ไทย ERP

การนำระบบ ERP เชื่อมกับเครื่องจักร ส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร 

ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 โรงงานอุตสาหกรรมต่างมุ่งสู่การทำงานแบบอัตโนมัติและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแผนกให้เป็นระบบเดียวกัน การเชื่อมต่อเครื่องจักรเข้ากับระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสียที่ควรพิจารณา บทความนี้จะพาท่านไปสำรวจข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบของการนำระบบ ERP มาเชื่อมกับเครื่องจักรในโรงงาน 

การเชื่อมต่อเครื่องจักรกับระบบ ERP คืออะไร? 

การเชื่อมต่อเครื่องจักรกับ ERP หมายถึงการใช้เทคโนโลยี เช่น IoT (Internet of Things), AI (Artificial Intelligence) และระบบอัตโนมัติในการเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรในสายการผลิตเข้ากับระบบ ERP เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น 

ข้อดีของการเชื่อมเครื่องจักรกับ ERP 

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต – ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เหมาะสม ลดเวลาสูญเปล่า และเพิ่มผลผลิต 
  2. ลดต้นทุนการดำเนินงาน – การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและลดเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร 
  3. ข้อมูลแม่นยำและเชื่อถือได้ – การเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติช่วยลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลแบบแมนนวล และทำให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกันมากขึ้น 
  4. ปรับปรุงการวางแผนและการจัดการทรัพยากร – ระบบสามารถช่วยบริหารจัดการวัตถุดิบ คลังสินค้า และการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 
  5. ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างแม่นยำ – ฝ่ายบริหารสามารถใช้ข้อมูลจากเครื่องจักรเพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม คาดการณ์ปัญหา และตัดสินใจอย่างมีข้อมูลรองรับ 

ข้อเสียของการเชื่อมเครื่องจักรกับ ERP 

  1. ต้นทุนการลงทุนสูง – ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเซนเซอร์ IoT, ซอฟต์แวร์ ERP และการบำรุงรักษาระบบอาจสูง โดยเฉพาะสำหรับโรงงานขนาดเล็ก
  2. ความซับซ้อนของระบบ – การเชื่อมต่อระบบที่แตกต่างกันอาจทำให้เกิดความยุ่งยากและต้องใช้เวลาปรับแต่งเพื่อให้เข้ากับโครงสร้างเดิมของโรงงาน 
  3. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ – ข้อมูลที่ถูกเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายอาจเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ 
  4. ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูง – การบริหารและบำรุงรักษาระบบ ERP และ IoT จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งอาจต้องใช้การฝึกอบรมเพิ่มเติม 
  5. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงระบบ – การเปลี่ยนมาใช้ระบบ ERP แบบเชื่อมต่ออัตโนมัติอาจทำให้เกิดความขัดข้องในช่วงแรก และอาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตหากการเปลี่ยนแปลงไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม 

ประโยชน์สำหรับธุรกิจที่เป้นอุตสาหกรรมการผลิต 

  • โรงงานที่ใช้เทคโนโลยี ERP อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น เพราะสามารถลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพของสินค้า 
  • โรงงานที่ไม่มีความพร้อมทางเทคโนโลยี อาจพบกับปัญหาในการเปลี่ยนผ่านและต้องใช้เวลาในการปรับตัว 
  • การเปลี่ยนแปลงทางแรงงาน เนื่องจากระบบอัตโนมัติอาจทำให้ความต้องการแรงงานในบางตำแหน่งลดลง แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความต้องการบุคลากรที่มีทักษะทางเทคโนโลยีมากขึ้น 

สรุป 

การเชื่อมต่อเครื่องจักรกับระบบ ERP เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจเป็นไปอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงงานควรพิจารณาถึงต้นทุน ความซับซ้อน และความปลอดภัยของระบบก่อนนำมาใช้งาน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

 

PlanetOne ERP มีระบบ API สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรเข้าสู่ระบบ PlanetOne ERP ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจของคุณ

ติดต่อ 02 271 4362-3

Line : @bridsystems

การนำระบบ ERP เชื่อมกับเครื่องจักร ส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร  Read More »

7 ข้อดีของการเชื่อม AI ในเครื่องจักร เข้ากับระบบ ERP 

การเชื่อมต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มีข้อดีหลายประการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร โดยเฉพาะในบริษัทที่มีเครื่องจักรในกระบวนการผลิต ที่นำ AI เข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อลดจำนวนคนทำงาน และนำระบบ ERP เข้ามาเชื่อมเพื่อส่งข้อมูลคำสั่งในการผลิตกับเครื่องจักรเพื่อลดงานและลดข้าผิดพลาดในการวิเคราะห์ต้นทุน 

ซึ่งข้อดีของการเชื่อม AI ในเครื่องจักร เข้ากับระบบ ERP มีทั้งหมดดังนี้: 

  1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Improved Production Efficiency) 
  1. การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) 
  1. การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) 
  1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ (Enhanced Decision Making) 
  1. การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability to Changes) 
  1. การเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Improved Product Quality) 
  1. การประหยัดต้นทุน (Cost Savings) 

ซึ่งทั้ง 7 หัวข้อมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Improved Production Efficiency): AI และ ERP สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดเวลาในการทำงานและลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งเมื่อใช้ API เชื่อมข้อมูลทั้ง 2 เข้าด้วยกันทำให้เสริมประสิทธิภาพได้แม่นยำมากขึ้น 

2. การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance): AI และ ERP สามารถคาดการณ์การเสื่อมสภาพของเครื่องจักรและเตือนก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ทำให้สามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา ลดเวลาการหยุดทำงานของเครื่องจักรและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม 

3. การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management): AI และ ERP สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้วัสดุและการผลิต เพื่อให้การจัดการสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาการขาดแคลนวัสดุหรือการมีวัสดุเกินความต้องการ 

4. การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ (Enhanced Decision Making): การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ ERP สามารถช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจที่มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและมีความสมบูรณ์ 

5. การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability to Changes): AI และ ERP สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานและการดำเนินงานให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดหรือสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

6. การเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Improved Product Quality): AI และ ERP สามารถตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ และระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีและเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 

7. การประหยัดต้นทุน (Cost Savings): การใช้ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ และการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถลดต้นทุนในการผลิตและดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ 

การเชื่อมต่อ AI กับระบบ ERP เป็นการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

erp for Thailand

ระบบ PlanetOne ERP ระบบอีอาร์พีของคนไทย สามารถเชื่อมเข้ากับ AI ในเครื่องจักร เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ต้นทุน ลดข้อผิดพลาดและเวลาในการทำงาน Click เพื่อเข้าสู่หน้า Package Review

7 ข้อดีของการเชื่อม AI ในเครื่องจักร เข้ากับระบบ ERP  Read More »

6 สาเหตุ ที่องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP)

หากให้พูดถึงการเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP ก็มักจะไม่บ่อยนักที่ผู้ประกอบจะทำการเปลี่ยนระบบใหม่ “เพราะการเปลี่ยนระบบใหม่ก็ไม่ต่างอะไรจากการย้ายบ้าน” สิ่งที่ต้องเจอคือความยุ่งยากในการเริ่มต้นใหม่และความเหน็ดเหนื่อยในการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการขึ้นระบบ

ซึ่งสาเหตุหลักๆที่พบได้ส่วนใหญ่มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร

ไม่ว่าจะธุรกิจประเภทอะไรก็ตาม ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย เปลี่ยนไปตามนโยบายหรือข้อกฏหมายต่างๆ

แต่หากระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่สามารถก้าวตามทันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ

ที่ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะเปลี่ยนระบบใหม่ที่สามารถพัฒนาเพื่อให้ทันต่อความต้องการขององค์กรได้

2. ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization)

เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ที่หลาย ๆ ธุรกิจ จะทำการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้สอดคล้องกับองค์กรให้มากที่สุด แต่ถ้าระบบอีอาร์พีที่ใช้ในปัจจุบัน

ไม่สามารถปรับแต่งหน้าตาการทำงานหรือวิธีการให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรได้

ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่

3. การลดค่าใช้จ่าย

มีหลายองค์กรที่ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เจ้าดังระดับโลกและเลิกการใช้งานเพราะไปต่อกับค่าใช้จ่ายในราคาที่ค่อนข้างสูงไม่ไหว

และเริ่มมองหาระบบอีอาร์พีเจ้าเล็กๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายลง หรืออาจแค่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้

เพราะองค์กรก็มีประสบการณ์ในการลงระบบมาบ้างแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ในปัจจุบันระบบอีอาร์พี (ERP)

ที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีราคาถูกกว่าแต่ระบบการทำงานเทียบเท่ากับเจ้าดังๆ ก็มีให้เห็นได้ไม่น้อย

4. ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งองค์กร

หลายองค์กรชอบเข้าใจผิดว่าระบบที่ใช้ในปัจจุบันเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) แต่การทำงานของระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานระดับสากล กล่าวคือ

ทั้งระบบต้องเชื่อมโยงถึงกัน โดยไม่แยกข้อมูลในการทำงาน

เช่น ฝั่งขายจะส่งข้อมูลไปที่คลังเพื่อตัดสต็อกแบบเรียลไทม์ และคลังเชื่อมข้อมูลไปที่จัดซื้อและฝั่งผลิต เพื่อทำการผลิตหรือสั่งสินค้าตามออเดอร์ที่ขาด

เพราะฉะนั้นหากองค์กรของท่านยังแยกระบบการทำงานอยู่ ก็มีแต่จะทำให้เกิดผลเสียที่ตามมาเช่น

ข้อมูลการทำงานอาจไม่ถูกต้อง เพิ่มงานและยังเสียเวลา อาจะเกิดข้อผิดพลาดและสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจได้

พราะฉะนั้นหากธุรกิจของท่านยังแยกระบบการทำงาน ผู้เขียนแนะนำว่าให้หาระบบใหม่ที่รองรับการทำงานได้ทุกแผนกเพื่อส่งผลให้การวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

ถึงจะเป็นระบบอีอาร์พี (ERP) เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้พัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) ทุกเจ้า จะมีข้อดีข้อเสียที่เหมือนกัน ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลแล้วยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะหากระบบอีอาร์พี (ERP) ไม่สามารถเรียกรายงานได้แบบเรียลไทม์ และสามารถกำหนดข้อมูลที่ปรากฏบนหน้ารายงานได้อยางมีประสิทธิภาพ ก็ส่งผลให้องค์กรเลือกที่จะหาระบบใหม่ มาแทนที่ระบบที่ใช้ปัจจุบัน

6. การปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่

ระบบอีอาร์พี (ERP) ก็มีการพัฒนาไม่ต่างไปจากพวกระบบปฏิบัติการอื่นๆ ซึ่งก็มีเทรนด์การทำงานใหม่ๆ เกิดขึ้นในทุกปี

จึงเป็นสาเหตุให้องค์กรที่ต้องการเป็นผู้นำธุรกิจในยุคดิจิตอล ตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่เพื่อให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้งาน AI, Machine Learning, หรือ Blockchain

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลและกระบวนการต่างๆ ในองค์กร

จากบทความที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า สาเหตุที่องกรณ์ตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) มีทั้งหมด 6 หัวข้อดังต่อไปนี้ click เพื่ออ่าน 3 เหตุผล ที่องค์กรเปลี่ยนระบบอีอาร์พี ERP

1. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร

2. ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization)

3. การลดค่าใช้จ่าย

4. ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลได้ทั้งองค์กร

5. การปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

6. การปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่

แต่ไม่ว่าสาเหตุของการเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) จะเป็นอะไร ทางผู้เขียนก็ยังคงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP )

เพื่อนำมาใช้งานในองค์กร เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างประสิทธิภาพ click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

หากต้องการระบบอีอาร์พีที่มีขนาดการทำงานระดับสากล ผ่านการรับรองจากกรมสรรพากร รองรับระบบภาษีของประเทศไทยที่มีความซับซ้อนสูง เข้ามาแวะชม Package ได้ที่นี่

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับระบบ

โทร. 02 271 4362-3 Office

โทร 095 294 5693 คุณเจน (ตำแหน่ง Executive Director)

Line: jane-siriwan

6 สาเหตุ ที่องค์กรตัดสินใจเปลี่ยนระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง

Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง

Master Data ในระบบอีอาร์พีเป็นข้อมูลหลักที่ใช้ในการรันธุรกิจและเป็นพื้นฐานสำหรับกระบวนการธุรกิจต่างๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลที่เป็นรากฐานของธุรกิจเพื่อใช้ในการทำงานต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการช่วยให้ระบบอีอาร์พีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

1. ข้อมูลลูกค้า (Customer Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า เช่น ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล์, ประวัติการซื้อสินค้า, รายละเอียดการติดต่อ เป็นต้น

2. ข้อมูลผู้จัดซื้อ (Vendor Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดซื้อหรือผู้ผลิตสินค้า เช่น ชื่อ, ที่อยู่, ข้อมูลติดต่อ, เงื่อนไขการชำระเงิน เป็นต้น

3. ข้อมูลพนักงาน (Employee Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานภายในองค์กร เช่น ชื่อ, ตำแหน่ง, แผนกงาน, เงินเดือน, ประวัติการทำงาน เป็นต้น

4. ข้อมูลวัตถุดิบและสินค้า (Material and Product Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือสินค้าที่ขาย เช่น รหัสสินค้า, รายละเอียดสินค้า, ราคา, จำนวนคงเหลือ เป็นต้น

5. ข้อมูลบัญชี (Accounting Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินขององค์กร เช่น รายการบัญชี, รายงานการเงิน, บัญชีผู้เจรจา, การบัญชีเงินเดือน เป็นต้น

6. ข้อมูลการผลิต (Production Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตสินค้า เช่น รายการวัตถุดิบที่ใช้, การวางแผนการผลิต, สถานะการผลิต เป็นต้น

7. ข้อมูลการจัดการคลังสินค้า (Inventory Management Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการคลังสินค้า เช่น รายการสินค้าในคลัง, ระดับสินค้าในคลัง, การจัดเก็บสินค้า เป็นต้น

8. ข้อมูลการขนส่ง (Logistics Data)

ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการขนส่งสินค้า เช่น ข้อมูลการส่งสินค้า, รายละเอียดการขนส่ง, การติดตามสินค้า เป็นต้น

ดังนั้นการจัดการ Master Data ให้มีความแม่นยำและครบถ้วน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ระบบอีอาร์พี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพในการสนับสนุนธุรกิจในยุคดิจิทัลได้ดีที่สุด

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

Master Data ในระบบอีอาร์พีมีอะไรบ้าง Read More »

การพัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลควรทำอย่างไร

การพัฒนาระบบอีอาร์พีเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและแนวโน้มการธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการพัฒนาระบบอีอาร์พีในยุคดิจิทัลควรมุ่งเน้นไปที่ด้านการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ระบบอีอาร์พีเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและข้อกำหนดใหม่ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาระบบอีอาร์พีในยุคดิจิทัลมีหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบอีอาร์พี
  2. การเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น
  3. การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace)
  4. การรวมการทำงานในอิเล็กทรอนิกส์ (Digitizing Workflows)
  5. การปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
  6. การให้บริการแบบต่อเนื่อง (Continuous Service)

โดยรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1.การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบอีอาร์พี

การใช้งานเทคโนโลยีเชิงลึก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), การทำงานในรูปแบบคลาวด์ (Cloud), และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของธุรกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

2.การเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น

การออกแบบและพัฒนาระบบอีอาร์พีที่สามารถปรับปรุงและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างทันที

Click เพื่ออ่าน 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี

3.การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace)

การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ทุกที่และทุกเวลา

4.การรวมการทำงานในอิเล็กทรอนิกส์ (Digitizing Workflows)

การทำงานที่ตอบสนองต่อข้อมูลและกระบวนการการทำงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความเร็วในการปฏิบัติงาน

Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการดูต้นทุน

5.การปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

การใช้งานข้อมูลในรูปแบบ Big Data Analytics เพื่อทำนายแนวโน้มและตัดสินใจที่มีข้อมูลเป็นพื้นฐาน

6.การให้บริการแบบต่อเนื่อง (Continuous Service)

การพัฒนาและดูแลระบบ ERP ให้มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพตลอดเวลาเพื่อให้กับผู้ใช้งาน

การพัฒนาระบบ ERP ในยุคดิจิทัลต้องการการร่วมมือระหว่างทีมพัฒนาและผู้ใช้งานเพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการและความเปลี่ยนแปลงในตลาดได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การพัฒนาระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลควรทำอย่างไร Read More »

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี

การวางระบบอีอาร์พีมีประโยชน์กับองค์กรมากมาย ซึ่งระบบอีอาร์พีสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการต้นทุนองค์กรอย่างไร)

การตัดสินใจวางระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาด้านหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ ซึ่งสิ่งที่ควรจะพิจารณาว่าองค์กรของคุณมีความพร้อมหรือไม่ที่จะวางระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. วิเคราะห์ความต้องการ

ทำการวิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจของคุณอย่างละเอียดเพื่อทราบว่าระบบอีอาร์พีจะช่วยแก้ปัญหาหรือรองรับความต้องการในที่สุด

2. เลือกและทดสอบระบบ

ตรวจสอบและเปรียบเทียบระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรของคุณ และทดสอบระบบเพื่อตรวจสอบความสามารถและประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พี

3. วางแผนการดำเนินการ

สร้างแผนการดำเนินการที่รวมถึงการเตรียมพร้อมระบบ, การนำเสนอ, การฝึกอบรม, และการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่จำเป็น

4. การนำเสนอและการฝึกอบรม

ทำการนำเสนอระบบอีอาร์พีแก่ยูสเซอร์และทำการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานเข้าใจและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การนำเข้าข้อมูล

วางแผนและดำเนินการนำเข้าข้อมูลจากระบบเก่าหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานในระบบใหม่

6. การดูแลและการรักษา

สร้างแผนการดูแลรักษาระบบอีอาร์พีเพื่อให้ระบบสามารถทำงานอย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

7. การประเมินและการปรับปรุง

ประเมินประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พีและทำการปรับปรุงตามความต้องการเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การวางระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการวางแผนอย่างรอบคอบ แต่เมื่อทำได้อย่างถูกต้อง มันสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตและความสำเร็จขององค์กรของคุณได้ในอนาคต (Click เพื่ออ่านต่อ วางระบบอีอาร์พีแล้วองค์กรจะได้อะไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

องค์กรของคุณพร้อมหรือยังที่จะวางระบบอีอาร์พี Read More »

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี

การวางระบบอีอาร์พีเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความสำคัญในองค์กร เพื่อให้การวางระบบอีอาร์พีประสบความสำเร็จมีเรื่องที่ผู้ประกอบการควรจะต้องรู้ก่อนที่จะวางระบบอีอาร์พีดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง

2. ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร

3. เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม

4. ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม

5. ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง

ราคาของระบบอีอาร์พีอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของระบบและความสามารถของระบบอีอาร์พีที่องค์กรต้องการ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ คือ ระบบที่ใช้สำหรับการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านอาจมีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระบบที่ใช้สำหรับการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคารขนาดใหญ่

ทั้งนี้ราคายังขึ้นอยู่กับคุณลักษณะและความสามารถของระบบ

เช่น การรองรับอุปกรณ์มากขึ้น การมีฟังก์ชันการควบคุมแบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ดังนั้น การพิจารณาว่าราคาระบบอีอาร์พีควรเป็นราคาถูกหรือราคาแพงนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของโครงการขององค์กร (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง)

รวมถึงการมี requirement ที่เหมาะสม สามารถช่วยให้คุณได้ระบบที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูงเกินไป

2. ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร

การเลือกระบบอีอาร์พีนั้นควรพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมสำหรับความต้องการขององค์กร

ซึ่งสิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้คือ

2.1 วัตถุประสงค์: กำหนดวัตถุประสงค์หลักของระบบอีอาร์พีว่าคุณต้องการใช้งานเพื่ออะไร เช่น ระบบผลิต ระบบจัดซื้อ เป็นต้น

2.2 ความสามารถที่ต้องการ: กำหนดความสามารถที่คุณต้องการให้ระบบอีอาร์พีมี เช่น บริหารจัดการโดยทุกสาขาขององค์กรใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

2.3 ความปลอดภัย: ควรพิจารณาถึงระดับความปลอดภัยของระบบ เช่น การเข้ารหัสข้อมูล, การรักษาความเป็นส่วนตัว, และการป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

การพิจารณาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกระบบอีอาร์พีที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างเหมาะสมที่สุด

3. เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม

การพิจารณาราคาเป็นส่วนสำคัญในการเลือกระบบอีอาร์พีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจใช้ระบบอีอาร์พีควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

เช่น ความสามารถ, ประสิทธิภาพ, ความเชื่อถือได้ของผู้ผลิต, ความเข้ากันได้กับระบบอื่น, และการสนับสนุนหลังการขาย

เพื่อให้คุณได้ระบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างเหมาะสมที่สุด และยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีในระยะยาว

นอกจากนี้ ควรพิจารณาเช่นกันว่าระบบที่มีราคาต่ำกว่าอาจมีคุณภาพหรือความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่า และอาจต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหรือการดูแลที่มากขึ้นในระยะยาว

ดังนั้น การเลือกแบบอีอาร์พีที่มีราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณและยังมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม

การวางระบบอีอาร์พีสามารถใช้เวลาต่างกันไปขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงการและขอบเขตของการติดตั้ง ดังนั้น ระยะเวลาที่ใช้จะแตกต่างกันไปโดยมีปัจจัยต่อไปนี้

4.1 ขนาดและความซับซ้อนของโครงการ: โครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมักจะใช้เวลาในการวางระบบนานขึ้น

4.2 การสนับสนุนและบริการ: การรับบริการจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอาจมีผลต่อเวลาในการวางระบบ การสนับสนุนที่ดีอาจช่วยให้การติดตั้งเป็นไปได้ด้วยระยะเวลาที่สั้นลง

4.3 การฝึกอบรมและการประสานงาน: การฝึกอบรมผู้ใช้งานและการประสานงานระหว่างทีมต่างๆ ก็สามารถมีผลต่อเวลาในการวางระบบได้

สรุปได้ว่า ระยะเวลาในการวางระบบอีอาร์พีมีความแตกต่างกันไปและมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลา การวางแผนและการประเมินเวลาที่เป็นไปได้อย่างรอบคอบจะช่วยให้โครงการมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามความซับซ้อนและขอบเขตของโครงการ ต่อไปนี้คือบางประเภทของค่าใช้จ่ายที่คุณควรพิจารณา:

5.1 ซอฟต์แวร์และการให้บริการ: ราคาของซอฟต์แวร์อีอาร์พีและบริการเสริม เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมระบบ หรือบริการคลาวด์สำหรับการจัดการข้อมูล

5.2 การฝึกอบรมและการสนับสนุน: ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมผู้ใช้งานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริการสนับสนุนหลังการขาย เพื่อให้ระบบอีอาร์พีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา

5.3 ค่าบำรุงรักษา: ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและดูแลระบบต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบในระยะยาว

การประมาณค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีควรพิจารณาตามความต้องการและขอบเขตของโครงการของคุณ เพื่อให้ได้การปรับปรุงที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจหรือโครงการของคุณ (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ได้อย่างไร)

การรู้เรื่องทั้ง 5 เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น ระบบอีอาร์พีควรมีราคาถูกหรือราคาแพง, ควรเลือกระบบอีอาร์พีอย่างไร, เลือกระบบอีอาร์พีต้องพิจารณาราคาไหม, ระบบอีอาร์พีใช้เวลาในการวางระบบนานไหม, ค่าใช้จ่ายการวางระบบอีอาร์พี

จะช่วยให้คุณมีความเตรียมพร้อมในการวางระบบอีอาร์พีของคุณให้สำเร็จได้ดียิ่งขึ้น โดยลดความเสี่ยงในการดำเนินโครงการและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสำเร็จในองค์กรของคุณ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ต้องรู้ 5 เรื่องนี้ ก่อนวางระบบอีอาร์พี Read More »

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง และระบบอีอาร์พีสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานรวมถึงปรับแต่งให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้

การไม่ปรับแต่งระบบอีอาร์พีอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว 

การรักษาและพัฒนาระบบอีอาร์พีเพื่อให้ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในองค์กร

ซึ่งมีสัญญาณหลายอย่างที่ช่วยให้รู้ว่าเวลาที่จะต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีขององค์กรคุณแล้ว (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

สัญญาณต่างๆ ที่บอกว่าถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีจะสามารถสังเกตได้ดังนี้คือ

1. ความยุ่งเหยิงในกระบวนการธุรกิจ

หากกระบวนการธุรกิจของคุณเริ่มมีความยุ่งเหยิงมากขึ้นหรือมีปัญหาในการสื่อสารระหว่างฝ่ายต่างๆ อาจเป็นสัญญาณว่าระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถรองรับความต้องการในการจัดการข้อมูลและกระบวนการได้อย่างเหมาะสม

2. ความช้าหรือประสิทธิภาพที่ลดลง

หากเริ่มมีการช้าลงในการประมวลผลข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลที่ช้าลง หรือประสิทธิภาพที่ลดลงในการทำงานรวมกันนั้น อาจจะเป็นสัญญาณว่าระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถรองรับการเติบโตและความต้องการใหม่ๆ ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

3. ความต้องการใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจ

หากธุรกิจของคุณมีความต้องการใหม่ เช่น การเพิ่มโมดูลใหม่ เปิดสาขาใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทางธุรกิจ ระบบอีอาร์พีปัจจุบันอาจจะไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์

หากมีปัญหาในความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ของข้อมูลในระบบอีอาร์พีอาจจะเป็นสัญญาณว่าต้องการระบบอีอาร์พีที่มีการควบคุมข้อมูลที่ดีขึ้นหรือมีความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล

5. ความสามารถในการทำงานร่วมกันกับแอปพลิเคชันอื่นๆ

หากคุณต้องการรวมระบบอีอาร์พีกับแอปพลิเคชันอื่นๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ระบบอีอาร์พีปัจจุบันไม่สามารถทำได้ อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณต้องการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี)

หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พีขององค์กรคุณ

ด้วยเหตุผลที่ว่าการรักษาระบบที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงคือสิ่งสำคัญในการให้คุณเติบโตและเจริญเติบโตในธุรกิจของคุณต่อไป

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

สัญญาณบอกให้รู้ถึงเวลาต้องปรับแต่งระบบอีอาร์พี Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability

การทำ traceability ด้วยระบบอีอาร์พีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับองค์กรซึ่งเหตุผลที่ต้องทำ traceability ด้วยระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. ความสะดวกและความถูกต้อง

การใช้รระบบอีอาร์พีเพื่อทำ traceability ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการบันทึกข้อมูลด้วยวิธีที่ไม่เป็นระบบ หรือด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 

ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและการจัดจำหน่ายมีความถูกต้องมากขึ้น

2. การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

บางครั้งลูกค้าอาจต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบหรือสินค้าที่ซื้อมา เช่น วันที่ผลิต วันหมดอายุ หรือประวัติการผลิต การมีระบบ traceability ในระบบอีอาร์พีช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยง่ายและรวดเร็ว (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

3. การจัดการความเสี่ยง

การทำ traceability ในระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้ามาจากแหล่งวัตถุดิบที่เชื่อถือได้หรือไม่

และสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีปัญหาได้ เช่น การถูกเรียกคืนหรือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

4. การเป็นไปตามกฎระเบียบ

ในบางธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมอาหารหรือยา มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการติดตามและระบุตำแหน่งของวัตถุดิบและสินค้า การใช้ระบบอีอาร์พีเพื่อทำ traceability ช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้นการทำ traceability ด้วยระบบ ERP เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมีการจัดการข้อมูลและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องในระดับสูงสุด

ต่อมาเรามาเข้าประเด็นในส่วนของความสามารถของระบบอีอาร์พีในการทำ traceability กันต่อค่ะ

ระบบอีอาร์พีจะมีการติดตามขั้นตอนและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงการจำหน่าย (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการวางแผนการผลิต)

วิธีการทำ Traceability ในระบบอีอาร์พีสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้

1. ระบุรายละเอียด

เมื่อมีการรับวัตถุดิบหรือวัตถุดิบเข้าสู่ระบบ ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รหัสสินค้า วันที่ผลิต ผู้ผลิต เป็นต้น

2. การบันทึกข้อมูลการผลิต

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลขั้นตอนการผลิตของผลิตภัณฑ์ เช่น ขั้นตอนการผลิต ช่วงเวลา วันที่ และเวลาที่ผ่านไป และข้อมูลความเชื่อมโยงกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต

3. การตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีอาจมีการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมา เช่น ผลการตรวจสอบคุณภาพ วันที่และเวลาของการตรวจสอบ เป็นต้น

4. การบันทึกการจัดเก็บและการจัดส่ง

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าและการจัดส่ง รวมถึงวันที่และเวลาที่สินค้าถูกส่งออกไปยังลูกค้า (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร)

5. การติดตาม

ด้วยข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในระบบอีอาร์พีผู้ใช้สามารถทำการติดตามได้โดยตรงว่าวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์นั้นมาจากไหน ผ่านกระบวนการอะไร และได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพหรือไม่

ผลของการทำ Traceability ด้วยระบบอีอาร์พีช่วยทำให้องค์กรสามารถติดตามและทำความเข้าใจได้ถึงสถานะและประวัติของสินค้าหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาหรือการปรับปรุงกระบวนการการผลิตและการจัดจำหน่ายได้ในอนาคต

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการทำ Traceability Read More »

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กร เช่น ระบบบัญชี ระบบการเงิน ระบบจัดซื้อ ระบบผลิต ระบบคลังสินค้า และฟังก์ชันทางธุรกิจอื่นๆ

โดยทั่วไปแล้วระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีข้อมูลเชิงรุกที่ชัดเจน ซึ่งข้อมูลนี้องค์กรจะสามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การควบคุมคุณภาพการผลิต (Quality Control) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการควบคุมและรับรองว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ออกมามีคุณภาพตามที่กำหนดไว้หรือไม่

โดยมุ่งเน้นที่การตรวจสอบและประเมินคุณภาพของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลลัพธ์สุดท้าย

เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่จะได้รับจากองค์กรมีคุณภาพที่ดีและตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า (Click เพื่ออ่านต่อ 5 เหตุผล ทำไมผู้ประกอบการถึงต้องวางระบบอีอาร์พี)

การรวมกันระหว่างระบบอีอาร์พีและการควบคุมคุณภาพการผลิตช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน

ระบบอีอาร์พีมีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพการผลิตได้ด้วยหลายวิธีดังนี้คือ

1. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการจัดเก็บข้อมูล

2. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพ

3. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการควบคุมกระบวนการ

4. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการตรวจสอบและการรายงาน

5. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการทำงานร่วมกัน

วิธีที่ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมคุณภาพการผลิตมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการจัดเก็บข้อมูล

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทั้งหมดในระบบฐานข้อมูลเดียว ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ กระบวนการการผลิต และผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้น

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บรวบรวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและการวิเคราะห์

2. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการวางแผนและตรวจสอบคุณภาพ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนการผลิตที่มีคุณภาพโดยอาศัยข้อมูลประวัติการผลิตที่มีอยู่

เช่น ข้อมูลการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพในการกำหนดเป้าหมายและข้อกำหนดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

3. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการควบคุมกระบวนการ

ระบบอีอาร์พีช่วยในการควบคุมกระบวนการการผลิตเพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการตามแผนและข้อกำหนดในการผลิต

ระบบอีอาร์พีสามารถสร้างและปรับปรุงกระบวนการการผลิตในเวลาที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด

4. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการตรวจสอบและการรายงาน

ระบบอีอาร์พีช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น

โดยการเก็บข้อมูลและการสร้างรายงานที่สามารถจัดเรียงตามข้อกำหนดและมาตรฐานคุณภาพต่าง ๆ เพื่อให้งานตรวจสอบและประเมินคุณภาพเป็นไปอย่างเต็มที่

5. ควบคุมคุณภาพการผลิตด้วยการทำงานร่วมกัน

ระบบอีอาร์พีช่วยให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการการผลิตและควบคุมคุณภาพในเวลาที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

ดังนั้น การรวมระบบอีอาร์พีช่วยให้การควบคุมคุณภาพการผลิตเป็นไปอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตได้อย่างมั่นใจ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร

ระบบอีอาร์พีมีกระบวนการรวบรวมข้อมูลที่รวมรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ในองค์กรเพื่อให้สามารถดำเนินการตัดสินใจและบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการรวบรวมข้อมูลของระบบอีอาร์พีประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอนที่สำคัญดังนี้คือ (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีช่วยจัดการข้อมูลปริมาณมากได้อย่างไร)

1. การสแกนและรวบรวมข้อมูล

ระบบอีอาร์พีทำการสแกนและรวบรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ในองค์กร เช่น การเงิน, การผลิต, การคลังสินค้า, การขาย, และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. การทำข้อมูลเข้าระบบ

ข้อมูลที่รวบรวมมาถูกนำเข้าระบบอีอาร์พีโดยใช้เทคโนโลยีการนำเข้าข้อมูลที่มีความปลอดภัยและความเร็ว

3. การแปลงข้อมูล

ข้อมูลที่นำเข้าระบบอีอาร์พีอาจต้องถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถใช้งานได้ในระบบอีอาร์พีนั้น ๆ

4. การตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วน

ระบบอีอาร์พีจะทำการตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลที่นำเข้าเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

5. การเชื่อมโยงข้อมูล

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมมาจะถูกเชื่อมโยงกันในระบบอีอาร์พีเพื่อให้สามารถทำการวิเคราะห์และรายงานได้อย่างสมบูรณ์

6. การทำให้ข้อมูลสอดคล้องกัน

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมจะถูกปรับแต่งเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของระบบอีอาร์พีและให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม

7. การบันทึกข้อมูล

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมและปรับแต่งจะถูกบันทึกในฐานข้อมูลของระบบอีอาร์พี เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ตลอดเวลา

8. การสร้างรายงานและการวิเคราะห์

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมและบันทึกไว้ในระบบอีอาร์พีสามารถนำมาสร้างรายงานและทำการวิเคราะห์เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการรวบรวมข้อมูลในระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรมีมุมมองรวมที่สมบูรณ์ของข้อมูลทรัพยากรองค์กร ทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรและดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3, 095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีมีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างไร Read More »

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อจ่ายแล้วทางองค์กรจะได้รับอะไร หรือทางองค์กรควรจะเตรียมจัดสรรงบประมาณในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)อย่างไร (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นสำหรับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนดังนี้คือ

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยทั้งสามข้อที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

สำหรับค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นจะเป็นค่าใบอนุญาตให้สิทธิในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งในแต่ละผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะมีการคิดอัตราค่า License ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น
  • คิดค่า License ครั้งเดียวแล้วผู้ใช้งานระบบสามารถใช้งานระบบได้ตลอดไป
  • คิดค่า License เป็นรายปีคือทางผู้ใช้บริการจะทำสัญญาจ่ายค่า License เป็นรายปีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • คิดค่า License โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้เข้าใช้งานระบบ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อ License นี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการอีอาร์พีเอง ดังนั้นในแต่ละบริษัทของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจึงมีแนวทางการคิดค่า License ของระบบอีอาร์พีที่แตกต่างกันออกไป

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ค่าใช้จ่ายในส่วนของการฝึกพนักงานในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีการคิดค่าใช้จ่ายในการเทรนการใช้งานระบบเป็นแมนเดย์ 

ตัวอย่าง สมมติว่าอัตราค่าใช้จ่าย 1 แมนเดย์มีค่าเท่ากับ 15,000 บาท ทางผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีต้องการเทรนการใช้งานระบบโดยผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีคิดค่าใช้จ่ายที่ 2 แมนเดย์

ดังนั้นค่าบริการในการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จะคิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 30,000 บาท เป็นต้น

โดยในส่วนของค่าบริการที่คิดเป็นแมนเดย์ก็อาจมีการเจรจาต่อรองกันกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ได้บ้างตามความเหมาะสม (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) )

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิเช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
  • ค่าบริการดูแลระบบ (maintenance)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการสนับสนุนทางเทคนิคในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)
ค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวข้างต้นนี้มักจะมีการทำเป็นสัญญาบริการระหว่างผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งในสัญญาบริการจะระบุชัดเจนว่าทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้อง Support ผู้ใช้บริการในด้านใดบ้าง อาทิเช่น
  • วางระบบอีอาร์พีให้เป็นผลสำเร็จ
  • มีการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
  • มีการดูแลให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานระบบอีอาร์พี
  • มีการดูแลการสำรองข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พี เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะมีค่า License ค่าเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการได้รับการ Support ทางเทคนิคต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือการลงทุนเพื่อใช้งานระบบอีอาร์พี โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนจะมาในรูปแบบของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่สูงขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

หลาย ๆ องค์กรอาจเคยได้ยินถึงคำว่าระบบอีอาร์พีกันมาบ้างแล้ว บางองค์กรอาจกำลังมองหาระบบอีอาร์พีอยู่ ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงความหมายของระบบอีอาร์พีโดยสังเขปว่าระบบอีอาร์พีคืออะไร และจะมีวิธีการวางระบบให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นได้อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้น สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

โดยเนื้อหาในบทความจะประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ในแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

Enterprise Resource Planning (ERP) หรือระบบอีอาร์พี คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรหรือกิจการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยระบบอีอาร์พีจะรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดภายในองค์กรได้แก่ บุคคลากรทั้งภายในและภายนอก, วัสดุ, เงินทุน, การผลิต, การขาย, การบริการ, และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาไว้ในระบบเดียวกัน และทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดเป็นเชิงระบบ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความรอบคอบและรวดเร็วมากขึ้น

ระบบอีอาร์พีสามารถรวมข้อมูลจากระบบที่แตกต่างกันภายในองค์กร แล้วเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเป็นระบบเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย และช่วยลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล

ระบบอีอาร์พีจะมีโมดูลที่หลากหลาย เช่น การบัญชีและการเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การจัดการโครงการ, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การขายและการตลาด

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังมีโมดูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ระบบบริหารงานบุคคล (HR), ระบบ CRM และ Asset Management เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

การใช้ระบบ ERP ทำให้องค์กรสามารถให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมธุรกิจได้รวดเร็ว อาทิเช่น ตอบสนองต่อการผลิตสินค้าได้ทันท่วงทีตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พียังมีความยืดหยุ่น และทำให้ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทำงานภายในองค์กรทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ควรดำเนินการดังนี้

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อมีดังนี้คือ

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการวางระบบอีอาร์พีว่าองค์กรต้องการอะไร เช่น

เป็นองค์กรทางธุรกิจที่มีระบบผลิตโดยเป็นการผลิตที่รายละเอียดของ bill of material แตกต่างกันและไม่ซ้ำกันเลยทำให้บริหารจัดการการผลิตได้ยาก จึงต้องการระบบอีอาร์พีที่มีโมดูลการผลิตมารองรับในส่วนนี้

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ เป็นธุรกิจที่มีหลายสาขา ซึ่งผู้บริหารต้องการให้ข้อมูลการทำงานของแต่ละสาขาสามารถเชื่อมโยงกันได้ และพนักงานทุกคนในทุกสาขาสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการวางระบบอีอาร์พีขององค์กรจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการค้นหาผู้ให้บริการอีอาร์พีที่เหมาะสม

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

ในการวางระบบอีอาร์พี การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งในการเทรนควรให้ผู้ใช้งานระบบได้ทดลองคีย์ข้อมูล รวมถึงเลือกเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่ระบบกำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบสามารถรันระบบได้อย่างสมบูรณ์

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

Super user เป็นตัวแทนหลักที่ช่วยสนับสนุนและบริหารระบบอีอาร์พีในองค์กร เป็นกลุ่ม userที่มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการใช้งานและการจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พี

Super user ถือเป็นบุคคลากรที่สนับสนุนให้เพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ในบางครั้ง super user จะมีหน้าที่ดัดแปลงและปรับแต่งระบบอีอาร์พีตามความต้องการขององค์กร รวมถึงการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง, การกำหนดค่าต่างๆ และการจัดการข้อมูลที่จำเป็น

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกระบวนการภายในองค์กรให้ทำงานอย่างมีระเบียบ ไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีนั้น เบื้องต้นองค์กรต้องมัวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร รวมถึงมีการจัดเทรนการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานในองค์กร ให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพของตัวระบบ อีกทั้งยังควรมีกลุ่ม Super user มาคอยดูแลการใช้งานระบบอีอาร์พีของเพื่อนร่วมงานในองค์กร และดูแลระบบอีอาร์พีขององค์กรตามที่จำเป็น

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ในการวางระบบอีอาร์พี หลาย ๆ องค์กรจะมีความกังวลว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในส่วนงานขององค์กรบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ก็คือ "การ Customized” ระบบอีอาร์พี

และในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจชัดเจนว่าการ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

และจะมีประโยชน์ต่อการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กรอย่างไร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงทั้งหมด 3 หัวข้อดังนี้คือ

1. การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

3. การ Customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การ customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) หมายถึงการปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนระบบ ERP เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษและการทำงานที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร

การ Customized เป็นการทำงานที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในโมดูลตามมาตรฐานทั่วไปของระบบอีอาร์พีที่มีพร้อมให้บริการ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างการ Customized ระบบอีอาร์พีได้แก่

-การปรับเปลี่ยนโมดูลที่มีอยู่

-เพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษ

-การปรับรูปแบบการแสดงผลเมื่อเรียกดูรายงานต่าง ๆ เป็นต้น

ระบบอีอาร์พีมักจะมีโมดูลหลายประการเช่นการบัญชี, การจัดการสต็อก, การผลิต, การขาย, และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ

3. การ customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีความแตกต่างตามขอบเขตของการปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการ

รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมที่ปรึกษาในการวิเคราะห์รายละเอียด, การเก็บ Requirement, การวางแผนแนวทางในการ Customized

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรนใช้ระบบ ในกรณีที่ยูสเซอร์ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานส่วนที่ Customizedได้ด้วยตนเอง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พีไปแล้วพบว่ามีบางจุดที่ระบบอีอาร์พียังไม่ไหลลื่นไปกับกระบวนการทำงานภายในองค์กร

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น Requirement ที่องค์กรต้องการ, โมดูลที่ต้องการ Customized รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ Customized ด้วยเช่นกัน

ซึ่งผลลัพธ์จากการ Customized ระบบอีอาร์พี ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้โดยที่ความยุ่งยากน้อยลงและกระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการวางระบบอีอาร์พี จะสามารถวางระบบได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกมามีส่วนสำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ขององค์กรก็ว่าได้ (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

สำหรับองค์กรที่มองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แน่นอนว่าองค์กรย่อมต้องการที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ในการทำงาน และสามารถ implement ระบบได้จริง

ซึ่งการมองหาที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ ควรทำตาม 5 ขั้นตอนดังนี้คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

2. สำรวจหาทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสบการณ์

3. ทำข้อมูลคุณสมบััติที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)แล้วเปรียบเทียบคุณสมบัติที่บริษัทที่ปรึกษานำเสนอ

4. จัดการประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ได้เลือกไว้

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ

รายละเอียดในแต่ละหัวข้อประกอบด้วย

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่ออะไร
เหตุผลอะไรที่จะต้องวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กร

เช่น มีโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กรที่ซับซ้อนทำให้มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เกิดความล่าช้าในการทำงาน

เนื่องจากบุคลากรในองค์กรไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ทำให้ใช้เวลามากเกินไปในการเรียกดูรายงานต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีกับปัญหาที่เกิดในปัจจุบันเป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ถ้าหากองค์กรสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ออกมาได้ชัดเจน ก็จะทำให้สามารถสื่อสารกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้นองค์กรควรต้องวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะได้กำหนดรายละเอียดในการคุยกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่องค์กรต้องการ

2. สำรวจหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานและสามารถ implement ระบบได้จริง

โดยองค์กรสามารถหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้จากหลายแหล่งข้อมูล อาทิเช่น บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงสอบถามจากบริษัทที่เป็นคู่ค้าหรือบริษัทที่อยู่ใน network เดียวกันกับขององค์กร

โดยการสอบถามข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ของที่ไหน

เมื่อมี list รายชื่อของที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อย่าลืมตรวจสอบผลงานว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่มีผลงานจริง โดยสามารถตรวจสอบได้จากรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการ หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัทที่เคยใช้บริการวางระบบอีอาร์พี (ERP) กับบริษัทที่ปรึกษาที่อยู่ในลิสต์ขององค์กร 

ดังนั้นในการหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะต้องมีลิสต์รายชื่อของบริษัทที่ปรึกษาไว้หลาย ๆ ที่แล้วยังต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่เคยใช้บริการรวมถึงตรวจสอบจากรีวิวที่น่าเชื่อถือได้

3. จัดทำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)

ในส่วนนี้ทางองค์กรจะต้องวิเคราะห์ภายในองค์กรเองว่า กระบวนการการทำงานภายในขององค์กรเป็นอย่างไร กระบวนการทางธุรกิจเป็นอย่างไร

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดในส่วนนี้ควรจะต้องมีทีมของบริษัทที่ปรึกษามาคอยให้คำแนะนำด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่บริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ตนเองมีอยู่ 

เมื่อเปรียบเทียบแล้วทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีจึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณสมบัติของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการจะต้อง customized หรือไม่ หรือสามารถใช้จากโมดูลหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เลยเป็นต้น

4. จัดประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกไว้

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการนั้นบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะสามารถทำให้ได้หรือไม่ในทุก ๆคุณสมบัติที่องค์กรได้ร่างไว้ 

หากทำไม่ได้แล้วต้องมีการ customized จะสามารถ customized ให้กับองค์กรได้หรือไม่

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ไหนที่สมบูรณ์แบบ 100%

ดังนั้นองค์กรจึงควรวิเคราะห์และมองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรได้ใกล้เคียงที่สุด

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ

เมื่อได้มีการประชุมกันในรายละเอียดเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว ทางองค์กรควรขอใบเสนอราคาตามคุณสมบัติที่องค์กรกำหนดไว้

ทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีค่าบริการอะไรบ้าง ก็ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อที่องค์กรจะสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่าองค์กรจะมีประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้หรือไม่

ดังนั้นเมื่อได้มีการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการขอใบเสนอราคาทางองค์กรก็ควรจะสามารถวิเคราะห์และประเมินตนเองได้ด้วยว่ามีความสามารถในการจัดสรรงบประมาณหรือไม่

ซึ่งในส่วนนี้อาจสามารถเจรจาต่อรองงบประมาณในบางส่วนกับที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) )

กล่าวโดยสรุป ในการหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี ทางองค์กรควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จากนั้นเริ่มมองหาข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีที่เหมาะสม แล้วทำการวิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึกร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าระบบอีอาร์พีของบริษัทที่ปรึกษาสามารถตอบสนองในส่วนใดได้บ้าง 

และสุดท้ายคือการขอใบเสนอราคาเพื่อดูว่าองค์กรสามารถจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

คุณ มนัสชัย สกัดกลาง
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

ผมมนัสชัย สกัดกลาง เป็นผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด สาขาหนองบัวลำภู
เข้ามาทำธุรกิจนี้ตั้งปี 2539 นะครับ จนถึงทุกวันนี้ โดยอยู่ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงครับ

สำหรับ เบสท์-แพค คอนกรีตนะครับ ก็เป็นบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จนะครับ
ซึ่งเรามีความชำนาญในเรื่องคอนกรีตเป็นหลัก

เราจะรับความต้องการของลูกค้ามาออกแบบและตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์

โดยที่เราเน้นคุณภาพ มาตรฐาน และการสัดส่งให้ตรงเวลา

BRID: ผลิตภัณฑ์หลักๆ ของเบสท์-แพค คอนกรีต มีอะไรบ้างคะ

ผลิตภัณฑ์ของ เบสท์-แพค นะครับ ประกอบไปด้วยเสาเข็มนะครับ แผ่นพื้นที่ใช้ทั่วไปในการก่อสร้าง

โดยหลัก ๆ แล้วเราจะอยู่ในภาคส่วนของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

นอกจาก เสาเข็ม แผ่นพื้น แล้วเราก็ยังมีพื้นสะพาน

ไม่ว่าจะเป็น Plank-Girder, I-Girder, Box-Girder สำหรับงานก่อสร้าง งานสะพาน ซึ่งเป็นงานที่เป็น infrastructure ของประเทศอยู่แล้วนะครับ เป็นงานโครงสร้าง

โดยบริการของเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้งด้วย นอกจากผลิตแล้วเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้ง รวมไปถึงในเรื่องการออกแบบการทำงาน การออกแบบในรูปแบบผลิตภัณฑ์ ที่เรามีความชำนาญ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่เริ่มมองหาระบบ ERP คะ

เมื่อเราประกอบธุรกิจมาได้สักระยะหนึ่ง เราเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะลดต้นทุนรวมถึงความสำคัญในเรื่องการขยับขยายงาน
ก็ได้มีการมองเห็นว่าต้องมี Tools หรือว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาช่วย ทำให้เราสามารถที่จะบริหารจัดการและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

เลยมีความคิดที่จะมีระบบอีอาร์พี เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเรานะครับ ถึงได้เริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะมาพัฒนาระบบร่วมกัน

BRID: จุดเริ่มต้นในการติดตั้งระบบ PlanetOne ERP คืออะไรคะ

เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าธุรกิจที่เริ่มขยับขยาย จึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่มาช่วย เราจึงเริ่มมองหาพาร์ทเนอร์

ก็ได้มาพบกับทางบริดซึ่งมีโปรดักส์ที่เป็น PlanetOne เป็นโปรแกรมทางด้านอีอาร์พี ซึ่งเราก็มีการคุยกันว่าในการที่เราจะใช้ระบบต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

บริดก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมตัวที่จะวางระบบด้วยกัน

รวมถึงให้คำแนะนำที่เซตระบบบางอย่างที่เราไม่มี เอกสารบางอย่างที่เรายังไม่พร้อม รวมถึงอบรมพนักงานให้เข้าใจระบบอีอาร์พีของ BRID Systems ด้วยครับ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยเหลือในธุรกิจอย่างไรบ้างคะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดของบริษัทที่ทำด้านการผลิตนะครับนั่นก็คือ "การบริหารต้นทุน"

การบริหารต้นทุนคือ เราต้องรู้ต้นทุนที่เราใช้ไปเหมาะสมถูกต้องหรือไม่

หลังจากที่เราใช้ระบบ PlanetOne ERPของ BRID systems ได้มีส่วนช่วยในเรื่องการที่เราจะวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับต้นทุนและการบริหารต้นทุนได้ฉับไวมากขึ้น

ซึ่งเราก็มีการได้พูดคุยกับทางทีม Implementer ของทาง BRID Systems ว่าในการที่เราจะมอนิเตอร์ต้นทุนต้องทำอย่างไร

เราก็ได้คำแนะนำที่ดีมาจาก BRID Systems เพราะว่า BRID Systems นอกจากจะมีบริการเรื่อง Software แล้วยังบริการให้คำปรึกษาเรื่องการวางระบบก็จะมีทีม Implementer มาช่วยเราในเรื่องนี้ให้ตรงตามความต้องการของเรา

BRID: ปัจจุบันทางเบสท์-แพค คอนกรีต ใช้ระบบ PlanetOne ERP มาทั้งหมดกี่ปีคะ

เราก็ใช้ระบบ PlanetOne ERP มา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งระยะเวลาในการใช้เราก็ได้คำแนะนำที่ดีจาก BRID Systems เสมอนะครับในเรื่องของการปรับปรุงพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกัน

นอกจากนั้นหลังจากที่ใช้งานแล้วมีพนักงานที่เข้ามาใหม่ เมื่อติดขัดอะไรทาง BRID Systems ก็ให้คำแนะนำรวมถึงเทรนนิ่งให้ทางพนักงานใหม่เราด้วยนะครับ

BRID: ในมุมมองผู้ใช้งานอะไรคือจุดแข็งของระบบ PlanetOne ERP คะ

จุดเริ่มต้นที่เรามามองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นซอฟต์แวร์ สิ่งที่เรากังวลเสมอก็คือเรื่องของการที่จะมาประยุกต์ใช้ให้มันตรงกับธุรกิจหรือกระบวนการการทำงานของเรา

หลังจากนั้นที่เราไปเจอ BRID Systems ซึ่งเขาก็มีระบบ PlanetOne ERP อยู่แล้วและก็มีการพูดคุยกันก่อนที่จะตกลงที่จะใช้ซอฟต์แวร์

จากระยะเวลาที่ใช้ซอฟต์แวร์จนถึงปัจจุบันนี้ BRID Sysytems มีการปรับปรุงPlanetOne ERP เสมอซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีของ BRID Systems ที่มีโปรดักส์ที่สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราใช้กันมา 10 กว่าปีครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่มองว่าระบบอีอาร์พีมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจคะ

จากมุมมองของผมนะครับในเรื่องการบริหารองค์กรเพื่อให้ทันต่อเวลาสิ่งสำคัญคือข้อมูล ที่ถูกต้องและก็แม่นยำ และรวดเร็ว

ที่ผมเคยพูดไว้ว่า ผมต้องมองหาพาร์ทเนอร์ในการที่จะมาทำงานร่วมกัน เพราะผมเชื่อเสมอว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตออกมามันต้องมีการปรับแต่งก็พยายามหาซอฟต์แวร์หรือองค์กรที่สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้ตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุด

รวมถึงอนาคตข้างหน้าการปรับแต่งต้องง่าย สะดวก และรวดเร็วต่อการตัดสินใจนะครับ นั่นคือเหตุผลที่เราเลือก BRID Systems นะครับ

BRID: มีความประทับใจอะไร ในระบบ PlanetOne ERP บ้างคะ

BRID Systems มีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เหมาะสม เพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้านะครับ

เราก็มองว่า BRID Systems เนี่ยเป็นองค์กร โดยเฉพาะเป็นองค์กรของคนไทย ที่พัฒนาซอฟต์แวร์มาเพื่อคนไทย ถามว่าคนไทยทำเพื่อคนไทยมันคุยกันง่ายนะครับ

อาจจะมีซอฟต์แวร์อื่นที่เป็นซอฟต์แวร์ระดับโลกนะครับแต่เรามองว่าซอฟต์แวร์ไทยมันพูดจาภาษาเดียวกันก็ทำให้สื่อสารกันได้ง่ายในเรื่องการปรับแต่ง

BRID: ช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบ ERP เพื่อมาใช้ในองค์กรหน่อยคะ

ท่านที่มองหาซอฟต์แวร์หรือระบบที่จะมาช่วยตอบโจทย์ สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการมองหาซอฟแวร์ในมุมมองผมนะครับ ก็คือเรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์เอง บริษัทซอฟต์แวร์เอง ในเรื่องการออกแบบ การปรับ การเปลี่ยน ให้ตรงกับความต้องการของเรา

รวมถึงการดูแลหลังการขายที่มีประสิทธิภาพนี่คือปัจจัยหลักในการที่เราจะเลือกซอฟต์แวร์ที่จะมาใช้ในองค์กรครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด Read More »

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร

ระบบ ERP เป็นคอนเซปต์ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการต่าง ๆ ทางธุรกิจ ซึ่งการใช้ระบบ ERP จะช่วยในการบริหารจัดการองค์กรในหลาย ๆ ด้าน

ซึ่งในบทความนี้เจะยกตัวอย่างให้ผู้อ่านได้เห็นภาพอย่างง่ายทั้งหมด 3 ด้านคือ

1. ด้านการจัดการข้อมูล

2. ด้านความปลอดภัยของข้อมูล

3. ด้านการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร

ซึ่งในแต่ละด้านที่ยกตัวอย่างมา จะมีรายละเอียดดังนี้

1. ด้านการจัดการข้อมูล

ระบบ ERP เป็นการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ทุกคนในองค์กรจะใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน

จึงทำให้ข้อมูลที่ทุกคนในองค์กรนำไปใช้เป็นข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ เที่ยงตรง และเชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางด้าน การเงิน, การผลิต, การขาย, และบริหารทรัพยากรมนุษย์

ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรและการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของผู้บริหาร สามารถตัดสินใจได้บนฐานข้อมูลที่เป็นความจริงและเป็นปัจจุบัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

2. ด้านความปลอดภัยของข้อมูล

เนื่องจากระบบ ERP เป็นการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ทำให้การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในองค์กรจะอยู่ในระบบเดียว

ดังนั้นระบบ ERP จึงมีนโยบายที่เคร่งครัดในการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ระบบด้วยเช่นกัน

ระบบ ERP ช่วยในการปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจ ด้วยการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและสิทธิ์ในการทำ transaction โดยผู้ใช้งานระบบจะสามารถเห็นข้อมูลได้ตามขอบเขตของบทบาทและหน้าที่ตนเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ด้านการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร

ระบบ ERP ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์โดยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน เช่น ประวัติการทำงาน, การสรรหา, การส่งออกฝึกอบรม, และการประเมินผล การทำรายการทั้งหมดนี้อยู่ในระบบเดียว, ทำให้เป็นประโยชน์ในการจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

โดยระบบ ERP ช่วยในการจัดการและวางแผนการพัฒนาอาชีพของบุคคลากร ระบบสามารถช่วยในการติดตามทักษะ, ประสบการณ์, และความสนใจของพนักงาน เพื่อช่วยในการกำหนดแผนการพัฒนาและฝึกอบรมที่เหมาะสมกับพนักงานในองค์กรต่อไป (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

กล่าวโดยสรุป ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจได้โดยการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ทุกคนใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน และมีนโยบายที่เคร่งครัดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงช่วยบริหารจัดการบุคลากรให้องค์กรให้ทำงานอย่างเต็มศักภาพนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร Read More »

ERPไทย

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด

ดร. กฤษณา สุขบุญญสถิตย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ ประเทศไทย จำกัดและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกร

BRID: ดร. กฤษณา ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ค่ะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกรค่ะ

ทำงานที่คาร์เปทเมกเกอร์มาปีนี้จะเป็นปีที่ 20 แล้วค่ะ

BRID: ช่วยแนะนำบริษัท ที่มาของบริษัท และรูปแบบของธุรกิจค่ะ

บริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยผลิตพรมทอมือ ส่งออกให้กับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเช่น โรงแรม 5-6 ดาว fashion shop อย่างที่เราคุ้นๆ กันนะคะ ที่ขายกระเป๋าหรือขายแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ มีให้กับเรือยอตช์ ไพรเวทเจ็ท แล้วก็มีพระราชวัง นี่คือสินค้าที่เราส่งออกจากบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น พนักงานทั้งหมดเป็นคนไทยทั้งหมดเลยค่ะ

เริ่มต้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้วมีพนักงานประมาณ 7 คน วันนี้ก็มีพนักงานเกือบ 700 คน ผลิตภัณฑ์หลักของเราหลักๆ เป็นพรมทอมือเพราะเราต้องการสร้างงาน จากปณิธานของผู้ก่อตั้ง ที่ตั้งใจจะสร้างงานให้กับคนขอนแก่นและชาวอีสานซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างเยอะแต่ว่าเราไม่มีโรงงาน

ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือในชลบุรี ทำให้ทิ้งครอบครัวมีแต่ลูกหลานอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของพนักงานที่ต้องไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ แล้วก็ทิ้งครอบครัวด้วย เลยเป็นที่มาว่าเรามาตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ ที่ใน 40 ปีที่แล้วไม่มีโรงงานเลย โรงงานที่นี่เป็นที่แรก

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบ ERP ให้กับองค์กรคะ

ปัจจุบันนี้เราก็เริ่มทำตลาดในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะเราก็คิดว่าคนไม่ค่อยรู้จักเราเลย แต่ในต่างประเทศก็จะรู้จักกันเพราะว่าเราทำมาหลายปี

ในประเทศไทยเองพอเราเริ่มมาทำเราก็เริ่มต้องมีรายละเอียด มีกิจกรรมที่แตกต่างจากกิจกรรมการส่งออกปกติเดิมของเรา ทำให้เราเริ่มมองว่าจริง ๆ เราจะต้องมีระบบหลังบ้านที่เหมาะสม

เมื่อก่อนเราก็จะซื้อซอฟท์แวร์บัญชีง่าย ๆ มาตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม่กี่พันบาทในตอนเริ่มต้น เพราะเราก็คิดว่าเป็นการแค่บันทึกบัญชีลงไปเฉย ๆ แล้วก็ส่งงบได้ แต่ว่าข้อดีอันนึงของเราเลยก็คือเรามีงบฉบับ เดียวเราไม่มีหลายชุดก็เลยเหมือนทำง่าย

เพียงแต่ว่าพอ transaction ใหญ่ขึ้น กิจการใหญ่ขึ้น ก็เริ่มมีเรื่องของการวิเคราะห์ที่เราอยากจะต้องวิเคราะห์และเห็นภาพของการดำเนินงานที่เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นจะตอบโจทย์อย่างเดียวคือการที่ส่งงบให้กับราชการได้

แต่ตอนหลังเราคิดว่าถ้าเราจะเติบโต เรามีการวางกลยุทธ์ เรามีการต้องใช้ข้อมูล เราอยากจะได้ข้อมูลที่เร็ว ถูกต้อง แล้วก็สามารถที่จะวิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ ได้ทำให้เราเริ่มมองหาโปรแกรมที่มีความเก่งขึ้นมีการตอบโจทย์รายละเอียดได้มากขึ้น

เราก็ศึกษาหลายโปรแกรมค่ะสุดท้ายก็มาเจอกับ PlanetOne ของ BRID เราก็ชอบว่าเป็นโปรแกรมของคนไทย ราคาย่อมเยาว์สำหรับพวกเราซึ่งเป็น SME ไม่อย่างนั้นถ้าเราไปลงระบบใหญ่ของต่างประเทศ ก็รับรองว่าเป็นหลักสิบล้าน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ไหม แต่สำหรับของ PlanetOne ซึ่งก็อยู่ในราคาที่เราสามารถจะจัดการงบประมาณของเราได้

ข้อดีของระบบที่เรามองเห็นคือเข้าใจความเป็นคนไทย เข้าใจ transaction เข้าใจพฤติกรรมของคนไทยมากกว่าฝรั่ง ซึ่งฝรั่งออกแบบมาเขาก็จะออกแบบมารองรับ nature วิธีคิดรูปแบบการทำงานและสไตล์การทำงานของฝรั่ง แต่คนไทยบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่นไม่มากซึ่งกลายเป็นข้อดี

BRID: ช่วยแชร์ประสบการณ์การ implement และการใช้งานระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการองค์กรให้กับผู้อ่านหน่อยค่ะ

ตอนแรก ๆ เรามองว่า โปรแกรมค่อนข้างที่จะล็อคตัวเราเองค่อนข้างเยอะแต่ปรากฏว่าพอใช้งานไปก็ดี เพราะว่าจะทำให้พนักงานไม่เผลอที่จะไปทำรายการแล้วเดี๋ยวลบทิ้ง แล้วก็ทำใหม่ ย้อนกลับไปทำใหม่

อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับตัวระบบเลยค่ะ เพราะจะช่วยให้พนักงานมีวินัยว่าคุณต้องคิดให้ดี มั่นใจในรายละเอียดทั้งหมดก่อนแล้วถึงจะทำ transaction เพราะการทำรายละเอียดนั้นอาจจะแก้ไม่ได้แล้ว เรื่องก็จะต้องให้ supervisor หรือmanager เข้ามารับทราบปัญหานั้น ๆ ซึ่งก็คิดว่าอันนี้เป็นข้อดีของตัวระบบ

และการพัฒนาการทำงานร่วมกันกับทีมตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างของระบบบัญชีกันใหม่ มีการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วโปรแกรมก็มีความยืดหยุ่นที่จะเขียนแล้วก็ตอบสนองความเป็นธุรกิจของเราจริงๆ

เพราะธุรกิจพรมในเมืองไทยจะมีไม่มาก ถ้าธุรกิจเทรดดิ้งหรือธุรกิจผลิตอื่นๆ เขาก็จะมีโมดูลทั่วๆ ไปที่ใช้ได้ แต่พอเป็นของเราซึ่งรายละเอียดค่อนข้างเยอะและเราเป็นพรมที่เป็น customize คือต้องผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ในแต่ละผืนจะไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นรายละเอียดของ bill of material ก็จะแตกต่างกันหมดความยาก รายละเอียดของ transaction จะมาก

เพราะฉะนั้นเราก็มีการมานั่งคุยกับทีมพัฒนาระบบแล้วก็มาวางระบบด้วยกันแล้วก็มาปรับโปรแกรมให้เข้าสู่สิ่งที่เป็น

ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มีที่ต้องปรับเข้าหากันพอสมควรเราก็พยายามให้ทีมพัฒนาเองเรียนรู้สิ่งที่เป็นก่อน แล้วก็พยายามบอกว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นอะไรแล้วจะเจอกันตรงไหน เพราะบางครั้งความต้องการของเราถ้ามาเจอเราทั้งหมดก็กลายเป็นไม่มีระบบก็มีซึ่งก็ไม่ได้ดี ก็เลยคิดว่า อ่ะ…จริง ๆ จุดเหมาะสม

ก็เลยได้ประโยชน์จากมุมมองและแนวคิดของทีมพัฒนาระบบของ BRID ด้วย ที่ช่วยมาแนะนำว่าถ้าเป็นตรงนี้ก็ควรจะใช้วิธีนี้หรือควรจะปรับ ก็มีบ้างที่ต้องทำโปรแกรม API เสริมเข้าไปแต่ในวันนี้เราใช้ BRID มาหลายปีแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวเราสามารถปิดงบได้เร็วขึ้น

เราสามารถเห็นงบการเงินได้เร็วแล้วเราก็เห็นลึกลงไปถึง GP Report เราสามารถบอกได้ว่าพาร์ทที่เป็นปัญหาของการทำงานในแต่ละออเดอร์ในแต่ละจ็อบนั้นมาจากพาร์ทที่เป็น material, labor หรือว่า overhead หรือว่าเป็นส่วนไหน ที่เราจะนำไปสู่การปรับปรุงได้เร็วขึ้น

BRID: บริการหลังการขายและการให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ได้รับจาก PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ประเด็นเรื่องของการบริการหลังการขายนะคะต้องบอกว่าวันนี้คุยกันกับทาง BRID จนกระทั่งเป็นเพื่อนกันไปแล้ว มีอะไรก็ติดต่อได้ คุณเจนเองมาช่วยคุยตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้คุณเจนเองก็ยังดูแลอยู่ แล้วก็มีน้องนก มีทีมงานที่คุยกันแล้วทีมก็สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงระบบของการติดต่อในระบบของเจแทรคก็สามารถทำให้เราสามารถแทรคงานได้ว่าอะไรถึงไหน

แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลัง ๆ ประเด็นต่าง ๆ น้อยลงแต่ถ้าย้อนกลับไปตอนช่วงแรกเนี่ยทีมก็ support เต็มที่ค่ะ

ทีมงานมีบินมาที่ขอนแก่นเพื่อมาคุยกันแล้วก็มานั่งหาข้อสรุป มีการ ZOOM มีการนัดที่จะทำงานร่วมกันหลายรอบในช่วงแรกแต่ตอนนี้ก็จะน้อยลงเพราะทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นแล้ว

BRID: คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กร

ถ้าจะแนะนำให้หาโปรแกรมสักโปรแกรมนึงที่เราจะไม่ถูกทิ้ง PlanetOne ก็จะเป็นโปรแกรมนั้นการให้การสนับสนุนการที่เรามีทีม service ที่อุ่นใจแล้วก็ช่วยเหลือเราตลอดเวลา

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาซอฟท์แวร์สักตัวนึงที่ตอบโจทย์ เราเองเราอยากแนะนำให้ PlanetOne เป็นทางเลือกหนึ่ง

ก็ต้องเรียนว่าตอนที่เราทำการบ้านเราก็ไม่ได้ทำการบ้านแค่โปรแกรมเดียวเราก็ศึกษาหลายโปรแกรมแล้วเราก็พบว่าไม่ได้มีโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งที่ดีที่สุดแต่ PlanetOne จะตอบโจทย์ใกล้เราที่สุดและปรับได้ เข้ามาหาเราได้ใกล้ที่สุดเราเลยตัดสินใจเลือก

โดยงบประมาณ โดยความจำเป็นของเราด้วยเพราะบางอย่างเนี่ยฟีเจอร์เยอะแยะเราก็ไม่ได้ใช้เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีอยู่ใน PlanetOne งบประมาณ การ service เนี่ย สำหรับคาร์เปทเมกเกอร์ก็เป็นโปรแกรมที่เราตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือก PlanetOne

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

Scroll to Top