ระบบบัญชี

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พี (ERP – Enterprise Resource Planning) เป็นระบบที่ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งระบบอีอาร์พีสามารถเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรได้ในหลายๆ ส่วนขององค์กรเช่น ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายผลิต เป็นต้น

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พีในการช่วยบริหารจัดการฝ่ายผลิต ว่าระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ฝ่ายผลิตขององค์กรสามารถดำเนินการโดยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

1. วางแผนการผลิต (Production Planning)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนการผลิตโดยอัตโนมัติ

โดยให้ข้อมูลที่เป็น real time เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า สินค้าคงคลังที่มีอยู่ในคลังสินค้า และสถานะการผลิตว่าได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด ช่วยให้ฝ่ายผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทันเวลานัดหมายส่งมอบสินค้า รวมถึงช่วยลดปัจจัยความไม่แน่นอนในการผลิตที่อาจเกิดขึ้นได้ (คลิ้กเพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. การบริหารคลังสินค้า (Inventory Management)

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการติดตามสินค้าในคลัง การเบิกสินค้า การย้ายสินค้าข้ามคลัง การจองสินค้าเพื่อผลิต รวมถึงควบคุมการเติบโตของสต็อก อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงการจัดการคลังสินค้าเพื่อลดการสูญเสียและช่วยควบคุมต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าในคลัง

3. การติดตามกระบวนการผลิต (Manufacturing Process Tracking)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการติดตามกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสูตรการผลิต การสั่งผลิตจนกระทั่งได้ output รวมถึงใส่ค่าแรงเพื่อคำนวณรวมลงไปในต้นทุนการผลิต ซึ่งรายละเอียดของข้อมูลทั้งหมดจะช่วยให้องค์กรสามารถทราบถึงสถานะของการผลิตและปรับปรุงกระบวนการได้

4. การจัดการความต้องการวัตถุดิบ (Materials Requirement Planning – MRP)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการวัตถุดิบตลอดกระบวนการผลิตได้โดย ช่วยในการวางแผนความต้องการวัตถุดิบโดยอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น volumeในการขาย, ข้อมูลการจัดซื้อต่างๆ กับคู่ค้า, และแนวโน้มความต้องการสินค้าของฐานลูกค้าที่มีอยู่ เพื่อพยากรณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการผลิตรวมถึงจัดหาวัตถุดิบในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการผลิตจริงๆ

5. การบริหารความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปาทาน (Supply Chain Management)

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยบริหารความเชื่อมโยงช่วยในการควบคุมและติดตามทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้สำหรับหน่วยงานผลิตอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิต, จำหน่าย, และลูกค้า

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยในการติดตามและจัดการผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ รวมถึงการประเมินความเสี่ยง, การควบคุมคุณภาพ, และตรวจสอบราคา ทำให้สามารถวางแผนการจัดหาทรัพยากรในการผลิตและจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ (click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุปคือ ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการการผลิตได้ในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นในมิติของการวางแผนการผลิตโดยอัตโนมัติ การบริหารจัดการคลังสินค้า การติดตามกระบวนการผลิต การจัดการความต้องการวัตถุดิบ และการบริหารจัดการความเชื่อมโยงของ supply chain ต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากองค์กรมีการบริหารจัดการผลิตด้วยระบบอีอาร์พีแล้ว จะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานในทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นไปได้อย่างเต็มศักยภาพแน่นอน

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร Read More »

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี สามารถเป็นช่องทางช่วยส่งผ่านข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นหนึ่งไปยังอีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งได้ รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลภายในองค์กรที่บุคลากรในองค์กรต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันนั้น จะต้องมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล โดยให้เฉพาะผู้ได้รับสิทธิ์เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ (click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี)

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถป้องกันการทำลายข้อมูล โดยการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด และใช้วิธีการรับรองตัวตน เพื่อคัดกรองผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ในการใช้งานเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงได้ การกำหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมช่วยป้องกันการทำลายข้อมูลหรือการกระทำต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ข้อมูลปลอดภัยไม่สูญหายไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ

ระบบอีอาร์พีสามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทของผู้ใช้งาน การกำหนดสิทธิ์ช่วยให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถปรับแต่งการเข้าถึงข้อมูลได้ตามบทบาทหรือหน้าที่ของผู้ใช้บริการเอง ในการกำหนดสิทธิ์นี้สามารถทำผ่านการตั้งค่าการอนุญาตในระบบ

โดยการกำหนดสิทธิ์และบทบาทต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้บริการอีอาร์พีตามที่เหมาะสมนี้ช่วยควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจำกัดตามบทบาทและความจำเป็นของแต่ละบุคคลหรือแต่ละระบบ

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยควบคุมความเสี่ยง การจัดการสิทธิ์ช่วยลดความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัย และลดโอกาสในการเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กล่าวโดยสรุประบบอีอาร์พี (ERP) มีประสิทธิภาพในการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล

โดยการให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะตามบทบาทและหน้าที่ของผู้ใช้งาน และการตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระบบอีอาร์พี ERP ได้ดี การใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสและมีการตรวจสอบความปลอดภัยอื่น ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญในการปกป้องข้อมูลของระบบอีอาร์พีเช่นกัน

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยเพิ่มคุณภาพการทำงานโดยรวมด้วยการรวมศูนย์ข้อมูลทั้งหมดในองค์กรไว้ในระบบเดียว, ช่วยลดข้อผิดพลาด, ประหยัดเวลา, และให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจแก่ผู้บริหารอย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งการทำงานที่มีประสิทธิภาพมักเกิดจากระบบที่มีการสื่อสารและปฏิบัติงานได้ดีทั้งภายในและภายนอก

ซึ่งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีนี้ช่วยให้การเข้าถึงและการนำข้อมูลขององค์กรมาใช้ เป็นไปตามกฎและระเบียบที่องค์กรกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งเป็นการป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบการใช้ข้อมูลขององค์กร ในระบบอีอาร์พีการกำหนดสิทธิ์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบ และช่วยให้การใช้ข้อมูลเป็นไปตามนโยบายขององค์กร (ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลคืออีกหนึ่งประเด็นหลักที่องค์กรให้ความสำคัญ เนื่องจากพนักงานรวมถึงผู้บริหารในองค์กร ต่างก็มีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน อาทิเช่น

ฝ่าย HR จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวพนักงานเช่น การจัดการเงินเดือน การลา และเวลาทำงาน

แต่ฝ่าย HR จะไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของฝ่ายคลัง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

ซึ่งการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในระบบ ERP มีข้อดีมากมาย และการจัดการสิทธิ์เหล่านี้ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีนี้จะอิงอยู่กับความต้องการและบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีแต่ละคนในองค์กร

ซึ่งข้อดีต่างๆ ในการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลมีดังนี้คือ

1. องค์กรสามารถให้สิทธิ์และเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้

2. เป็นการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทำลายข้อมูลโดยมิชอบ

3. สามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในองค์กร

โดยแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. องค์กรสามารถควบคุมและให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าพนักงานแต่ละคน/แต่ละกลุ่มในองค์กรมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้นความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลก็จะแตกต่างกันด้วย ระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ภายในระบบอีอาร์พี (ERP) ได้ ซึ่งช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดจากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้รับอนุญาต

2. เป็นการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทำลายข้อมูลโดยมิชอบ

ระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือในการกำหนดสิทธิ์และขอบเขตของแต่ละบทบาทให้กับผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล การจำกัดสิทธิ์ของผู้ใช้จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการใช้ข้อมูลไปในทางทุจริตหรือนำข้อมูลไปใช้โดยพลการ และระบบอีอาร์พีจะมีการบันทึกการกระทำรวมถึงการเข้าถึงข้อมูล เพื่อช่วยในการติดตามว่าใครทำการเข้าถึงข้อมูลหรือทำลายข้อมูลบนระบบ หรือในอีกความหมายหนึ่งคือช่วยในการค้นหาผู้ที่เข้าถึงข้อมูลนั้นได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่าน 3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี)

3. สามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในองค์กร

ระบบอีอาร์พีจะจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่พนักงานจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของตน เช่น พนักงานส่วนจัดซื้อจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลการออกใบ PO เป็นต้น ซึ่งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลใน ระบบอีอาร์พีนั้น สิ่งสำคัญคือเพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่ตามบทบาทของตนนั่นเอง

กล่าวโดยสรุปการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีมีข้อดีคือ ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเพิ่มประสธิภาพให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ตามขอบเขตของงานตนเองได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร

ในการวางระบบอีอาร์พีนั้นสิ่งหนึ่งที่พิเศษมากเลยคือ ระบบอีอาร์พีสามารถทำการปรับแต่งให้รองรับการใช้งานในรูปแบบเฉพาะขององค์กรได้ ซึ่งหากองค์กรได้ทำการวางระบบไปแล้ว และพบว่าต้องการปรับเปลี่ยน หนึ่งในวิธีการที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับระบบอีอาร์พีให้เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กรคือ “การปรับแต่งระบบอีอาร์พี (customize)”

วิธีที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่งระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรโดยละเอียด (คลิ้กเพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พีบริหารจัดการองค์กร)

กระบวนการการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อปรับแต่งระบบอีอาร์พี สามารถทำได้โดย องค์กรนั้นจะต้องศึกษารวบรวมข้อมูลกระบวนการทำงานทั้งหมดขององค์กรโดยละเอียด

ควรทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลทุกประการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของแต่ละแผนก นอกจากนี้ควรมีการสำรวจความต้องการทางเทคโนโลยี ที่องค์กรต้องการ เช่น การใช้งานบนคลาวด์ (cloud), ระบบมือถือ, หรือการใช้งานร่วมกับระบบอื่น

ทำการประเมินความสามารถของระบบอีอาร์พีที่เป็นตัวเลือก โดยเช็คว่ามีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ และผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพในการวางระบบให้ใช้งานได้จริง และสามารถดูแลรักษาระบบให้องค์กรได้ในระยะยาวหรือไม่ (คลิ้กเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กรควรเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีอย่างไร)

นอกจากนี้ควรมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้อีอาร์พีในองค์กร ว่าต้องการลดต้นทุน, เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, หรือการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุปคือ ในการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อปรับแต่งระบบอีอาร์พี ให้สามารถใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับรูปแบบการทำงานที่เฉพาะเจาะจง ควรทำการวิเคราะห์ข้อมูลภายในองค์กรโดยละเอียด ตั้งแต่กระบวนการทางธุรกิจ, ความต้องการของแต่ละแผนก และความต้องการด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ระบบอีอาร์พีที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับองค์กรอย่างแท้จริง

การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร Read More »

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP)

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP)

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าระบบอีอาร์พี (ERP) คือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งระบบอีอาร์พีนั้นช่วยให้องค์กรที่มีความซับซ้อนในการบริหารจัดการสามารถบริหารจัดการได้รวดเร็ว และทันต่อข้อมูลข่าวสาร ทันต่อสถานการณ์

ความพิเศษของระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งสามารถอธิบายในภาพรวมให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยจะแจกแจงเป็น 5 ข้อดังนี้คือ

1. ความพิเศษด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

2. ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

3. ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน

4. ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น

5. ความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์

โดยรายละเอียดแต่ละข้อมีดังต่อไปนี้

1. ความพิเศษด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

อันที่จริงระบบอีอาร์พีสามารถเปรียบได้ว่าเป็น “สมอง” ในการบริหารจัดการขององค์กรเลยทีเดียว ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยองค์กรด้านการบริหารจัดการในทุก ๆ ส่วน เพื่อลดการทำงาน ที่ซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานและทรัพยากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

2.ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

หนึ่งคีย์สำคัญสำหรับผู้บริหารในการบริหารจัดการองค์กรคือการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และแม่นยำ เนื่องจากระบบอีอาร์พีมีคอนเซปต์ในการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และมีการอัปเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นต้องเรียกดู ในรูปแบบที่เรียบง่าย และสามารถเข้าใจได้ทันที ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนนี้ของระบบอีอาร์พีนี้ ช่วยให้ผู้บริหารองค์กรสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และทันต่อสถานการณ์

3.ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน

เนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความสามารถในการรวมกระบวนการทุกระบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขาย การบัญชี คลังสินค้า และกระบวนการอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด ทำให้การสื่อสารระหว่างแต่ละส่วนหรือแต่ละแผนกในองค์กร สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระเบียบ รวมถึงระบบอีอาร์พียังช่วยเชื่อมโยงการตรวจสอบข้อมูลเอกสารทั้งหมดอย่างครบถ้วน ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างได้อย่างเชื่อมโยงกัน การเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกันของระบบอีอาร์พีนี้ ช่วยให้กระบวนการในทุกระบบขององค์กรสามารถทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

4. ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งนอกจากระบบอีอาร์พีจะสามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบการทำงานขององค์กรได้แล้ว ระบบอีอาร์พียังสามารถขยายการรับ transaction ของข้อมูลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นหากองค์กรมีการขยายธุรกิจ เช่น แต่เดิมทำธุรกิจภายในประเทศ และต่อมาองค์กรทำการขยายไปตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมี transaction ข้อมูลที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พีก็สามารถปรับขยายให้ระบบรับปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นได้ ตามธุรกิจที่ขยายตัวขององค์กรเช่นกัน ดังนั้นความพิเศษด้านความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีจึงสามารถรองรับการขยายตัวขององค์กรได้อย่างไม่มีปัญหา

5. ความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์

ระบบอีอาร์พีมีการตอบสนองต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์คือ เป็นการประมวลผลทันทีที่ได้รับข้อมูลเข้ามา นอกจากนี้ระบบอีอาร์พีจะมีระบบแจ้งเตือนที่ช่วยตรวจสอบปัญหาและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันการเกิดความผิดพลาดในปัญหาที่สามารถแก้ไขได้

โดยสรุป ความพิเศษของระบบอีอาร์พีทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วน เข้าด้วยกัน ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น และความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าระบบอีอาร์พี จะเป็นระบบที่ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการได้โดยใช้ทรัพยากรในทุกส่วนขององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

บุคลากรคือทรัพยากรที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ดังนั้นหากต้องการให้องค์กรเติบโตไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน องค์กรควรให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

อันที่จริงบุคคลากรในองค์กรก็คือมนุษย์ที่ลึก ๆ แล้วก็ยังมีความต้องการตามธรรมชาติ เช่น ต้องการผ่อนคลายจากการทำงาน ต้องการมีกิจกรรมที่สามารถสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในองค์กร เป็นต้น

ดังนั้นการบริหารทรัพยากรบุคคลอาจไม่ได้สามารถจัดการได้ในรูปแบบเดียวกับการบริหารจัดการการเงิน หรือบริหารจัดการการผลิต แต่ถึงกระนั้นองค์กรก็ยังสามารถวางระบบอีอาร์พีเพื่อมาบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

โดยการวางระบบอีอาร์พีเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล จะวางระบบไปตาม 5 แนวทางดังต่อไปนี้คือ

1. แนวทางการจัดเก็บข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

2. แนวทางการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างเข้มงวด

3. แนวทางการวางแผนรายละเอียดในการจ้างงานและการเลิกจ้าง

4. แนวทางการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

5. แนวทางการวิเคราะห์ผลงานการทำงานของบุคคลากรในองค์กร

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. แนวทางการจัดเก็บข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการเก็บข้อมูลของบุคคลากร ระบบอีอาร์พีจะให้ความสำคัญอย่างมากกับการเก็บข้อมูลของพนักงานอย่างปลอดภัย โดยระบบอีอาร์พีจะให้สิทธิ์เฉพาะบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ นอกจากนี้แล้ว ระบบอีอาร์พีจะทำการสำรองข้อมูลเป็นระยะเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. แนวทางการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างเข้มงวด

ระบบอีอาร์พีจะทำการเข้ารหัสข้อมูล กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งตรวจสอบหากมีการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานอย่างผิดปกติ

3. แนวทางการวางแผนรายละเอียดในการจ้างงานและการเลิกจ้าง

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการวางแผนและกำหนดตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องมีการว่าจ้างในองค์กร รวมถึงระบบอีอาร์พีสามารถสร้างเอกสารและสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน ด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

4. แนวทางการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

ระบบอีอาร์พียังสามารถช่วยตรวจสอบคุณสมบัติความเข้ากันได้ของผู้สมัครกับตำแหน่งงานที่ประกาศรับในองค์กร เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการขององค์กรมากที่สุด

5. แนวทางการวิเคราะห์ผลงานการทำงานของบุคคลากรในองค์กร

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยประเมินผลงาน และสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพของพนักงานที่ถูกจ้าง ทั้งในระหว่างระยะเวลาทดลองงานและหลังจากเข้าทำงาน พนักงานทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยในการประเมินผลงานที่ทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาทั้งในระดับบุคคลและในระดับองค์กร

โดยสรุป ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการบริหารจัดการองค์กรได้ในหลาย ๆ ส่วน ตั้งแต่การบันทึกข้อมูลส่วนตัวของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้มงวดกับการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะจำเป็นต่องานในองค์กรรวมถึงประเมินผลประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการทำธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าจะมีธุรกิจทั้งแบบที่มีการวางระบบผลิตและไม่มีการวางระบบผลิต ซึ่งในธุรกิจแบบที่ไม่มีการวางระบบผลิต จะเป็นธุรกิจที่โฟกัสไปที่งานบริการลูกค้า ในธุรกิจที่มีการวางระบบการผลิต ก็จะมีการผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาด เพื่อวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค

ในสินค้าที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบกับสุขภาพร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคใส่ใจมากในยุคสมัยนี้

และทางผู้ผลิตเองก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อร้องเรียนจากลูกค้าได้ ซึ่งข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น หากเป็นความผิดพลาดจากทางผู้ผลิตเองโดยตรง ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องนำไปแก้ไขปรับปรุง

ถ้าไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการผลิตของผู้ผลิต แต่ลูกค้าหรือผู้บริโภคได้มีข้อร้องเรียนขึ้นมา ทางผู้ผลิตหรือองค์กรจะทำอย่างไร จึงจะสามารถพิสูจน์ให้ลูกค้าทราบได้ว่า ความผิดพลาดนั้นมาจากแหล่งที่มาอื่น

เช่น ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐานระดับส่งออก ถูกลูกค้าร้องเรียน ว่าอาหารถูกปนเปื้อนด้วยสิ่งไม่พึงประสงค์

ปัญหาก็มาตกที่ผู้ประกอบการว่าจะสามารถพิสูจน์เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่ปนเปื้อนในอาหารนั้น ไม่ได้มาจากกระบวนการผลิตของผู้ผลิต แต่มาจากแหล่งอื่น

และโรงงานของผู้ผลิตเองก็มีการผลิตสินค้าออกไปจำหน่ายเป็นจำนวนมาก จะตรวจสอบหรือจะเช็คได้อย่างไร ว่าสินค้าที่ถูกร้องเรียนมาจากลอตไหนที่ผู้ผลิตทำการวางจำหน่าย

เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดได้นั่นคือ “ระบบอีอาร์พี” โดยเฉพาะสำหรับการผลิตที่มีปริมาณมาก ๆ

การใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาเป็นเครื่องมือก็จะยิ่งช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทำได้ง่ายและรวดเร็ว (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี )

โดยระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรของผู้ผลิตสามารถติดตามและระบุได้อย่างชัดเจนว่าวัตถุดิบแต่ละชิ้นที่นำมาผลิตได้มาจากแหล่งใด สินค้าถูกผลิตโดยใคร และมีคุณภาพอย่างไร นอกจากนี้ยังช่วยในการตรวจสอบความสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานการผลิตที่กำหนดไว้

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะทำการเก็บข้อมูลในแต่ละส่วนดังนี้

1. การบริหารข้อมูล
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการจัดการข้อมูลทั้งหมดขององค์กร รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เช่น วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต แหล่งที่มาของวัตถุดิบ สูตรในการผลิต รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกระบวนการผลิต

2. การติดตามวัตถุดิบ
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามการรับเข้าของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยระบุแหล่งจากที่วัตถุดิบมา จำนวนที่รับเข้า และวันที่รับเข้า เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่กำหนดไว้

3. การสร้างรายการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการสร้างรายการผลิตโดยอัตโนมัติ โดยอิงจากความต้องการของลูกค้าหรือการนำเข้าของวัตถุดิบ ระบบจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องผลิต เวลาที่ต้องผลิต และวัตถุดิบที่จำเป็น

4. การติดตามกระบวนการการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามกระบวนการการผลิตของสินค้า จากการรับวัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จ เพื่อให้ทราบถึงสถานะปัจจุบันของการผลิต

5. การบันทึกข้อมูลการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เช่น การวัดปริมาณผลิตภัณฑ์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และระยะเวลาการผลิต เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบได้ง่าย

6. การติดตามการจัดส่ง
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามการจัดส่งผลิตภัณฑ์หรือสินค้าไปยังลูกค้า รวมถึงข้อมูลการจัดส่ง เช่น วันที่ส่ง และข้อมูลการส่งอื่น ๆ

7. การตรวจสอบคุณภาพ
ระบบอีอาร์พี (ERP)ช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ตรงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้

ดังนั้นสำหรับองค์กรของผู้ผลิตที่มีระบบการผลิตและมีความจำเป็นต้องบันทึกข้อมูลเพื่อเก็บไว้ตรวจสอบในกรณีต่าง ๆ เช่น มีข้อร้องเรียนจากลูกค้า การวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้เข้ามาช่วยบริหารจัดการองค์กรของผู้ผลิตจึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่นอกจากจะช่วยบริหารจัดการองค์กรของผู้ผลิตแล้ว ยังช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเป็นจริง เพื่อทั้งผลประโยชน์ขององค์กรของผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

อีกหนึ่งปัญหาขององค์กรที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) คือพนักงานยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี และยังไม่เคยใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน ซึ่งพนักงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักเลยทีเดียว ที่มีส่วนในการผลักดันให้องค์กรสามารถใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

ในการแก้ปัญหาเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมี 5 สิ่งที่ต้องทำคือ

1.จัดให้มีการเทรนนิ่งให้พนักงาน

2.ให้พนักงานเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ระบบอย่างง่าย

3.ให้พนักงานเรียนรู้วิธีการแจ้งปัญหาใช้งานกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

4.มีพนักงานกลุ่มต้นแบบ มีคู่มือและแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับเรียนรู้ระบบอีอาร์พี (ERP)

5.สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้

1.จัดให้มีการเทรนนิ่งให้พนักงาน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดเทรนนิ่งคือ ควรจัดในช่วงก่อนที่จะมีการ Go live หรือก่อนเริ่มใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของการจัดเทรนนิ่งนี้ ทางองค์กรควรจะต้องคุยรายละเอียดในเชิงลึกกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้ว่าจ้างให้มาวางระบบ ว่าควรจัดเทรนนิ่งในช่วงเวลาใด และต้องใช้กี่แมนเดย์สำหรับการจัดเทรนนิ่งให้กับพนักงานในองค์กร รวมถึงตารางการจัดเทรนนิ่งจะออกมาในรูปแบบใด
เพื่อที่ทางองค์กรจะได้เตรียมตารางการทำงานของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเทรนใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่จะเกิดขึ้น

เช่น หากต้องการ Go live ในช่วงเดือนมกราคม อาจต้องจัดให้มีการเทรนช่วงเดือน สิงหาคม กันยายน และตุลาคม ในปีก่อนหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือนมกราคมที่จะมีการ Go live เพื่อใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบ

2.ให้พนักงานเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างง่าย

ในส่วนของการเริ่มต้นการเข้าใช้งานระบบอย่างง่ายจะต่อเนื่องมาจากการเทรนนิ่ง เนื่องจากพนักงานยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน เมื่อได้รับการเทรนให้มีความรู้เกี่ยวกับระบบอีอาร์พี (ERP) ในเบื้องต้นแล้ว อาจจะให้พนักงานได้ลองสร้างบัญชีผู้ใช้, เข้าสู่ระบบเป็นครั้งแรก และเริ่มต้นการปฏิบัติงานอย่างง่าย ๆ โดยการให้คีย์ข้อมูลแล้ว run ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของระบบ ในโมดูลที่พนักงานมีสิทธิ์เข้าใช้งาน

ในส่วนนี้พนักงานจะมีความเข้าใจระบบจากการได้ลงมือทำจริง เข้าใจวิธีการคีย์ข้อมูลว่าในลำดับขั้นตอนใดต้องคีย์ข้อมูลอะไร และพนักงานจะได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งที่ตนเองทำผิดพลาดเมื่อใช้ระบบด้วยเช่นกัน เช่น การ run ระบบไม่ผ่านเนื่องจากคีย์ข้อมูลไม่ครบ, การ run ระบบไม่ผ่านเนื่องจากเส้นทางของข้อมูลไม่ถูกต้อง เป็นต้น

การได้ลงมือทำจริงด้วยการเริ่มต้นใช้งานระบบอย่างง่าย จะทำให้พนักงานในองค์กรสามารถพัฒนาทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเป็นธรรมชาติ และพนักงานเองจะไม่รู้สึกกังวลใจจนเกินไปหากพนักงานจะมีการทำผิดพลาดไปบ้างในช่วงเวลาของการเรียนรู้ ในขณะที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างจริงจัง (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

3.ให้พนักงานเรียนรู้วิธีการแจ้งปัญหาใช้งานกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

โดยปกติแล้วผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีทีม customer support ที่คอยตอบคำถามหรือให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ในกรณีที่ผู้เข้าใช้งานระบบเกิดข้อขัดข้องในการใช้งาน

ในส่วนนี้ทางพนักงานในองค์กรของผู้ใช้บริการอีอาร์พี (ERP) ควรเรียนรู้กระบวนการแจ้งปัญหาการใช้งานกับทีม customer support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ว่ามีลำดับขั้นตอนอะไรบ้าง เช่น

-แจ้งปัญหาทาง email แล้วรอการตอบกลับทาง email จากทีม customer support

-แจ้งปัญหาในไลน์กลุ่มแล้วทีมcustomer support จะตอบกลับทันที

-แจ้งปัญหาทางโทรศัพท์แล้วพูดคุยสอบถามกับทีม customer support โดยตรง เป็นต้น

เมื่อพนักงานในองค์กรทราบวิธีการแจ้งปัญหาการใช้งานกับทีม customer support แล้ว พนักงานก็จะสบายใจในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) มากขึ้น เพราะหากมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคที่ทางพนักงานในองค์กรไม่สามารถแก้ไขได้เอง ก็จะมีทีม customer support
ของทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) คอยดูแลด้วยเช่นกัน

4.มีพนักงานกลุ่มต้นแบบ มีคู่มือและแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับเรียนรู้ระบบอีอาร์พี

ทางองค์กรที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) อาจมีการคัดเลือกกลุ่มพนักงานต้นแบบ ที่สามารถเรียนรู้การใช้งานระบบได้อย่างรวดเร็ว และมีความเข้าใจการใช้งานระบบมากกว่าคนอื่น เป็นกลุ่มที่เริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นกลุ่มแรก และเป็นกลุ่มที่สามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ หากติดขัดปัญหาการเข้าใช้งานในเบื้องต้น

อีกทั้งทางองค์กรอาจมีการสร้างแหล่งข้อมูลออนไลน์ภายในองค์กร เช่น คู่มือการใช้งาน, วิดีโอการสอน, และเว็บไซต์ภายในที่มีคำถามที่พบบ่อยและการแก้ปัญหา รวมทั้งอาจมีกลุ่มไลน์ภายในองค์กร เพื่อสอบถามพูดคุยเกี่ยวกับการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ในเบื้องต้น

5.สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

ทางองค์กรสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน ให้มีความกระตือรือร้นในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ด้วยการ

สนับสนุนในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

มีการกำหนดเป้าหมายและรางวัลสำหรับพนักงานที่สามารถพัฒนาทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานที่โดดเด่น

มีการสนับสนุนเครื่องมือต่าง ๆ ให้มีความพร้อมสำหรับพนักงานในการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เช่น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
ตามสเปกที่เหมาะสมเพื่อมารองรับการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี

นอกจากนี้ทางองค์กรยังสามารถประชาสัมพันธ์ข้อดีและประโยชน์ต่าง ๆ ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมกับการพัฒนาองค์กรด้วยการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการประชาสัมพันธ์ในองค์กรสามารถทำได้ในหลายช่องทาง เช่น การส่งข่าวสารทาง email, การติดป้ายโปสเตอร์ตามจุดต่าง ๆ ในองค์กร,
การให้ข้อมูลผ่านไลน์กลุ่มหรือสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ขององค์กร เป็นต้น

โดยสรุป 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอารพี (ERP) ที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าจะเป็น การจัดเทรนนิ่ง การให้พนักงานเริ่มต้นใช้ระบบอย่างง่าย การเรียนรู้วิธีแจ้งปัญหาการใช้งาน การมีพนักงานกลุ่มต้นแบบและแหล่งความรู้ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน หากกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ก็จะทำให้พนักงานในองค์กรรู้สึกมั่นใจและมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้รวมถึงพัฒนาศักยภาพตัวเองให้มีทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ในระดับที่สามารถใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเชี่ยวชาญ

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP)

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP)

อีอาร์พี (ERP) หรือ Enterprise Resource Planning คือคอนเซปต์ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สิ่งที่จะมาเป็นเครื่องมือให้องค์กรสามารถนำคอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) มาใช้บริหารจัดการได้จริงก็คือ ระบบอีอาร์พี (ERP) หรือระบบสารสนเทศที่พัฒนาจากคอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) ให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร และนำระบบสารสนเทศนั้นมาใช้บริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (click เพื่ออ่าน ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP))

โดย 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่นำมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรคือ

1. ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database)

2. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)

3. ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)

4. แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ของแต่ละข้อมีดังนี้

1. ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized database)

ระบบอีอาร์พี (ERP) จะใช้วิธีการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ นั่นคือฐานข้อมูลทั้งหมดขององค์กรจะถูกจัดเก็บไว้และบริหารจัดการใน server เดียวกัน ซึ่งง่ายต่อการจัดการหรือส่งต่อข้อมูลให้กับ user ที่เข้าใช้งานในระบบ

การบริหารจัดการข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล จะต้องดำเนินการไปตามสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก (Click เพื่ออ่าน 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

การเข้าถึงข้อมูลจาก user หลาย ๆ คนในช่วงเวลาเดียวกันจะสามารถทำได้ แต่ในบางขณะอาจทำให้เกิดการหน่วงของระบบ ดังนั้นระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อ user คนนั้นจริง ๆ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลของ user เกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ช่วยลดการหน่วงของระบบ และให้ user ได้เข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอยู่เท่านั้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พีสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละส่วนขององค์กรเพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้อย่างไหลลื่นนั่นเอง

2. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)

การทำงานที่ซ้ำซ้อนในองค์กรอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ อาทิเช่น

– ในองค์กรขาดการวางหลักบริหารจัดการที่ดี

– ข้อมูลในองค์กรกระจัดกระจาย มีการเก็บข้อมูลซ้ำกันไปมา ไม่สามารถตรวจสอบได้

– ขาดการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานในองค์กร

ซึ่งในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการในองค์กร จะต้องมีการวิเคราะห์โครงสร้างการบริหารจัดการองค์กร และเส้นทางการดำเนินงานต่าง ๆ นำมาสะสางให้เป็นเส้นทางที่เรียบง่ายและเชื่อมโยงในแต่ละส่วนขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อประมวลผลหาขั้นตอนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมีการดำเนินงานซ้ำไปซ้ำมาในส่วนที่ไม่จำเป็น

3. ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)

ระบบอีอาร์พี (ERP) จะยึดหลักการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ในการทำงานได้ ว่าที่มาของข้อมูลที่เกิดขึ้น มาจากไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เปลี่ยนไปอย่างไร ถูกลบออกไปตอนไหน ใครเป็นผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยระบบจะบันทึกเวลา และบุคคลที่เข้าถึงข้อมูลนั้นเอาไว้ (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ซึ่งเป็นแนวทางที่นำไปสู่การตรวจสอบที่แม่นยำหากเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานที่ต้องการทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของบุคคลใด

โดยที่ผู้รับผิดชอบนี้จะรับผิดชอบเมื่อมีการการอนุมัติ, การปรับปรุงข้อมูล, การจัดการบริหารทรัพยากรต่าง ๆ ในองค์กร

ในระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะช่วยตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบในขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องและการเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อมูลต่าง ๆ ในกระบวนการทำงานขององค์กรได้เช่นกัน

4. แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

เพื่อให้ระบบอีอาร์พี (ERP) แสดงข้อมูลได้ทันเวลา (real-time) ต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ของระบบอีาร์พี (ERP) ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลการสั่งซื้อ คลังสินค้า การผลิต การขาย เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกสะสมและอัปเดตอย่างต่อเนื่องในฐานข้อมูลเพื่อให้พร้อมใช้งานในช่วงเวลาปัจจุบัน โดยที่ไม่ต้องรอการอัปเดตหรือรอบเวลาที่กำหนด

ในระบบอีอาร์พี (ERP) จะแสดงข้อมูลของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงสถานะต่าง ๆ ของข้อมูลในเวลาปัจจุบัน

ข้อมูลในองค์กรจำเป็นต้องแสดงข้อมูลในแบบ real time เพื่อให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ทันท่วงที ป้องกันปัญหาฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น สินค้าในคลังสินค้าไม่พอขาย เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนในองค์กรทำให้สามารถ
ใช้ทรัพยการที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งสามารถตรวจสอบและระบุผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานได้ในทุกขั้นตอน และมีการแสดงข้อมูลแบบ
real-time ที่ให้ user ได้เห็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างทันท่วงที

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

การวางระบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เป็นการลงทุนสำหรับองค์กรในระยะยาว เพื่อช่วยลดต้นทุนขององค์กรในทุก ๆ ด้าน และช่วยวางแผนการดำเนินงานขององค์กรให้เป็นไปในทิศทางบวก ดังนั้นการลงทุนระยะยาวย่อมต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นให้รอบคอบ

ในบทความนี้จะกล่าวถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ผู้อ่านได้มีข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจ

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ คือ

1.ขนาดของกิจการ

2.ความซับซ้อนของการดำเนินงานในกิจการ

3.การเทรนพนักงานในองค์กร

4.การวางพื้นฐานระบบทางไอที

5.การบำรุงรักษาระบบ

6.การปรับปรุงฟังก์ชั่นใช้งานให้เข้ากับองค์กร

7.ค่า License สำหรับ software ของผู้ให้บริการอีอาร์พี

โดยรายละเอียดของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีดังนี้

1.ขนาดของกิจการมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยธรรมชาติของการลงทุน เมื่อกิจการมีขนาดใหญ่จำนวนเงินที่ต้องลงทุนในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้กิจการดำเนินไปได้ก็จะเป็นเงินจำนวนมากตาม

การวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ก็เช่นกัน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ส่วนที่จะบ่งชี้ค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนที่สุดคือจำนวน user ที่จะเข้าใช้งานในระบบ

กล่าวคือ ในกิจการต้องมีการประเมินกันภายในด้วยว่าจำนวน user ที่จะต้องเข้าใช้งานในระบบพร้อมกันมีทั้งหมดกี่คน ค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะผันแปรไปตามความมากน้อยของ user ด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้กิจการที่มีขนาดใหญ่อาจมีความต้องการใช้ระบบที่มีโมดูลต่าง ๆ ครอบคลุมในทุก ๆ ส่วนของกิจการ ดังนั้นขนาดของระบบอีอาร์พีที่จะวางระบบในกิจการนั้นก็จะเป็นระบบขนาดใหญ่ ซึ่งในการวางระบบขนาดใหญ่ก็จะต้องใช้งบประมาณที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

2.ความซับซ้อนของการดำเนินงานในกิจการมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ระบบอีอาร์พีนั้นเป็นระบบที่เน้นความเรียบง่าย นั่นหมายความว่าระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พีจะทำการ simplify เส้นทางการทำงานที่ซับซ้อนต่าง ๆ ภายในองค์กร ให้เป็นเส้นทางที่เดินไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นระบบระเบียบ สามารถตรวจสอบเส้นทางต่าง ๆ ได้โดยง่ายดาย

แต่…

ก่อนที่เส้นทางที่ซับซ้อนต่าง ๆ ในกิจการจะถูก simplify ได้นั้นต้องผ่านขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลและ requirement ต่าง ๆ

การพัฒนาปรับปรุงให้ระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานได้รับกันการทำงานที่ซับซ้อนของกิจการ

การทดสอบระบบว่าสามารถใช้งานได้จริง เป็นต้น

ซึ่งในขั้นตอนต่าง ๆ ล้วนใช้เวลา ใช้บุคลากรในทีมพัฒนาระบบที่เชี่ยวชาญ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะถูกรวมไว้ในค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน

3.การเทรนพนักงานในองค์กรมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ผู้ให้บริการต้องจัดเทรนเนอร์หรือทีมที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาเทรนพนักงานในองค์กรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอาทิเช่น ค่าเทรนเนอร์ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร เป็นต้น

หากพนักงานได้รับการเทรนเรียบร้อยแล้วแต่ยังคงมีปัญหาในการเข้าใช้งานที่ยังคงต้องการให้ทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ดูแลและให้คำปรึกษาหลังการติดตั้งระบบไปแล้ว ค่าใช้จ่ายก็จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดในสัญญาบริการที่ทางเจ้าของกิจการได้ทำไว้กับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

4.การวางพื้นฐานระบบทางไอทีมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่่ช่วยบริหารจัดการองค์กร ซึ่งผู้ใช้จะสามารถเข้าใช้งานระบบได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์

ดังนั้นการวางพื้นฐานระบบทาง IT ขององค์กรให้รองรับกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

การวางพื้นฐานระบบทางไอทีของกิจการจะครอบคลุมถึงเรื่องต่าง ๆ ดังนี้คือ

การจัดหาอุปกรณ์ทางไอทีที่จำเป็นเพื่อรองรับระบบอีอาร์พี ERP รวมถึงความต้องการในเรื่องของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และระบบสำรองข้อมูล เพื่อให้ระบบอีอาร์พี ERP ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยอาจต้องปรับปรุงหรืออัปเกรดสิ่งที่มีอยู่และเพิ่มทรัพยากรตามความต้องการ

5.การบำรุงรักษาระบบมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

หลังจากที่กิจการของคุณได้มีการติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP) เรียบร้อยแล้ว การบำรุงรักษาระบบอีอาร์พี (ERP) ก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งการบำรุงรักษาระบบอีอาร์พีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะมีค่าใช้จ่ายตามมา โดยรายละเอียดในการบำรุงรักษาระบบอีอาร์พี (ERP) อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการอัปเดตระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพและปรับปรุงความปลอดภัยของข้อมูล

ค่าใช้จ่ายในการรักษาและสำรองข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของอีอาร์พี (ERP) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือปรับให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการอัปเกรดระบบอีอาร์พี (ERP) เมื่อมีการออกเวอร์ชันใหม่

6.การปรับปรุงฟังก์ชันใช้งานให้เข้ากับองค์กรมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

เมื่อกิจการมีการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อาจพบว่าหากมีการปรับปรุงฟังก์ชั่นใช้งานในบางจุดของระบบ จะช่วยให้ระบบการทำงานของกิจการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะสามารถ customize ให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า

ค่าใช้จ่ายในการ customize จะอยู่ที่รายละเอียดในเชิงลึกที่ต้องคุยกันระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

7.ค่า license สำหรับ software ของผู้ให้บริการอีอาร์พีมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่มีทีมพัฒนาระบบ และพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ขึ้นมาเอง จะมีการคิดค่าบริการเข้าใช้ระบบกับลูกค้า หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือค่า license ในการใช้ระบบ

ค่า license นี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและการพิจารณาจากเจ้าของ license หรือผู้ให้บริการอีาร์พี ERP โดยผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) แต่ละเจ้าจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาค่า license ที่แตกต่างกันไป

ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) มีหลายเจ้า มีทั้งระบบอีอาร์พี (ERP) ที่พัฒนาโดยคนไทย ถือ license โดยคนไทย หรือระบบอีอาร์พี (ERP) ที่พัฒนาโดยต่างชาติซึ่งเจ้าของ license ก็จะเป็นชาวต่างชาติ เป็นต้น

สุดท้ายแล้วรายละเอียดในการตัดสินใจว่าจะวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยใช้ license ของคนไทยหรือต่างชาติก็อยู่ที่ลูกค้าจะตัดสินใจนั่นเอง

โดยสรุปของบทความ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ผู้ที่สนใจวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย และสามารถประเมินในเบื้องต้นได้ว่าควรจะลงทุนกับระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) ในรูปแบบใด

เพราะอย่างที่ได้กล่าวในส่วนต้นของบทความว่า การลงทุนวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นคือการลงทุนระยะยาว ที่ผลตอบแทนจะมาในรูปของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ของกิจการลดลงอย่างวัดค่าได้ (คลิกเพื่ออ่านผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

ความคุ้มค่าของการลงทุนอาจไม่ได้เห็นโดยฉับพลันทันที แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน หากลูกค้าลงทุนวางระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) ที่เหมาะสมกับกิจการของตนเอง

7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

3 สัญญาณเตือน องค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP)

3 สัญญาณเตือน องค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP)

ความจำเป็นในการเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) นั้นขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยในองค์กรอาทิเช่น ปัจจัยด้านการเงิน ปัจจัยด้านระยะเวลา ปัจจัยด้านความพร้อมของบุคคลากร เป็นต้น

การวางระบบอีอาร์พีเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินงาน ตั้งแต่เริ่มต้นตัดสินใจ ไปจนกระทั่งวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้ใช้งานได้จริง ดังนั้นแต่ละองค์กรจะมีการหาข้อมูลและเหตุผลสนับสนุนต่าง ๆ ในการประกอบการตัดสินใจมากพอสมควร (คลิกเพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP)

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ากิจการของคุณควรจะต้องหันมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง 3 สัญญาณเตือน เพื่อเช็คว่าองค์กรของคุณควรจะเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ได้แล้วหรือยัง

3 สัญญาณเตือนมีดังนี้คือ

1. การขยายตัวขององค์กรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

2. ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ปริมาณงานเยอะขึ้นแต่ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรลดลง

รายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้

1. การขยายตัวขององค์กรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ในการทำธุรกิจแน่นอนว่าทุกคนในองค์กรย่อมคาดหวังที่จะเห็นการเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่การเติบโตขององค์กรก็ทำให้การบริหารจัดการองค์กรมีความซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อกิจการขยายตัวนั่นหมายถึง transaction ทางบัญชี ระบบการผลิตและระบบสินค้าคงคลัง รวมถึงส่วนอื่นๆ ในกิจการ ก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้ยาก ดังนั้นหากองค์กรของคุณเริ่มมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นสัญญาณเตือนได้เป็นอย่างดีว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรพิจารณานำระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการองค์กร (คลิกเพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

2. ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดเก็บข้อมูลในองค์กรจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ การจัดเก็บข้อมูลรูปแบบเอกสารกระดาษ และการจัดเก็บข้อมูลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

ในองค์กรที่ไม่ได้ใช้ระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยจัดเก็บข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ก็อาจเจอปัญหาเรื่องการจัดเก็บข้อมูลอาทิเช่น

– ข้อมูลที่เป็นเอกสารกระดาษที่เก็บไว้ระยะเวลานานสูญหาย

– ปริมาณข้อมูลเอกสารกระดาษต่าง ๆ มีมากจนล้นไม่สามารถจัดระเบียบได้

– ข้อมูลในเอกสารที่เก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ไม่มีความปลอดภัย อาจถูกแฮกข้อมูลได้โดยปราศจากการป้องกัน

– ข้อมูลสำคัญที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังเช่น เอกสารทางบัญชี เอกสารคลังสินค้า ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– ข้อมูลต่างๆ ระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรไม่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ทำให้ขั้นตอนการทำงานยุ่งยากซับซ้อน

ซึ่งถ้าองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาการจัดเก็บข้อมูลดังที่ได้กล่าวมา ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนที่คุณต้องเริ่มพิจารณาการใช้ระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยจัดการการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ และมีความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล

3. ปริมาณงานเยอะขึ้นประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลง

อีกหนึ่งปัญหาที่สามารถพบได้มากในองค์กรที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วคือ พนักงานในองค์กรต้องรับภาระงานในปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้ขาดความสมดุลระหว่างชั่วโมงการทำงานกับปริมาณงานของพนักงานในองค์กร

การทำงานในปริมาณที่น้อยจนเกินไปก็ทำให้พนักงานไม่ productive ปริมาณงานที่เป็นผลลัพธ์ให้กับองค์กรไม่เหมาะสมกับค่าจ้างที่ได้รับ ในขณะเดียวกันการที่พนักงานในองค์กรต้องรับภาระงานในปริมาณเพิ่มมากขึ้น องค์กรอาจได้ประโยชน์ในแง่ของผลการทำงานที่มากขึ้นตาม แต่พนักงานก็จะเกิดความเครียดในการทำงาน ทำงานกับองค์กรได้ไม่นานก็ลาออก และสุดท้ายอาจกระทบกับองค์กรในที่สุดเช่นกัน

นอกจากนี้การที่พนักงานทำงานเดิมด้วยทักษะเดิม ไม่มีโอกาสได้เพิ่มเติมความรู้ใหม่ ๆ ทักษะใหม่ ๆ การทำงานอยู่กับสิ่งเดิมๆ อาจทำให้พนักงานเกิดความเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น ซึ่งก็จะกระทบกับผลการทำงานเช่นกัน

ถ้าองค์กรของคุณมีปริมาณงานกับพนักงานที่ไม่สมดุล พนักงานไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนที่คุณควรจะใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กร ให้มีชีวิตการทำงานในองค์กรที่สมดุล และมีไฟที่จะทำงานให้กับองค์กรในระยะยาว

กล่าวโดยสรุปหัวข้อใน 3 สัญญาณเตือนองค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้คุณได้ตั้งข้อสังเกตภายในองค์กรของคุณเองว่า หากองค์กรมีการขยายตัวจนเกิดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ ไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบเรียกดูข้อมูลรวมถึงรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และพนักงานในองค์กรขาดความสมดุลในการทำงานให้กับองค์กร ก็เป็นไปได้สูงว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรต้องมีระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการองค์ของคุณให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ (คลิกเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 สัญญาณเตือน องค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้

ในการสร้างองค์กรธุรกิจหรือองค์กรใดสักองค์กรหนึ่งขึ้นมา องค์กรนั้นจะเดินไปข้างหน้าอย่างทุกลักทุเลแน่ ๆ หากไม่มี “การบริหารจัดการองค์กร” ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ซึ่งในการบริหารจัดการองค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการองค์กรได้ในทุก ๆ ส่วนและทุก ๆ รายละเอียด (คลิกเพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้อวางระบบ ERP)

ระบบอีอาร์พี (ERP) ก็คือเครื่องมือที่จะมาช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการองค์กรของคุณได้ในรูปแบบที่คุณต้องการ

มาถึงตรงนี้แล้วหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำอะไรให้กับองค์กรของคุณได้บ้าง ในบทความนี้จะมีรายละเอียด 5 สิ่งที่อีอาร์พี (ERP) ทำได้ มาอธิบายให้คุณได้เห็นภาพระบบของอีอาร์พี (ERP) ที่ชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจว่าคุณควรจะเลือกใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ในการบริหารจัดการองค์กรของคุณหรือไม่

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้มีดังนี้คือ

1. การรวบรวมข้อมูล

2. การทำงานร่วมกัน

3. การปรับปรุงกระบวนการ

4. การติดตามและรายงาน

5. การรักษาความถูกต้องและความจริงของข้อมูล

มาดูรายละเอียดของ 5 สิ่งที่อีอาร์พี (ERP) ทำได้กันเลย

1. การรวบรวมข้อมูล

ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรต่างๆ ในองค์กร ช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลพร้อมในการตัดสินใจ

โดยข้อมูลจะแสดงในรูปแบบของรายงานที่จะแสดงข้อมูลไปตามหัวข้อต่างๆ ตามที่ได้สร้างเงื่อนไขไว้ในระบบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถดึงข้อมูลย้อนหลังมาแสดงได้ด้วยเช่นกัน

2. การทำงานร่วมกัน

ระบบอีอาร์พี ช่วยให้แต่ละส่วนในองค์กรสามารถทำงานประสานกันได้อย่างราบรื่น โดยมีข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกด้านขององค์กร

3. การปรับปรุงกระบวนการ

ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการรับรู้และวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งสามารถช่วยในการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. การติดตามและรายงาน

ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามสถานะของส่วนการผลิตและกระบวนการต่าง ๆ อีอาร์พี (ERP) จะสามารถสร้างรายงานที่ช่วยในการวิเคราะห์และการตัดสินใจ

5. ความถูกต้องของข้อมูล

ระบบอีอาร์พี ช่วยในการรักษาความถูกต้องและความเป็นจริงของข้อมูลในระบบ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการบริหารจัดการ

การใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือช่วยให้คุณบริหารจัดการองค์กรได้อย่างเป็นระบบมาก ซึ่งในการทำงานจริงผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อาจใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับการทำงานของระบบ แต่เมื่อเกิดความเคยชินแล้ว คุณจะพบว่าการบริหารจัดการองค์กรนั้นสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว (คลิกเพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบ ERP ที่ดีต้องทำอย่างไร)

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้ Read More »

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP
ปัญหาใหญ่หลวงที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องเจอคือ การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งคนที่เป็นผู้ประกอบการจะซาบซึ้งตรึงใจกันเป็นอย่างดีว่า ข้อมูลที่ไร้ระเบียบและสับสนวุ่นวาย สร้างความหนักใจให้ราวกับว่าผู้ประกอบการต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว

แต่ความยุ่งยากนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ไม่มีทางออก เพราะความยุ่งยากในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรนั้นสามารถจัดการได้โดยระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือเรียกแบบย่อ ๆ ว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP ที่คุณจะเข้าใจว่าระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้ความยากในการบริหารจัดการองค์กรของคุณง่ายขึ้นได้อย่างไร

เหตุผลที่ 1 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นสามารถใช้ได้กับหลากหลายประเภทของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ระบบอีอาร์พีสามารถเข้าไปช่วยบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ 2 ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นศูนย์รวมข้อมูลในองค์กรที่พนักงานในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องเข้าถึง

เหตุผลที่ 3 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำให้คุณสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่า ใครควรจะเข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลนี้จะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร และจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลองค์กรของพนักงานตามขอบเขตในการทำงานของพนักงานแต่ละคน

เหตุผลที่ 4 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยให้ Flow ของระบบการผลิตเป็นไปได้อย่างแม่นยำตามสูตรการผลิตที่คุณกำหนดไว้ นั่นคือระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้คุณสามารถกำหนดสูตรในการผลิตที่เฉพาะเจาะจง และบันทึกข้อมูลการใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ที่คุณสามารถเช็คย้อนกลับไปดูข้อมูลเหล่านั้นได้

เหตุผลที่ 5 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยจัดการเส้นทางของข้อมูลที่เกิดขึ้นในกิจการของคุณ ให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนในกิจการของคุณได้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าเส้นทางของข้อมูลนั้นจะซับซ้อนมากแค่ไหนก็ตาม

เหตุผลที่ 6 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้เช่น ถ้าคุณเป็นกิจการแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนในการผลิตสินค้า คุณจะสามารถเช็คได้ว่าสินค้าตัวไหนที่ต้นทุนสูงกำไรน้อย สินค้าตัวไหนที่ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ และสร้างสมดุลในการผลิตให้เหมาะสมกับสัดส่วนของกำไรต่อต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

เหตุผลที่ 7 ระบบอีอาร์พี (ERP) มีดีมากกว่าแค่ระบบบัญชี แต่อีอาร์พีสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทางบัญชีเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละปีและวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มทางการเงินที่จะเกิดขึ้นได้

เหตุผลที่ 8 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการทำงานภายในองค์กรแล้ว การบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ภายในองค์กรนั้นทำได้รวดเร็ว จึงช่วยให้ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจเงื่อนไขต่าง ๆ ทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่ 9 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้บุคลากรในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมดุลในการทำงาน ซึ่งทำให้บุคลากรในองค์กรไม่เพียงแค่สร้างผลิตผลให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน แต่สามารถทำงานกับองค์กรได้อย่างราบรื่นมีความสุข

จากเหตุผลทั้ง 9 ข้อที่ได้กล่าวมา ถ้าคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานและยกระดับการทำธุรกิจ ช่วยให้คุณสามารถบริหารองค์กรของคุณได้อย่างสบายใจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ช่วยสร้างผลกำไรที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พี (ERP) คือคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถฟันธงได้อย่างมั่นใจและแน่นอน (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP Read More »

ความสำคัญของระบบ PlanetOne ERP กับ งานบัญชี

หลาย ๆ คน อาจจะสงสัยว่า ERP กับ โปรมแกรมบัญชี ต่างกันอย่างไร หรือมีความเข้าใจว่า โปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่ทั่ว ๆ ไปก็คือ ERP นั่นแหละ เพราะมีการใช้โปรแกรมหน้าตาคล้าย ๆ กัน และจุดประสงค์ก็เพื่อใช้ในงานบัญชีเหมือนกัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ERP ต่างกับโปรแกรมบัญชีอยู่หลายจุด และทำอะไรได้มากกว่าแค่งานบัญชีอีกด้วย เรามาดูกันว่า ERP กับ ระบบบัญชีต่างกันอย่างไร

ระบบบัญชีคืออะไร?

ระบบบัญชีเป็นเพียงโปรแกรมสำเร็จรูปที่เน้นไปในเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเงินของบริษัท ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย เอกสารการโอนเงิน เอกสารการเบิกจ่ายเงิน รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่เรียงลำดับวันที่ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา สะดวกในการทราบต้นทุนและกำไรของบริษัท ไปจนถึงการที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นไปเป็นหลักฐานในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กรมสรรพากรอีกด้วย แต่ทว่าระบบนี้ไม่ได้ครอบคลุมหรือเชื่อมต่อการทำงานไปยังส่วนงานอื่นๆขององค์กร

PlanetOne ERP กับ โปรแกรมบัญชีต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไปการบันทึกบัญชีในโปรแกรมบัญชีมักจะทำเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากกระบวนการต่าง ๆ ผ่านไปแล้ว เช่น การขาย การจ่าย จัดซื้อ การรับเงินเข้า-ออก เป็นต้น ซึ่งแต่ละฝ่ายจะบันทึกและส่งข้อมูลมาให้ฝ่ายบัญชีเพื่อบันทึกบัญชีอีกทีหนึ่ง อาจทำให้ข้อมูลตกหล่น คลาดเคลื่อน ข้อมูลไม่ถูกต้องสมบูรณ์ โดยส่วนมากจะเก็บข้อมูลเป็นเดือน ๆ ถึงจะสรุปบัญชี ทำให้ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ทราบผลกำไร ขาดทุน ทำให้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารไม่เห็นสถานะปัจจุบันขององค์กรว่ากำลังไปในทิศทางใด เรียกดูข้อมูลยาก ต้องตามจากหลายฝ่าย และอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นปัจจุบัน

ในขณะที่ PlanetOne ERP คือระบบที่รวมหลาย ๆ โมดูล ครอบคลุมการทำงานในองค์กร เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายคลัง ฝ่ายผลิต ซึ่งฝ่ายบัญชี ก็เป็นหนึ่งในโมดูลของ PlanetOne ERP เช่นเดียวกัน ERP จะเป็นตัวเชื่อมต่อข้อมูลฝ่ายอื่น ๆ กับฝ่ายบัญชีแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรวบรวมเอกสารมาส่งฝ่ายบัญชี ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ตกหล่น สรุปบัญชีและรายงานธุรกรรมทางการเงินให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ช่วยวิเคราะห์ รายงานกำไรขาดทุน รายงานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จากข้อมูลที่ส่งมาจากทุกฝ่าย หรือทุกสาขาของบริษัท ช่วยวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวเจ้าหนี้การค้า และลูกหนี้การค้าได้สะดวกขึ้น รวมทั้งวิเคราะห์ ยอดลูกหนี้การค้า และเจ้าหนี้การค้าแบบย้อนหลังได้ด้วย และยังรองรับการ Export/Import ข้อมูลสามารถที่จะเลือกชำระโดยเงินสด (cash) เช็ค (Cheque) โอนบัญชีธนาคาร (Transfer) อีกด้วย

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดคงจะเปรียบเทียบได้ไม่ยาก เพราะ PlanetOne ERP คือระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทย ซึ่งความสามารถของระบบ PlanetOne ERP คือ ครอบคลุมการทำงานให้กับทุกองค์กร และทุกประเภทธุรกิจ กล่าวคือ ERP ทั่วไปอาจจะช่วยให้การทำงานในองค์กรเชื่อมโยงหากันตั้งแต่ ขาย คลัง จัดซื้อ บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีลูกหนี้ บัญชีทั่วไป รวมไปจนถึงระบบการผลิต ซึ่งอาจจะมีข้อยกเว้นอยู่หลายส่วนโดยเฉพาะระบบภาษี เพราะระบบ PlanetOne ERP เป็นระบบที่รองรับระบบภาษีของไทย และยังเป็นระบบขนาดใหญ่ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 26 ปี

ความสำคัญของระบบ PlanetOne ERP กับ งานบัญชี Read More »

5 ข้อควรรู้ถ้าจะติดตั้งระบบ ERP

หลาย ๆ องค์กรที่เริ่มอยากจะใช้ระบบมาช่วยในการทำงาน แน่นอนว่าส่วนใหญ่มักพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการทำงานรูปแบบเดิม ๆ อย่างเช่น การใช้แค่โปรแกรม Excel มาคำนวณหรือสร้างแผนการผลิต ซึ่งจะยังเป็นระบบแมนนวล และเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณและการคิดสูตรการผลิตที่ไม่แม่นยำและไม่เรียลไทม์ ทำให้หลายๆบริษัทที่กำลังเติบโตเลือกที่จะใช้ Software ERP มาใช้ในส่วนนี้เพราะครอบคลุมการทำงานทั้งหมดในองค์กร แต่ก่อนที่จะเลือก Software ERP มาใช้สักโปรแกรมควรรู้อะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1. ERP คือระบบบริหารจัดการองค์กร

ERP คือระบบบริหารจัดการองค์กรที่หลาย ๆ บริษัทยังคงเข้าใจผิดว่าเป็นระบบบัญชี แต่ความพิเศษของ ERPมีมากกว่านั้น เพราะสามารถทำให้การทำงานภายในองค์กรเชื่อมโยงหากันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บัญชี การเงิน การคลัง การผลิต และมีส่วนเสริมในส่วนอื่น ๆ เช่น ระบบหน้าร้าน ระบบบริหารงานบุคคล สินทรัพย์ หรือแม้แต่งานบริการ ก็รองรับและเชื่อมโยงถึงกันได้ ทำให้การทำงานมีระบบและสามารถสืบกลับข้อมูลได้โดยง่าย แต่ราคาระบบ ERP ก็มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งมีตั้งแต่หลัก 1,000,000 – 50,000,000 บาท ซึ่งบางระบบราคาสูงถึง 9 หลักก็มี แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กรว่าจะเลือกใช้กี่ยูสเซอร์ หรือปรับปรุงการใช้งานอะไรบ้าง

2. การวางระบบมีค่าใช้จ่ายที่สูงถ้าไม่รู้สิ่งนี้?

ระบบแต่ละเจ้ามีรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน แต่ส่วนมากจะมีสิ่งที่เรียกว่าค่า Implement และค่า License ซึ่งทางผู้ประกอบการณ์ต้องเปรียบเทียบกันทั้ง ราคาและการรองรับของระบบ ในส่วนนี้ทางเราขอพูดเลยว่าลูกค้าควรมีการพูดคุยหรือเปรียบเทียบระบบจากหลายๆเจ้า โดยยึดการรองรับระบบเป็นหลัก เนื่องจาก ERP เป็นระบบสำเร็จรูป จะมี Function standard ของแต่ละเจ้าอยู่แล้ว ซึ่งหากทางผู้ประกอบการเลือกระบบที่ไม่ตอบโจทย์เพราะเลือกจากราคาที่ถูก แต่สิ่งที่ท่านจะเจอก็คือ การ Customized หรือการปรับปรุงระบบให้เข้ากับการทำงานในองค์กรอาจจะมีราคาหรืองบประมาณที่บานปลายออกไปค่อนข้างมาก (ซึ่งทุกๆระบบล้วนต้องมีการ Customized เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานของลูกค้า)

3. ERPมีค่าบริการในการ Support

การ Supportจะไม่เกี่ยวข้องกับค่า Implement ค่า License และค่า customized สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสัญญาบริการ(MA) หลายๆองค์กรจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่าย ในส่วนของค่าบริการ (MA) ของผู้พัฒนาระบบแต่ละเจ้าก็คิดไม่เหมือนกัน เช่นบางเจ้าคิดที่ 20% ของค่า License ทั้งหมด และมีการนำค่า customized มาคำนวณในแต่ละปีด้วย แต่ต้องทำการเข้าใจว่าหากทางองค์กรของท่านมีการชำระค่าสัญญาตรงนี้ทางทีม Support ก็จะยังคงดูแลคุณอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในช่วง 5 ปีแรก คุณอาจจะยังต้องพึ่งพาทีม Support เพื่อช่วยให้คุณสามารถใช้ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากประสบการณ์ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา เราไม่เคยเจอองค์กรไหนที่ไม่พึ่งทางทีม Support ในการดูแลการใช้งานระบบ เพราะทุกๆองค์กรก็มักจะมีการเข้าออกของพนักงานตลอดเวลา แต่หากคุณมั่นใจว่าเชี่ยวชาญในระบบและไม่ต้องการต่อสัญญาก็สามารถทำได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทผู้พัฒนาว่ามีเงื่อนไขอะไรในการใช้งาน หากไม่ต่อสัญญาจะยังสามารถใช้งานระบบได้หรือไม่ได้นั้น ให้ลองปรึกษากับทางทีมพัฒนาระบบของคุณดูได้เลยค่ะ

4. แต่งตั้งทีมรับผิดชอบในองค์กร

เรื่องนี้สำคัญมากๆเพราะจากประสบการณ์ หลายๆองค์กรมักมอบหน้าที่ให้คนคนเดียวรับผิดชอบเรื่องการดูระบบ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พอผู้รับผิดชอบหลักลาออก ก็ทำให้การทำงานไปต่อไม่ได้ และต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมเพิ่มเติม แน่นอนว่าระบบ ERP จะเกี่ยวข้องกับทุกแผนกในองค์กรผู้บริหารควรจัดตั้งทีมผู้รับผิดชอบในแต่ละแผนกทั้งผู้รับผิดชอบหลักและผู้รับผิดชอบร่วมกัน สิ่งนี้จะทำให้การใช้งานระบบ ERP ผ่านไปได้โดยง่าย และไม่เกิดปัญหาในระยะยาว

5. ความไม่พร้อมของพนักงานมักเป็นอุปสรรค…

สิ่งนี้ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะมีหลายๆบริษัทวางระบบไม่สำเร็จอันเกิดมาจากยูสเซอร์ผู้ใช้งานไม่ปรับตัวและเอาความเคยชินมาใช้เป็นหลัก บางองค์กรต่อต้านจนผู้บริหารหลายท่านต้องยอมแพ้และเลิกใช้ระบบไป เพราะนอกจากจะต้องนั่งทำงานให้บริษัทแล้วยังต้องมาเสียเวลาเรียนรู้ในการใช้งานระบบด้วย เรื่องนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยกันภายในก่อนจะตัดสินใจติดตั้งระบบแบบจริงจัง เพราะในมุมมองของผู้บริหารกับพนักงานจะแตกต่างกันด้วยตำแหน่งและเนื้องานของแต่ละบุคคล เพราะสิ่งที่พนักงานจะมีข้อสงสัยคือ ระบบมันมีความจำเป็นจริงๆหรือไม่ หรือเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับพนักงานกันแน่

หากท่านมีความลังเลและไม่แน่ใจว่าจะเลือกระบบของเจ้าไหนดี ทางเราขอแนะนำระบบ PlanetOne ERP ที่มีความยืดหยุ่นสูงและรองรับการทำงานได้ทุกรูปแบบธุรกิจ ด้วยตัวระบบขนาดใหญ่แต่ราคาเป็นมิตรมากกว่าระบบทั่วไปในขนาดเดียวกัน และยังเป็นทีมพัฒนาสัญชาติไทยที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 25 ปี หากท่านต้องการระบบที่รู้ใจการทำงานของคนไทย แนะนำระบบ PlanetOne ERP ให้เป็นตัวเลือกหนึ่งในความสำเร็จของคุณ

ติดต่อ 022714362-3 หรือ 095 294 5693 (คุณเจน) ตำแหน่ง Executive Director

5 ข้อควรรู้ถ้าจะติดตั้งระบบ ERP Read More »

Thailand Software Fair 2022

งานแสดงผลงานซอฟต์แวร์ไทยระดับหัวกะทิ Thailand Software Fair 2022 “The Success Story” The Digital Business Transformation with Thai Software Industry
 เสวนาหัวข้อ “Thai Software Success Story ถอดรหัส : เบื้องหลังความสำเร็จธุรกิจที่คว้ารางวัล ATSI DE Award 2022”
▪️ โดย คุณรัสรินทร์ โชยพฤทธิพงศ์ (Supply Chain Manager บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด)
 ▪️ คุณจตุรงค์ เกื้อสกุลรุ่งโรจน์ (กรรมการผู้จัดการ บริษัท มนูญเพ็ทช็อป เคจี กรุ๊ป 2018 จำกัด)
▪️ คุณศิริวรรณ ติรเลิศ (Executive Director บริษัท บริด ซิสเต็มส์ จำกัด)
ที่รวบรวมกรณีศึกษาและผลสำเร็จจากธุรกิจจริงที่ได้นำโซลูชั่นของไทยไปปรับใช้ในการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
เพื่อให้เห็นผลลัพธ์และความคุ้มค่าในการลงทุนใช้งานมากที่สุด
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 | 15.30-16.30 น. | ณ Amber 2-3ณ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค

Thailand Software Fair 2022 Read More »

ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด

  สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) ได้มีการจัดโครงการประกวดรางวัลผู้ประกอบการดีเด่น ด้านการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ไทยเพื่อพัฒนาองค์กร (ATSI-Digital Entrepreneur Award) และได้จัดพิธีมอบรางวัล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้กับผู้ประกอบการ ที่นำระบบซอฟต์แวร์สัญชาติไทย มาใช้ในการดำเนินธุรกิจจนเกิดผลประโยชน์สูงสุดโดยได้รับเกียรติ จาก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้มอบโล่รางวัล ทั้งนี้ทางทีมงานจากบริษัทบริด ซิสเต็มส์ จำกัด ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ PlanetOne ERP ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ สำหรับผู้ประกอบการดีเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์และดิจิทัลโซลูชั่นในหมวดหมู่อุตสาหกรรมการผลิตโดยใช้ระบบ PlanetOne ERP

ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด Read More »

Scroll to Top