อีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อจ่ายแล้วทางองค์กรจะได้รับอะไร หรือทางองค์กรควรจะเตรียมจัดสรรงบประมาณในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)อย่างไร (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นสำหรับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนดังนี้คือ

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยทั้งสามข้อที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

สำหรับค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นจะเป็นค่าใบอนุญาตให้สิทธิในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งในแต่ละผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะมีการคิดอัตราค่า License ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น
  • คิดค่า License ครั้งเดียวแล้วผู้ใช้งานระบบสามารถใช้งานระบบได้ตลอดไป
  • คิดค่า License เป็นรายปีคือทางผู้ใช้บริการจะทำสัญญาจ่ายค่า License เป็นรายปีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • คิดค่า License โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้เข้าใช้งานระบบ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อ License นี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการอีอาร์พีเอง ดังนั้นในแต่ละบริษัทของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจึงมีแนวทางการคิดค่า License ของระบบอีอาร์พีที่แตกต่างกันออกไป

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ค่าใช้จ่ายในส่วนของการฝึกพนักงานในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีการคิดค่าใช้จ่ายในการเทรนการใช้งานระบบเป็นแมนเดย์ 

ตัวอย่าง สมมติว่าอัตราค่าใช้จ่าย 1 แมนเดย์มีค่าเท่ากับ 15,000 บาท ทางผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีต้องการเทรนการใช้งานระบบโดยผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีคิดค่าใช้จ่ายที่ 2 แมนเดย์

ดังนั้นค่าบริการในการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จะคิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 30,000 บาท เป็นต้น

โดยในส่วนของค่าบริการที่คิดเป็นแมนเดย์ก็อาจมีการเจรจาต่อรองกันกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ได้บ้างตามความเหมาะสม (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) )

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิเช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
  • ค่าบริการดูแลระบบ (maintenance)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการสนับสนุนทางเทคนิคในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)
ค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวข้างต้นนี้มักจะมีการทำเป็นสัญญาบริการระหว่างผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งในสัญญาบริการจะระบุชัดเจนว่าทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้อง Support ผู้ใช้บริการในด้านใดบ้าง อาทิเช่น
  • วางระบบอีอาร์พีให้เป็นผลสำเร็จ
  • มีการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
  • มีการดูแลให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานระบบอีอาร์พี
  • มีการดูแลการสำรองข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พี เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะมีค่า License ค่าเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการได้รับการ Support ทางเทคนิคต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือการลงทุนเพื่อใช้งานระบบอีอาร์พี โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนจะมาในรูปแบบของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่สูงขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

3 ข้อเบื้องต้นใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น

  • ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี
  • ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • ศักยภาพของตัวระบบอีอาร์พีเอง
  • ทรัพยาการทางไอทีที่มารองรับการใช้งานระบบอีอาร์พี เป็นต้น

ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีทั้งสิ้น

และเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในเบื้องต้น ในบทความนี้จะยกตัวอย่าง 3 ข้อที่จะทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งตัวอย่างของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

โดยเนื้อหาของแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

ส่วนใหญ่ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีกระบวนการลงทะเบียนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้

โดยคุณอาจต้องกรอกข้อมูลเช่น ชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password)

ซึ่งเมื่อมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน ก็จะต้องมีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

รวมถึงมีการระบุวันหมดอายุของ username และ passwordเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อยูสเซอร์เข้าใช้งานระบบ (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

จำนวน concurrent user คือผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ในหลาย ๆ องค์กรอาจมีการจัดสรรสิทธิ์ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีไว้น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าใช้งานจริง

เนื่องจากในความเป็นจริงผู้เข้าใช้งานระบบไม่จำเป็นต้องเข้าใช้งานพร้อมกันตลอดเวลา แต่อาจสามารถสลับกันใช้งานได้

ดังนั้นในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น เมื่อผู้เข้าใช้งานระบบทำงานบนระบบเสร็จแล้ว ควร log off ออกจากระบบ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีท่านอื่น ๆ ได้เข้าใช้งานระบบต่อ

เป็นการป้องกันไม่ให้ จำนวน concurrent user เกินลิมิตการเข้าใช้งาน จะช่วยให้องค์กรใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการคงประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการอีอาร์พีควรมีการอัปเดตระบบให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตระบบจะช่วยให้ระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

สามารถรองรับฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาใหม่

สามารถนำเข้าข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้น

สามารถ support กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้มากขึ้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป แนวทางการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเบื้องต้นคือ มีการลงทะเบียนสิทธิ์การเข้าใช้งานระบบให้เรียบร้อย

ต่อมาคือจำนวน concurrent user ที่เข้าใช้งานในองค์กรสามารถสลับกันใช้งานได้

รวมถึงจะต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในเบื้องต้นทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ในการวางระบบอีอาร์พี หลาย ๆ องค์กรจะมีความกังวลว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในส่วนงานขององค์กรบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ก็คือ "การ Customized” ระบบอีอาร์พี

และในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจชัดเจนว่าการ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

และจะมีประโยชน์ต่อการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กรอย่างไร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงทั้งหมด 3 หัวข้อดังนี้คือ

1. การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

3. การ Customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การ customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) หมายถึงการปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนระบบ ERP เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษและการทำงานที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร

การ Customized เป็นการทำงานที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในโมดูลตามมาตรฐานทั่วไปของระบบอีอาร์พีที่มีพร้อมให้บริการ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างการ Customized ระบบอีอาร์พีได้แก่

-การปรับเปลี่ยนโมดูลที่มีอยู่

-เพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษ

-การปรับรูปแบบการแสดงผลเมื่อเรียกดูรายงานต่าง ๆ เป็นต้น

ระบบอีอาร์พีมักจะมีโมดูลหลายประการเช่นการบัญชี, การจัดการสต็อก, การผลิต, การขาย, และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ

3. การ customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีความแตกต่างตามขอบเขตของการปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการ

รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมที่ปรึกษาในการวิเคราะห์รายละเอียด, การเก็บ Requirement, การวางแผนแนวทางในการ Customized

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรนใช้ระบบ ในกรณีที่ยูสเซอร์ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานส่วนที่ Customizedได้ด้วยตนเอง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พีไปแล้วพบว่ามีบางจุดที่ระบบอีอาร์พียังไม่ไหลลื่นไปกับกระบวนการทำงานภายในองค์กร

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น Requirement ที่องค์กรต้องการ, โมดูลที่ต้องการ Customized รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ Customized ด้วยเช่นกัน

ซึ่งผลลัพธ์จากการ Customized ระบบอีอาร์พี ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้โดยที่ความยุ่งยากน้อยลงและกระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการวางระบบอีอาร์พี จะสามารถวางระบบได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกมามีส่วนสำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ขององค์กรก็ว่าได้ (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

สำหรับองค์กรที่มองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แน่นอนว่าองค์กรย่อมต้องการที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ในการทำงาน และสามารถ implement ระบบได้จริง

ซึ่งการมองหาที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ ควรทำตาม 5 ขั้นตอนดังนี้คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

2. สำรวจหาทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสบการณ์

3. ทำข้อมูลคุณสมบััติที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)แล้วเปรียบเทียบคุณสมบัติที่บริษัทที่ปรึกษานำเสนอ

4. จัดการประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ได้เลือกไว้

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ

รายละเอียดในแต่ละหัวข้อประกอบด้วย

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่ออะไร
เหตุผลอะไรที่จะต้องวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กร

เช่น มีโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กรที่ซับซ้อนทำให้มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เกิดความล่าช้าในการทำงาน

เนื่องจากบุคลากรในองค์กรไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ทำให้ใช้เวลามากเกินไปในการเรียกดูรายงานต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีกับปัญหาที่เกิดในปัจจุบันเป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ถ้าหากองค์กรสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ออกมาได้ชัดเจน ก็จะทำให้สามารถสื่อสารกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้นองค์กรควรต้องวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะได้กำหนดรายละเอียดในการคุยกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่องค์กรต้องการ

2. สำรวจหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานและสามารถ implement ระบบได้จริง

โดยองค์กรสามารถหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้จากหลายแหล่งข้อมูล อาทิเช่น บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงสอบถามจากบริษัทที่เป็นคู่ค้าหรือบริษัทที่อยู่ใน network เดียวกันกับขององค์กร

โดยการสอบถามข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ของที่ไหน

เมื่อมี list รายชื่อของที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อย่าลืมตรวจสอบผลงานว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่มีผลงานจริง โดยสามารถตรวจสอบได้จากรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการ หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัทที่เคยใช้บริการวางระบบอีอาร์พี (ERP) กับบริษัทที่ปรึกษาที่อยู่ในลิสต์ขององค์กร 

ดังนั้นในการหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะต้องมีลิสต์รายชื่อของบริษัทที่ปรึกษาไว้หลาย ๆ ที่แล้วยังต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่เคยใช้บริการรวมถึงตรวจสอบจากรีวิวที่น่าเชื่อถือได้

3. จัดทำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)

ในส่วนนี้ทางองค์กรจะต้องวิเคราะห์ภายในองค์กรเองว่า กระบวนการการทำงานภายในขององค์กรเป็นอย่างไร กระบวนการทางธุรกิจเป็นอย่างไร

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดในส่วนนี้ควรจะต้องมีทีมของบริษัทที่ปรึกษามาคอยให้คำแนะนำด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่บริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ตนเองมีอยู่ 

เมื่อเปรียบเทียบแล้วทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีจึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณสมบัติของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการจะต้อง customized หรือไม่ หรือสามารถใช้จากโมดูลหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เลยเป็นต้น

4. จัดประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกไว้

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการนั้นบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะสามารถทำให้ได้หรือไม่ในทุก ๆคุณสมบัติที่องค์กรได้ร่างไว้ 

หากทำไม่ได้แล้วต้องมีการ customized จะสามารถ customized ให้กับองค์กรได้หรือไม่

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ไหนที่สมบูรณ์แบบ 100%

ดังนั้นองค์กรจึงควรวิเคราะห์และมองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรได้ใกล้เคียงที่สุด

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ

เมื่อได้มีการประชุมกันในรายละเอียดเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว ทางองค์กรควรขอใบเสนอราคาตามคุณสมบัติที่องค์กรกำหนดไว้

ทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีค่าบริการอะไรบ้าง ก็ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อที่องค์กรจะสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่าองค์กรจะมีประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้หรือไม่

ดังนั้นเมื่อได้มีการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการขอใบเสนอราคาทางองค์กรก็ควรจะสามารถวิเคราะห์และประเมินตนเองได้ด้วยว่ามีความสามารถในการจัดสรรงบประมาณหรือไม่

ซึ่งในส่วนนี้อาจสามารถเจรจาต่อรองงบประมาณในบางส่วนกับที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) )

กล่าวโดยสรุป ในการหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี ทางองค์กรควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จากนั้นเริ่มมองหาข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีที่เหมาะสม แล้วทำการวิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึกร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าระบบอีอาร์พีของบริษัทที่ปรึกษาสามารถตอบสนองในส่วนใดได้บ้าง 

และสุดท้ายคือการขอใบเสนอราคาเพื่อดูว่าองค์กรสามารถจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

ระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่

อันที่จริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้ได้กับธุรกิจทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคืองบประมาณของธุรกิจที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีในแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน (Click เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

แน่นอนว่างบประมาณในการติดตั้งระบบอีอาร์พีก็จะเป็นไปตามขนาดของธุรกิจเช่น ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้งบประมาณน้อยกว่าธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นต้น

หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กอาจจะมีความกังวลถึงงบประมาณในการใช้วางระบบอีอาร์พี ว่าจะต้องใช้งบประมาณที่สูงจนเกินกว่าที่องค์กรจะจัดสรรได้

ในการวางระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็มีแนวทางการทำงานอยู่ 

โดยที่คุณสามารถวางระบบอีอาร์พีด้วยงบประมาณที่จำกัดหรืองบประมาณที่สามารถควบคุมได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีที่มีงบประมาณจำกัดจะมีแนวทางคือ

1. การให้สิทธิ์จำนวน User เข้าใช้งานระบบน้อย

2. ซื้อแมนเดย์ไม่ต้องเยอะ

3. อัดเนื้อหาในการเทรนให้จบภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

โดยรายละเอียดแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. การให้สิทธิ์จำนวน User เข้าใช้งานระบบน้อย

ในข้อนี้จะทำให้การวางระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายถูกลง

เพราะงบประมาณในการวางระบบอีอารร์พีส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับจำนวน User ที่เข้าใช้งานพร้อมกันในระบบ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ด้วยการให้สิทธิ์ User น้อยจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ดี องค์กรที่มีขนาดเล็กอาจจะให้ User สลับกันเข้าใช้งาน ก็จะช่วยให้ User ทุกคนสามารถเข้าใช้งานระบบได้ แม้ว่าสิทธิ์การเข้าใช้งานจะมีจำนวนน้อยก็ตาม

2. ซื้อ Man Day ไม่ต้องเยอะ

การซื้อ Man Day ในองค์กรขนาดเล็กอาจจะซื้อแพ็คเกจ Man Day ไม่ต้องเยอะ แต่เน้นเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั้น

แล้วเน้นการใช้ Man Day เพื่อการแก้ปัญหาระบบอีอาร์พีในส่วนที่ทางองค์กรไม่สามารถทำได้เอง

3. อัดเนื้อหาในการเทรนให้จบภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบก็ควรเทรนเนื้อหาให้เยอะที่สุดแล้วใช้ระยะเวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่องค์กรจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเทรนสูงจนเกินไป (Click เพื่ออ่าน ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

การจัดเทรนทางออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าด้วยเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป สำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดเล็กและมีงบประมาณจำกัดก็สามารถวางระบบอีอาร์พีได้ด้วยแนวทางนี้เช่นกัน นั่นคือให้สิทธิ์ User จำนวนน้อย เน้นประสิทธิภาพในการใช้งานด้วยตัวเองของผู้เข้าใช้งานระบบและจัด Training การใช้งานระบบด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุดให้ผู้เข้าใช้งานระบบได้อบรมเนื้อหาที่มากที่สุดนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่ Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR)

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR)

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรเช่น ระบบบัญชี ระบบผลิต ระบบจัดซื้อ ระบบขาย ระบบคลังสินค้า และรวมถึงระบบงานบุคคลด้วยเช่นกัน

ในส่วนของระบบบริหารงานบุคคลระบบอีอาร์พีจะช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

โดยระบบ ERP จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลพนักงาน เงินเดือน การลา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างครอบคลุม

ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารงานบุคคลมีดังนี้

1. จัดการข้อมูลพนักงาน
ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลพนักงานทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิเช่น ตำแหน่ง วันที่เริ่มเข้าทำงาน เป็นต้น

2. การจัดการเงินเดือน
ระบบอีอาร์พีจะจัดการข้อมูลเงินเดือน รวมถึงการคำนวณเงินเดือน การหักลดหย่อน และการโอนเงินเงินเดือน

3. การบริหารเวลา
ระบบอีอาร์พีจะติดตามและบันทึกเวลาทำงาน การลา และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวลาในการทำงานของพนักงาน อาทิเช่น การเข้างาน การออกงาน การทำงานล่วงเวลา เป็นต้น

4. การจัดการการสรรหางาน

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในกระบวนการสรรหาพนักงานใหม่ รวมถึงการโฆษณาตำแหน่งงาน การสัมภาษณ์ และการประเมินผู้สมัคร เพื่อให้องค์กรได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามที่องค์กรต้องการ

5. การพัฒนาบุคลากร

ระบบอีอาร์พีจะจัดการการฝึกอบรม และวางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

6. การบริหารประสิทธิภาพของพนักงาน

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการติดตามประสิทธิภาพของพนักงาน รวมถึงการตรวจสอบผลงาน และวางแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร

7. การจัดการข้อมูลสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลพนักงาน

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน โดยพนักงานจะได้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลในระบบอีอาร์พีตามบทบาทและหน้าที่ของตน รวมถึงระบบอีอาร์พีจะป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานถูกแก้ไขโดยมิชอบและไม่ตรงกับความเป็นจริง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

8. การบริหารข้อมูลการลาและการขาดงาน

ระบบอีอาร์พีจะจัดการข้อมูลการลา และการขาดงานของพนักงาน ระบบอีอาร์พีจะสามารถบันทึกการลา การอนุมัติการลา การคำนวณวันลาสำหรับพนักงาน เป็นต้น (Click เพื่ออ่านสรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

การใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการทรพยากรบุคคลขององค์กร จะช่วยให้บุคลากรในองค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรบุคคลในองค์กรได้โดยที่ข้อมูลไม่กระจัดกระจาย อยู่บนพื้นฐานของความจริงที่เกิดขึ้น และสามารถตรวจสอบได้ทันทีแบบ real time นั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR) Read More »

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีหน้าที่คอย support การใช้งานระบบให้กับองค์กร เพื่อให้การใช้งานระบบอีอาร์พีเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร

ซึ่งในการ support การใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีหน้าที่ดังต่อไปนี้คือ (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

1. ดูแลการติดตั้งและการใช้งานระบบ

2. ดูแลการอัปเดตและการปรับปรุง

3. ดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อของการ support มีดังนี้

1. ดูแลการติดตั้งและการใช้งานระบบ

ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีหน้าที่เก็บ requirements ต่าง ๆ เพื่อมาวิเคราะห์และออกแบบให้เป็นระบบอีอาร์พีที่ตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กรที่สุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กร

รวมถึงช่วยปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจขององค์กร ด้วยการรวมกระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กรเข้าด้วยกัน ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการทำงาน ลดข้อผิดพลาดของข้อมูล transaction ต่าง ๆ องค์กร ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. ดูแลการอัปเดตและการปรับปรุง

การอัปเดตและการปรับปรุงระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พี และความทันสมัยของระบบอีอาร์พี ที่ควรจะต้องตอบสนองการใช้งานขององค์กรได้อย่างเป็นปัจจุบัน 

ทีมพัฒนาระบบจะทำการวิเคราะห์และทดสอบการอัปเดตก่อนการปรับปรุงระบบจริง รวมถึงตรวจสอบความเสถียรของระบบให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาหรือข้อผิดพลาดใด ๆ

ในการอัปเดตมีขั้นตอนที่ต้องคำนึงถึงดังนี้คือ

  • ทำการสำรองข้อมูลที่สำคัญก่อนการอัปเดตให้ข้อมูลถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย
  • นำเสนอการอัปเดตแก่ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลระบบเพื่อทำการอัปเดตตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ทำการทดสอบระบบหลังจากการอัปเดตเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและประสิทธิภาพของระบบ
  • แจ้งเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับการอัปเดตและการปรับปรุง รวมถึงจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ใช้งานปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงระบบ
  • ติดตามประสิทธิภาพของระบบหลังการอัปเดตและให้บริการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาหรือตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งการอัปเดตและการปรับปรุงระบบเป็นกระบวนการที่ต้องระวังและต้องประสานงานให้ดี รวมถึงมีการทดสอบอย่างดีเพื่อไม่ให้มีผลกระทบที่ไม่คาดคิดต่อระบบทั้งหมด 

3. ดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ

การแก้ไขปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พีมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติตามเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างสมบูรณ์ ดังนี้คือ

  • ทำการระบุปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
    จดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา, เวลาเกิด, และผู้ที่รายงานปัญหา เพื่อจะได้มีข้อมูลสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังได้หากมีปัญหาในรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง
  • หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นที่จุดใดให้ตรวจสอบตรงจุดนั้น
    โดยตรวจสอบว่าผู้ใช้งานระบบได้ทำขั้นตอนใดบ้างก่อนที่ปัญหาการใช้งานจะเกิดขึ้น จากนั้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมเช่น หากต้องมีการตรวจสอบที่ฐานข้อมูล ทีมพัฒนาระบบก็ควรไปเอาฐานข้อมูลของผู้ใช้งานระบบมาตรวจสอบ โดยมีการ back up ฐานข้อมูลไว้ด้วยเสมอ เป็นต้น
  • เมื่อทีมพัฒนาได้ทำการแก้ไขแล้วควรมีการทดสอบการแก้ไขเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการใช้งานระบบ
    จากนั้นจึงจะมีการแจ้งไปยังผู้ใช้งานระบบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นได้ถูกแก้ไขทั้งหมดแล้ว จากนั้นให้ผู้ใช้งานระบบได้ทำการทดสอบระบบด้วยอีกครั้งหนึ่ง
กล่าวโดยสรุป คือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีควรมีการ support การใช้งานระบบให้กับองค์กรผู้ใช้งานที่ครอบคลุมสามเรื่องหลัก ๆ คือ การติดตั้งระบบ การปรับปรุงระบบ และการดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ 

ซึ่งหากต้องมีการอบรมผู้ใช้งานเพิ่มเติมในการใช้งานระบบให้ความรู้ของผู้ใช้งานระบบเป็นปัจจุบัน ทางผู้ให้บริการระบบอีาร์พีก็ควรมีการ support ในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร Read More »

Scroll to Top