ระบบบัญชี

ระบบอีอาร์พีสามารถแสดงรายงานอย่างไรบ้าง

ระบบอีอาร์พีสามารถแสดงรายงานอย่างไรบ้าง

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ในองค์กรเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมด

เช่น การบัญชี, การเงิน, การผลิต, การคลังสินค้า, การจัดจำหน่าย, และการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและผู้ขาย

รายงานที่สร้างขึ้นจากระบบอีอาร์พีมีความสำคัญอย่างมาก

เนื่องจากช่วยให้ผู้บริหารและผู้ตัดสินใจเข้าใจสถานะและประสิทธิภาพของธุรกิจได้ดีขึ้น

การแสดงรายงานของระบบอีอาร์พีมักจะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด้านต่างๆ ของธุรกิจ (Click เพื่ออ่านต่อ Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง)

เช่น รายงานการขาย, รายงานการเงิน, รายงานการผลิต, รายงานคลังสินค้า เป็นต้น

โดยรายงานเหล่านี้สามารถจัดทำให้เป็นระยะเวลาเฉพาะ (รายเดือน, รายไตรมาส, รายปี) หรือเป็นรายงานเรียลไทม์ทันทีตามความต้องการของผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถสร้างรายงานที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

เช่น การทำนายยอดขายในอนาคต, การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดในกระบวนการผลิต เป็นต้น

รูปแบบและเนื้อหาของรายงานของระบบอีอาร์พีจะขึ้นอยู่กับความต้องการและการกำหนดค่าที่ถูกต้องขององค์กรแต่ละราย

โดยมักจะมีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละที่ (Click เพื่ออ่านต่อ องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี)

ตัวอย่างรายงานแบบต่าง ๆ ที่ระบบอีอาร์พีสามารถทำได้

ระบบอีอาร์พีมักจะมีความสามารถในการสร้างรายงานในรูปแบบกราฟต่าง ๆ เพื่อช่วยในการแสดงข้อมูลอย่างกระชับและชัดเจน

รูปแบบกราฟต่าง ๆ ที่ระบบอีอาร์พีสามารถทำได้ประกอบไปด้วย

1. กราฟเส้น (Line Graphs)

ใช้แสดงแนวโน้มของข้อมูลตลอดเวลา เช่น ยอดขายประจำเดือนในรอบหลาย ๆ ปี

เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

2. กราฟแท่ง (Bar Graphs)

ช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างกลุ่มต่าง ๆ

เช่น ยอดขายรายสินค้าในปีล่าสุด โดยแยกตามกลุ่มสินค้า

3. กราฟวงกลม (Pie Charts)

แสดงสัดส่วนของข้อมูลในกลุ่ม โดยเน้นการแสดงสัดส่วนของกลุ่มต่าง ๆ

เช่น สัดส่วนของยอดขายแต่ละสินค้าต่อรายได้รวม

4. กราฟเส้นที่แยกสี (Multi-line Graphs)

ช่วยในการเปรียบเทียบแนวโน้มของข้อมูลระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในเวลาเดียวกัน

เช่น การเปรียบเทียบยอดขายของสินค้า A, B, และ C ในรอบปีล่าสุด

5. กราฟแท่งที่แสดงความผันแปรของข้อมูล (Histograms)

ใช้สำหรับแสดงการกระจายของข้อมูลในกลุ่ม

เช่น การแสดงรายได้ของลูกค้าตามช่วงราคาสินค้า

6. กราฟความสัมพันธ์ (Scatter Plots)

แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลสองตัวแปร

เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างราคาสินค้าและปริมาณการขาย

การเลือกใช้กราฟที่เหมาะสมจะช่วยให้ข้อมูลมีความชัดเจนและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการตัดสินใจและวิเคราะห์ข้อมูลในองค์กร

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีสามารถแสดงรายงานอย่างไรบ้าง Read More »

6 สาเหตุ ที่องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP)

หากให้พูดถึงการเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP ก็มักจะไม่บ่อยนักที่ผู้ประกอบจะทำการเปลี่ยนระบบใหม่ “เพราะการเปลี่ยนระบบใหม่ก็ไม่ต่างอะไรจากการย้ายบ้าน” สิ่งที่ต้องเจอคือความยุ่งยากในการเริ่มต้นใหม่และความเหน็ดเหนื่อยในการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการขึ้นระบบ

ซึ่งสาเหตุหลักๆที่พบได้ส่วนใหญ่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร

ไม่ว่าจะธุรกิจประเภทอะไรก็ตาม ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย เปลี่ยนไปตามนโยบายหรือข้อกฏหมายต่างๆ

แต่หากระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่สามารถก้าวตามทันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ

ที่ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะเปลี่ยนระบบใหม่ที่สามารถพัฒนาเพื่อให้ทันต่อความต้องการขององค์กรได้

2. ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization)

เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ที่หลาย ๆ ธุรกิจ จะทำการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้สอดคล้องกับองค์กรให้มากที่สุด แต่ถ้าระบบอีอาร์พีที่ใช้ในปัจจุบัน

ไม่สามารถปรับแต่งหน้าตาการทำงานหรือวิธีการให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรได้

ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่

3. การลดค่าใช้จ่าย

มีหลายองค์กรที่ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เจ้าดังระดับโลกและเลิกการใช้งานเพราะไปต่อกับค่าใช้จ่ายในราคาที่ค่อนข้างสูงไม่ไหว

และเริ่มมองหาระบบอีอาร์พีเจ้าเล็กๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายลง หรืออาจแค่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้

เพราะองค์กรก็มีประสบการณ์ในการลงระบบมาบ้างแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ในปัจจุบันระบบอีอาร์พี (ERP)

ที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีราคาถูกกว่าแต่ระบบการทำงานเทียบเท่ากับเจ้าดังๆ ก็มีให้เห็นได้ไม่น้อย

4. ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งองค์กร

หลายองค์กรชอบเข้าใจผิดว่าระบบที่ใช้ในปัจจุบันเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) แต่การทำงานของระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานระดับสากล กล่าวคือ

ทั้งระบบต้องเชื่อมโยงถึงกัน โดยไม่แยกข้อมูลในการทำงาน

เช่น ฝั่งขายจะส่งข้อมูลไปที่คลังเพื่อตัดสต็อกแบบเรียลไทม์ และคลังเชื่อมข้อมูลไปที่จัดซื้อและฝั่งผลิต เพื่อทำการผลิตหรือสั่งสินค้าตามออเดอร์ที่ขาด

เพราะฉะนั้นหากองค์กรของท่านยังแยกระบบการทำงานอยู่ ก็มีแต่จะทำให้เกิดผลเสียที่ตามมาเช่น

ข้อมูลการทำงานอาจไม่ถูกต้อง เพิ่มงานและยังเสียเวลา อาจะเกิดข้อผิดพลาดและสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจได้

พราะฉะนั้นหากธุรกิจของท่านยังแยกระบบการทำงาน ผู้เขียนแนะนำว่าให้หาระบบใหม่ที่รองรับการทำงานได้ทุกแผนกเพื่อส่งผลให้การวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

ถึงจะเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้พัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) ทุกเจ้า จะมีข้อดีข้อเสียที่เหมือนกัน ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลแล้วยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะหากระบบอีอาร์พี (ERP) ไม่สามารถเรียกรายงานได้แบบเรียลไทม์ และสามารถกำหนดข้อมูลที่ปรากฏบนหน้ารายงานได้อยางมีประสิทธิภาพ ก็ส่งผลให้องค์กรเลือกที่จะหาระบบใหม่ มาแทนที่ระบบที่ใช้ปัจจุบัน

6. การปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่

ระบบอีอาร์พี (ERP) ก็มีการพัฒนาไม่ต่างไปจากพวกระบบปฏิบัติการอื่นๆ ซึ่งก็มีเทรนด์การทำงานใหม่ๆ เกิดขึ้นในทุกปี

จึงเป็นสาเหตุให้องค์กรที่ต้องการเป็นผู้นำธุรกิจในยุคดิจิตอล ตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่เพื่อให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้งาน AI, Machine Learning, หรือ Blockchain

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลและกระบวนการต่างๆ ในองค์กร

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า สาเหตุที่องกรณ์ตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) มีทั้งหมด 6 หัวข้อดังต่อไปนี้ click เพื่ออ่าน 3 เหตุผล ที่องค์กรเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP

1. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร

2. ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization)

3. การลดค่าใช้จ่าย

4. ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งองค์กร

5. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

6. การปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่

แต่ไม่ว่าสาเหตุของการเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) จะเป็นอะไร ทางผู้เขียนก็ยังคงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP )

เพื่อนำมาใช้งานในองค์กร เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างประสิทธิภาพ click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

หากต้องการระบบอีอาร์พีที่มีขนาดการทำงานระดับสากล ผ่านการรับรองจากกรมสรรพากร รองรับระบบภาษีของประเทศไทยที่มีความซับซ้อนสูง เข้ามาแวะชม Package ได้ที่นี่

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับระบบ

โทร. 02 271 4362-3 Office

โทร 095 294 5693 คุณเจน (ตำแหน่ง Executive Director)

Line: jane-siriwan

6 สาเหตุ ที่องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

ระบบอีอาร์พีมีความสัมพันธ์กับ Green Business อย่างไร

ระบบอีอาร์พีมีความสัมพันธ์กับ Green Business อย่างไร

Green Business หรือธุรกิจเพื่อความยั่งยืน คือ การดำเนินธุรกิจโดยมีการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ

โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพและการลดการก่อให้เกิดสิ่งมลพิษและการใช้พลังงานที่ไม่ยั่งยืน

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างค่าเพิ่มที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพทั้งในด้านการเงินและการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจแบบนี้อาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามธุรกิจแต่ละประเภท

เช่น การใช้วัสดุที่มีการบริโภคพลังงานน้อย เลือกใช้พลังงานที่มีที่มาจากแหล่งที่สามารถต่ออยู่ได้ในระยะยาว เลือกใช้วัสดุที่มีการกำจัดสิ่งสกปรกหรือส่วนที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

แนวคิดของ Green Business ยังมีการผสมผสานกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

เช่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

และการสร้างโอกาสให้กับลูกค้าในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ในส่วนของ Enterprise Resource Planning (ERP) เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ในธุรกิจเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร

รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ การเงิน การผลิต คลังสินค้า เป็นต้น โดยการใช้ ERP จะช่วยให้องค์กรมีความเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องการลดค่าใช้จ่าย การเพิ่มผลผลิต และความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อตลาด

ความสัมพันธ์ระหว่างระบบอีอาร์พีกับ Green Business อาจเกิดขึ้นเมื่อองค์กรใช้ระบบ ERP เพื่อจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพและการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต

การใช้ระบบอีอาร์พีในธุรกิจที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ธุรกิจลดการใช้พลังงานที่เสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย

ดังนั้น การนำระบบอีอาร์พีมาใช้ในธุรกิจ Green Business อาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีมีความสัมพันธ์กับ Green Business อย่างไร Read More »

Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง

Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง

Master Data ในระบบอีอาร์พีเป็นข้อมูลหลักที่ใช้ในการรันธุรกิจและเป็นพื้นฐานสำหรับกระบวนการธุรกิจต่างๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่เป็นรากฐานของธุรกิจเพื่อใช้ในการทำงานต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการช่วยให้ระบบอีอาร์พีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. ข้อมูลลูกค้า (Customer Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า เช่น ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล์, ประวัติการซื้อสินค้า, รายละเอียดการติดต่อ เป็นต้น

2. ข้อมูลผู้จัดซื้อ (Vendor Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดซื้อหรือผู้ผลิตสินค้า เช่น ชื่อ, ที่อยู่, ข้อมูลติดต่อ, เงื่อนไขการชำระเงิน เป็นต้น

3. ข้อมูลพนักงาน (Employee Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานภายในองค์กร เช่น ชื่อ, ตำแหน่ง, แผนกงาน, เงินเดือน, ประวัติการทำงาน เป็นต้น

4. ข้อมูลวัตถุดิบและสินค้า (Material and Product Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือสินค้าที่ขาย เช่น รหัสสินค้า, รายละเอียดสินค้า, ราคา, จำนวนคงเหลือ เป็นต้น

5. ข้อมูลบัญชี (Accounting Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินขององค์กร เช่น รายการบัญชี, รายงานการเงิน, บัญชีผู้เจรจา, การบัญชีเงินเดือน เป็นต้น

6. ข้อมูลการผลิต (Production Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตสินค้า เช่น รายการวัตถุดิบที่ใช้, การวางแผนการผลิต, สถานะการผลิต เป็นต้น

7. ข้อมูลการจัดการคลังสินค้า (Inventory Management Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการคลังสินค้า เช่น รายการสินค้าในคลัง, ระดับสินค้าในคลัง, การจัดเก็บสินค้า เป็นต้น

8. ข้อมูลการขนส่ง (Logistics Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการขนส่งสินค้า เช่น ข้อมูลการส่งสินค้า, รายละเอียดการขนส่ง, การติดตามสินค้า เป็นต้น

ดังนั้นการจัดการ Master Data ให้มีความแม่นยำและครบถ้วน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ระบบอีอาร์พี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพในการสนับสนุนธุรกิจในยุคดิจิทัลได้ดีที่สุด

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง Read More »

การสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี

การสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี

การสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พีเป็นสิ่งสำคัญเพราะมีหลายเหตุผลที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ 

อีกทั้งยังช่วยในการจัดหมวดหมู่และแยกประเภทของเอกสาร ทำให้ข้อมูลขององค์กรสามารถนำมาใช้ได้อย่างสะดวก

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึง การสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พีทั้งหมด 2 ส่วนคือ

1. เหตุผลในการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี

2. วิธีการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี

ในส่วนที่ 1. จะล่าวถึงเหตุผลที่ต้องมีการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พีจะประกอบด้วยเหตุผลต่าง ๆ 5 ข้อดังนี้คือ

1. การติดตามและการบริหารจัดการ

2. การป้องกันข้อผิดพลาด

3. การจัดเก็บข้อมูล

4. การรายงานและการวิเคราะห์

5. การป้องกันการปลอมแปลง

6. ความสะดวกสบาย

ในส่วนที่ 2. จะล่าวถึงวิธีการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี จะประกอบด้วยเหตุผลต่าง ๆ 3 ข้อดังนี้คือ

1. กำหนดรูปแบบของเลขที่เอกสาร

2. การกำหนดเงื่อนไขและกฎการสร้างเลขที่เอกสาร

3. การใช้ตัวแปรและฟังก์ชัน

4. การทดสอบและการปรับปรุง

5. การดูแลรักษาเลขที่เอกสาร

เนื้อหาของส่วนที่ 1 เหตุผลที่ต้องมีการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พีจะประกอบด้วยเหตุผลต่าง ๆ 5 ข้อดังนี้คือ

1. การติดตามและการบริหารจัดการ

เลขที่เอกสารช่วยให้ง่ายต่อการติดตามและการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจ โดยเฉพาะในกระบวนการทางการเงินและการคลังสินค้า เช่น ใบสั่งซื้อ, ใบกำกับสินค้า, และใบแจ้งหนี้ เลขที่เอกสารช่วยให้สามารถติดตามสถานะของรายการและการทำธุรกรรมได้โดยง่าย

2. การป้องกันข้อผิดพลาด

การใช้เลขที่เอกสารช่วยลดความผิดพลาดในกระบวนการทางธุรกิจ เนื่องจากเลขที่เอกสารจะทำให้ข้อมูลที่จัดเก็บและการบันทึกข้อมูลมีความถูกต้อง

3. การจัดเก็บข้อมูล

เลขที่เอกสารช่วยให้ง่ายต่อการจัดเก็บข้อมูลในระบบอีอาร์พีโดยช่วยในการสร้างระเบียนและการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีระเบียบ เพื่อความสะดวกในการเรียกดูข้อมูลในอนาคต

4. การรายงานและการวิเคราะห์

เลขที่เอกสารเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยให้สามารถระบุและวิเคราะห์ข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

5. การป้องกันการปลอมแปลง

การใช้เลขที่เอกสารช่วยป้องกันการปลอมแปลงและการประพฤติมิชอบในการทำธุรกรรม โดยระบบจะสามารถตรวจสอบเลขที่เอกสารเพื่อยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของการทำธุรกรรมนั้นๆ (Click เพื่ออ่านต่อ ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

6. ความสะดวกสบาย

เลขที่เอกสารช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลในระบบอีอาร์พีโดยสามารถใช้เลขที่เอกสารเพื่อค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้โดยง่าย

ดังนั้นการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความเป็นระบบในการดำเนินงาน

ในส่วนที่ 2. จะล่าวถึงวิธีการสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี ซึ่งจะมีขั้นตอนและวิธีการที่แตกต่างไปตามแต่ละระบบอีอาร์พีและความต้องการขององค์กร อย่างไรก็ตามมักจะมีขั้นตอนหลักที่เป็นที่นิยมในการสร้างเลขที่เอกสาร โดยประกอบด้วยวิธีการต่าง ๆ 3 ข้อดังนี้คือ

1. กำหนดรูปแบบของเลขที่เอกสาร

ก่อนที่จะสร้างเลขที่เอกสาร คุณต้องกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับเลขที่เอกสารขององค์กรของคุณ เช่น รูปแบบของเลขที่เอกสารอาจประกอบด้วยตัวเลขเฉพาะ, วันที่, เดือน, ปี, และรหัสตัวตนของเอกสารเช่น ใบสั่งซื้อ (PO) หรือใบกำกับสินค้า (Invoice)

2. การกำหนดเงื่อนไขและกฎการสร้างเลขที่เอกสาร

คุณต้องกำหนดเงื่อนไขและกฎที่ใช้ในการสร้างเลขที่เอกสาร เช่น กำหนดว่าเลขที่เอกสารจะเริ่มต้นที่เลขใด, วิธีการเพิ่มเลขที่เอกสารต่อไป เช่น เพิ่มเลขที่เอกสารทีละหนึ่งหรือโดยการกระโดดหลายหมายเลขในครั้งเดียว

3. การใช้ตัวแปรและฟังก์ชัน

ในการกำหนดเลขที่เอกสาร คุณอาจใช้ตัวแปรหรือฟังก์ชันที่ระบบอีอาร์พีมีให้เพื่อจัดการข้อมูลที่ใช้ในการสร้างเลขที่เอกสาร เช่น วันที่ปัจจุบัน, เลขที่เอกสารก่อนหน้า, หรือแม้กระทั่งข้อมูลจากฐานข้อมูลอื่น ๆ

4. การทดสอบและการปรับปรุง

หลังจากที่คุณได้กำหนดเงื่อนไขและกฎการสร้างเลขที่เอกสารเสร็จสิ้น คุณควรทดสอบระบบเพื่อตรวจสอบว่าเลขที่เอกสารถูกสร้างตามที่คุณต้องการหรือไม่ และปรับปรุงตามความต้องการขององค์กรในกรณีที่จำเป็น

5. การดูแลรักษาเลขที่เอกสาร

หลังจากที่เลขที่เอกสารถูกสร้างขึ้นแล้ว คุณต้องดูแลรักษาเลขที่เอกสารอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนหรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง

กล่าวโดยสรุป การสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องการการวางแผนและการดำเนินการที่รอบคอบ การสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเลขที่เอกสารสามารถช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การสร้างเลขที่เอกสารในระบบอีอาร์พี Read More »

การพัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลควรทำอย่างไร

การพัฒนาระบบอีอาร์พีเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและแนวโน้มการธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการพัฒนาระบบอีอาร์พีในยุคดิจิทัลควรมุ่งเน้นไปที่ด้านการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ระบบอีอาร์พีเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและข้อกำหนดใหม่ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาระบบอีอาร์พีในยุคดิจิทัลมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบอีอาร์พี
  2. การเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น
  3. การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace)
  4. การรวมการทำงานในอิเล็กทรอนิกส์ (Digitizing Workflows)
  5. การปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
  6. การให้บริการแบบต่อเนื่อง (Continuous Service)

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1.การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบอีอาร์พี

การใช้งานเทคโนโลยีเชิงลึก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), การทำงานในรูปแบบคลาวด์ (Cloud), และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของธุรกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

2.การเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น

การออกแบบและพัฒนาระบบอีอาร์พีที่สามารถปรับปรุงและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างทันที

Click เพื่ออ่าน 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

3.การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace)

การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ทุกที่และทุกเวลา

4.การรวมการทำงานในอิเล็กทรอนิกส์ (Digitizing Workflows)

การทำงานที่ตอบสนองต่อข้อมูลและกระบวนการการทำงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความเร็วในการปฏิบัติงาน

Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการดูต้นทุน

5.การปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

การใช้งานข้อมูลในรูปแบบ Big Data Analytics เพื่อทำนายแนวโน้มและตัดสินใจที่มีข้อมูลเป็นพื้นฐาน

6.การให้บริการแบบต่อเนื่อง (Continuous Service)

การพัฒนาและดูแลระบบ ERP ให้มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพตลอดเวลาเพื่อให้กับผู้ใช้งาน

การพัฒนาระบบ ERP ในยุคดิจิทัลต้องการการร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาและผู้ใช้งานเพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการและความเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การพัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลควรทำอย่างไร Read More »

การฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พีสำคัญอย่างไร

การฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พี สำคัญอย่างไร

ในการเริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ใช้งานระบบหรือยูสเซอร์มีความจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้งานระบบที่ถูกต้อง เพื่อให้ยูสเซอร์สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้นการฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พีจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากในการนำระบบอีอาร์พี เข้าสู่การใช้งานในองค์กร โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงหากมีการฝึกอบรมและไม่มีการฝึกอบรมใช้งานระบบอีอาร์พี จะเกิดผลอย่างไรบ้างต่อองค์กร (Click เพื่ออ่านต่อ สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี)

โดยมีหัวข้อดังนี้คือ

หัวข้อที่ 1. หากมีการฝึกอบรมใช้ระบบอีอาร์พีจะเกิดผลอย่างไรต่อองค์กร

หัวข้อที่ 2. หากไม่มีการฝึกอบรมใช้ระบบอีอาร์พีจะเกิดผลอย่างไรต่อองค์กร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดของหัวข้อที่ 1 และหัวข้อที่ 2 ตามลำดับดังนี้คือ

หัวข้อที่1. หากมีการฝึกอบรมใช้ระบบอีอาร์พีจะเกิดผลอย่างไรต่อองค์กร จะมีทั้งหมด 5 หัวข้อย่อยคือ

1.1 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

1.2 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยลดความผิดพลาด

1.3 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยนำเสนอเทคโนโลยีใหม่

1.4 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยเพิ่มความพร้อมในการใช้งาน

1.5 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยสร้างความมั่นใจ

โดยแต่ละหัวข้อย่อยมีรายละเอียดดังนี้คือ

1.1 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

การฝึกอบรมช่วยให้ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีเข้าใจวิธีการใช้งานระบบอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทำให้พวกเขาสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มผลิตภาพในการทำงานขององค์กร

1.2 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยลดความผิดพลาด

การฝึกอบรมช่วยลดความผิดพลาดในการใช้งานระบบอีอาร์พีโดยเพิ่มความเข้าใจและความชำนาญในการใช้งาน ซึ่งจะลดการกระทำผิดพลาดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการธุรกิจ

1.3 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยนำเสนอเทคโนโลยีใหม่

การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยให้ผู้ใช้ระบบได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงและเทคโนโลยีใหม่ในระบบอีอาร์พีที่อาจมีอยู่ เช่น การปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือการใช้งานคลาวด์

1.4 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยเพิ่มความพร้อมในการใช้งาน

การฝึกอบรมช่วยเพิ่มความพร้อมในการใช้งานระบบอีอาร์พีโดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รู้จักกับฟีเจอร์และฟังก์ชันต่างๆ ของระบบ ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะใช้งานเมื่อระบบเริ่มใช้งานจริงในองค์กร

1.5 การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยสร้างความมั่นใจ

การฝึกอบรมการใช้ระบบอีอาร์พีช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ว่าพวกเขาสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างมีความเชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จในการทำงานในระบบนั้น

ดังนั้น การฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พีเป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลกระทบมากต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จของการนำระบบอีอาร์พีเข้าสู่การใช้งานในองค์กร

หัวข้อที่ 2. หากไม่มีการฝึกอบรมใช้ระบบอีอาร์พีจะเกิดผลอย่างไรต่อองค์กร

หากไม่มีการฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พีก่อนการใช้งานหรือการนำระบบอีอาร์พีเข้าสู่องค์กร อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจและการดำเนินงานได้ตามหัวข้อดังนี้คือ

2.1 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีจะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในการใช้งาน

2.2 องค์กรเกิดความสูญเสียในการลงทุน

2.3 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีใช้งานระบบอีอาร์พีได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

2.4 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีมีความเสี่ยงในการทำงาน

2.5 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีเกิดความไม่พอใจในตัวระบบ

โดยแต่ละหัวข้อย่อยมีรายละเอียดดังนี้คือ

2.1 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีจะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในการใช้งาน

ผู้ใช้ระบบอาจไม่มีความมั่นใจในการใช้งานระบบอีอาร์พีที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม ซึ่งอาจส่งผลให้การใช้งานระบบไม่เต็มประสิทธิภาพหรือมีปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

2.2 องค์กรเกิดความสูญเสียในการลงทุน

การลงทุนในระบบอีอาร์พีอาจไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ได้ผล เนื่องจากผู้ใช้ไม่มีความรู้และทักษะในการใช้งาน ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจสูญเสียทรัพยากรและเงินทุนในการลงทุน

2.3 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีใช้งานระบบอีอาร์พีได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ผู้ใช้อาจไม่เข้าใจฟังก์ชันและความสามารถของระบบอีอาร์พีอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้ใช้งานระบบในทางที่เต็มประสิทธิภาพ

2.4 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีมีความเสี่ยงในการทำงาน

ความไม่รู้เรื่องระบบอีอาร์พีอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการทำงาน เช่น การกระทำผิดพลาดในการปฏิบัติงาน ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือการสื่อสารที่ไม่เป็นระบบ

2.5 ผู้ใช้ระบบอีอาร์พีเกิดความไม่พอใจในตัวระบบ

ผู้ใช้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการใช้งานระบบอีอาร์พีอาจทำให้การบริการลูกค้าไม่ได้รับความพอใจ เนื่องจากมีปัญหาในการจัดการข้อมูลและการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

ดังนั้น การฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พีเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพื่อให้ผู้ใช้มีความพร้อมและเข้าใจในการใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างถูกต้องและเต็มที่ และเพื่อให้การนำระบบอีอาร์พีเข้าสู่องค์กรมีประสิทธิภาพและสำเร็จในระยะยาว (Click เพื่ออ่านต่อ วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การฝึกอบรมผู้ใช้ระบบอีอาร์พีสำคัญอย่างไร Read More »

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี

การวางระบบอีอาร์พีมีประโยชน์กับองค์กรมากมาย ซึ่งระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร)

การตัดสินใจวางระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาด้านหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ ซึ่งสิ่งที่ควรจะพิจารณาว่าองค์กรของคุณมีความพร้อมหรือไม่ที่จะวางระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. วิเคราะห์ความต้องการ

ทำการวิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจของคุณอย่างละเอียดเพื่อทราบว่าระบบอีอาร์พีจะช่วยแก้ปัญหาหรือรองรับความต้องการในที่สุด

2. เลือกและทดสอบระบบ

ตรวจสอบและเปรียบเทียบระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรของคุณ และทดสอบระบบเพื่อตรวจสอบความสามารถและประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พี

3. วางแผนการดำเนินการ

สร้างแผนการดำเนินการที่รวมถึงการเตรียมพร้อมระบบ, การนำเสนอ, การฝึกอบรม, และการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่จำเป็น

4. การนำเสนอและการฝึกอบรม

ทำการนำเสนอระบบอีอาร์พีแก่ยูสเซอร์และทำการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานเข้าใจและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การนำเข้าข้อมูล

วางแผนและดำเนินการนำเข้าข้อมูลจากระบบเก่าหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานในระบบใหม่

6. การดูแลและการรักษา

สร้างแผนการดูแลรักษาระบบอีอาร์พีเพื่อให้ระบบสามารถทำงานอย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

7. การประเมินและการปรับปรุง

ประเมินประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พีและทำการปรับปรุงตามความต้องการเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การวางระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่เมื่อทำได้อย่างถูกต้อง มันสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตและความสำเร็จขององค์กรของคุณได้ในอนาคต (Click เพื่ออ่านต่อ วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี Read More »

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี

การวางระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความสำคัญในองค์กร เพื่อให้การวางระบบอีอาร์พีประสบความสำเร็จมีเรื่องที่ผู้ประกอบการควรจะต้องรู้ก่อนที่จะวางระบบอีอาร์พีดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง

2. ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร

3. เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม

4. ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม

5. ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง

ราคาของระบบอีอาร์พีอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของระบบและความสามารถของระบบอีอาร์พีที่องค์กรต้องการ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ คือ ระบบที่ใช้สำหรับการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านอาจมีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระบบที่ใช้สำหรับการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคารขนาดใหญ่

ทั้งนี้ราคายังขึ้นอยู่กับคุณลักษณะและความสามารถของระบบ

เช่น การรองรับอุปกรณ์มากขึ้น การมีฟังก์ชันการควบคุมแบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ดังนั้น การพิจารณาว่าราคาระบบอีอาร์พีควรเป็นราคาถูกหรือราคาแพงนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของโครงการขององค์กร (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง)

รวมถึงการมี requirement ที่เหมาะสม สามารถช่วยให้คุณได้ระบบที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูงเกินไป

2. ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร

การเลือกระบบอีอาร์พีนั้นควรพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมสำหรับความต้องการขององค์กร

ซึ่งสิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้คือ

2.1 วัตถุประสงค์: กำหนดวัตถุประสงค์หลักของระบบอีอาร์พีว่าคุณต้องการใช้งานเพื่ออะไร เช่น ระบบผลิต ระบบจัดซื้อ เป็นต้น

2.2 ความสามารถที่ต้องการ: กำหนดความสามารถที่คุณต้องการให้ระบบอีอาร์พีมี เช่น บริหารจัดการโดยทุกสาขาขององค์กรใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

2.3 ความปลอดภัย: ควรพิจารณาถึงระดับความปลอดภัยของระบบ เช่น การเข้ารหัสข้อมูล, การรักษาความเป็นส่วนตัว, และการป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

การพิจารณาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างเหมาะสมที่สุด

3. เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม

การพิจารณาราคาเป็นส่วนสำคัญในการเลือกระบบอีอาร์พีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจใช้ระบบอีอาร์พีควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

เช่น ความสามารถ, ประสิทธิภาพ, ความเชื่อถือได้ของผู้ผลิต, ความเข้ากันได้กับระบบอื่น, และการสนับสนุนหลังการขาย

เพื่อให้คุณได้ระบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างเหมาะสมที่สุด และยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีในระยะยาว

นอกจากนี้ ควรพิจารณาเช่นกันว่าระบบที่มีราคาต่ำกว่าอาจมีคุณภาพหรือความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่า และอาจต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหรือการดูแลที่มากขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น การเลือกแบบอีอาร์พีที่มีราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณและยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม

การวางระบบอีอาร์พีสามารถใช้เวลาต่างกันไปขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงการและขอบเขตของการติดตั้ง ดังนั้น ระยะเวลาที่ใช้จะแตกต่างกันไปโดยมีปัจจัยต่อไปนี้

4.1 ขนาดและความซับซ้อนของโครงการ: โครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมักจะใช้เวลาในการวางระบบนานขึ้น

4.2 การสนับสนุนและบริการ: การรับบริการจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอาจมีผลต่อเวลาในการวางระบบ การสนับสนุนที่ดีอาจช่วยให้การติดตั้งเป็นไปได้ด้วยระยะเวลาที่สั้นลง

4.3 การฝึกอบรมและการประสานงาน: การฝึกอบรมผู้ใช้งานและการประสานงานระหว่างทีมต่างๆ ก็สามารถมีผลต่อเวลาในการวางระบบได้

สรุปได้ว่า ระยะเวลาในการวางระบบอีอาร์พีมีความแตกต่างกันไปและมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลา การวางแผนและการประเมินเวลาที่เป็นไปได้อย่างรอบคอบจะช่วยให้โครงการมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามความซับซ้อนและขอบเขตของโครงการ ต่อไปนี้คือบางประเภทของค่าใช้จ่ายที่คุณควรพิจารณา:

5.1 ซอฟต์แวร์และการให้บริการ: ราคาของซอฟต์แวร์อีอาร์พีและบริการเสริม เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมระบบ หรือบริการคลาวด์สำหรับการจัดการข้อมูล

5.2 การฝึกอบรมและการสนับสนุน: ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมผู้ใช้งานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริการสนับสนุนหลังการขาย เพื่อให้ระบบอีอาร์พีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา

5.3 ค่าบำรุงรักษา: ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและดูแลระบบต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบในระยะยาว

การประมาณค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีควรพิจารณาตามความต้องการและขอบเขตของโครงการของคุณ เพื่อให้ได้การปรับปรุงที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจหรือโครงการของคุณ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร)

การรู้เรื่องทั้ง 5 เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง, ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร, เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม, ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม, ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

จะช่วยให้คุณมีความเตรียมพร้อมในการวางระบบอีอาร์พีของคุณให้สำเร็จได้ดียิ่งขึ้น โดยลดความเสี่ยงในการดำเนินโครงการและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสำเร็จในองค์กรของคุณ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี Read More »

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง และระบบอีอาร์พีสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานรวมถึงปรับแต่งให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้

การไม่ปรับแต่งระบบอีอาร์พีอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว 

การรักษาและพัฒนาระบบอีอาร์พีเพื่อให้ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในองค์กร

ซึ่งมีสัญญาณหลายอย่างที่ช่วยให้รู้ว่าเวลาที่จะต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีขององค์กรคุณแล้ว (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

สัญญาณต่างๆ ที่บอกว่าถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีจะสามารถสังเกตได้ดังนี้คือ

1. ความยุ่งเหยิงในกระบวนการธุรกิจ

หากกระบวนการธุรกิจของคุณเริ่มมีความยุ่งเหยิงมากขึ้นหรือมีปัญหาในการสื่อสารระหว่างฝ่ายต่างๆ อาจเป็นสัญญาณว่าระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถรองรับความต้องการในการจัดการข้อมูลและกระบวนการได้อย่างเหมาะสม

2. ความช้าหรือประสิทธิภาพที่ลดลง

หากเริ่มมีการช้าลงในการประมวลผลข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลที่ช้าลง หรือประสิทธิภาพที่ลดลงในการทำงานรวมกันนั้น อาจจะเป็นสัญญาณว่าระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถรองรับการเติบโตและความต้องการใหม่ๆ ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

3. ความต้องการใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจ

หากธุรกิจของคุณมีความต้องการใหม่ เช่น การเพิ่มโมดูลใหม่ เปิดสาขาใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทางธุรกิจ ระบบอีอาร์พีปัจจุบันอาจจะไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์

หากมีปัญหาในความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลในระบบอีอาร์พีอาจจะเป็นสัญญาณว่าต้องการระบบอีอาร์พีที่มีการควบคุมข้อมูลที่ดีขึ้นหรือมีความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล

5. ความสามารถในการทำงานร่วมกันกับแอปพลิเคชันอื่นๆ

หากคุณต้องการรวมระบบอีอาร์พีกับแอปพลิเคชันอื่นๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถทำได้ อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณต้องการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี)

หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีขององค์กรคุณ

ด้วยเหตุผลที่ว่าการรักษาระบบที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงคือสิ่งสำคัญในการให้คุณเติบโตและเจริญเติบโตในธุรกิจของคุณต่อไป

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการควบคุมคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีกับการควบคุมคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธุรกิจขององค์กรทั้งหมดโดยรวม

ได้แก่งานการเงิน, การผลิต, การคลังสินค้า, การจัดการบุคคล และฟังก์ชันทางธุรกิจอื่น ๆ ในองค์กร

เป้าหมายหลักของระบบอีอาร์พีคือการรวมกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดเข้าไว้ในระบบเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการตัดสินใจของบริษัท

การควบคุมคุณภาพเป็นกระบวนการที่องค์กรใช้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่นำเสนอมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร)

การควบคุมคุณภาพในระบบอีอาร์พีสามารถใช้เพื่อติดตามและควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางธุรกิจ และการประเมินผลิตภัณฑ์หรือบริการ

การรวมระบบอีอาร์พีและการควบคุมคุณภาพช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการธุรกิจของตนได้อย่างต่อเนื่อง

โดยการใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากระบบอีอาร์พีเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการต่าง ๆ

เพื่อให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการมีคุณภาพที่ดีที่สุดตามที่ตลาดต้องการ (Click เพื่ออ่าน ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่)

นอกจากนี้ยังช่วยในการตรวจสอบและระบุข้อผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการธุรกิจและแก้ไขได้ทันที เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมคุณภาพโดยทำหน้าที่ต่อไปนี้

1. การเก็บข้อมูลและการสืบค้น

ระบบอีอาร์พีช่วยในการเก็บข้อมูลทางธุรกิจทุกรูปแบบไว้ในระบบเดียว ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและคุณภาพได้อย่างรวดเร็วและสะดวก

เช่น ข้อมูลการสั่งซื้อวัตถุดิบ, การผลิต, การทำรายงานคุณภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ

2. การตรวจสอบและการตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนและติดตามกระบวนการตรวจสอบและการทดสอบคุณภาพ ทำให้เป็นไปได้อย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ

เช่น การตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบที่เข้ามา, การตรวจสอบคุณภาพในกระบวนการผลิต, การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์

3. การประเมินผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวิเคราะห์และประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร)

โดยรวมผ่านการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของลูกค้า, การรับรองคุณภาพ, และการตรวจสอบข้อผิดพลาดหรือปัญหา

4. การแก้ไขปัญหาและการปรับปรุง

ระบบอีอาร์พีช่วยในการระบุปัญหา, การแก้ไข, และการปรับปรุงกระบวนการทำให้มีการปรับปรุงต่อเนื่องของคุณภาพสินค้าหรือบริการ เมื่อพบปัญหาหรือข้อผิดพลาดใด ๆ ในกระบวนการผลิตหรือผลิตภัณฑ์

ด้วยความสามารถในการรวมระบบที่แตกต่างกันเข้าไว้ในระบบเดียวกันระบบอีอาร์พี ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินการควบคุมคุณภาพอย่างเชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการควบคุมคุณภาพ Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท Global Flow Tech จำกัด 

คุณศุภพงษ์ กิติวัฒนศักดิ์
ตำแหน่งเจ้าของและผู้บริหารระดับสูง
บริษัท Global Flow Tech จำกัด

BRID: อยากให้คุณตี้ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีครับผมศุภพงษ์ กิตติวัฒนศักดิ์ ผมเป็นเจ้าของบริษัท Global Flow Tech นะครับ

BRID: GFT ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรคะ

เราเป็นบริษัท trading ครับ นำเข้าสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ Automation แบรนด์จากไตัหวัน จากจีน จากญี่ปุ่น แล้วก็อเมริกาครับ

BRID: อะไรคือจุดเริ่มต้นในการมองหาระบบอีอาร์พีคะ

เราเองก่อตั้งบริษัทนี้มากว่า 15 ปี เราก็ขยายกิจการมา

เริ่มจากแรก ๆ เราก็ใช้ระบบง่าย ๆ พวกระบบบัญชีง่าย ๆ

จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งถ้าเราต้องการที่จะดูประสิทธิภาพของบริษัทที่ดีขึ้น

เราก็เริ่มมองหาระบบอะไรที่จะสามารถบริหารจัดการ transaction ของบริษัทแล้วก็ระบบ Stock สินค้า รวมถึงข้อมูลลูกค้าที่อย่างเป็นระบบมากขึ้น

เราก็เลยเริ่มมองหาตัวช่วยของเรา นั่นก็เป็นที่มาที่ไปว่าทำไมเราถึงมองหาระบบอีอาร์พีครับ

BRID: อะไรคือเหตุผลที่เลือกระบบ PlanetOne ERP คะ

เราเองก็มีโจทย์ ในรูปแบบธุรกิจของเราเองมันก็มีความยากหลายแบบเช่น เรามี SKU ที่เยอะแล้วก็ซับซ้อน

หนึ่งคือเรามี SKU ที่เยอะแล้วก็ซับซ้อน

รวมถึงว่าต่อให้มันเป็นระบบซื้้อมาขายไป แต่ว่ามันมีพาร์ทหลายอันที่มันสามารถแยก เปลี่ยน สลับ combination กันได้

ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นความซับซ้อนเพราะว่าพาร์ทแต่ละพาร์ทพอมันเปลี่ยนปุ๊บก็จะทำให้สเปคมันเปลี่ยนไป

เราก็เลยหาระบบที่มันมีความ flexible รวมถึงระบบที่มันสามารถทำงานได้กับรูปแบบ transaction ที่มันหลากหลาย

BRID: ระบบ PlanetOne ERP ช่วยธุรกิจในด้านใดบ้างคะ

ตัวบริดเองก็เข้ามาช่วยเรา ช่วยอย่างแรกเลยคือมาทำให้ข้อมูลทุกอย่างสามารถซิงค์กันออนไลน์แล้วก็เรียลไทม์มากขึ้น

จากระบบเดิมที่มันไม่สามารถแยกสาขาหรือมันอาจจะไม่ได้เรียลไทม์เนี่ย

มันทำให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นไปอยู่หน้างาน

ในการขายเนี่ยที่มันแข่งขันกันด้วยเวลาในการตอบหรือว่าความเร็วในการให้ข้อมูลกับลูกค้าเนี่ย ณ ตอนนั้นเวลาที่มันช้าลงไปแค่ครึ่งวันหรือหนึ่งวันมันก็มีผล

แต่ว่าด้วยระบบบริดเนี่ยมันก็ทำให้เราสามารถที่จะเห็นข้อมูลและตอบลูกค้า แล้วก็ support ลูกค้าได้อย่างเร็ว

เพราะว่ากลุ่มลูกค้าที่เป็น automotive เนี่ย downtime เค้ามันมีเวลา มันมีค่าปรับ

ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดที่เราได้ประโยชน์จากการ implement ตัวระบบ system ตรงนี้ขึ้นมา

BRID: จากที่ได้ใช้งานระบบ PlanetOne ERP ประทับใจอะไรบ้างคะ

ใช้ตัวบริดมาขึ้นปีที่ 8 ซึ่่งส่วนหนึ่งที่เราประทับใจมากที่สุดนี่ก็คือความเร็วในการตอบของการแก้ปัญหา

เพราะว่าอันนี้เป็นโจทย์ที่เราเคยได้รับ

หมายถึงว่าเราเคยเจอปัญหาในการที่ใช้โปรแกรมตัวอื่นมา

เวลาเรามีปัญหาเราไม่มีทีมไอทีเองเราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง

แล้วเวลาระบบมันเดินไม่ได้ แล้วถ้าตัวอื่นมันมีผลกระทบ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรากังวล

แต่จากการที่ใช้งานบริดมากว่าแปดปี เค้าก็น่าจะเข้าใจ pain point นี้แหละ

เพราะว่าสำหรับบริษัทที่ไม่มีไอทีแล้วก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ ที่มาคอยดูแลแก้ปัญหา

ทางบริดเองเขามีวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

มันก็มีหลายช่องทางไม่ว่าจะมีการ tracking แล้วก็จะมีห้องไลน์ที่สามารถติดต่อเข้าไปได้ รวมถึงอีกอันนึงก็คือ ก็จะมีทีมที่สามารถรีโมทระบบเข้ามาได้

ซึ่งอันนี้จะทำให้ทางบริษัทไม่จำเป็นที่จะต้องมีทีมไอที

รวมถึงว่า ความกังวลของการที่จะ implement ใช้ระบบ user เองก็จะมีความสบายใจ

เพราะว่าเวลาที่เขาเจอปัญหา มีคนช่วยตอบปัญหา แก้ปัญหาให้เขาได้ อันนี้ก็จะทำให้ตัว user ยินยอมที่จะเอาระบบเข้าไปใช้

เขาค่อนข้างที่จะสบายใจ ไว้วางใจกับบริดในตรงนี้

BRID: ช่วยแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบหน่อยค่ะ

ก็สุดท้ายแล้วสำหรับคนที่มีความคิดว่าจะเอาอีอาร์พีเข้ามาใช้ในองค์กร วันนี้มันเป็นเรื่องที่ธุรกิจมันไปเร็วแล้วมันก็มีความเปลี่ยนแปลงเร็ว

ซึ่งผู้บริหารคงต้องการได้ข้อมูลที่มันเรียลไทม์และถูกต้อง

แต่อันนึงผมคิดว่าทุกคนก็คงคิดเหมือนกันก็คือมันก็เป็นการลงทุนที่ใหญ่แล้วก็ระยะยาว

ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นส่วนที่บริดเขา flexible เขามีแพคเกจหลายรูปแบบที่มันเหมาะกับขนาดสเกลของ business

แต่ละแพคเกจเนี่ยสุดท้ายแล้วมันก็สามารถอัปเกรดไปได้เมื่อบริษัทเราเติบโต

ซึ่งมันก็ทำให้มันสามารถ implement เข้ามาก่อนได้ ลองใช้ก่อน ในสเกลที่เหมาะสมกับเรา

สมมติว่าถ้าเกิดว่าทีมงานเราพร้อมที่จะเติบโตไปเนี่ย บริดเขาเองเขาก็พร้อมที่จะขยายงาน

แล้วก็ตัว system เองเนี่ยก็ flexible พอที่จะสามารถทำงานได้ในหลาย ๆ รูปแบบแล้วก็ปรับไป

ซึ่งมันก็จะทำให้สุดท้ายแล้วผลตอบแทนของการลงทุนตรงนี้มันกลับมาได้เร็วขึ้น ผมว่าตรงนี้บริดเขาช่วยได้ครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท Global Flow Tech จำกัด  Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการดูต้นทุน

ระบบอีอาร์พีกับการดูต้นทุน

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่รวมฟังก์ชันหลายๆ ด้าน เช่น การเงิน, การบัญชี, การจัดซื้อ, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การขาย, การตลาด, และฟังก์ชันอื่นๆ ภายในโปรแกรมเดียวกัน เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถติดตามข้อมูลได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร )

ระบบอีอาร์พีจะมีฟังก์ชันที่ช่วยในการดูต้นทุนดังนี้

1.บัญชีทั่วไป

ช่วยในการบันทึกและติดตามรายการรับเงินและจ่ายเงิน รวมถึงรายละเอียดทางการเงินอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนทั้งหมดขององค์กร

2.การผลิต

ช่วยในการตรวจสอบต้นทุนการผลิต รวมถึงการวิเคราะห์ค่าพันธุ์วัตถุดิบ, ค่าแรงงาน, ค่าเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า

3.การจัดซื้อ

ช่วยในการบันทึกและวิเคราะห์ต้นทุนการจัดซื้อวัตถุดิบหรือสินค้า รวมถึงการตรวจสอบค่าส่งมอบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

4.การจัดส่ง

ช่วยในการติดตามต้นทุนในกระบวนการจัดส่งสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการจัดส่งสินค้า

5.บริการลูกค้า

ช่วยในการวิเคราะห์ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่ลูกค้า เช่น ค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกค้าหรือการให้บริการหลังการขาย

กล่าวโดยสรุป การใช้ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการดูแลและจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบที่สามารถนำข้อมูลทางธุรกิจมาวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้นได้ (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการดูต้นทุน Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการ Generate Reorder Point

ระบบอีอาร์พีกับการGenerate Reorder Point

Reorder Point ในการผลิตเป็นกลไกที่ใช้ในการจัดการคลังสินค้าในการผลิต

โดยหมายถึงจุดที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบหรือวัสดุในกระบวนการผลิตเพื่อให้สามารถรักษาระดับสินค้าคงคลังในระดับที่เหมาะสมโดยไม่มีขาดของ หรือมีสินค้าคงคลังเกินไปในกระบวนการผลิต

นั่นคือจุดที่สินค้าจะถูกสั่งซื้อเพื่อชดเชยความต้องการในกระบวนการผลิตนั่นเอง (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability)

โดยมักจะคำนวณขึ้นจาก Lead Time Demand และ Safety Stock เหมือนกับ Reorder Point ในการจัดการคลังสินค้าทั่วไป แต่มีการปรับเปลี่ยนตามลักษณะการผลิตของธุรกิจ รวมถึงเงื่อนไขและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตด้วย

ดังนั้น การคำนวณ Reorder Point ในการผลิตมักจะต้องพิจารณาหลายปัจจัยที่เฉพาะเจาะจงกับกระบวนการผลิตนั้นๆ อย่างเช่น

Lead Time ในการผลิต ความต้องการของวัตถุดิบในกระบวนการผลิต เป็นต้น

ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมีการจัดการคลังสินค้าในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร)

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่ใช้ในการบริหารจัดการและบริหารจัดการข้อมูลทั้งหมดของธุรกิจ

ระบบอีอาร์พีมักจะรวมฟังก์ชันหลายอย่าง เช่น การบัญชี การจัดการคลังสินค้า การผลิต การขาย การตลาด และอื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อให้กับธุรกิจสามารถดำเนินธุรกิจของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสร้าง Reorder Point ในระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่สำคัญในการจัดการคลังสินค้า

เพื่อให้สามารถรักษาระดับสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยไม่ต้องมีสินค้าคงคลังเกินหรือขาดของ

การสร้าง Reorder Point ทำได้โดยการใช้ข้อมูลการขายย้อนหลังและค่าคงคลังของสินค้าเพื่อคำนวณหาจำนวนสินค้าที่ต้องสั่งซื้อเมื่อระดับสินค้าคงคลังลดลงมาถึงจุดที่กำหนดไว้ (Reorder Point)

สูตรที่ใช้ในการคำนวณ Reorder Point อาจแบ่งออกเป็นสูตรหลักๆ 2 แบบ คือ

สูตรการคำนวณ Reorder Point โดยใช้ค่าคงคลังเฉลี่ย (Average Inventory Level)

Reorder Point = Lead Time Demand + Safety Stock

Lead Time Demand คือ จำนวนสินค้าที่มีอายุสินค้าหรือเวลาผลิตและจัดส่ง (Lead Time) เป็นระยะเวลาที่ใช้ในการจัดหาสินค้าจากผู้ผลิตหรือจากผู้จัดจำหน่าย

Safety Stock คือ สินค้าสำรองที่เพิ่มเติมที่ถูกกำหนดไว้เพื่อความเชื่อมั่นในกรณีของความไม่แน่นอน เช่น ความผิดพลาดในการคาดการณ์ ความผิดพลาดในการผลิต เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป การ Generate Reorder Point ในระบบ ERP เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการองค์กรได้โดยสมบูรณ์ (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการ Generate Reorder Point Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability

การทำ traceability ด้วยระบบอีอาร์พีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับองค์กรซึ่งเหตุผลที่ต้องทำ traceability ด้วยระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. ความสะดวกและความถูกต้อง

การใช้รระบบอีอาร์พีเพื่อทำ traceability ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการบันทึกข้อมูลด้วยวิธีที่ไม่เป็นระบบ หรือด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 

ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและการจัดจำหน่ายมีความถูกต้องมากขึ้น

2. การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

บางครั้งลูกค้าอาจต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบหรือสินค้าที่ซื้อมา เช่น วันที่ผลิต วันหมดอายุ หรือประวัติการผลิต การมีระบบ traceability ในระบบอีอาร์พีช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยง่ายและรวดเร็ว (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

3. การจัดการความเสี่ยง

การทำ traceability ในระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้ามาจากแหล่งวัตถุดิบที่เชื่อถือได้หรือไม่

และสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีปัญหาได้ เช่น การถูกเรียกคืนหรือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

4. การเป็นไปตามกฎระเบียบ

ในบางธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมอาหารหรือยา มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการติดตามและระบุตำแหน่งของวัตถุดิบและสินค้า การใช้ระบบอีอาร์พีเพื่อทำ traceability ช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้นการทำ traceability ด้วยระบบ ERP เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมีการจัดการข้อมูลและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องในระดับสูงสุด

ต่อมาเรามาเข้าประเด็นในส่วนของความสามารถของระบบอีอาร์พีในการทำ traceability กันต่อค่ะ

ระบบอีอาร์พีจะมีการติดตามขั้นตอนและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงการจำหน่าย (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการวางแผนการผลิต)

วิธีการทำ Traceability ในระบบอีอาร์พีสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้

1. ระบุรายละเอียด

เมื่อมีการรับวัตถุดิบหรือวัตถุดิบเข้าสู่ระบบ ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รหัสสินค้า วันที่ผลิต ผู้ผลิต เป็นต้น

2. การบันทึกข้อมูลการผลิต

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลขั้นตอนการผลิตของผลิตภัณฑ์ เช่น ขั้นตอนการผลิต ช่วงเวลา วันที่ และเวลาที่ผ่านไป และข้อมูลความเชื่อมโยงกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต

3. การตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีอาจมีการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา เช่น ผลการตรวจสอบคุณภาพ วันที่และเวลาของการตรวจสอบ เป็นต้น

4. การบันทึกการจัดเก็บและการจัดส่ง

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าและการจัดส่ง รวมถึงวันที่และเวลาที่สินค้าถูกส่งออกไปยังลูกค้า (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร)

5. การติดตาม

ด้วยข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในระบบอีอาร์พีผู้ใช้สามารถทำการติดตามได้โดยตรงว่าวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์นั้นมาจากไหน ผ่านกระบวนการอะไร และได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพหรือไม่

ผลของการทำ Traceability ด้วยระบบอีอาร์พีช่วยทำให้องค์กรสามารถติดตามและทำความเข้าใจได้ถึงสถานะและประวัติของสินค้าหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาหรือการปรับปรุงกระบวนการการผลิตและการจัดจำหน่ายได้ในอนาคต

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability Read More »

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กร เช่น ระบบบัญชี ระบบการเงิน ระบบจัดซื้อ ระบบผลิต ระบบคลังสินค้า และฟังก์ชันทางธุรกิจอื่นๆ

โดยทั่วไปแล้วระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีข้อมูลเชิงรุกที่ชัดเจน ซึ่งข้อมูลนี้องค์กรจะสามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การควบคุมคุณภาพการผลิต (Quality Control) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการควบคุมและรับรองว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ออกมามีคุณภาพตามที่กำหนดไว้หรือไม่

โดยมุ่งเน้นที่การตรวจสอบและประเมินคุณภาพของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลลัพธ์สุดท้าย

เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่จะได้รับจากองค์กรมีคุณภาพที่ดีและตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

การรวมกันระหว่างระบบอีอาร์พีและการควบคุมคุณภาพการผลิตช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน

ระบบอีอาร์พีมีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพการผลิตได้ด้วยหลายวิธีดังนี้คือ

1. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการจัดเก็บข้อมูล

2. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพ

3. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการควบคุมกระบวนการ

4. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการตรวจสอบและการรายงาน

5. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการทำงานร่วมกัน

วิธีที่ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมคุณภาพการผลิตมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการจัดเก็บข้อมูล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทั้งหมดในระบบฐานข้อมูลเดียว ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ กระบวนการการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้น

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บรวบรวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและการวิเคราะห์

2. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนการผลิตที่มีคุณภาพโดยอาศัยข้อมูลประวัติการผลิตที่มีอยู่

เช่น ข้อมูลการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพในการกำหนดเป้าหมายและข้อกำหนดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

3. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการควบคุมกระบวนการ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมกระบวนการการผลิตเพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการตามแผนและข้อกำหนดในการผลิต

ระบบอีอาร์พีสามารถสร้างและปรับปรุงกระบวนการการผลิตในเวลาที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด

4. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการตรวจสอบและการรายงาน

ระบบอีอาร์พีช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น

โดยการเก็บข้อมูลและการสร้างรายงานที่สามารถจัดเรียงตามข้อกำหนดและมาตรฐานคุณภาพต่าง ๆ เพื่อให้งานตรวจสอบและประเมินคุณภาพเป็นไปอย่างเต็มที่

5. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการทำงานร่วมกัน

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการการผลิตและควบคุมคุณภาพในเวลาที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

ดังนั้น การรวมระบบอีอาร์พีช่วยให้การควบคุมคุณภาพการผลิตเป็นไปอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตได้อย่างมั่นใจ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการวางแผนการผลิต

ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรทั้งหมดด้วยการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ซึ่งรวมถึงการวางแผนการผลิตด้วย

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยลดความซ้ำซ้อนและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร)

ในการวางแผนการผลิตควรทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ระหว่างระบบ ERPกับการวางแผนการผลิตโดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การรวบรวมข้อมูล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ในองค์กร เช่น การจัดการคลังสินค้า, การสั่งซื้อวัตถุดิบ, การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นต้น

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตมักถูกบันทึกและรวบรวมในระบบอีอาร์พี เพื่อให้สามารถใช้ในการวางแผนการผลิตได้ต่อไป (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร)

2. การวางแผนการผลิต

ระบบอีอาร์พีช่วยในการสร้างแผนการผลิตที่เหมาะสม โดยอิงจากข้อมูลที่รวบรวมไว้ เช่น ความต้องการของลูกค้า, การสั่งซื้อวัตถุดิบ, และคลังสินค้าที่มีอยู่

การวางแผนนี้ช่วยให้การผลิตเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยลดการสูญเสียและการเกิดข้อผิดพลาดในการวางแผน

3. การติดตามและประเมินผล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการติดตามการดำเนินการผลิตตามแผนที่กำหนดไว้ โดยทำให้สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าได้ง่ายขึ้น

เมื่อมีปัญหาหรือข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ระบบอีอาร์พียังช่วยในการแก้ไขและปรับปรุงแผนการผลิตอีกด้วย

4. การปรับปรุงกระบวนการ

ระบบอีอาร์พีทำการปรับปรุงกระบวนการจากข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับจากการวางแผนและการดำเนินการ

องค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุงกระบวนการการผลิตและแผนการผลิตในอนาคต เพื่อให้สามารถปรับตัวต่อสภาพตลาดและความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่านต่อ สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ดังนั้น การใช้ระบบอีอาร์พีในการวางแผนการผลิตช่วยให้องค์กรมีการบริหารจัดการทรัพยากรและการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นในการเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในสภาพตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการวางแผนการผลิต Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ

ทำให้สามารถวางแผนและปรับปรุงกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ ใช้ระบบอีอาร์พีแล้วได้เปรียบในการทำธุรกิจอย่างไร )

ซึ่งนอกจากการจัดกระบวนการต่าง ๆ ในองค์กรให้มีประสิทธิภาพแล้ว ระบบอีอาร์พียังช่วยบริหารจัดการต้นทุนขององค์กรได้ด้วย

โดยระบบอีอาร์พีช่วยในการบริหารจัดการต้นทุนขององค์กรได้ในหลายด้านด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งมี 5 หัวข้อดังนี้

1. การบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจ (Business Process Management)

2. การจัดการคลังสินค้า (Inventory Management)

3. การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management)

4. การวางแผนทรัพยากรการผลิต (Manufacturing Resource Planning)

5. การวางแผนทรัพยากรการเงิน (Financial Resource Planning)

รายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. การบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจ (Business Process Management)

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนและจัดการกระบวนการต่าง ๆ ในองค์กรได้อย่างเป็นระบบ

ทำให้สามารถปรับปรุงและปรับเปลี่ยนกระบวนการได้ตามความเหมาะสม ซึ่งส่งผลให้มีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และสามารถลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

2. การจัดการคลังสินค้า (Inventory Management)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยจะช่วยในการตรวจสอบระดับคลังสินค้า การจัดส่งสินค้า การสั่งซื้อสินค้า และการเก็บรักษาสินค้าให้มีการควบคุมที่ดี เพื่อลดการสูญเสียและต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้า

3. การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลทรัพยากรบุคคล

เช่น การจัดการเงินเดือน การจัดการเวลาทำงาน การฝึกอบรม และการบริหารสมรรถนะพนักงาน เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การวางแผนทรัพยากรการผลิต (Manufacturing Resource Planning)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนและควบคุมกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการวัตถุดิบ การผลิต และการควบคุมคุณภาพ ทำให้มีการใช้ทรัพยากรการผลิตได้อย่างเหมาะสมและลดความสูญเสีย

5. การวางแผนทรัพยากรการเงิน (Financial Resource Planning)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนและควบคุมทรัพยากรการเงิน รวมถึงการจัดการงบประมาณ การจัดระบบบัญชีและเก็บข้อมูลทางบัญชี การวิเคราะห์การเงิน และรายงานการเงิน เพื่อให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ ตามความเหมาะสมในระยะยาว (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ทำให้องค์กรมีความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง 

โดยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงานในองค์กร ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในโลกธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

ระบบอีอาร์พีมีกระบวนการรวบรวมข้อมูลที่รวมรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ในองค์กรเพื่อให้สามารถดำเนินการตัดสินใจและบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการรวบรวมข้อมูลของระบบอีอาร์พีประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอนที่สำคัญดังนี้คือ (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร)

1. การสแกนและรวบรวมข้อมูล

ระบบอีอาร์พีทำการสแกนและรวบรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ในองค์กร เช่น การเงิน, การผลิต, การคลังสินค้า, การขาย, และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. การทำข้อมูลเข้าระบบ

ข้อมูลที่รวบรวมมาถูกนำเข้าระบบอีอาร์พีโดยใช้เทคโนโลยีการนำเข้าข้อมูลที่มีความปลอดภัยและความเร็ว

3. การแปลงข้อมูล

ข้อมูลที่นำเข้าระบบอีอาร์พีอาจต้องถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถใช้งานได้ในระบบอีอาร์พีนั้น ๆ

4. การตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วน

ระบบอีอาร์พีจะทำการตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลที่นำเข้าเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

5. การเชื่อมโยงข้อมูล

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมมาจะถูกเชื่อมโยงกันในระบบอีอาร์พีเพื่อให้สามารถทำการวิเคราะห์และรายงานได้อย่างสมบูรณ์

6. การทำให้ข้อมูลสอดคล้องกัน

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมจะถูกปรับแต่งเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของระบบอีอาร์พีและให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม

7. การบันทึกข้อมูล

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมและปรับแต่งจะถูกบันทึกในฐานข้อมูลของระบบอีอาร์พี เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ตลอดเวลา

8. การสร้างรายงานและการวิเคราะห์

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมและบันทึกไว้ในระบบอีอาร์พีสามารถนำมาสร้างรายงานและทำการวิเคราะห์เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการรวบรวมข้อมูลในระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีมุมมองรวมที่สมบูรณ์ของข้อมูลทรัพยากรองค์กร ทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรและดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร Read More »

การปิดงบในระบบอีอาร์พี

การปิดงบในระบบอีอาร์พี

การปิดงบในระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการสิ้นสุดปีงบประมาณทางการเงินขององค์กร ซึ่งมีขั้นตอนหลายขั้นตอนเพื่อให้การปิดงบเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี )

ซึ่งขั้นตอนหลักสำหรับการปิดงบด้วยระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. ประเมินรายการบัญชี

ตรวจสอบและประเมินรายการบัญชีทั้งหมดที่ได้ทำการบันทึกในระบบอีอาร์พีตลอดปีงบประมาณ เช่น บัญชีรายรับ, บัญชีรายจ่าย, และบัญชีที่เกี่ยวข้อง

2. ปรับปรุงรายการบัญชี

ทำการปรับปรุงรายการบัญชีเพื่อให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่ถูกต้อง และปรับปรุงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือขาดหาย

3. การทำรายการประจำปี

ทำการปิดบัญชีรายรับ-รายจ่าย, ประจำปี, และทำการสร้างรายการประจำปีที่จำเป็น เช่น การบันทึกรับ-จ่ายภาษี

4. ทำรายงานการปิดงบ

สร้างรายงานที่แสดงผลการปิดงบทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงผลการทำงานทางการเงินขององค์กร

5. การตรวจสอบความถูกต้อง

ทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินทั้งหมด และตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับหลักการบัญชีหรือไม่

6. ปิดงบประมาณ

ทำการปิดงบประมาณในระบบอีอาร์พี จะทำให้ข้อมูลทางการเงินไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป

7. สร้างรายงานสรุปปี

สร้างรายงานสรุปปีที่ให้ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับสถานะการเงินขององค์กรหลังจากการปิดงบ

8. การจัดเก็บข้อมูล

จัดเก็บข้อมูลการปิดงบและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ในอนาคตตามความจำเป็น

กล่าวโดยสรุป การปิดงบด้วยระบบอีอาร์พีนี้เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้องค์กรมีข้อมูลการเงินที่ถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ สามารถนำส่งงบให้กับกรมสรรพากรได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การปิดงบในระบบอีอาร์พี Read More »

Scroll to Top