด:

“ERP คือ สมองและระบบประสาทส่วนกลางของบริษัท”

ลองจินตนาการว่าบริษัทของคุณคือ “ร่างกายมนุษย์”:

  • ฝ่ายขาย คือ “มือ” ที่คอยรับเงิน
  • ฝ่ายผลิต/คลัง คือ “กระเพาะ” ที่คอยเก็บและสร้างพลังงาน
  • ฝ่ายบัญชี คือ “สมุดจดบันทึก”

ถ้าไม่มีสมอง (ERP) คอยสั่งการ มืออาจจะรับของมา แต่กระเพาะไม่รู้ตัว หรือสมุดจดบันทึกเขียนข้อมูลไม่ตรงกับสิ่งที่มือทำ

ระบบ ERP จะเข้ามาทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกแผนกเข้าด้วยกันเป็น “ก้อนเดียว” เมื่อฝ่ายขายคีย์ข้อมูลขายปุ๊บ… คลังสินค้าเห็นทันที… บัญชีรับรู้ยอดหนี้ทันที… และผู้บริหาร (คุณ) เห็นกราฟยอดขายวิ่งขึ้นแบบ Real-time ทันที โดยไม่ต้องรอใครส่งไฟล์ Excel

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงขาด ERP ไม่ได้?

ในอดีต หลายบริษัททำงานแบบ “ต่างคนต่างทำ” (Silo):

  • ฝ่ายขายใช้ Excel เก็บรายชื่อลูกค้า
  • ฝ่ายบัญชีใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป
  • ฝ่ายคลังจดใส่สมุด หรือไฟล์ Google Sheets

ผลที่ตามมาคือ: ข้อมูลไม่ตรงกัน (Data Redundancy), ทำงานซ้ำซ้อน, พนักงานต้องคีย์ข้อมูลเดิมซ้ำๆ และที่แย่ที่สุดคือ ผู้บริหารตัดสินใจช้าเพราะไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องในมือ

4 ประโยชน์ของ ERP ที่ผู้บริหารต้องรู้ (ROI ที่คุณจะได้)

การลงทุนขึ้นระบบ ERP ไม่ใช่แค่การซื้อโปรแกรม แต่คือการ “ลงทุนเพื่อซื้อระบบการทำงานที่ได้มาตรฐาน” นี่คือสิ่งที่คุณจะได้กลับมา:

1. Single Source of Truth (ความจริงเพียงหนึ่งเดียว)

หมดปัญหาเถียงกันว่าตัวเลขของใครถูก เพราะทุกคนในบริษัทใช้ฐานข้อมูลก้อนเดียวกัน ข้อมูลจะอัปเดต Real-time ทำให้การสื่อสารภายในองค์กรแม่นยำขึ้น 100%

2. ลดต้นทุนจม (Cost Reduction)

โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสต็อกสินค้า ERP จะช่วยวิเคราะห์ได้ว่าสินค้าตัวไหนเป็น Dead Stock ตัวไหนขายดี ทำให้คุณไม่ต้องสั่งของมาดองเงินทุนเล่น และช่วยลดความผิดพลาดของคน (Human Error) ที่ทำให้บริษัทเสียเงินโดยใช่เหตุ

3. ตัดสินใจได้ทันที (Real-time Decision Making)

ไม่ต้องรอรายงานการประชุมสิ้นเดือน คุณสามารถเปิด Dashboard ดูยอดขาย ต้นทุนการผลิต และกระแสเงินสดได้จากมือถือทุกที่ทุกเวลา ทำให้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจได้ทันท่วงที

4. รองรับการเติบโต (Scalability)

เมื่อธุรกิจโตขึ้น ธุรกรรมมากขึ้น ระบบ Excel หรือการจดมือจะเริ่ม “เอาไม่อยู่” แต่ ERP ถูกออกแบบมาให้รองรับธุรกรรมมหาศาลได้ ทำให้คุณขยายสาขาหรือเพิ่มไลน์การผลิตได้โดยระบบหลังบ้านไม่พัง

เช็กลิสต์: ถึงเวลาที่บริษัทคุณต้องใช้ ERP หรือยัง?

หากคุณติ๊กถูกมากกว่า 2 ข้อ แสดงว่าระบบเดิมเริ่มฉุดรั้งการเติบโตของคุณแล้ว:

  • [ ] ใช้เวลารวบรวมข้อมูลทำรายงานผู้บริหารนานกว่า 1-2 วัน
  • [ ] สต็อกจริงกับสต็อกในระบบไม่เคยตรงกัน
  • [ ] พนักงานต้องคีย์ข้อมูลชุดเดิมซ้ำๆ ในหลายโปรแกรม
  • [ ] ฝ่ายขายไม่รู้สถานะสินค้าคงเหลือที่แน่นอนเพื่อแจ้งลูกค้า
  • [ ] คุณไม่สามารถดูต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าแต่ละตัวได้ทันที

สรุป

ERP ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็น “เครื่องมือบริหารจัดการ” ที่ทรงพลังที่สุดในยุคดิจิทัล สำหรับผู้บริหารแล้ว ERP คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนจากการทำงานด้วย “สัญชาตญาณ” มาเป็นการบริหารด้วย “ข้อมูลจริง” (Data-Driven)

หากคุณอยากให้ธุรกิจวิ่งได้เร็วขึ้น ลดความอ้วนส่วนเกิน (ต้นทุน) และมีสมองที่สั่งการแม่นยำ การมองหาระบบ ERP ที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ คือก้าวแรกที่คุณควรเริ่มพิจารณาวันนี้ครับ

ERP คืออะไร? อธิบายฉบับผู้บริหารเข้าใจง่าย จบใน 5 นาที (ไม่ต้องเก่งไอทีก็เก็ท!) Read More »

วิธีประเมิน ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน) ของระบบ ERP 📊

การลงทุนในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับองค์กร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบูรณาการการทำงาน การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ ROI (Return on Investment) ที่ถูกต้องและครอบคลุมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยืนยันว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่าและสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ


1. ความเข้าใจพื้นฐานของ ROI

ROI คืออัตราส่วนที่ใช้วัดความคุ้มค่าของการลงทุน โดยเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่ใช้ไป สูตรพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณคือ:

$$\text{ROI} (\%) = \frac{\text{(ผลประโยชน์ที่ได้รับสุทธิ} – \text{ต้นทุนทั้งหมด)}}{\text{ต้นทุนทั้งหมด}} \times 100$$

ยิ่งค่า ROI สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงความคุ้มค่าและผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนนั้น


2. การระบุและคำนวณ “ต้นทุนทั้งหมด” (Total Cost) 💰

การคำนวณต้นทุนทั้งหมดสำหรับการนำระบบ ERP มาใช้จะต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น 3-5 ปี) ซึ่งรวมถึง:

  • ค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ (Software Costs):
    • ค่าใบอนุญาต (License) หรือค่าสมัครสมาชิก (Subscription)
    • ค่าปรับแต่ง (Customization) และการพัฒนาส่วนเสริม (Add-ons)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการติดตั้งและการดำเนินการ (Implementation Costs):
    • ค่าบริการติดตั้งและที่ปรึกษา (Consulting/Implementation Service Fees)
    • ค่าใช้จ่ายในการย้ายข้อมูล (Data Migration)
    • ค่าฝึกอบรมพนักงาน (Training Costs)
  • ค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐาน (Hardware & Infrastructure Costs):
    • ค่าเซิร์ฟเวอร์, ค่าเครือข่าย (สำหรับระบบ On-Premise) หรือค่าบริการคลาวด์ (สำหรับระบบ Cloud ERP)
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อเนื่อง (Ongoing/Operating Costs):
    • ค่าบำรุงรักษารายปี (Maintenance Fees) และค่าสนับสนุน (Support)
    • ค่าบุคลากรไอทีที่ต้องดูแลระบบใหม่

3. การระบุและคำนวณ “ผลประโยชน์ที่ได้รับ” (Benefits) 📈

ผลประโยชน์ที่ได้รับจากระบบ ERP สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งต้องมีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบ ก่อน และ หลัง การใช้งานระบบอย่างชัดเจน:

3.1. ผลประโยชน์ที่จับต้องได้ (Tangible Benefits)

คือผลประโยชน์ที่สามารถ วัดและประเมินค่าเป็นตัวเงิน ได้โดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคำนวณ ROI

  • การลดต้นทุนการดำเนินงาน (Cost Reductions):
    • ลดต้นทุนแรงงาน: ลดเวลาที่ใช้ในการทำงานซ้ำซ้อนหรือการป้อนข้อมูลด้วยมือ
    • ลดระดับสินค้าคงคลัง: การวางแผนวัสดุและสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพขึ้น ช่วยลดต้นทุนการถือครองสินค้าและความล้าสมัย
    • ลดต้นทุนการจัดซื้อ: การรวมอำนาจการซื้อ (Purchasing Power) และการจัดการซัพพลายเออร์ที่ดีขึ้น
    • ลดข้อผิดพลาด: ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความผิดพลาดในการผลิต, การจัดส่ง, หรือการบัญชี
  • การเพิ่มรายได้ (Revenue Increases):
    • การส่งมอบสินค้าตรงเวลา (On-Time Delivery) ที่ดีขึ้น
    • การบริการลูกค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การรักษาลูกค้าและโอกาสในการขายเพิ่ม
    • การวิเคราะห์ข้อมูลการขายที่ดีขึ้น นำไปสู่การตัดสินใจด้านราคาสินค้าและการตลาดที่ดีขึ้น

3.2. ผลประโยชน์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Benefits)

คือผลประโยชน์ที่ไม่สามารถแปลงเป็นตัวเงินได้โดยง่าย แต่มีความสำคัญต่อการเติบโตและความมั่นคงขององค์กร

  • การเข้าถึงข้อมูลแบบ Real-time: ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
  • การบูรณาการข้อมูล (Data Integration): ข้อมูลมีความสอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร (Single Source of Truth)
  • การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance): ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมายและการควบคุม
  • ความพึงพอใจของลูกค้าและพนักงาน: การทำงานที่ราบรื่นขึ้นส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน และบริการที่ดีขึ้นต่อลูกค้า

4. ขั้นตอนการประเมิน ROI ของระบบ ERP

  1. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ที่ชัดเจน: ก่อนเริ่มโครงการ ให้กำหนดว่าระบบ ERP จะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง และใช้ตัวชี้วัดที่วัดผลได้ เช่น:
    • ลดเวลาในการปิดบัญชี (Month-end Closing Time)
    • ลดอัตราความผิดพลาดในการสั่งซื้อ (Order Error Rate)
    • เพิ่มความแม่นยำของสินค้าคงคลัง (Inventory Accuracy)
    • เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Production Throughput)
  2. เก็บข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data): บันทึกตัวชี้วัด (KPIs) ทั้งหมด ก่อน ที่จะติดตั้งระบบ ERP เพื่อใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบ
  3. คำนวณต้นทุน (TCO): รวบรวมและประมาณการต้นทุนทั้งหมดตามที่ระบุในข้อ 2
  4. คำนวณผลประโยชน์ที่จับต้องได้: ประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินของการประหยัดและรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามตัวชี้วัดที่คาดหวัง เช่น หากคาดว่าจะลดเวลาทำงานลง 10% ให้คำนวณเป็นมูลค่าเงินเดือนที่ประหยัดได้
  5. คำนวณ ROI และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period): ใช้สูตร ROI ข้างต้น และคำนวณระยะเวลาที่จะใช้ในการคืนทุน (เวลาที่ผลประโยชน์สะสมเท่ากับต้นทุนสะสม)
  6. พิจารณาผลตอบแทนทางอ้อม: นำผลประโยชน์ที่จับต้องไม่ได้มาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้เห็นภาพรวมของความคุ้มค่าที่มากขึ้น

สรุป

การประเมิน ROI ของระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงแค่การคำนวณตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถ สร้าง Business Case ที่แข็งแกร่ง ก่อนการลงทุน และ ติดตามผลการดำเนินงาน หลังการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบ ERP ที่เลือกมานั้นเป็น “ระบบที่ให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ” อย่างแท้จริง

วิธีประเมิน ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน) ของระบบ ERP 📊 Read More »

การบริหารงบประมาณยุคใหม่: เพิ่มกำไรให้องค์กรด้วยระบบ ERP

การบริหารงบประมาณยุคใหม่: เพิ่มกำไรให้องค์กรด้วยระบบ ERP

ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันหมด การพึ่งพาเพียงแค่การบันทึกข้อมูลแบบแมนนวลหรือโปรแกรมสเปรดชีตอย่าง Excel อาจไม่เพียงพออีกต่อไป และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จึงกลายเป็นเครื่องมือที่องค์กรยุคใหม่ควรมี


ทำไมองค์กรของคุณต้องมีระบบ ERP?

ระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรแกรมบัญชี แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวมทุกฟังก์ชันการทำงานหลักขององค์กรเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่การเงิน การบัญชี การผลิต การขาย การตลาด ไปจนถึงทรัพยากรบุคคล ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลบนระบบเดียว ทำให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้อย่างชัดเจนและเรียลไทม์

ประโยชน์หลักที่ระบบ ERP มอบให้องค์กร:

  • ลดความผิดพลาด: การทำงานแบบแมนนวลมีโอกาสเกิดความผิดพลาดสูง ระบบ ERP จะช่วยลดความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลและคำนวณ ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ระบบจะช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ: ระบบ ERP ช่วยให้คุณติดตามรายรับ-รายจ่าย ต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถระบุจุดที่สิ้นเปลืองและหาแนวทางแก้ไขได้ทันท่วงที
  • ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น: ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

PlanetOne ERP: ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงบประมาณอย่างครบวงจร

แม้ว่าระบบ ERP จะมีประโยชน์มหาศาล แต่การเลือกระบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณก็เป็นสิ่งสำคัญ PlanetOne ERP คือผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบ ERP ที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารงบประมาณ

PlanetOne ERP ช่วยเพิ่มกำไรให้ธุรกิจคุณได้อย่างไร:

  1. การวางแผนงบประมาณที่แม่นยำ: PlanetOne ERP มีเครื่องมือในการวางแผนและจัดสรรงบประมาณในแต่ละส่วนงานได้อย่างละเอียดและเป็นระบบ ช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์รายรับและรายจ่ายในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
  2. การควบคุมและติดตามงบประมาณแบบเรียลไทม์: ระบบจะช่วยติดตามการใช้งบประมาณจริงเทียบกับแผนที่วางไว้ หากมีการใช้งบประมาณเกินที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนทันที ช่วยให้ผู้บริหารสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
  3. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก: PlanetOne ERP มีฟีเจอร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเงินและงบประมาณในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น กราฟและแดชบอร์ด ทำให้คุณเห็นภาพรวมทางการเงินขององค์กร และนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน: ระบบจะช่วยให้แต่ละแผนกทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นขึ้น เช่น แผนกขายสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าคงคลังได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ลดความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า

การลงทุนในระบบ ERP จึงไม่เป็นเพียงแค่การลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับองค์กรในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาโซลูชันที่จะช่วยบริหารงบประมาณและเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของคุณ PlanetOne ERP คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารงบประมาณยุคใหม่: เพิ่มกำไรให้องค์กรด้วยระบบ ERP Read More »

เปิดกลยุทธ์ลดต้นทุน-เพิ่มกำไร ด้วย PlanetOne ERP: ระบบ ERP ที่ธุรกิจไทยต้องมี!

ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน ธุรกิจจะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร? คำตอบคือการ บริหารจัดการต้นทุนอย่างชาญฉลาด และ สร้างผลกำไรสูงสุด ด้วย PlanetOne ERP ระบบ ERP สัญชาติไทยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจไทยโดยเฉพาะ เราจะพาคุณมาดูกลยุทธ์สำคัญที่ PlanetOne ERP จะช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไร!


🚀 กลยุทธ์ที่ 1: ลดต้นทุนแฝง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ต้นทุนที่มองไม่เห็นอย่างความผิดพลาดจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรืองานซ้ำซ้อน คือสิ่งที่บั่นทอนกำไรโดยไม่รู้ตัว PlanetOne ERP เข้ามาจัดการปัญหานี้ได้อย่างไร?

  • ข้อมูลรวมศูนย์ เรียลไทม์ (Real-time Data Integration):
    • PlanetOne ERP รวบรวมข้อมูลจากทุกแผนก ไม่ว่าจะเป็นการขาย บัญชี สต็อก การผลิต หรือทรัพยากรบุคคล มาไว้ในที่เดียวแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณและทีมเข้าถึงข้อมูลที่ ถูกต้องและเป็นปัจจุบันเสมอ ลดความผิดพลาดจากการใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย ช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วและแม่นยำขึ้น
    • อ้างอิง: การรวมศูนย์ข้อมูลเป็นหลักการสำคัญของระบบ ERP ที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความผิดพลาดในการบริหารจัดการธุรกิจ (เช่นเดียวกับหลักการใน ERP software and business management, TechTarget)
  • ระบบอัตโนมัติ (Automation) ลดงานซ้ำซ้อน:
    • บอกลางานแมนนวลที่น่าเบื่อ! ฟังก์ชันอัตโนมัติของ PlanetOne ERP ช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เช่น การบันทึกรายการ การคำนวณ หรือการสร้างรายงาน ทำให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ไม่เพียงแค่ลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน แต่ยัง เพิ่มผลิตภาพ โดยรวมขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด
    • อ้างอิง: การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 40-75% ในหลายอุตสาหกรรม (ตามรายงานของ McKinsey & Company ในหัวข้อ “Automation, robotics, and the factory of the future”)
  • บริหารสต็อกและจัดซื้อแม่นยำ (Inventory & Procurement Optimization):
    • PlanetOne ERP ช่วยให้คุณบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหา “ต้นทุนจม” จากการมีสต็อกมากเกินไป หรือ “เสียโอกาสการขาย” จากสินค้าขาดมือ การจัดซื้อจัดจ้างก็เป็นไปอย่างมีระบบ ช่วยให้คุณได้ราคาที่ดีที่สุดจากซัพพลายเออร์ และลดการรั่วไหล

💰 กลยุทธ์ที่ 2: เพิ่มกำไรอย่างยั่งยืน ด้วยการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

การลดต้นทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การสร้างผลกำไรที่มั่นคงคือเป้าหมายสูงสุด PlanetOne ERP ช่วยได้อย่างไร?

  • ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาด (Data-driven Insights):
    • ด้วยรายงานและแดชบอร์ดที่ปรับแต่งได้ของ PlanetOne ERP คุณสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย กำไร-ขาดทุน ประสิทธิภาพการผลิต หรือแนวโน้มตลาด ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญในการ วางแผนกลยุทธ์ ที่แม่นยำ เพิ่มยอดขาย และขยายธุรกิจอย่างมีทิศทาง
    • อ้างอิง: การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (อ้างอิงจาก Harvard Business Review ที่ระบุถึง “Data-driven decision making”)
  • ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง (Customization & Scalability):
    • PlanetOne ERP ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณได้ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด หรือมีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนเพียงใด ทีมงานมืออาชีพของ BRID SYSTEMS CO., LTD. พร้อมให้คำปรึกษาและปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับคุณที่สุด ทำให้ลงทุนครั้งเดียวแต่ใช้ได้ยาวนาน
    • อ้างอิง: ระบบ ERP ที่มีความยืดหยุ่นสูงสามารถช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและข้อกำหนดทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว (อ้างอิงจากบทความใน Forbes เกี่ยวกับประโยชน์ของระบบ ERP)
  • สร้างความน่าเชื่อถือด้วยมาตรฐานสากล:
    • PlanetOne ERP ไม่เพียงแค่ช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าด้วยการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC29110-4-1:2018 และการอนุมัติจาก กรมสรรพากร ซึ่งแสดงถึงคุณภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

PlanetOne ERP ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่เป็น พันธมิตรทางธุรกิจ ที่เข้าใจบริบทของตลาดไทยเป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการให้บริการองค์กรหลากหลายขนาดกว่า 100 แห่ง และบริการสนับสนุนตลอด 24/7 เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจคุณ

ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจของคุณจะใช้ PlanetOne ERP เพื่อปลดล็อกศักยภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มกำไรอย่างยั่งยืน!

สนใจโซลูชันที่จะเปลี่ยนธุรกิจคุณให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด? ติดต่อ BRID SYSTEMS CO., LTD. ได้เลย!


เปิดกลยุทธ์ลดต้นทุน-เพิ่มกำไร ด้วย PlanetOne ERP: ระบบ ERP ที่ธุรกิจไทยต้องมี! Read More »

PlanetOne ERP: ระบบเดียวจบ ลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้ธุรกิจคุณได้อย่างไร?

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงขึ้นทุกวัน การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลกำไรสูงสุดคือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ PlanetOne ERP คือระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจไทยโดยเฉพาะ ด้วยแนวคิด “ระบบเดียวจบ” ที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการทุกส่วนงานขององค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ ลดความซับซ้อน และขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ปลดล็อกศักยภาพ ลดต้นทุนที่มองไม่เห็น

หนึ่งในความท้าทายที่ธุรกิจมักเผชิญคือ “ต้นทุนแฝง” ที่เกิดจากการทำงานซ้ำซ้อน การขาดข้อมูลที่แม่นยำ หรือการสื่อสารที่ผิดพลาด PlanetOne ERP เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

  1. รวมศูนย์ข้อมูลแบบเรียลไทม์: PlanetOne ERP รวบรวมข้อมูลจากทุกแผนก ไม่ว่าจะเป็นการขาย บัญชี สต็อก การผลิต หรือทรัพยากรบุคคล มาไว้ในที่เดียว ทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันได้ตลอดเวลา ลดความผิดพลาดจากการใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย และช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  2. ระบบอัตโนมัติ ลดงานซ้ำซ้อน: ด้วยฟังก์ชันการทำงานแบบอัตโนมัติหลายส่วน เช่น การบันทึกรายการ การคำนวณ หรือการสร้างรายงาน PlanetOne ERP ช่วยลดภาระงานแมนนวลที่ซ้ำซ้อนของพนักงาน ทำให้พวกเขามีเวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ไม่เพียงแค่ลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน แต่ยังเพิ่มผลิตภาพโดยรวมขององค์กร
  3. ควบคุมการบริหารสต็อกและจัดซื้อ: ระบบช่วยให้คุณบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาการมีสต็อกสินค้ามากเกินไป (ซึ่งหมายถึงต้นทุนจม) หรือน้อยเกินไป (ที่อาจทำให้เสียโอกาสการขาย) การจัดซื้อจัดจ้างก็เป็นไปอย่างมีระบบ ช่วยให้คุณได้ราคาที่ดีที่สุดจากซัพพลายเออร์

สร้างผลกำไรที่ยั่งยืน ด้วยการตัดสินใจที่ชาญฉลาด

การลดต้นทุนเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของสมการ การเพิ่มผลกำไรคืออีกครึ่งที่สำคัญ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยในการสร้างผลกำไรให้ธุรกิจของคุณดังนี้:

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: เมื่อข้อมูลเชื่อมโยงกันและกระบวนการทำงานถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ ทุกแผนกสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น การไหลเวียนของงานรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ลูกค้าได้รับการบริการที่รวดเร็วขึ้น นำไปสู่ความพึงพอใจและโอกาสในการซื้อซ้ำ
  2. ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการตัดสินใจ: ด้วยรายงานและแดชบอร์ดที่ปรับแต่งได้ คุณสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญทางธุรกิจได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย กำไร-ขาดทุน ประสิทธิภาพการผลิต หรือแนวโน้มตลาด ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์ เพิ่มยอดขาย และขยายธุรกิจอย่างมีทิศทาง
  3. ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง: PlanetOne ERP ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณได้ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด หรือมีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนเพียงใด ทีมงานมืออาชีพของ BRID SYSTEM CO., LTD. พร้อมให้คำปรึกษาและปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับคุณที่สุด
  4. มาตรฐานและการรับรอง: ด้วยการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC29110-4-1:2018 และการอนุมัติจากกรมสรรพากร PlanetOne ERP ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าและลูกค้าอีกด้วย

ทำไมต้อง PlanetOne ERP?

PlanetOne ERP ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้าใจบริบทของตลาดไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในการให้บริการองค์กรหลากหลายขนาดกว่า 100 แห่ง ทำให้เรามั่นใจในความเสถียรและความเชี่ยวชาญ ระบบยังมีบริการสนับสนุนตลอด 24/7 เพื่อให้คุณมั่นใจว่าจะได้รับการช่วยเหลือทุกเมื่อที่ต้องการ

หากคุณกำลังมองหาระบบ ERP ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณ “ลดต้นทุน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม และ “เพิ่มกำไร” ได้อย่างยั่งยืน PlanetOne ERP คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา ด้วยแพ็คเกจที่หลากหลายครอบคลุมทุกขนาดธุรกิจ เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จของคุณ

ติดต่อ BRID SYSTEM CO., LTD. เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพบกับโซลูชันที่จะเปลี่ยนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด!

PlanetOne ERP: ระบบเดียวจบ ลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้ธุรกิจคุณได้อย่างไร? Read More »

การใช้ ERP มาใช้ในการลดต้นทุนสำหรับธุรกิจการผลิต

ในยุคที่การแข่งขันในตลาดมีความรุนแรง ธุรกิจการผลิตต้องเผชิญกับความท้าทายที่ต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรได้สูงสุด หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่สามารถช่วยธุรกิจการผลิตในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพคือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ซึ่งเป็นระบบการจัดการทรัพยากรขององค์กรที่ช่วยในการรวมข้อมูลทุกด้านของธุรกิจให้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ ERP: การจัดการที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำ

ระบบ ERP เป็นระบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมข้อมูลจากทุกส่วนขององค์กร เช่น การผลิต การจัดซื้อ การขาย การเงิน และการคลัง ไว้ในระบบเดียวกัน โดยมีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตัวอย่างเช่น เมื่อแผนกการผลิตต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการผลิต ระบบ ERP จะสามารถคำนวณและแสดงผลให้เห็นถึงปริมาณวัตถุดิบที่มีอยู่และที่ต้องการเติมใหม่ได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดปัญหาของการสั่งซื้อที่เกินความจำเป็นหรือต่ำกว่าความต้องการ

การใช้ ERP ในการจัดการการผลิตช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้ลดความผิดพลาดในการผลิต เช่น การผลิตสินค้ามากเกินไป หรือสินค้าผิดตามคำสั่งของลูกค้า ทั้งนี้ช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากการเก็บสินค้าคงคลังที่สูงเกินไป และยังลดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อซ้ำหรือการผลิตสินค้าที่ไม่มีความจำเป็น

ธุรกิจที่ไม่ได้ใช้ ERP: ความยุ่งยากในการบริหารจัดการและการสูญเสียต้นทุน

ในทางตรงข้าม ธุรกิจที่ไม่ได้ใช้ระบบ ERP อาจต้องเผชิญกับปัญหามากมายที่เกิดจากการจัดการข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ ข้อมูลจากแผนกต่าง ๆ เช่น การผลิต การสั่งซื้อ หรือการขาย มักจะถูกเก็บแยกจากกันหรือมีการป้อนข้อมูลซ้ำซ้อน ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการคำนวณหรือการตัดสินใจที่ช้าและไม่แม่นยำ

ตัวอย่างเช่น หากแผนกการผลิตไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการจัดซื้ออย่างแม่นยำ ก็อาจเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบในช่วงที่ต้องการใช้ หรืออาจสั่งซื้อวัตถุดิบมากเกินไปจนต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าคงคลังล้น ซึ่งทำให้ธุรกิจสูญเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้าหรือการจัดเก็บที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ การที่ข้อมูลไม่ได้เชื่อมโยงกันยังอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจหรือการดำเนินงานที่ไม่คล่องตัว

ข้อดีของ ERP ในการลดต้นทุน

การใช้ ERP ช่วยให้ธุรกิจการผลิตสามารถ:

  1. ลดต้นทุนการจัดซื้อ – ด้วยการคำนวณความต้องการวัสดุที่แม่นยำ การสั่งซื้อวัตถุดิบสามารถทำได้ในปริมาณที่พอดี ลดการสั่งซื้อเกินและการขาดแคลนวัตถุดิบ

  2. เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต – การจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสมและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแผนกต่าง ๆ ทำให้การผลิตเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียเวลา

  3. ลดต้นทุนการจัดการคลังสินค้า – การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ดีช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้าคงคลังและการขนส่ง

  4. เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ – ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและเชื่อมโยงกันอย่างแม่นยำ ทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้เร็วและมีข้อมูลที่ถูกต้องในการดำเนินธุรกิจ

สรุป

การใช้ระบบ ERP ในธุรกิจการผลิตไม่เพียงแต่ช่วยในการลดต้นทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ และการลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่ธุรกิจที่ไม่ได้ใช้ ERP ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาความยุ่งยากในการบริหารจัดการ และการสูญเสียโอกาสในการเพิ่มผลกำไรจากการลดต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดการที่ไม่เป็นระบบ

ดังนั้น หากคุณต้องการให้ธุรกิจการผลิตของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำระบบ ERP มาใช้ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวอย่างไม่ต้องสงสัย

การใช้ ERP มาใช้ในการลดต้นทุนสำหรับธุรกิจการผลิต Read More »

ระบบ ERP สู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม (Industrial Sustainability) 

ในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบัน ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารทรัพยากร และการลดต้นทุนการผลิต ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า ERP มีบทบาทอย่างไรต่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรม 

  1. ระบบ ERP คืออะไร?

ERP (Enterprise Resource Planning) คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรแบบครบวงจร โดยรวมเอากระบวนการหลัก ๆ ของธุรกิจ เช่น การผลิต การเงิน การบริหารคลังสินค้า และซัพพลายเชน มาอยู่ในระบบเดียว ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ 

  1. ระบบ ERP กับความยั่งยืนในอุตสาหกรรม

ERP สามารถช่วยสนับสนุนแนวทางความยั่งยืนในอุตสาหกรรมได้หลายด้าน ดังนี้ 

2.1 การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 

การบริหารคลังสินค้าแบบอัจฉริยะ – ERP สามารถช่วยให้บริษัทบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาสินค้าค้างสต็อกและของเสียที่เกิดจากการหมดอายุ  

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ – ระบบ ERP สามารถคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยลดการสูญเสียของวัตถุดิบในการผลิต 

2.2 การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

การติดตามการใช้พลังงาน – ERP สามารถช่วยตรวจสอบปริมาณการใช้พลังงานในแต่ละกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)  

การควบคุมการผลิตตามความต้องการจริง – การใช้ ERP ช่วยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น 

2.3 การบริหารซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน 

การเลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – ERP สามารถช่วยองค์กรเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น ใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้  

 การวางแผนโลจิสติกส์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม – การใช้ ERP สามารถช่วยวิเคราะห์เส้นทางการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งสินค้า 

2.4 การจัดการข้อมูลและการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม 

การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งแวดล้อม – ERP สามารถช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณของเสีย การใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร  

การสร้างรายงานด้านความยั่งยืน – ระบบ ERP สามารถสร้างรายงานตามมาตรฐาน ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อให้ธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้อง 

  1. ประโยชน์ของการใช้ ERP เพื่อความยั่งยืน

ลดต้นทุนการดำเนินงาน – ลดของเสีย ลดต้นทุนด้านพลังงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต  

่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม – สนับสนุนมาตรฐาน ISO 14001 และแนวทาง ESG 

สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร – แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักลงทุน 

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน – ธุรกิจที่มีแนวทางความยั่งยืนจะสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดโลก 

  1. ความท้าทายในการนำ ERP มาใช้เพื่อความยั่งยืน

ต้นทุนการลงทุนที่สูง – การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ ERP ต้องใช้เงินลงทุนที่สูง โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก  

การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน – องค์กรต้องมีการฝึกอบรมพนักงานและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับระบบ ERP  

การบริหารจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน – ระบบ ERP ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน หากไม่มีการจัดการที่ดี อาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน 

สรุป 

ระบบ ERP เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน โดยช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย ปรับปรุงการใช้พลังงาน และบริหารซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การนำ ERP มาใช้ต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากธุรกิจสามารถใช้ ERP ได้อย่างเหมาะสม ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมีส่วนช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว 

PlanetOne ERP ระบบ ERP ของคนไทย ที่พัฒนามาสำหรับธุรกิจที่ต้องการความเติบโตอย่างยั่งยืน เหมาะกับ ธุรกิจที่ต้องการความครบวงจร และเชื่อมโยงข้อมูลภายในได้ทั้งระบบ ทำให้ผู้บริหารดูข้อมูลรายงานได้ง่าย และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ ERP สู่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม (Industrial Sustainability)  Read More »

MRP คืออะไรในระบบ ERP?

MRP ย่อมาจาก Material Requirements Planning หรือ การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากของระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ช่วยในการบริหารจัดการและวางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ทำไม MRP ถึงสำคัญในส่วนของการผลิต ซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้ 

1.การวางแผนที่แม่นยำ 

MRP ช่วยคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ต้องการสำหรับการผลิตแต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงของการขาดแคลนวัตถุดิบหรือมีสต็อกคงคลังมากเกินไป เมื่อมีการวางแผนที่ดี ต้นทุนเสียที่เกิดจากการผลิตก็จะน้อยลง 

2.ลดต้นทุน 

 จากหัวข้อที่แล้วมีกล่าวถึงต้นทุนเสียที่น้อยลง ส่งผลให้ต้นทุนที่เกิดจากการผลิตลดลงไปด้วย เคยมีกรณีที่ผู้ประกอบการใช้วิธีแมนนวลในการวางแผนความต้องการวัตถุดิบ นอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้วยังส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ข้อมุลจะไม่แม่นยำและทำให้การทำงานผิดพลาด ก่อให้เกิดของเสียจากการผลิตส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกด้วย 

3.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 

 ช่วยให้การผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดเวลาในการรอคอยวัตถุดิบ และเพิ่มผลผลิต 

4.การตัดสินใจที่ดีขึ้น 

 ข้อมูลจาก MRP ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิต การจัดซื้อ และการวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

MRP ทำงานอย่างไร? 

กำหนด Bill of Material (BOM): ระบุรายละเอียดของวัตถุดิบและส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตแต่ละผลิตภัณฑ์ 

วางแผนการผลิต: กำหนดปริมาณและกำหนดการผลิตตามความต้องการของลูกค้า 

คำนวณความต้องการวัตถุดิบ: คำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ต้องการสำหรับการผลิตในแต่ละช่วงเวลา 

ตรวจสอบสินค้าคงคลัง: ตรวจสอบปริมาณวัตถุดิบที่มีอยู่ในสต็อก 

สร้างใบสั่งซื้อ: สร้างใบสั่งซื้อวัตถุดิบที่ขาดแคลน 

ประโยชน์ของ MRP 

เพิ่มความแม่นยำ: ลดความผิดพลาดในการวางแผนและการผลิต 

ลดต้นทุน: ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังและการขาดแคลนวัตถุดิบ 

เพิ่มความยืดหยุ่น: สามารถปรับเปลี่ยนแผนการผลิตได้ตามความต้องการของลูกค้า 

ปรับปรุงคุณภาพ: ช่วยให้ควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น 

รองรับการเติบโตของธุรกิจ: สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตได้ 

MRP เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว หากธุรกิจของคุณมีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก การนำระบบ MRP มาใช้งานจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

MRP คืออะไรในระบบ ERP? Read More »

ระบบ ERP ช่วยแก้ปัญหาให้กับองค์กรได้อย่างไร? 

ERP (Enterprise Resource Planning) หรือ ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร นั้นถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนและความไม่สอดคล้องกันในการดำเนินงานของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่และมีกระบวนการทำงานที่หลากหลาย  

ปัญหาหลักๆ ที่ ERP ช่วยแก้ไข ได้แก่ 

การขาดข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและถูกต้อง 

ระบบ ERP ช่วยรวบรวมข้อมูลจากทุกส่วนของธุรกิจมาไว้ในที่เดียว ทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันและสามารถเข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

การทำงานซ้ำซ้อน  

ระบบ ERP สามารถอัตโนมัติการทำงานที่ซ้ำซ้อน เช่น การสร้างใบสั่งซื้อ การบันทึกข้อมูลการขาย หรือการจัดทำรายงาน ทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น 

การสื่อสารที่ไม่ราบรื่น 

ระบบ ERP ช่วยให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันได้ ทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน 

การควบคุมต้นทุนที่ยากลำบาก 

ระบบ ERP ช่วยให้สามารถติดตามต้นทุนได้อย่างละเอียด ทำให้สามารถวิเคราะห์ต้นทุนและหาแนวทางลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การขาดความยืดหยุ่น 

ระบบ ERP ที่ดีสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของธุรกิจ ทำให้สามารถรองรับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้ 

โดยสรุปแล้ว ERP ช่วยให้ธุรกิจ 

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ปรับปรุงการตัดสินใจได้โดย มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ลดการทำงานซ้ำซ้อน อีกทั้งแก้ปัญหาการสื่อสารที่ไม่ราบรื่น ช่วยควบคุมต้นทุนให้ง่ายขึ้น และระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นก็จะทำให้รองรับการเติบโตขององค์กรได้ดีมากยิ่งขึ้น 

Click เพื่ออ่าน ERP ช่วยปิดงบเร็วขึ้นได้จริงหรือ และองค์กรควรเลือก ERP แบบไหน?

ส่งข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ

ระบบ ERP ช่วยแก้ปัญหาให้กับองค์กรได้อย่างไร?  Read More »

PlanetOne ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจของคุณได้อย่างไร

PlanetOne ERP คือ ระบบ ERP ของคนไทย ที่เขียนและพัฒนาระบบซอฟต์แวร์โดยนักพัฒนาสัญชาติไทย 100% มาอย่างยาวนานมากกว่า 20 ปี ซึ่งหลาย ๆ องค์กรอาจจะยังอคติกับระบบที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทย เพราะมองว่าไม่มีความเป็นสากลและสู้ระบบของต่างประเทศไม่ได้

เรามาดูกันว่าระบบที่พัฒนาโดยฝีมือของคนไทย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรอย่างไรบ้าง

1. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน
    การทำงานตามปกติ หากในองค์กรของท่านยังไม่มีระบบบริหารจัดการมาใช้ในการดูแลธุรกิจ แน่นอนว่าระบบแบบเดิมจะทำให้การทำงานต้องย้อนกลับไปย้อนกลับมา และเต็มไปด้วยเอกสารที่ต้องรอการอนุมัติจากหลาย ๆ แผนก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับระเบียบการทำงานของแต่ละองค์กรว่าจะต้องนำเอกสารเล่มนั้นไปให้ทีมไหนบ้าง ทำให้เสียทั้งเวลาและยังเปลืองทรัพยากรบุคคลที่นำเข้ามาจัดการธุระในส่วนนี้ หากนำระบบ PlanetOne ERP จะทำการขึ้นข้อมูลมาทันทีที่มีการจัดการหรือเปลี่ยนแปลงตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นบัญชีการเงิน ซื้อขาย หรือบัญชีการจัดการสำหรับลูกค้า ดังนั้นฝ่ายบัญชีไม่จำเป็นต้องให้ฝ่ายอื่นกรอกข้อมูลซ้ำให้เสียเวลา สามารถตรวจสอบและออกบิลได้เลย
    เมื่อลดความซ้ำซ้อนในงานเอกสาร พนักงานส่วนใหญ่ก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ไม่ต้องทำงานบัญชีหรืองานตัวเลขอื่น ๆ เสริมประสิทธิภาพงานให้ดีขึ้น ส่งผลให้การทำงานมีคุณภาพมากขึ้นไปอีก

2. ลดข้อผิดพลาดในการทำงาน
    แน่นอนว่าการทำงานนั้นย่อมมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่โดยรวมแล้วข้อผิดพลาดไม่ควรเกิดขึ้นจากเรื่องเดิม และมักจะเกิดขึ้นจากการทำงานที่ไม่เป็นระบบ
PlanetOne ERP เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดำเนินการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข้อผิดพลาดได้จากระบบ และสามารถวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ออกมาให้กับผู้บริหารหรือทีมพัฒนาองค์กรสามารถหารือแก้ไขร่วมกัน เพื่อลดข้อผิดพลาดให้น้อยลงได้ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนและบริหารทรัพยากรขององค์กรโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เชื่อมโยงทุกแผนกเข้าด้วยกันโดย Module API
  ส่วนนี้สำคัญมากในการทำงานภายใต้องค์กรที่มีหลาย ๆ แผนก ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายขาย ฝ่ายคลัง ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการผลิต ฝ่ายบุคคล รวมถึงผู้บริหาร หากการทำงานเดิมทางผู้บริหารจะต้องรอรายงานของแต่ละฝ่ายมาสรุปซึ่งไม่สามารถเห็นได้ทันท่วงที ทำให้วิเคราะห์ปัญหาจากการทำงานได้ล่าช้า และบางครั้งรายงานไม่เป็นข้อมูลปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลไม่ถูกต้องและทำให้การคำนวณผลตอบแทนรายปีคลาดเคลื่อน แต่เมื่อท่านมีระบบ PlanetOne ERP ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของธุรกิจชัดเจนขึ้น เนื่องจากระบบจะทำการเชื่อมต่อการเงินและการจัดการทั้งหมดในธุรกิจ และทำการวิเคราะห์ นำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจนโยบายบริหาร ลดความผิดพลาดในการตัดสินใจบางจุด เพิ่มโอกาสความสำเร็จให้มากขึ้น ไม่ว่าผู้บริหารจะอยู่ที่ไหนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทุกแผนก และรับรู้ข้อบกพร่องการทำงานว่าเกิดจากส่วนใด

4. คำสั่งอัตโนมัติลดการ Manual
  หากเป็นเมื่อก่อนระบบการทำงานของไทยก็อาจจะแยกโปรแกรมการทำงาน แยกเป็นระบบบัญชี ระบบคลังสินค้า ซึ่งไม่ได้อยู่ในที่เดียวกันทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง แต่ PlanetOne ERP เป็นซอฟต์แวร์ที่คุ้มค่าที่สุดเพราะเป็นระบบที่รองรับการทำงานได้ทั้งองค์กรโดยไม่ต้องแยกโปรแกรม สามารถดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติ อีกทั้งพนักงานทุกคนมีความเท่าเทียมทางข้อมูลเพราะระบบ PlanetOne ERP เน้นความโปร่งใส พนักงานในแต่ละฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลได้ นอกจากเสริมความเท่าเทียมแล้วยังลดโอกาสการทุจริตในองค์กรอีกด้วย (เราสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละตำแหน่งได้) และถูกต้องตามหลักกฎหมายสรรพากรอีกด้วย

5. ลดต้นทุน เพิ่มกำไรพร้อมทั้งจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  ระบบ PlanetOne ERP สร้างขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่สำคัญคือ เมื่อมีระบบเข้ามาช่วยในการบริหารก็ทำให้ผู้ประกอบการทราบต้นทุนแฝงจากการผลิต และเปรียบเทียบราคาต้นทุนได้จากหลาย ๆ ที่ มาเป็นส่วนที่ทำให้บริษัทสามารถทราบได้ว่าควรลงทุนกับบริษัทใดและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้และทุกธุรกิจที่ใช้ระบบ PlanetOne ERP ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่มีการซื้อมาขายไป นำเข้า-ส่งออก และอุตสาหกรรมการผลิตทุกชนิด ดังนั้น การดึงสินค้าเข้าออกจำเป็นต้องมีระบบจัดการสต็อคที่ Real Time ดึงและตัดสต็อคเพื่อนำไปใช้ในการผลิตได้ทันที เพราะฉะนั้นระบบ PlanetOne ERP จึงเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับธุรกิจที่มีการผลิตและซื้อมาขายไป

6. มีความปลอดภัยสูง เข้าใจและใช้งานข้อมูลได้ง่าย
    ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บรวมไว้ใน Database และจะมีการบันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลง สามารถตรวจสอบ เรียกซ้ำข้อมูลในส่วนที่จำเป็นได้ ปลอดภัยกว่าการเก็บเพียงแค่เอกสารหรือไฟล์ธรรมดาและระบบ PlanetOne ERP เป็นซอฟแวร์ที่เน้นให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ เข้าถึงได้ ดังนั้นจึงมีการออกแบบที่เอื้อกับผู้ใช้ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นได้ เมื่อทุกคนเข้าใจงานและเข้าถึงข้อมูลพร้อมกัน การทำงานเพื่อส่งเสริมให้บริษัทเติบโตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

7. วิเคราะห์ธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
    จากหลาย ๆ ข้อที่กล่าวมาจนมาข้อสุดท้ายนี้ เมื่อมีระบบ PlanetOne ERP มาช่วยดูแลงานบริหารจัดการภายในองค์กร ก็ทำให้ผู้บริหารวิเคราะห์ธุริจได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้องค์กรเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ให้ทุกคนสังเกตจากบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน 100% ในนั้น มีระบบ PlanetOne ERP มาช่วยในการบริหารจัดการองค์กรทั้งสิ้น ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งแน่นอนว่าระบบ PlanetOne ERP ก็อยู่เบื้องหลังธุรกิจมามากกว่า 100 บริษัท ตั้งแต่ขนาดเล็กจนขยายมาจนถึงระดับมหาชน ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญไม่เพียงแค่เรื่องของระบบเท่านั้น แต่เรายังพร้อมให้บริการดูแลลูกค้าเพื่อให้การทำงานของลูกค้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรามีทีมที่พร้อมให้คำปรึกษาเสมือนธุรกิจของลูกค้าเป็นธุรกิจของเราเลยทีเดียว

PlanetOne ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจของคุณได้อย่างไร Read More »

ERP ไทย มีข้อดีอย่างไร ถ้าเทียบกับ ERP ต่างประเทศ ?

หลาย ๆ องค์กรเลือกใช้ โปรแกรม ERP มาช่วยในการทำงานแต่ก็มีข้อถกเถียงกันเป็นอย่างมาก ว่าระบบที่ดีควรใช้ของบริษัทมหาชนใหญ่ๆจากต่างประเทศ หรือ จะเลือกใช้ระบบที่พัฒนาในประเทศไทยดี ในเมื่อความเชื่อที่ว่าของนอกย่อมดีกว่าของบ้านเรา มักปลูกฝังในความรู้สึกของคนไทย แต่เรามาดูข้อดีของ ERP ไทย กันค่ะ ว่าถ้าหากผู้ประกอบการเลือกใช้บริการที่ผู้พัฒนาเป็นคนไทย 100 % จะเป็นอย่างไร

1. บริการเป็นเลิศเข้าถึงได้ง่าย

หลายๆที่คงไม่รู้ว่าระบบของคนไทยมีการดูแลซัพพอร์ตที่เปรียบเสมือนว่าธุรกิจของลูกค้าคือธุรกิจของเรา โดยงานบริการของคนไทยนั้นมีความเป็นเลิศกว่าหลาย ๆ ประเทศ ด้วยนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ที่มีความเข้าอกเข้าใจกัน และมีคติว่าใจเขาใจเรา การซัพพอร์ตก็จะเต็มที่และแทบจะดูแลแบบ24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เราได้มีโอกาสได้ไปฟังสัมภาษณ์จากผู้ใช้งาน Software Thai ที่จัดขึ้นโดยสมาคม ATSI โดยมีคำพูดนึงที่เอ่ยถึงงานบริการที่เต็มร้อยและความจริงใจในการดูแลลูกค้าทำให้พวกเขาไม่เคยคิดจะเปลี่ยนระบบอีกเลย

2. ระบบพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับคนไทย

คนไทยย่อมรู้จักรูปแบบการทำงานของคนไทยได้ดีที่สุด เพราะระบบที่พัฒนาโดยคนไทยจะเริ่มสร้างระบบจากปัญหาการทำงานของคนไทยโดยเฉพาะ และแน่นอนว่าคนไทยมีความรู้ในการพัฒนา Software ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะนักพัฒนาบ้านเรามีความคิดสร้างสรรค์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงความยืดหยุ่นในการทำงานย่อมเหมาะสมกับธุรกิจของคนไทยแน่นอน

3. ราคาที่เป็นมิตร

ด้วยความที่นักพัฒนาระบบสัญชาติไทยแทบจะ 100 % ต้องการพัฒนาระบบเพื่อให้คนไทยได้ใช้ระบบที่ดีในราคาที่จับต้องได้ โดยปกติระบบใหญ่ ๆ ของต่างประเทศราคาค่อนข้างสูง บริษัทเล็ก ๆ หรือ องค์กรระดับ SME ในบ้านเราอาจจะรับแรงราคาที่สูงไม่ไหว ทำให้มีแต่องค์กรใหญ่ๆระดับ มหาชน ที่จะใช้ระบบเท่านั้น ณ ปัจจุบันนี้มีระบบสเกลใหญ่ ๆ หลายเจ้าที่พัฒนาโดยคนไทยในราคาที่ประหยัด อันสืบเนื่องมาจากเรทเงินเดือนโปรแกรมเมอร์ไทยที่มีราคาต่ำกว่าค่าเงินของต่างประเทศ ทำให้ซอฟต์แวร์ไทยมีราคาที่ประหยัดกว่า

4. โปรแกรมมีความยืดหยุ่นสูง

ด้วย ERP เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีฟังก์ชันสแตนดาร์ดเพื่อใช้ในการทำงานอยู่แล้ว แต่ก็แทบจะทุกองค์กรที่ต้องการให้ปรับปรุงการทำงานให้เข้ากับรูปแบบบริษัทตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเป็นระบบใหญ่ ๆ จากต่างประเทศก็ต้องมีการขออนุมัติเป็นปีๆ กว่าดำเนินการได้ แต่ถ้าเป็นระบบไทยด้วยความที่เราพูดภาษาเดียวกัน มีความเข้าอกเข้าใจกันก็จะคุยกันง่าย อยากได้อะไรก็พูดคุยกันได้

หากทานกำลังหาระบบ ERP ที่เป็นมืออาชีพ ให้ระบบขนาดใหญ่ ในราคาที่เป็นมิตร และมีความยืดหยุ่นสูง PlanetOne ERP คือซอฟต์แวร์ที่คุณกำลังตามหา อย่าเสียเวลาลองผิดลองถูก เพราะเราวิเคราะห์ฟังก์ชันการทำงานให้เหมาะกับคนไทยไว้หมดแล้ว นัด Demo ได้ที่นี่

ERP ไทย มีข้อดีอย่างไร ถ้าเทียบกับ ERP ต่างประเทศ ? Read More »

5 ข้อควรรู้ถ้าจะติดตั้งระบบ ERP

หลาย ๆ องค์กรที่เริ่มอยากจะใช้ระบบมาช่วยในการทำงาน แน่นอนว่าส่วนใหญ่มักพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการทำงานรูปแบบเดิม ๆ อย่างเช่น การใช้แค่โปรแกรม Excel มาคำนวณหรือสร้างแผนการผลิต ซึ่งจะยังเป็นระบบแมนนวล และเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณและการคิดสูตรการผลิตที่ไม่แม่นยำและไม่เรียลไทม์ ทำให้หลายๆบริษัทที่กำลังเติบโตเลือกที่จะใช้ Software ERP มาใช้ในส่วนนี้เพราะครอบคลุมการทำงานทั้งหมดในองค์กร แต่ก่อนที่จะเลือก Software ERP มาใช้สักโปรแกรมควรรู้อะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1. ERP คือระบบบริหารจัดการองค์กร

ERP คือระบบบริหารจัดการองค์กรที่หลาย ๆ บริษัทยังคงเข้าใจผิดว่าเป็นระบบบัญชี แต่ความพิเศษของ ERPมีมากกว่านั้น เพราะสามารถทำให้การทำงานภายในองค์กรเชื่อมโยงหากันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บัญชี การเงิน การคลัง การผลิต และมีส่วนเสริมในส่วนอื่น ๆ เช่น ระบบหน้าร้าน ระบบบริหารงานบุคคล สินทรัพย์ หรือแม้แต่งานบริการ ก็รองรับและเชื่อมโยงถึงกันได้ ทำให้การทำงานมีระบบและสามารถสืบกลับข้อมูลได้โดยง่าย แต่ราคาระบบ ERP ก็มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งมีตั้งแต่หลัก 1,000,000 – 50,000,000 บาท ซึ่งบางระบบราคาสูงถึง 9 หลักก็มี แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กรว่าจะเลือกใช้กี่ยูสเซอร์ หรือปรับปรุงการใช้งานอะไรบ้าง

2. การวางระบบมีค่าใช้จ่ายที่สูงถ้าไม่รู้สิ่งนี้?

ระบบแต่ละเจ้ามีรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน แต่ส่วนมากจะมีสิ่งที่เรียกว่าค่า Implement และค่า License ซึ่งทางผู้ประกอบการณ์ต้องเปรียบเทียบกันทั้ง ราคาและการรองรับของระบบ ในส่วนนี้ทางเราขอพูดเลยว่าลูกค้าควรมีการพูดคุยหรือเปรียบเทียบระบบจากหลายๆเจ้า โดยยึดการรองรับระบบเป็นหลัก เนื่องจาก ERP เป็นระบบสำเร็จรูป จะมี Function standard ของแต่ละเจ้าอยู่แล้ว ซึ่งหากทางผู้ประกอบการเลือกระบบที่ไม่ตอบโจทย์เพราะเลือกจากราคาที่ถูก แต่สิ่งที่ท่านจะเจอก็คือ การ Customized หรือการปรับปรุงระบบให้เข้ากับการทำงานในองค์กรอาจจะมีราคาหรืองบประมาณที่บานปลายออกไปค่อนข้างมาก (ซึ่งทุกๆระบบล้วนต้องมีการ Customized เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานของลูกค้า)

3. ERPมีค่าบริการในการ Support

การ Supportจะไม่เกี่ยวข้องกับค่า Implement ค่า License และค่า customized สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสัญญาบริการ(MA) หลายๆองค์กรจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่าย ในส่วนของค่าบริการ (MA) ของผู้พัฒนาระบบแต่ละเจ้าก็คิดไม่เหมือนกัน เช่นบางเจ้าคิดที่ 20% ของค่า License ทั้งหมด และมีการนำค่า customized มาคำนวณในแต่ละปีด้วย แต่ต้องทำการเข้าใจว่าหากทางองค์กรของท่านมีการชำระค่าสัญญาตรงนี้ทางทีม Support ก็จะยังคงดูแลคุณอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในช่วง 5 ปีแรก คุณอาจจะยังต้องพึ่งพาทีม Support เพื่อช่วยให้คุณสามารถใช้ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากประสบการณ์ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา เราไม่เคยเจอองค์กรไหนที่ไม่พึ่งทางทีม Support ในการดูแลการใช้งานระบบ เพราะทุกๆองค์กรก็มักจะมีการเข้าออกของพนักงานตลอดเวลา แต่หากคุณมั่นใจว่าเชี่ยวชาญในระบบและไม่ต้องการต่อสัญญาก็สามารถทำได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทผู้พัฒนาว่ามีเงื่อนไขอะไรในการใช้งาน หากไม่ต่อสัญญาจะยังสามารถใช้งานระบบได้หรือไม่ได้นั้น ให้ลองปรึกษากับทางทีมพัฒนาระบบของคุณดูได้เลยค่ะ

4. แต่งตั้งทีมรับผิดชอบในองค์กร

เรื่องนี้สำคัญมากๆเพราะจากประสบการณ์ หลายๆองค์กรมักมอบหน้าที่ให้คนคนเดียวรับผิดชอบเรื่องการดูระบบ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พอผู้รับผิดชอบหลักลาออก ก็ทำให้การทำงานไปต่อไม่ได้ และต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมเพิ่มเติม แน่นอนว่าระบบ ERP จะเกี่ยวข้องกับทุกแผนกในองค์กรผู้บริหารควรจัดตั้งทีมผู้รับผิดชอบในแต่ละแผนกทั้งผู้รับผิดชอบหลักและผู้รับผิดชอบร่วมกัน สิ่งนี้จะทำให้การใช้งานระบบ ERP ผ่านไปได้โดยง่าย และไม่เกิดปัญหาในระยะยาว

5. ความไม่พร้อมของพนักงานมักเป็นอุปสรรค…

สิ่งนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะมีหลายๆบริษัทวางระบบไม่สำเร็จอันเกิดมาจากยูสเซอร์ผู้ใช้งานไม่ปรับตัวและเอาความเคยชินมาใช้เป็นหลัก บางองค์กรต่อต้านจนผู้บริหารหลายท่านต้องยอมแพ้และเลิกใช้ระบบไป เพราะนอกจากจะต้องนั่งทำงานให้บริษัทแล้วยังต้องมาเสียเวลาเรียนรู้ในการใช้งานระบบด้วย เรื่องนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยกันภายในก่อนจะตัดสินใจติดตั้งระบบแบบจริงจัง เพราะในมุมมองของผู้บริหารกับพนักงานจะแตกต่างกันด้วยตำแหน่งและเนื้องานของแต่ละบุคคล เพราะสิ่งที่พนักงานจะมีข้อสงสัยคือ ระบบมันมีความจำเป็นจริงๆหรือไม่ หรือเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับพนักงานกันแน่

หากท่านมีความลังเลและไม่แน่ใจว่าจะเลือกระบบของเจ้าไหนดี ทางเราขอแนะนำระบบ PlanetOne ERP ที่มีความยืดหยุ่นสูงและรองรับการทำงานได้ทุกรูปแบบธุรกิจ ด้วยตัวระบบขนาดใหญ่แต่ราคาเป็นมิตรมากกว่าระบบทั่วไปในขนาดเดียวกัน และยังเป็นทีมพัฒนาสัญชาติไทยที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 25 ปี หากท่านต้องการระบบที่รู้ใจการทำงานของคนไทย แนะนำระบบ PlanetOne ERP ให้เป็นตัวเลือกหนึ่งในความสำเร็จของคุณ

ติดต่อ 022714362-3 หรือ 095 294 5693 (คุณเจน) ตำแหน่ง Executive Director

5 ข้อควรรู้ถ้าจะติดตั้งระบบ ERP Read More »

ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด

  สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) ได้มีการจัดโครงการประกวดรางวัลผู้ประกอบการดีเด่น ด้านการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ไทยเพื่อพัฒนาองค์กร (ATSI-Digital Entrepreneur Award) และได้จัดพิธีมอบรางวัล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้กับผู้ประกอบการ ที่นำระบบซอฟต์แวร์สัญชาติไทย มาใช้ในการดำเนินธุรกิจจนเกิดผลประโยชน์สูงสุดโดยได้รับเกียรติ จาก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้มอบโล่รางวัล ทั้งนี้ทางทีมงานจากบริษัทบริด ซิสเต็มส์ จำกัด ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ PlanetOne ERP ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ สำหรับผู้ประกอบการดีเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์และดิจิทัลโซลูชั่นในหมวดหมู่อุตสาหกรรมการผลิตโดยใช้ระบบ PlanetOne ERP

ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด Read More »

Scroll to Top