ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร
ในการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีหน้าที่คอย support การใช้งานระบบให้กับองค์กร เพื่อให้การใช้งานระบบอีอาร์พีเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร
หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นที่จุดใดให้ตรวจสอบตรงจุดนั้น โดยตรวจสอบว่าผู้ใช้งานระบบได้ทำขั้นตอนใดบ้างก่อนที่ปัญหาการใช้งานจะเกิดขึ้น จากนั้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมเช่น หากต้องมีการตรวจสอบที่ฐานข้อมูล ทีมพัฒนาระบบก็ควรไปเอาฐานข้อมูลของผู้ใช้งานระบบมาตรวจสอบ โดยมีการ back up ฐานข้อมูลไว้ด้วยเสมอ เป็นต้น
ซึ่งบางบริษัทหรือบางระบบอีอาร์พี ERP อาจจะกำหนดหน้าที่ของ Super user ได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งรูปแบบการใช้งานของระบบอีอาร์พีในแต่ละบริษัทอาจมีความต่างกันไป
หน้าที่ของ Super User จะสามารถจัดการระบบอีอาร์พีได้ดังนี้คือ
1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้
2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้
3. Super User สามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้
4. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้
โดยรายละเอียดบทบาทและหน้าที่ของ Super User มีดังต่อไปนี้คือ
1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้
กล่าวคือ Super User มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงในระบบ ERP สำหรับผู้ใช้งานอื่น ๆ ในองค์กร เพื่อให้มีการควบคุมและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้อง
ยกตัวอย่างประกอบเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นคือ Super User จะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและบันทึกข้อมูลที่เข้ามาในระบบ เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจหรือข้อมูลที่ต้องการเรียกดูรายงานมีความถูกต้อง
3. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้
ในการใช้งานระบบอีอาร์พี นอกจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี จะมีทีม support คอยให้ความช่วยเหลือหากผู้ใช้งานระบบเกิดปัญหาติดขัดในการทำงานแล้ว ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีเองก็ควรมีกลุ่ม Super User ขององค์กร ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กร หากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เช่นกัน
ซึ่งหากกลุ่ม Super User สามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา แล้วมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้เอง ทางองค์การก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างทีมทีปรึกษาของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมา support การแก้ปัญหาได้อีกด้วย
กล่าวโดยสรุปSuper User ในการใช้งานระบบอีอาร์พีคือผู้ที่จะคอยรับผิดชอบการเข้าถึงระบบต่าง ๆ และคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานหากเกิดปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พี ซึ่งการมี Super User นี้นอกจากจะช่วยให้พนักงานสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างราบรื่นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรในการจ้างทีมที่ปรึกษาจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอีกด้วย (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)
และการมีทีม support ที่สามารถให้คำปรึกษาและเดินทางไปยังหน้างานเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา ได้สะดวกกว่าการใช้งานระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ
ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจึงทำให้ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถปรับค่าใช้จ่ายให้มีความสมเหตุสมผลกับขนาดขององค์กรไทยได้ดี และมีบริการ support ที่เข้าถึงได้ง่ายสะดวกสำหรับองค์กรหากติดปัญหาในการใช้งานนั่นเอง
เช่น หากต้องการ Go live ในช่วงเดือนมกราคม อาจต้องจัดให้มีการเทรนช่วงเดือน สิงหาคม กันยายน และตุลาคม ในปีก่อนหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือนมกราคมที่จะมีการ Go live เพื่อใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบ
ระบบอีอาร์พี (ERP) จะใช้วิธีการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ นั่นคือฐานข้อมูลทั้งหมดขององค์กรจะถูกจัดเก็บไว้และบริหารจัดการใน server เดียวกัน ซึ่งง่ายต่อการจัดการหรือส่งต่อข้อมูลให้กับ user ที่เข้าใช้งานในระบบ
การเข้าถึงข้อมูลจาก user หลาย ๆ คนในช่วงเวลาเดียวกันจะสามารถทำได้ แต่ในบางขณะอาจทำให้เกิดการหน่วงของระบบ ดังนั้นระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อ user คนนั้นจริง ๆ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลของ user เกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ช่วยลดการหน่วงของระบบ และให้ user ได้เข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอยู่เท่านั้น
ข้อมูลในองค์กรจำเป็นต้องแสดงข้อมูลในแบบ real time เพื่อให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ทันท่วงที ป้องกันปัญหาฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น สินค้าในคลังสินค้าไม่พอขาย เป็นต้น
การวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ก็เช่นกัน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ส่วนที่จะบ่งชี้ค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนที่สุดคือจำนวน user ที่จะเข้าใช้งานในระบบ
กล่าวคือ ในกิจการต้องมีการประเมินกันภายในด้วยว่าจำนวน user ที่จะต้องเข้าใช้งานในระบบพร้อมกันมีทั้งหมดกี่คน ค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะผันแปรไปตามความมากน้อยของ user ด้วยนั่นเอง