อีอาร์พีไทย

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นจะมีทั้งฟังก์ชันต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ standard และฟังก์ชันที่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีต้องมีการปรับแต่งหรือ customized เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีให้ดียิ่งขึ้น

แต่ในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะต้อง customized ไปเสียทุกอย่าง เพราะบางอย่างหากทำการ customized ไปแล้วก็อาจทำให้กระทบกับส่วนอื่น ๆ ของการทำงานได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร)

ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้นสำหรับองค์กรที่วางแผนไว้ว่าจะมีการ implement ระบบอีอาร์พีในอนาคต

ซึ่งรายละเอียดของ3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

2. สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

อันที่จริงองค์กรเองก็คงมีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่างในการต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี ซึ่งเหตุผลในการ Customized ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ

  • ต้องการความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น
  • ต้องการดูข้อมูลในรายงานที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม
  • ต้องการให้ระบบคำนวณข้อมูลในเชิงลึกให้ละเอียดกว่าเดิม เป็นต้น

ซึ่งเหตุผลในการ Customized นั้นยิ่งชัดเจนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้การเก็บ requirements ต่าง ๆ ยิ่งสามารถเก็บ requirements ได้ละเอียดมากขึ้นเท่านั้น

2. สิ่งที่ได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พี

สิ่งที่องค์กรจะได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้น นอกจากจะได้ระบบอีอาร์พีที่สามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว องค์กรยังได้ประโยชน์อื่น ๆ จากการ Customized ระบบอีอาร์พีอาทิเช่น

  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้เข้ากับกฎหมายเฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น กฎหมายทางภาษี, กฎหมายการจ้างงาน เป็นต้น
  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้รองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เป็นต้น

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นอย่างไรแล้วก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาแน่นอน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการ customized ในเบื้องต้นก็จะแบ่งเป็น (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

  • ค่าใช้จ่ายในการเก็บ requirements ต่าง ๆ (ในบางกรณีอาจไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้)
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี ที่ต้องทำการปรับแก้ไขคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรม หรือทำการ set configuration บางอย่างใน databaseให้ระบบสามารถทำงานออกมาได้ตามที่องค์กรต้องการ
  • ค่าใช้จ่ายในการเทรนผู้เข้าใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบในส่วนที่มีการ Customized มาแล้ว

กล่าวโดยสรุป 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นคือ เหตุผลที่ต้องทำการ Customized, สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized และค่าใช้จ่ายในการ Customized

ทั้ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมานั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นภาพได้มากขึ้นว่าหากระบบอีอาร์พีไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรได้ในบางเรื่อง การ Customized จะเป็นการช่วยให้ระบบทำงานได้เข้าใกล้กับองค์กรได้มากที่สุด ทั้งนี้ในการ Customized ระบบอีอาร์พีก็เพื่อประโยชน์ในระยะยาวขององค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี Read More »

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อจ่ายแล้วทางองค์กรจะได้รับอะไร หรือทางองค์กรควรจะเตรียมจัดสรรงบประมาณในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)อย่างไร (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นสำหรับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนดังนี้คือ

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยทั้งสามข้อที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

สำหรับค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นจะเป็นค่าใบอนุญาตให้สิทธิในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งในแต่ละผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะมีการคิดอัตราค่า License ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น
  • คิดค่า License ครั้งเดียวแล้วผู้ใช้งานระบบสามารถใช้งานระบบได้ตลอดไป
  • คิดค่า License เป็นรายปีคือทางผู้ใช้บริการจะทำสัญญาจ่ายค่า License เป็นรายปีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • คิดค่า License โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้เข้าใช้งานระบบ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อ License นี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการอีอาร์พีเอง ดังนั้นในแต่ละบริษัทของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจึงมีแนวทางการคิดค่า License ของระบบอีอาร์พีที่แตกต่างกันออกไป

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ค่าใช้จ่ายในส่วนของการฝึกพนักงานในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีการคิดค่าใช้จ่ายในการเทรนการใช้งานระบบเป็นแมนเดย์ 

ตัวอย่าง สมมติว่าอัตราค่าใช้จ่าย 1 แมนเดย์มีค่าเท่ากับ 15,000 บาท ทางผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีต้องการเทรนการใช้งานระบบโดยผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีคิดค่าใช้จ่ายที่ 2 แมนเดย์

ดังนั้นค่าบริการในการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จะคิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 30,000 บาท เป็นต้น

โดยในส่วนของค่าบริการที่คิดเป็นแมนเดย์ก็อาจมีการเจรจาต่อรองกันกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ได้บ้างตามความเหมาะสม (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) )

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิเช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
  • ค่าบริการดูแลระบบ (maintenance)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการสนับสนุนทางเทคนิคในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)
ค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวข้างต้นนี้มักจะมีการทำเป็นสัญญาบริการระหว่างผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งในสัญญาบริการจะระบุชัดเจนว่าทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้อง Support ผู้ใช้บริการในด้านใดบ้าง อาทิเช่น
  • วางระบบอีอาร์พีให้เป็นผลสำเร็จ
  • มีการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
  • มีการดูแลให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานระบบอีอาร์พี
  • มีการดูแลการสำรองข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พี เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะมีค่า License ค่าเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการได้รับการ Support ทางเทคนิคต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือการลงทุนเพื่อใช้งานระบบอีอาร์พี โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนจะมาในรูปแบบของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่สูงขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

3 ข้อเบื้องต้นใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น

  • ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี
  • ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • ศักยภาพของตัวระบบอีอาร์พีเอง
  • ทรัพยาการทางไอทีที่มารองรับการใช้งานระบบอีอาร์พี เป็นต้น

ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีทั้งสิ้น

และเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในเบื้องต้น ในบทความนี้จะยกตัวอย่าง 3 ข้อที่จะทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งตัวอย่างของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

โดยเนื้อหาของแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

ส่วนใหญ่ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีกระบวนการลงทะเบียนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้

โดยคุณอาจต้องกรอกข้อมูลเช่น ชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password)

ซึ่งเมื่อมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน ก็จะต้องมีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

รวมถึงมีการระบุวันหมดอายุของ username และ passwordเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อยูสเซอร์เข้าใช้งานระบบ (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

จำนวน concurrent user คือผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ในหลาย ๆ องค์กรอาจมีการจัดสรรสิทธิ์ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีไว้น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าใช้งานจริง

เนื่องจากในความเป็นจริงผู้เข้าใช้งานระบบไม่จำเป็นต้องเข้าใช้งานพร้อมกันตลอดเวลา แต่อาจสามารถสลับกันใช้งานได้

ดังนั้นในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น เมื่อผู้เข้าใช้งานระบบทำงานบนระบบเสร็จแล้ว ควร log off ออกจากระบบ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีท่านอื่น ๆ ได้เข้าใช้งานระบบต่อ

เป็นการป้องกันไม่ให้ จำนวน concurrent user เกินลิมิตการเข้าใช้งาน จะช่วยให้องค์กรใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการคงประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการอีอาร์พีควรมีการอัปเดตระบบให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตระบบจะช่วยให้ระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

สามารถรองรับฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาใหม่

สามารถนำเข้าข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้น

สามารถ support กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้มากขึ้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป แนวทางการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเบื้องต้นคือ มีการลงทะเบียนสิทธิ์การเข้าใช้งานระบบให้เรียบร้อย

ต่อมาคือจำนวน concurrent user ที่เข้าใช้งานในองค์กรสามารถสลับกันใช้งานได้

รวมถึงจะต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในเบื้องต้นทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ในการวางระบบอีอาร์พี หลาย ๆ องค์กรจะมีความกังวลว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในส่วนงานขององค์กรบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ก็คือ "การ Customized” ระบบอีอาร์พี

และในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจชัดเจนว่าการ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

และจะมีประโยชน์ต่อการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กรอย่างไร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงทั้งหมด 3 หัวข้อดังนี้คือ

1. การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

3. การ Customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การ customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) หมายถึงการปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนระบบ ERP เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษและการทำงานที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร

การ Customized เป็นการทำงานที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในโมดูลตามมาตรฐานทั่วไปของระบบอีอาร์พีที่มีพร้อมให้บริการ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างการ Customized ระบบอีอาร์พีได้แก่

-การปรับเปลี่ยนโมดูลที่มีอยู่

-เพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษ

-การปรับรูปแบบการแสดงผลเมื่อเรียกดูรายงานต่าง ๆ เป็นต้น

ระบบอีอาร์พีมักจะมีโมดูลหลายประการเช่นการบัญชี, การจัดการสต็อก, การผลิต, การขาย, และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ

3. การ customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีความแตกต่างตามขอบเขตของการปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการ

รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมที่ปรึกษาในการวิเคราะห์รายละเอียด, การเก็บ Requirement, การวางแผนแนวทางในการ Customized

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรนใช้ระบบ ในกรณีที่ยูสเซอร์ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานส่วนที่ Customizedได้ด้วยตนเอง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พีไปแล้วพบว่ามีบางจุดที่ระบบอีอาร์พียังไม่ไหลลื่นไปกับกระบวนการทำงานภายในองค์กร

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น Requirement ที่องค์กรต้องการ, โมดูลที่ต้องการ Customized รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ Customized ด้วยเช่นกัน

ซึ่งผลลัพธ์จากการ Customized ระบบอีอาร์พี ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้โดยที่ความยุ่งยากน้อยลงและกระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

คุณ มนัสชัย สกัดกลาง
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

ผมมนัสชัย สกัดกลาง เป็นผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด สาขาหนองบัวลำภู
เข้ามาทำธุรกิจนี้ตั้งปี 2539 นะครับ จนถึงทุกวันนี้ โดยอยู่ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงครับ

สำหรับ เบสท์-แพค คอนกรีตนะครับ ก็เป็นบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จนะครับ
ซึ่งเรามีความชำนาญในเรื่องคอนกรีตเป็นหลัก

เราจะรับความต้องการของลูกค้ามาออกแบบและตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์

โดยที่เราเน้นคุณภาพ มาตรฐาน และการสัดส่งให้ตรงเวลา

BRID: ผลิตภัณฑ์หลักๆ ของเบสท์-แพค คอนกรีต มีอะไรบ้างคะ

ผลิตภัณฑ์ของ เบสท์-แพค นะครับ ประกอบไปด้วยเสาเข็มนะครับ แผ่นพื้นที่ใช้ทั่วไปในการก่อสร้าง

โดยหลัก ๆ แล้วเราจะอยู่ในภาคส่วนของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

นอกจาก เสาเข็ม แผ่นพื้น แล้วเราก็ยังมีพื้นสะพาน

ไม่ว่าจะเป็น Plank-Girder, I-Girder, Box-Girder สำหรับงานก่อสร้าง งานสะพาน ซึ่งเป็นงานที่เป็น infrastructure ของประเทศอยู่แล้วนะครับ เป็นงานโครงสร้าง

โดยบริการของเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้งด้วย นอกจากผลิตแล้วเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้ง รวมไปถึงในเรื่องการออกแบบการทำงาน การออกแบบในรูปแบบผลิตภัณฑ์ ที่เรามีความชำนาญ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่เริ่มมองหาระบบ ERP คะ

เมื่อเราประกอบธุรกิจมาได้สักระยะหนึ่ง เราเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะลดต้นทุนรวมถึงความสำคัญในเรื่องการขยับขยายงาน
ก็ได้มีการมองเห็นว่าต้องมี Tools หรือว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาช่วย ทำให้เราสามารถที่จะบริหารจัดการและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

เลยมีความคิดที่จะมีระบบอีอาร์พี เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเรานะครับ ถึงได้เริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะมาพัฒนาระบบร่วมกัน

BRID: จุดเริ่มต้นในการติดตั้งระบบ PlanetOne ERP คืออะไรคะ

เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าธุรกิจที่เริ่มขยับขยาย จึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่มาช่วย เราจึงเริ่มมองหาพาร์ทเนอร์

ก็ได้มาพบกับทางบริดซึ่งมีโปรดักส์ที่เป็น PlanetOne เป็นโปรแกรมทางด้านอีอาร์พี ซึ่งเราก็มีการคุยกันว่าในการที่เราจะใช้ระบบต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

บริดก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมตัวที่จะวางระบบด้วยกัน

รวมถึงให้คำแนะนำที่เซตระบบบางอย่างที่เราไม่มี เอกสารบางอย่างที่เรายังไม่พร้อม รวมถึงอบรมพนักงานให้เข้าใจระบบอีอาร์พีของ BRID Systems ด้วยครับ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยเหลือในธุรกิจอย่างไรบ้างคะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดของบริษัทที่ทำด้านการผลิตนะครับนั่นก็คือ "การบริหารต้นทุน"

การบริหารต้นทุนคือ เราต้องรู้ต้นทุนที่เราใช้ไปเหมาะสมถูกต้องหรือไม่

หลังจากที่เราใช้ระบบ PlanetOne ERPของ BRID systems ได้มีส่วนช่วยในเรื่องการที่เราจะวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับต้นทุนและการบริหารต้นทุนได้ฉับไวมากขึ้น

ซึ่งเราก็มีการได้พูดคุยกับทางทีม Implementer ของทาง BRID Systems ว่าในการที่เราจะมอนิเตอร์ต้นทุนต้องทำอย่างไร

เราก็ได้คำแนะนำที่ดีมาจาก BRID Systems เพราะว่า BRID Systems นอกจากจะมีบริการเรื่อง Software แล้วยังบริการให้คำปรึกษาเรื่องการวางระบบก็จะมีทีม Implementer มาช่วยเราในเรื่องนี้ให้ตรงตามความต้องการของเรา

BRID: ปัจจุบันทางเบสท์-แพค คอนกรีต ใช้ระบบ PlanetOne ERP มาทั้งหมดกี่ปีคะ

เราก็ใช้ระบบ PlanetOne ERP มา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งระยะเวลาในการใช้เราก็ได้คำแนะนำที่ดีจาก BRID Systems เสมอนะครับในเรื่องของการปรับปรุงพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกัน

นอกจากนั้นหลังจากที่ใช้งานแล้วมีพนักงานที่เข้ามาใหม่ เมื่อติดขัดอะไรทาง BRID Systems ก็ให้คำแนะนำรวมถึงเทรนนิ่งให้ทางพนักงานใหม่เราด้วยนะครับ

BRID: ในมุมมองผู้ใช้งานอะไรคือจุดแข็งของระบบ PlanetOne ERP คะ

จุดเริ่มต้นที่เรามามองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นซอฟต์แวร์ สิ่งที่เรากังวลเสมอก็คือเรื่องของการที่จะมาประยุกต์ใช้ให้มันตรงกับธุรกิจหรือกระบวนการการทำงานของเรา

หลังจากนั้นที่เราไปเจอ BRID Systems ซึ่งเขาก็มีระบบ PlanetOne ERP อยู่แล้วและก็มีการพูดคุยกันก่อนที่จะตกลงที่จะใช้ซอฟต์แวร์

จากระยะเวลาที่ใช้ซอฟต์แวร์จนถึงปัจจุบันนี้ BRID Sysytems มีการปรับปรุงPlanetOne ERP เสมอซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีของ BRID Systems ที่มีโปรดักส์ที่สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราใช้กันมา 10 กว่าปีครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่มองว่าระบบอีอาร์พีมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจคะ

จากมุมมองของผมนะครับในเรื่องการบริหารองค์กรเพื่อให้ทันต่อเวลาสิ่งสำคัญคือข้อมูล ที่ถูกต้องและก็แม่นยำ และรวดเร็ว

ที่ผมเคยพูดไว้ว่า ผมต้องมองหาพาร์ทเนอร์ในการที่จะมาทำงานร่วมกัน เพราะผมเชื่อเสมอว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตออกมามันต้องมีการปรับแต่งก็พยายามหาซอฟต์แวร์หรือองค์กรที่สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้ตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุด

รวมถึงอนาคตข้างหน้าการปรับแต่งต้องง่าย สะดวก และรวดเร็วต่อการตัดสินใจนะครับ นั่นคือเหตุผลที่เราเลือก BRID Systems นะครับ

BRID: มีความประทับใจอะไร ในระบบ PlanetOne ERP บ้างคะ

BRID Systems มีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เหมาะสม เพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้านะครับ

เราก็มองว่า BRID Systems เนี่ยเป็นองค์กร โดยเฉพาะเป็นองค์กรของคนไทย ที่พัฒนาซอฟต์แวร์มาเพื่อคนไทย ถามว่าคนไทยทำเพื่อคนไทยมันคุยกันง่ายนะครับ

อาจจะมีซอฟต์แวร์อื่นที่เป็นซอฟต์แวร์ระดับโลกนะครับแต่เรามองว่าซอฟต์แวร์ไทยมันพูดจาภาษาเดียวกันก็ทำให้สื่อสารกันได้ง่ายในเรื่องการปรับแต่ง

BRID: ช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบ ERP เพื่อมาใช้ในองค์กรหน่อยคะ

ท่านที่มองหาซอฟต์แวร์หรือระบบที่จะมาช่วยตอบโจทย์ สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการมองหาซอฟแวร์ในมุมมองผมนะครับ ก็คือเรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์เอง บริษัทซอฟต์แวร์เอง ในเรื่องการออกแบบ การปรับ การเปลี่ยน ให้ตรงกับความต้องการของเรา

รวมถึงการดูแลหลังการขายที่มีประสิทธิภาพนี่คือปัจจัยหลักในการที่เราจะเลือกซอฟต์แวร์ที่จะมาใช้ในองค์กรครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด Read More »

ERPไทย

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด

ดร. กฤษณา สุขบุญญสถิตย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ ประเทศไทย จำกัดและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกร

BRID: ดร. กฤษณา ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ค่ะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกรค่ะ

ทำงานที่คาร์เปทเมกเกอร์มาปีนี้จะเป็นปีที่ 20 แล้วค่ะ

BRID: ช่วยแนะนำบริษัท ที่มาของบริษัท และรูปแบบของธุรกิจค่ะ

บริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยผลิตพรมทอมือ ส่งออกให้กับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเช่น โรงแรม 5-6 ดาว fashion shop อย่างที่เราคุ้นๆ กันนะคะ ที่ขายกระเป๋าหรือขายแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ มีให้กับเรือยอตช์ ไพรเวทเจ็ท แล้วก็มีพระราชวัง นี่คือสินค้าที่เราส่งออกจากบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น พนักงานทั้งหมดเป็นคนไทยทั้งหมดเลยค่ะ

เริ่มต้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้วมีพนักงานประมาณ 7 คน วันนี้ก็มีพนักงานเกือบ 700 คน ผลิตภัณฑ์หลักของเราหลักๆ เป็นพรมทอมือเพราะเราต้องการสร้างงาน จากปณิธานของผู้ก่อตั้ง ที่ตั้งใจจะสร้างงานให้กับคนขอนแก่นและชาวอีสานซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างเยอะแต่ว่าเราไม่มีโรงงาน

ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือในชลบุรี ทำให้ทิ้งครอบครัวมีแต่ลูกหลานอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของพนักงานที่ต้องไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ แล้วก็ทิ้งครอบครัวด้วย เลยเป็นที่มาว่าเรามาตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ ที่ใน 40 ปีที่แล้วไม่มีโรงงานเลย โรงงานที่นี่เป็นที่แรก

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบ ERP ให้กับองค์กรคะ

ปัจจุบันนี้เราก็เริ่มทำตลาดในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะเราก็คิดว่าคนไม่ค่อยรู้จักเราเลย แต่ในต่างประเทศก็จะรู้จักกันเพราะว่าเราทำมาหลายปี

ในประเทศไทยเองพอเราเริ่มมาทำเราก็เริ่มต้องมีรายละเอียด มีกิจกรรมที่แตกต่างจากกิจกรรมการส่งออกปกติเดิมของเรา ทำให้เราเริ่มมองว่าจริง ๆ เราจะต้องมีระบบหลังบ้านที่เหมาะสม

เมื่อก่อนเราก็จะซื้อซอฟท์แวร์บัญชีง่าย ๆ มาตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม่กี่พันบาทในตอนเริ่มต้น เพราะเราก็คิดว่าเป็นการแค่บันทึกบัญชีลงไปเฉย ๆ แล้วก็ส่งงบได้ แต่ว่าข้อดีอันนึงของเราเลยก็คือเรามีงบฉบับ เดียวเราไม่มีหลายชุดก็เลยเหมือนทำง่าย

เพียงแต่ว่าพอ transaction ใหญ่ขึ้น กิจการใหญ่ขึ้น ก็เริ่มมีเรื่องของการวิเคราะห์ที่เราอยากจะต้องวิเคราะห์และเห็นภาพของการดำเนินงานที่เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นจะตอบโจทย์อย่างเดียวคือการที่ส่งงบให้กับราชการได้

แต่ตอนหลังเราคิดว่าถ้าเราจะเติบโต เรามีการวางกลยุทธ์ เรามีการต้องใช้ข้อมูล เราอยากจะได้ข้อมูลที่เร็ว ถูกต้อง แล้วก็สามารถที่จะวิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ ได้ทำให้เราเริ่มมองหาโปรแกรมที่มีความเก่งขึ้นมีการตอบโจทย์รายละเอียดได้มากขึ้น

เราก็ศึกษาหลายโปรแกรมค่ะสุดท้ายก็มาเจอกับ PlanetOne ของ BRID เราก็ชอบว่าเป็นโปรแกรมของคนไทย ราคาย่อมเยาว์สำหรับพวกเราซึ่งเป็น SME ไม่อย่างนั้นถ้าเราไปลงระบบใหญ่ของต่างประเทศ ก็รับรองว่าเป็นหลักสิบล้าน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ไหม แต่สำหรับของ PlanetOne ซึ่งก็อยู่ในราคาที่เราสามารถจะจัดการงบประมาณของเราได้

ข้อดีของระบบที่เรามองเห็นคือเข้าใจความเป็นคนไทย เข้าใจ transaction เข้าใจพฤติกรรมของคนไทยมากกว่าฝรั่ง ซึ่งฝรั่งออกแบบมาเขาก็จะออกแบบมารองรับ nature วิธีคิดรูปแบบการทำงานและสไตล์การทำงานของฝรั่ง แต่คนไทยบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่นไม่มากซึ่งกลายเป็นข้อดี

BRID: ช่วยแชร์ประสบการณ์การ implement และการใช้งานระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการองค์กรให้กับผู้อ่านหน่อยค่ะ

ตอนแรก ๆ เรามองว่า โปรแกรมค่อนข้างที่จะล็อคตัวเราเองค่อนข้างเยอะแต่ปรากฏว่าพอใช้งานไปก็ดี เพราะว่าจะทำให้พนักงานไม่เผลอที่จะไปทำรายการแล้วเดี๋ยวลบทิ้ง แล้วก็ทำใหม่ ย้อนกลับไปทำใหม่

อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับตัวระบบเลยค่ะ เพราะจะช่วยให้พนักงานมีวินัยว่าคุณต้องคิดให้ดี มั่นใจในรายละเอียดทั้งหมดก่อนแล้วถึงจะทำ transaction เพราะการทำรายละเอียดนั้นอาจจะแก้ไม่ได้แล้ว เรื่องก็จะต้องให้ supervisor หรือmanager เข้ามารับทราบปัญหานั้น ๆ ซึ่งก็คิดว่าอันนี้เป็นข้อดีของตัวระบบ

และการพัฒนาการทำงานร่วมกันกับทีมตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างของระบบบัญชีกันใหม่ มีการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วโปรแกรมก็มีความยืดหยุ่นที่จะเขียนแล้วก็ตอบสนองความเป็นธุรกิจของเราจริงๆ

เพราะธุรกิจพรมในเมืองไทยจะมีไม่มาก ถ้าธุรกิจเทรดดิ้งหรือธุรกิจผลิตอื่นๆ เขาก็จะมีโมดูลทั่วๆ ไปที่ใช้ได้ แต่พอเป็นของเราซึ่งรายละเอียดค่อนข้างเยอะและเราเป็นพรมที่เป็น customize คือต้องผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ในแต่ละผืนจะไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นรายละเอียดของ bill of material ก็จะแตกต่างกันหมดความยาก รายละเอียดของ transaction จะมาก

เพราะฉะนั้นเราก็มีการมานั่งคุยกับทีมพัฒนาระบบแล้วก็มาวางระบบด้วยกันแล้วก็มาปรับโปรแกรมให้เข้าสู่สิ่งที่เป็น

ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มีที่ต้องปรับเข้าหากันพอสมควรเราก็พยายามให้ทีมพัฒนาเองเรียนรู้สิ่งที่เป็นก่อน แล้วก็พยายามบอกว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นอะไรแล้วจะเจอกันตรงไหน เพราะบางครั้งความต้องการของเราถ้ามาเจอเราทั้งหมดก็กลายเป็นไม่มีระบบก็มีซึ่งก็ไม่ได้ดี ก็เลยคิดว่า อ่ะ…จริง ๆ จุดเหมาะสม

ก็เลยได้ประโยชน์จากมุมมองและแนวคิดของทีมพัฒนาระบบของ BRID ด้วย ที่ช่วยมาแนะนำว่าถ้าเป็นตรงนี้ก็ควรจะใช้วิธีนี้หรือควรจะปรับ ก็มีบ้างที่ต้องทำโปรแกรม API เสริมเข้าไปแต่ในวันนี้เราใช้ BRID มาหลายปีแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวเราสามารถปิดงบได้เร็วขึ้น

เราสามารถเห็นงบการเงินได้เร็วแล้วเราก็เห็นลึกลงไปถึง GP Report เราสามารถบอกได้ว่าพาร์ทที่เป็นปัญหาของการทำงานในแต่ละออเดอร์ในแต่ละจ็อบนั้นมาจากพาร์ทที่เป็น material, labor หรือว่า overhead หรือว่าเป็นส่วนไหน ที่เราจะนำไปสู่การปรับปรุงได้เร็วขึ้น

BRID: บริการหลังการขายและการให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ได้รับจาก PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ประเด็นเรื่องของการบริการหลังการขายนะคะต้องบอกว่าวันนี้คุยกันกับทาง BRID จนกระทั่งเป็นเพื่อนกันไปแล้ว มีอะไรก็ติดต่อได้ คุณเจนเองมาช่วยคุยตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้คุณเจนเองก็ยังดูแลอยู่ แล้วก็มีน้องนก มีทีมงานที่คุยกันแล้วทีมก็สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงระบบของการติดต่อในระบบของเจแทรคก็สามารถทำให้เราสามารถแทรคงานได้ว่าอะไรถึงไหน

แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลัง ๆ ประเด็นต่าง ๆ น้อยลงแต่ถ้าย้อนกลับไปตอนช่วงแรกเนี่ยทีมก็ support เต็มที่ค่ะ

ทีมงานมีบินมาที่ขอนแก่นเพื่อมาคุยกันแล้วก็มานั่งหาข้อสรุป มีการ ZOOM มีการนัดที่จะทำงานร่วมกันหลายรอบในช่วงแรกแต่ตอนนี้ก็จะน้อยลงเพราะทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นแล้ว

BRID: คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กร

ถ้าจะแนะนำให้หาโปรแกรมสักโปรแกรมนึงที่เราจะไม่ถูกทิ้ง PlanetOne ก็จะเป็นโปรแกรมนั้นการให้การสนับสนุนการที่เรามีทีม service ที่อุ่นใจแล้วก็ช่วยเหลือเราตลอดเวลา

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาซอฟท์แวร์สักตัวนึงที่ตอบโจทย์ เราเองเราอยากแนะนำให้ PlanetOne เป็นทางเลือกหนึ่ง

ก็ต้องเรียนว่าตอนที่เราทำการบ้านเราก็ไม่ได้ทำการบ้านแค่โปรแกรมเดียวเราก็ศึกษาหลายโปรแกรมแล้วเราก็พบว่าไม่ได้มีโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งที่ดีที่สุดแต่ PlanetOne จะตอบโจทย์ใกล้เราที่สุดและปรับได้ เข้ามาหาเราได้ใกล้ที่สุดเราเลยตัดสินใจเลือก

โดยงบประมาณ โดยความจำเป็นของเราด้วยเพราะบางอย่างเนี่ยฟีเจอร์เยอะแยะเราก็ไม่ได้ใช้เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีอยู่ใน PlanetOne งบประมาณ การ service เนี่ย สำหรับคาร์เปทเมกเกอร์ก็เป็นโปรแกรมที่เราตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือก PlanetOne

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

ระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่

อันที่จริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้ได้กับธุรกิจทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคืองบประมาณของธุรกิจที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีในแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน (Click เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

แน่นอนว่างบประมาณในการติดตั้งระบบอีอาร์พีก็จะเป็นไปตามขนาดของธุรกิจเช่น ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้งบประมาณน้อยกว่าธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นต้น

หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กอาจจะมีความกังวลถึงงบประมาณในการใช้วางระบบอีอาร์พี ว่าจะต้องใช้งบประมาณที่สูงจนเกินกว่าที่องค์กรจะจัดสรรได้

ในการวางระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็มีแนวทางการทำงานอยู่ 

โดยที่คุณสามารถวางระบบอีอาร์พีด้วยงบประมาณที่จำกัดหรืองบประมาณที่สามารถควบคุมได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีที่มีงบประมาณจำกัดจะมีแนวทางคือ

1. การให้สิทธิ์จำนวน User เข้าใช้งานระบบน้อย

2. ซื้อแมนเดย์ไม่ต้องเยอะ

3. อัดเนื้อหาในการเทรนให้จบภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

โดยรายละเอียดแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. การให้สิทธิ์จำนวน User เข้าใช้งานระบบน้อย

ในข้อนี้จะทำให้การวางระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายถูกลง

เพราะงบประมาณในการวางระบบอีอารร์พีส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับจำนวน User ที่เข้าใช้งานพร้อมกันในระบบ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ด้วยการให้สิทธิ์ User น้อยจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ดี องค์กรที่มีขนาดเล็กอาจจะให้ User สลับกันเข้าใช้งาน ก็จะช่วยให้ User ทุกคนสามารถเข้าใช้งานระบบได้ แม้ว่าสิทธิ์การเข้าใช้งานจะมีจำนวนน้อยก็ตาม

2. ซื้อ Man Day ไม่ต้องเยอะ

การซื้อ Man Day ในองค์กรขนาดเล็กอาจจะซื้อแพ็คเกจ Man Day ไม่ต้องเยอะ แต่เน้นเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั้น

แล้วเน้นการใช้ Man Day เพื่อการแก้ปัญหาระบบอีอาร์พีในส่วนที่ทางองค์กรไม่สามารถทำได้เอง

3. อัดเนื้อหาในการเทรนให้จบภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบก็ควรเทรนเนื้อหาให้เยอะที่สุดแล้วใช้ระยะเวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่องค์กรจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเทรนสูงจนเกินไป (Click เพื่ออ่าน ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

การจัดเทรนทางออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าด้วยเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป สำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดเล็กและมีงบประมาณจำกัดก็สามารถวางระบบอีอาร์พีได้ด้วยแนวทางนี้เช่นกัน นั่นคือให้สิทธิ์ User จำนวนน้อย เน้นประสิทธิภาพในการใช้งานด้วยตัวเองของผู้เข้าใช้งานระบบและจัด Training การใช้งานระบบด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุดให้ผู้เข้าใช้งานระบบได้อบรมเนื้อหาที่มากที่สุดนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่ Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR)

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR)

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรเช่น ระบบบัญชี ระบบผลิต ระบบจัดซื้อ ระบบขาย ระบบคลังสินค้า และรวมถึงระบบงานบุคคลด้วยเช่นกัน

ในส่วนของระบบบริหารงานบุคคลระบบอีอาร์พีจะช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

โดยระบบ ERP จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลพนักงาน เงินเดือน การลา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างครอบคลุม

ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารงานบุคคลมีดังนี้

1. จัดการข้อมูลพนักงาน
ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลพนักงานทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิเช่น ตำแหน่ง วันที่เริ่มเข้าทำงาน เป็นต้น

2. การจัดการเงินเดือน
ระบบอีอาร์พีจะจัดการข้อมูลเงินเดือน รวมถึงการคำนวณเงินเดือน การหักลดหย่อน และการโอนเงินเงินเดือน

3. การบริหารเวลา
ระบบอีอาร์พีจะติดตามและบันทึกเวลาทำงาน การลา และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวลาในการทำงานของพนักงาน อาทิเช่น การเข้างาน การออกงาน การทำงานล่วงเวลา เป็นต้น

4. การจัดการการสรรหางาน

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในกระบวนการสรรหาพนักงานใหม่ รวมถึงการโฆษณาตำแหน่งงาน การสัมภาษณ์ และการประเมินผู้สมัคร เพื่อให้องค์กรได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามที่องค์กรต้องการ

5. การพัฒนาบุคลากร

ระบบอีอาร์พีจะจัดการการฝึกอบรม และวางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

6. การบริหารประสิทธิภาพของพนักงาน

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการติดตามประสิทธิภาพของพนักงาน รวมถึงการตรวจสอบผลงาน และวางแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร

7. การจัดการข้อมูลสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลพนักงาน

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน โดยพนักงานจะได้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลในระบบอีอาร์พีตามบทบาทและหน้าที่ของตน รวมถึงระบบอีอาร์พีจะป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานถูกแก้ไขโดยมิชอบและไม่ตรงกับความเป็นจริง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

8. การบริหารข้อมูลการลาและการขาดงาน

ระบบอีอาร์พีจะจัดการข้อมูลการลา และการขาดงานของพนักงาน ระบบอีอาร์พีจะสามารถบันทึกการลา การอนุมัติการลา การคำนวณวันลาสำหรับพนักงาน เป็นต้น (Click เพื่ออ่านสรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

การใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการทรพยากรบุคคลขององค์กร จะช่วยให้บุคลากรในองค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรบุคคลในองค์กรได้โดยที่ข้อมูลไม่กระจัดกระจาย อยู่บนพื้นฐานของความจริงที่เกิดขึ้น และสามารถตรวจสอบได้ทันทีแบบ real time นั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR) Read More »

สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่

สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่

หลาย ๆ องค์กรอาจจะยังลังเลถึงการติดตั้งระบบอีอาร์พี ว่าควรจะติดตั้งระบบดีหรือไม่

ก่อนอื่นสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาคือ ทางองค์กรเองต้องการอะไร และมีวัตถุประสงค์ใดในการติดตั้งระบบอีอาร์พี

เพื่อที่จะได้สื่อสารกับผู้ให้บริการอีอาร์พีได้อย่างชัดเจน จากนั้นการตัดสินใจว่าจะติดตั้งระบบอีอาร์พีหรือไม่นั้นก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

โดยปัจจัยต่าง ๆ ที่องค์กรควรพิจารณว่าควรจะติดตั้งระบบอีอาร์พีหรือไม่ มีดังนี้คือ

1. งบประมาณขององค์กร

2. ความซับซ้อนของกระบวนการทำงานในองค์กร

3. ปริมาณของ transaction ขององค์กร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. งบประมาณขององค์กร

ในส่วนนี้ทางองค์กรต้องทำการวิเคราะห์และประมาณการให้ดี

หากจะกล่าวแบบตรงไปตรงมาคือระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุนทั้งในการติดตั้งระบบ การจ้างทีมที่ปรึกษาเพื่อมาเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงการลงแรงและการลงเวลาของพนักงานในองค์กร ที่จะต้องมาฝึกฝนทักษะการใช้ระบบอีอาร์พีให้ชำนาญ

ดังนั้นทางองค์กรต้องมีการจัดเตรียมงบประมาณที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดทั้งโครงการในการวางระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

หากองค์กรมีความพร้อมในด้านงบประมาณ ก็สามารถเริ่มมองหาผู้ให้บริการอีอาร์พี ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้เลย

2. ความซับซ้อนของกระบวนการทำงานในองค์กร

ความซับซ้อนของการทำงานเกิดขึ้นได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น โครงสร้างขององค์กรที่มีการขยายตัวส่งผลให้บุคลากรภายในองค์กรมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบให้การทำงานมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

อาจเกิดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและบุคลากรขององค์กรต้องใช้วลากับงานบางอย่างเกินความจำเป็น (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการที่องค์กรต้องแบกรับไว้ทั้งสิ้น ซึ่งหากองค์กรจะเริ่มพิจารณาการวางระบบอีอาร์พีก็จะช่วยในการจัดการปัญหานี้ได้ดียิ่งขึ้น

3. ปริมาณ transaction ขององค์กร

ในบางองค์กรที่มีความเติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งปัญหาที่จะเจอคือปริมาณ transaction ของข้อมูลนั้นมีมาก

และในบางกรณี ปริมาณ transaction ที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรมีปัญหาในการเรียกดูข้อมูลหรือว่าเมื่อผู้บริหารเรียกดูรายงานต่าง ๆ ก็ไม่สามารถเรียกดูรายงานได้ทันทีแบบ real time

สำหรับองค์กรที่ทำงานแบบ manual อาจต้องใช้เวลา 3-4 วันในการเรียกดูรายงานที่ผู้บริหารต้องการ ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงที ซึ่งการตัดสินใจที่ล่าช้าก็อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรได้เช่นกัน

ดังนั้น solution ของปัญหานี้ก็คือการติดตั้งระบบอีอาร์พีให้กับองค์กรเพื่อที่จะสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ได้แบบ real time

กล่าวโดยสรุป หากองค์กรมีความพร้อมด้านงบประมาณ มีกระบวนการทำงานในองค์มีความซับซ้อนจนส่งผลให้การค้นหาข้อมูลเกิดความล่าช้าในแบบที่ไม่ควรจะเป็น และปริมาณ transaction ของข้อมูลในองค์กรมีเยอะจนกระทั่งไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

หากพิจารณาปัจจัยทั้งสามข้อนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว คำตอบต่อคำถามข้างต้นที่ว่า “สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่” ก็น่าจะเป็นที่ชัดเจนว่าควรติดตั้งระบบอีอาร์พีเป็นอย่างยิ่ง เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการบริหารจัดการองค์กรของท่านเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ Read More »

ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร

ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร

ในการใช้งานระบบอีอาร์พีการจัด training ให้กับพนักงานในองค์กรนับเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อที่พนักงานจะสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อพนักงานสามารถใช้งานระบบได้เองแล้ว การศึกษาจากคู่มือยังเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยให้พนักงานใช้งานระบบอีอาร์พีได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน

ซึ่งทั้งการ training และการศึกษาจากคู่มือนี้เป็นสองวิธีที่จะใช้ควบคู่กันไป สำหรับการเพิ่มทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานภายในองค์กร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงข้อดีทั้งการจัด training ใช้งานระบบ และการศึกษาการใช้งานระบบอีอาร์พีจากคู่มือ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่ต้องทำงานกับระบบอีอาร์พี ให้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ)

หัวข้อที่จะกล่าวถึงในบทความมีดังนี้คือ

1. การจัด training

2. การศึกษาใช้งานระบบอีอาร์พีด้วยคู่มือ

รายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. การจัด training

การจัด training ในระบบอีอาร์พีนั้นมักจะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และต้องใช้ข้อมูลมากมายเพื่อให้ผู้ใช้งานระบบใหม่สามารถเรียนรู้กระบวนการใช้งานได้ดี การจัด training มักจะประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอน

การจัด training มักจะประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอน เริ่มต้นจากการเตรียมข้อมูลที่จะใช้ train การใช้งานระบบ นั่นรวมถึงการเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เพื่อให้ผู้เรียนรู้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้ถูกต้อง

จากนั้นเลือกกระบวนการ training ที่เหมาะสมกับองค์กรเช่น การเทรนด้วยระบบออนไลน์หรือการเทรนด้วยระบบการสอนสด

ข้อดีของการจัด training คือจะสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบไปในตัวได้ เช่น หากขณะเทรนเกิด bug หรือเกิดปัญหาในการใช้งาน ทางผู้ให้บริการอีอาร์พีจะสามารถส่งข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งานระบบกลับมายังทีมพัฒนา ให้แก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้

2. การศึกษาใช้งานระบบอีอาร์พีด้วยคู่มือ

การเรียนรู้การใช้งานระบบอีอาร์พี สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องที่น่าสนุกและท้าทาย เมื่อผู้ใช้งานระบบได้รับการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จนกระทั่งสามารถใช้งานระบบได้ด้วยตนเองแล้ว

อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบอีอาร์พีคือ การศึกษาการใช้งานระบบอีอาร์พีด้วยตนเองจากคู่มือ โดยเริ่มต้นจากการอ่านคู่มือให้ละเอียดเพื่อเข้าใจพื้นฐานและขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องทำในการใช้ระบบอีอาร์พี

หลังจากอ่านคู่มือเสร็จให้ลองทดลองตามทำตามขั้นตอนที่คู่มือแนะนำจะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบได้รับประสบการณ์จริงและเข้าใจขั้นตอนในทางปฏิบัติมากขึ้นด้วย

กล่าวโดยสรุป สำหรับผู้ใช้งานใหม่ที่ต้องการฝึกฝนทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี ควรมีทั้งการเข้าร่วม training และการศึกษาจากคู่มือใช้งานระบบอีอาร์พีควบคู่กันไป ก็จะทำให้ผู้ใช้งานใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้งานระบบอีอาร์พี สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ

ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรขององค์กร ซึ่งมักจะรวมทุกระบบต่าง ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกัน เช่น การบัญชี, การผลิต, การจัดการสต็อก, การบริหารงานบุคคลและอื่น ๆ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีทำให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นหากไม่ได้มีการเทรนใช้ระบบมาก่อน อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจและความยุ่งยากในการใช้งานระบบได้

1. วางแผนและการเตรียมความพร้อม
2. การฝึกอบรม
3. การทดสอบความเข้าใจก่อนใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. วางแผนและการเตรียมความพร้อม

ก่อนที่จะเริ่มเทรนผู้ใช้งาน ทางทีมที่ปรึกษาจะมีการวางแผนการทำงานและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างข้อมูลพื้นฐาน, การตั้งค่าระบบ, และการจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งาน

เพื่อให้สามารถเริ่มเทรนผู้ใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. การฝึกอบรม

ในขั้นตอนการฝึกอบรมนี้จะสามารถทำได้ทั้งรูปแบบการอบรมออนไลน์ การอบรมแบบสด หรือการส่งคู่มือการใช้งานระบบให้กับผู้ใช้งานได้เห็นวิธีการใช้ระบบและลงมือทำด้วยตนเอง

ซึ่งการอบรมใช้งานระบบอีอาร์พีแบบออนไลน์และการอบรมแบบสดจะมีค่าใช้จ่ายในรูปแบบแมนเดย์ โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีและผู้ใช้งาน

3. การทดสอบ

สำหรับการทดสอบคือการให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้ใช้ระบบด้วยตนเองหลังจากที่ได้อบรมการใช้งานระบบแล้ว

โดยอาจเริ่มต้นด้วยการจำลองโจทย์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้งานจะได้ทดลองเลือกเงื่อนไขต่างในระบบแล้ว process เอกสารได้ตามอบรมมา

ซึ่งในขั้นตอนนี้จะช่วยตรวจสอบความรู้ความเข้าใจการใช้งานระบบของผู้ใช้งานว่าเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วนและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือเครื่องมื่อที่ช่วยในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งในการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดผู้ใช้งานระบบควรจะได้รับการเทรนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและมีการทดสอบการใช้งานในระบบจริงด้วยตนเอง (Click เพื่ออ่าน ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้)

ดังนั้นการใช้งานระบบอีอาร์พีจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากผู้ใช้งานมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในระบบอีอาร์พีที่ตนเองใช้อยู่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ Read More »

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี

สิ่งที่มีประโยชน์มากสำหรับองค์กรที่ใช้ระบบอีอาร์พีคือ การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ในระบบ

ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบสามารถคงประสิทธิภาพการใช้งานของระบบอีอาร์พีไว้ได้

รวมถึงช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

การตรวจสอบข้อมูลของระบบอีอาร์พีจะสามารถตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ

2. ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล

3. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ

ในหัวข้อนี้จะเป็นการตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการแก้ไขข้อมูลในระบบหรือไม่

หากมีการแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานระบบก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้เข้าถึงและทำการแก้ไขข้อมูลนี้

ซึ่งการตรวจสอบการแก้ไขข้อมูลในระบบอีอาร์พีนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ว่าใครคือผู้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทำการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ และข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนแปลงนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างไร

2. ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล

การตรวจสอบปริมาณของข้อมูลรวมถึงการตรวจสอบปริมาณ transaction ในระบบ จะช่วยคงประสิทธิภาพการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบปริมาณ transaction ของข้อมูลในช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. ของวันนี้เปรียบเทียบกับเมื่อวานนี้ เพื่อดูว่าความเร็วของระบบอีอาร์พีในวันนี้ดำเนินไปอย่างเป็นปกติหรือช้ากว่าปกติ

การตรวจสอบสามารถทำได้โดย หากตรวจสอบปริมาณ transaction ในระบบ ช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. วันนี้แล้วเปรียบเทียบปริมาณ transaction ในระบบกับช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. เมื่อวานนี้โดยที่พนักงานทำ transaction ในปริมาณเท่าเดิม

หากพบว่าปริมาณ transaction ในสองวันนี้เกิดขึ้นใกล้เคียงกันอาจแปลความหมายได้ว่าความเร็วของระบบดำเนินไปอย่างเป็นปกติ

แต่ถ้าเปรียบเทียบปริมาณ transaction ของวันนี้และเมื่อวานนี้ในช่วงเวลาเดียวกันแล้ว

ผลปรากฏว่า transaction ของวันนี้เกิดขึ้นได้น้อยกว่าเมื่อวานนี้อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พนักงานต้องการทำ transaction ในปริมาณเท่าเดิมเหมือนเมื่อวาน

ก็มีความเป็นไปได้ว่าระบบอีอาร์พีในวันนี้หน่วงและทำงานช้ากว่าปกติ ซึ่งก็ต้องตรวจสอบในเชิงลึกต่อไปว่าความหน่วงที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใดแล้วทำการแก้ไขที่สาเหตุนั้น เป็นต้น

3. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ

การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงและการอนุญาตให้แก่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี จะสามารถทำได้โดยระบบอีอาร์พีจะมีการบันทึกข้อมูลการเข้าถึงและกิจกรรมสิทธิ์เพื่อตรวจสอบและติดตาม

อีกทั้งผู้ใช้งานสามารถทดสอบการเข้าถึงโดยวิธีทดสอบคือ

ใช้ผู้ทดสอบที่ไม่มีสิทธิ์เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี ให้ทดลองเข้าใช้งานระบบว่าสามารถเข้าใช้งานระบบได้หรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่าระบบได้ปฏิบัติตามนโยบายที่องค์กรกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไว้อย่างเคร่งครัดหรือไม่

โดยการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนี้ควรจะเป็นการให้สิทธิ์ตามที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการให้สิทธิ์เข้าใช้งานระบบที่มากเกินไป

กล่าวโดยสรุป ในการตรวจสอบการใช้งานระบบอีอาร์พีในส่วนของการตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ, ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล และตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ ที่ได้กล่าวมา

จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พี เพื่อคงประสิทธิภาพของระบบและให้องค์กรสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี

Super user ในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) มักจะเป็นบทบาทที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงสูงสุดในระบบ

โดยทั่วไปแล้ว Super user เป็นผู้ดูแลระบบที่มีความรับผิดชอบที่สูง สามารถจัดการและกำหนดค่าต่าง ๆ ในระบบ ERP ได้ เช่น การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง, การปรับแต่งระบบ, และการดูแลรักษาระบบให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ซึ่งบางบริษัทหรือบางระบบอีอาร์พี ERP อาจจะกำหนดหน้าที่ของ Super user ได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งรูปแบบการใช้งานของระบบอีอาร์พีในแต่ละบริษัทอาจมีความต่างกันไป

หน้าที่ของ Super User จะสามารถจัดการระบบอีอาร์พีได้ดังนี้คือ

1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้

2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

3. Super User สามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

4. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้

โดยรายละเอียดบทบาทและหน้าที่ของ Super User มีดังต่อไปนี้คือ

1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้

กล่าวคือ Super User มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงในระบบ ERP สำหรับผู้ใช้งานอื่น ๆ ในองค์กร เพื่อให้มีการควบคุมและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้อง

โดยการกำหนดสิทธิ์นี้สามารถลงรายละเอียดได้ลึก ซึ่งจะสามารถกำหนดไปตามบทบาทและหน้าที่ของพนักงานในองค์กร เช่น พนักงานฝ่ายคลังกับพนักงานฝ่ายขาย ก็จะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่ต่างกัน เป็นต้น

2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

การจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีเช่น เพิ่ม, แก้ไข, หรือลบข้อมูลต่าง ๆ ตามความจำเป็น (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ยกตัวอย่างประกอบเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นคือ Super User จะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและบันทึกข้อมูลที่เข้ามาในระบบ เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจหรือข้อมูลที่ต้องการเรียกดูรายงานมีความถูกต้อง

3. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี นอกจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี จะมีทีม support คอยให้ความช่วยเหลือหากผู้ใช้งานระบบเกิดปัญหาติดขัดในการทำงานแล้ว ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีเองก็ควรมีกลุ่ม Super User ขององค์กร ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กร หากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เช่นกัน

ซึ่งหากกลุ่ม Super User สามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา แล้วมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้เอง ทางองค์การก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างทีมทีปรึกษาของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมา support การแก้ปัญหาได้อีกด้วย

กล่าวโดยสรุป Super User ในการใช้งานระบบอีอาร์พีคือผู้ที่จะคอยรับผิดชอบการเข้าถึงระบบต่าง ๆ และคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานหากเกิดปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พี ซึ่งการมี Super User นี้นอกจากจะช่วยให้พนักงานสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างราบรื่นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรในการจ้างทีมที่ปรึกษาจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอีกด้วย (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี Read More »

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย

ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ถูกพัฒนาโดยคนไทยมีข้อดีหลายประการ ซึ่งระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย ก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้ระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ และยังมีข้อดีสำหรับการใช้งานระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถทำความเข้าธุรกิจในท้องถิ่นของคนไทยได้เป็นอย่างดี

2. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะสามารถรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทยได้ดีกว่า

3. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคนไทยได้ดี

4. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้มากกว่า

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบ ERP ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยคนไทยมักจะมีการทำความเข้าใจตลาดและธุรกิจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น, วัฒนธรรม, และนิสัยการทำธุรกิจของคนไทย

ทั้งนี้การปรับระบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นก็เพื่อทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจในพื้นที่ได้ดี (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

นอกจากนี้ะบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถมีการพัฒนาระบบที่ให้บริการซัพพอร์ตและอบรมให้กับลูกค้าในท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจการใช้งานและการดูแลระบบ

2. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะสามารถรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทยได้ดีกว่า เช่น การให้ชื่อฟังก์ชั่น หรือรายงานต่าง ๆ เป็นภาษาไทย

ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีอุปสรรคในเรื่องภาษาในการใช้งานระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

ซึ่งรูปแบบต่าง ๆ ของการใช้ระบบอีอาร์พีที่เป็นภาษาไทยอาทิเช่น การแปลและการให้คำอธิบายฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบ การจัดเรียงและการกรองข้อมูลในระบบด้วยภาษาไทย เป็นต้น

3. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคนไทยได้ดี

ซึ่งระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย จะมีการออกแบบระบบในลักษณะที่สามารถปรับแต่งโมดูลต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคลังสินค้า, การจัดการบุคลากร, หรือการจัดการการผลิต

รวมถึงการให้ระบบสามารถเชื่อมต่อและปรับให้ทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ที่อาจใช้ในธุรกิจ เช่น ระบบการขายหรือการบริหารลูกค้าได้เช่นกัน

4. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้มากกว่า

กล่าวคือระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยมีความสามารถในการปรับค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้เป็นอย่างดี

ระบบสามารถปรับความยืดหยุ่นตามขนาดของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กหรือบริษัทใหญ่, ทำให้องค์กรไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

รวมถึงสามารถทำให้ระบบมีโมดูลที่ทำงานตามความต้องการของธุรกิจ โดยที่องค์กรไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของโมดูลที่ไม่ได้ใช้

และการมีทีม support ที่สามารถให้คำปรึกษาและเดินทางไปยังหน้างานเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา ได้สะดวกกว่าการใช้งานระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจึงทำให้ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถปรับค่าใช้จ่ายให้มีความสมเหตุสมผลกับขนาดขององค์กรไทยได้ดี และมีบริการ support ที่เข้าถึงได้ง่ายสะดวกสำหรับองค์กรหากติดปัญหาในการใช้งานนั่นเอง

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย Read More »

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP
ปัญหาใหญ่หลวงที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องเจอคือ การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งคนที่เป็นผู้ประกอบการจะซาบซึ้งตรึงใจกันเป็นอย่างดีว่า ข้อมูลที่ไร้ระเบียบและสับสนวุ่นวาย สร้างความหนักใจให้ราวกับว่าผู้ประกอบการต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว

แต่ความยุ่งยากนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ไม่มีทางออก เพราะความยุ่งยากในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรนั้นสามารถจัดการได้โดยระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือเรียกแบบย่อ ๆ ว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP ที่คุณจะเข้าใจว่าระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้ความยากในการบริหารจัดการองค์กรของคุณง่ายขึ้นได้อย่างไร

เหตุผลที่ 1 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นสามารถใช้ได้กับหลากหลายประเภทของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ระบบอีอาร์พีสามารถเข้าไปช่วยบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ 2 ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นศูนย์รวมข้อมูลในองค์กรที่พนักงานในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องเข้าถึง

เหตุผลที่ 3 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำให้คุณสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่า ใครควรจะเข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลนี้จะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร และจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลองค์กรของพนักงานตามขอบเขตในการทำงานของพนักงานแต่ละคน

เหตุผลที่ 4 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยให้ Flow ของระบบการผลิตเป็นไปได้อย่างแม่นยำตามสูตรการผลิตที่คุณกำหนดไว้ นั่นคือระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้คุณสามารถกำหนดสูตรในการผลิตที่เฉพาะเจาะจง และบันทึกข้อมูลการใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ที่คุณสามารถเช็คย้อนกลับไปดูข้อมูลเหล่านั้นได้

เหตุผลที่ 5 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยจัดการเส้นทางของข้อมูลที่เกิดขึ้นในกิจการของคุณ ให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนในกิจการของคุณได้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าเส้นทางของข้อมูลนั้นจะซับซ้อนมากแค่ไหนก็ตาม

เหตุผลที่ 6 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้เช่น ถ้าคุณเป็นกิจการแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนในการผลิตสินค้า คุณจะสามารถเช็คได้ว่าสินค้าตัวไหนที่ต้นทุนสูงกำไรน้อย สินค้าตัวไหนที่ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ และสร้างสมดุลในการผลิตให้เหมาะสมกับสัดส่วนของกำไรต่อต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

เหตุผลที่ 7 ระบบอีอาร์พี (ERP) มีดีมากกว่าแค่ระบบบัญชี แต่อีอาร์พีสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทางบัญชีเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละปีและวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มทางการเงินที่จะเกิดขึ้นได้

เหตุผลที่ 8 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการทำงานภายในองค์กรแล้ว การบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ภายในองค์กรนั้นทำได้รวดเร็ว จึงช่วยให้ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจเงื่อนไขต่าง ๆ ทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่ 9 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้บุคลากรในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมดุลในการทำงาน ซึ่งทำให้บุคลากรในองค์กรไม่เพียงแค่สร้างผลิตผลให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน แต่สามารถทำงานกับองค์กรได้อย่างราบรื่นมีความสุข

จากเหตุผลทั้ง 9 ข้อที่ได้กล่าวมา ถ้าคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานและยกระดับการทำธุรกิจ ช่วยให้คุณสามารถบริหารองค์กรของคุณได้อย่างสบายใจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ช่วยสร้างผลกำไรที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พี (ERP) คือคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถฟันธงได้อย่างมั่นใจและแน่นอน (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP Read More »

Scroll to Top