ERP Thai

บทสัมภาษณ์ บริษัท ไดโช (ประเทศไทย) จำกัด

สวัสดีครับ ผม อุดมศักดิ์ เจียรบรรจง General Manager ของบริษัท Daisho ประเทศไทย (Click เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์บริษัท Daisho ประเทศไทย)

BRID: ช่วยแนะนำตัวและประสบการณ์ในการทำงานหน่อยค่ะ

คุณอุดมศักดิ์: สวัสดีครับ ผม อุดมศักดิ์ เจียรบรรจง General Manager ของบริษัท Daisho ประเทศไทย

ผมเองก็มีประสบการณ์ทำงานอยู่ในธุรกิจอาหารมามากกว่า 25 ปี

BRID: การเติบโตของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณอุดมศักดิ์: บริษัทไดโชประเทศไทยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ธุรกิจหลักก็คือการนำเข้าอาหารและจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย ตลาดหลักๆ ในเมืองไทยเราก็มีเช่นร้านอาหารญี่ปุ่น โรงงานผลิตอาหาร แล้วก็รวมถึงโมเดิร์นเทรด ซุปเปอร์มาร์เก็ต และตลาดส่งออกไปต่างประเทศ

“ในอดีตเราเป็นบริษัทแรกๆ ที่เล็งเห็นการเจริญเติบโตของธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรา จนปัจจุบันเราก็ยังเป็นผู้นำในการซัพพลายวัตถุดิบและอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย”

บริษัทเราเติบโตอย่างต่องเนื่องแม้ในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเช่นช่วงโควิด เราก็ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มฐานลูกค้าใหม่จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

BRID: อะไรคือเหตุผลที่เริ่มมองหาระบบอีอาร์พี

คุณอุดมศักดิ์: การเติบโตด้านยอดขายอย่างต่อเนื่องของบริษัทเราที่ผ่านมา ทำให้เรามีพนักงานมากขึ้น รวมถึง transaction ก็มากขึ้น ความต้องการของลูกค้าก็หลากหลายมากขึ้น ทำให้ระบบที่เราใช้อยู่เดิมไม่สามารถที่จะรองรับการเจริญเติบโตของเราทั้งปัจจุบันและในอนาคตได้

ทำให้เราต้องมอง solution ใหม่ๆ ซึ่งก็มาลงตัวที่ระบบ PlanetOne ERP ทั้งในเรื่องของราคาและความพร้อมในการให้บริการของทีมงานบริด

BRID: อะไรคือจุดเริ่มต้นในการเลือกระบบ PlanetOne ERP

คุณอุดมศักดิ์: ในอีดตเราก็เคยพัฒนาอีอาร์พีกับบริษัทอื่นอีกบริษัทหนึ่ง เป็นการพัฒนาร่วมกัน

แต่เนื่องจาก expectation ของบริษัทเรา กับทีมงานที่พัฒนาไม่สอดคล้องกัน ทำให้ไม่สามารถที่จะพัฒนาต่อได้ จนกระทั่งมีที่ปรึกษาแนะนำให้กับบริษัท PlanetOne ERP ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองคุยกันแล้ว ทำให้เราสามารถที่จะสื่อสารและสามารถจะ implement ร่วมกันได้

BRID: ในระบบ PlanetOne ERP มีการใช้โมดูลอะไรบ้างคะ

คุณอุดมศักดิ์: ในปัจจุบันเราใช้ทั้งหมด 6 โมดูลครับ เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อ, การขาย, Inventory Control ส่วนในเรื่องของบัญชีก็ครอบคลุมตั้งแต่ AP, AR จนถึง GL

ซึ่งฟังก์ชั่นทั้งหลายบนโมดูลเหล่านี้ สามารถครอบคลุมและตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลาย ของธุรกิจอาหารของเราได้

ตัวระบบสามารถตอบโจทย์การทำงาน multi-department ได้ดี รวมถึงตัวระบบเองค่อนข้างจะ user friendly มากๆ ทำให้พนักงานของเราสามารถทำงานบนระบบและสื่อสารบนฐานข้อมูลเดียวกันได้

ส่วนในแง่ของ Report ตัวระบบเองก็สามารถ Gen Report ต่างๆ ออกมาได้ค่อนข้างดี ซึ่ง Report ต่างๆ เหล่านี้ถือเป็น Management Information ที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ และการวางแผนธุรกิจในอนาคตได้ครับ

BRID: ประทับใจในบริการหลังการขายของ PlanetOne ERP อย่างไรบ้าง

คุณอุดมศักดิ์: ในแง่ของผู้ใช้บริการ After sales service มีความสำคัญมากๆ ทีมงาน PlanetOne ERP ใส่ใจในการช่วยตอบคำถามและให้บริการ รวมถึงการตอบคำถามผ่านกลุ่มไลน์ และผ่านระบบเจแทรค

BRID: ช่วยให้สโลแกนกับทีมงาน PlanetOne ERP หน่อยค่ะ

คุณอุดมศักดิ์: ทีมงาน PlanetOne ERP ให้บริการได้ดี รวดเร็ว ฉับไว รวมถึงแก้ปัญหาได้ตรงจุด แล้วก็ไม่เอาเปรียบผู้ใช้บริการ

BRID: ขอคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะติดตั้งระบบอีอาร์พีด้วยค่ะ

คุณอุดมศักดิ์: ในการเลือกระบบ ERP นอกจากราคาที่เหมาะสม และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของเรา ความน่าเชื่อถือของตัวระบบเองและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

"ผมมั่นใจว่าระบบอีอาร์พี PlanetOne เป็นระบบที่ดี ที่สามารถพัฒนาต่อเนื่องไปพร้อมกับการเติบโตของบริษัทเราได้ครับ การ implementation ของระบบก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การช่วยเหลือของ PlanetOne ERP ทำให้การเปลี่ยนถ่ายจากระบบเดิมเข้าสู่ระบบ PlanetOne ERP เป็นไปอย่างราบรื่น"

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ บริษัท ไดโช (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้

วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้

หนึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้การวางระบบอีอาร์พีในองค์กรประสบความสำเร็จคือการมีส่วนร่วมในการ implement ระบบอีอาร์พีอย่างจริงจังของผู้บริหาร

เหตุผลที่ทำให้การมีส่วนร่วมของผู้บริหารในการวางระบบอีอาร์พีมีความสำคัญเพราะว่า ผู้บริหารระดับสูงสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างแรงจูงใจ ทำให้พนักงานเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ระบบอีอาร์พีในการบริหารจัดการองค์กร (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี)

ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับสูงในการ implement ระบบอีอาร์พี จะช่วยให้องค์กรสามารถประสบความสำเร็จในการ implement ได้ด้วยปัจจัยประกอบดังนี้คือ

1. ผู้บริหารสามารถการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานได้

2. ผู้บริหารสามารถวางแผนบริหารจัดการการวางระบบอีอาร์พีร่วมกับ implementer

3. ผู้บริหารสามารถมีส่วนร่วมตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ ระหว่าง implement ระบบอีอาร์พี

โดยในแต่ละปัจจัยมีรายละเอียดดังนี้

1. ผู้บริหารสามารถการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานได้

ผู้บริหารสามารถสร้างแรงจูงใจในการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานได้โดย ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นว่าควรจะจัดรูปแบบการทำงานและรูปแบบการเทรนให้กับพนักงานอย่างไร จึงจะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานในช่วงเวลาที่เปลี่ยนระบบจากระบบเดิมไปสู่การใช้ระบบอีอาร์พีได้อย่างราบรื่น และพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป

2. ผู้บริหารสามารถวางแผนบริหารจัดการการวางระบบอีอาร์พีร่วมกับ implementer

ผู้บริหารองค์กรจะรู้จักองค์กรของตนเองดีที่สุด ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อนในการทำงานและศักยภาพของบุคลากรในองค์กร รวมถึงรู้จักทรัพยากรด้านไอทีขององค์กรเป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีส่วนอย่างมาก ที่จะเป็นองค์ประกอบในการวางแผนร่วมกับ implementer ในการวางระบบอีอาร์พี

ดังนั้นหากผู้บริหารเข้ามามีส่วนร่วมในการวางระบบอีอาร์พี ก็จะทำให้การวางระบบมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้สูงมาก

3. ผู้บริหารสามารถมีส่วนร่วมตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ ระหว่าง implement ระบบอีอาร์พี

ผู้บริหารองค์กรจะมีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้มากกว่าพนักงานในระดับปฏิบัติการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัดสินใจด้านการเงิน และการตัดสินใจด้านการวางยุทธศาสตร์ในการวางระบบอีอาร์พี

การตัดสินใจด้านการเงินหรืองบประมาณในการลงทุนว่าควรจะเลือกลงทุนกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีรายใด

ซึ่งงบประมาณในการลงทุนนอกจากจะมองในเรื่องของจำนวนเงินแล้ว ยังต้องมองในเรื่องของความคุ้มค่า และความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี)

ส่วนของการตัดสินใจด้านการวางยุทธศาสตร์ในการวางระบบอีอาร์พี ในเบื้องต้นเลยคือผู้บริหารจะมีส่วนอย่างมากในการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าองค์กรต้องการวางระบบอีอาร์พีเพื่ออะไร เช่น เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เป็นต้น

ซึ่งการวางแผนและการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน จะทำให้องค์กรสามารถวางระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

กล่าวโดยสรุป ผู้บริหารขององค์กรควรมีส่วนร่วมในการวางระบบอีอาร์พีไม่ว่าจะในเรื่อง การสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน การวางแผนบริหารจัดการ การวางระบบอีอาร์พีร่วมกับ implementer และการวางแผนทางการเงิน รวมถึงกำหนดเป้าหมายในการวางระบบอีอาร์พี

ทั้งหมดนี้หากผู้บริหารเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง จะช่วยให้การวางระบบอีอาร์พีขององค์กรสามารถดำเนินไปได้ตามขั้นตอนและเป็นไปอย่างราบรื่น

ช่วยเพิ่มโอกาสให้องค์กรสามารถประสบความสำเร็จในการวางระบบอีอาร์พีได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนการวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ติดต่อเพื่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้ Read More »

บทสัมภาษณ์บริษัท ปฐวิน จำกัด (มหาชน)

สวัสดีครับผม เพชร ศักดิพันธ์ ปฐวินทรานนท์ เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทปฐวินจำกัด (มหาชน) ผมก็ถือว่าเป็นเจนสอง ในการที่เข้ามาบริหารกิจการของครอบครัว(Click เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ บริษัท ปฐวิน จำกัด (มหาชน))

ปัจจุบันตอนนี้ผมก็ดูและระบบหลังบ้านทั้งหมด หลัก ๆ จะอยู่เบื้องหลังดูแลโรงงาน วิศวกรรม อะไรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตตอนนี้ก็ดูแลอยู่

BRID : รบกวนคุณเพชรช่วยเล่าเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำในปัจจุบันหน่อยค่ะ

คุณเพชร : บริษัทปฐวินนะครับเราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2533 ปีนี้ก็ครบ 33 ปี เราเป็นบริษัท OEM & ODM หรือผู้ที่รับจ้างผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ลูกค้าในหลายๆ หมวดผลิตภัณฑ์ อาทิเช่น ตลาดเครื่องสำอางค์เราก็เน้นเป็นสินค้ากลุ่มสกินแคร์จะมี hair care, body care, facial care ก็คือผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวหน้าผิวกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า อันนี้ก็เป็นสินค้าเครื่องสำอางค์นะครับ

หมวดที่สองก็คือทิชชู่เปียก ทิชชู่เปียกก็มีเป็นหลากหลายโปรดักส์ ตั้งแต่ทิชชู่เปียกที่ใช้สำหรับเด็ก baby wipe หรือเป็น make up remover เอาไว้เช็ดเครื่องสำอางค์ หรือทิชชู่เปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง อันนี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เราทำได้ คือ Pet care

อีกอันนึงก็คือผ้าเย็น จริงๆ ต้องเรียนว่าเราเติบโตมาจากธุรกิจผ้าเย็นที่ขายตามโมเดิร์นเทรดต่างๆ อันนี้ก็ผลิตภายใต้แบรนด์ลูกค้าของโมเดิร์นเทรดชั้นนำในประเทศ

แล้วตอนนี้เราก็มีขยายหมวดธุรกิจ กลุ่ม Medical device หรือเครื่องมือแพทย์ ที่เราผลิตได้ก็จะมีเป็น Alcohol Pad เป็นแผ่นที่เอาไว้เช็ดเพื่อฆ่าเชื้อบนผิวหนังก่อนที่เราจะฉีดยา ก็จะมี scar gel, ultra sound gel, lubricant gel

ที่อยู่ภายใต้กลุ่มเครื่องมือแพทย์ คือเป็นสินค้าที่ใช้ร่วมกับเครื่องมือแพทย์ เราไม่ได้ผลิตสินค้าเครื่องมือแพทย์แต่ว่าเป็ฯสินค้าที่ต่อยอดจากเครื่องสำอางค์ที่เราผลิตได้ แต่มันถูกจัดหมวดหมู่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ แล้วก็กลุ่มอีกอันนึงที่เราขยายมาคือกลุ่มเราจะเรียกว่าวัตถุอันตรายหรือ household product ก็จะเป็นสินค้าที่เอาไว้ดูแลทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในครัวเรือน

ซึ่งทั้งสองหมวดนี้เป็นหมวดที่เราทำหลังจากโควิด ผู้บริโภคก็จะมีความตระหนักถึงความสะอาด ความไฮยีนมากขึ้น ก็เป็ฯโจทย์ที่ทำให้เราขยายผลิตภัณฑ์มาในกลุ่มนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังจากโควิดที่ผ่านมา

BRID : ในฐานะที่คุณเพชรเป็นเจนใหม่ได้มีการปรับตัวอย่างไรบ้างคะ

คุณเพชร : ความสำเร็จนะครับก็ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้ว เขาก็สร้างธุรกิจมาก็เติบโตมาอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 33 ปี แต่หลังจากที่ผมเข้ามาเนี่ยผมก็พยายามเข้ามาปรับปรุงระบบการทำงานให้มันทันสมัยมากขึ้น ก็ต้องเรียนว่าอย่างเจนหนึ่งก็อาจจะไม่ได้ใช้ข้อมูลเอามาวิเคราะห์เพราะโลกสมัยนู้นกับสมัยนี้มันก็ต่างกัน ตอนนี้เราก็ต้องแข่งขันด้วยความเร็ว ใครทำได้ก่อนก็มีโอกาสที่จะสำเร็จได้เร็วกว่า หรือใครที่มีข้อมูลที่ครบถ้วน ที่วิเคราะห์หลายๆ มุมมอง เพื่อที่จะมาประกอบการตัดสินใจมันก็เป็นผลบวกกับธุรกิจBRID

BRID : ตั้งแต่เริ่มมาบริหารองค์กรปัญหาที่เจอมีอะไรบ้าง

คุณเพชร : นอกจากข้อมูลแล้วก็จะมีเรื่องการลดความทำงานซ้ำซ้อน ของหลายๆ แผนก เราก็พยายาม lean process ให้มันกระชับ สิ่งที่พยายามปรับอีกอย่างหนึ่งคือการทำงานแบบ paperless ทำงานอยู่บนระบบ แทนที่เราจะต้องปริ้นท์เอกสารเดินไปให้แต่ละผู้จัดการแผนกหรือผู้จัดการฝ่ายเซ็นเนี่ย เราก็สามารถทำบนระบบได้เลย อันนี้ก็จะประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการปริ้นท์ แล้วที่สำคัญคือมันรวดเร็ว มันเรียลไทม์แล้วก็ข้อมูลอย่างที่ผมเรียนไปคือเดี๋ยวนี้มันแข่งขันกันด้วยข้อมูล

BRID : เหตุผลที่เลือก PlanetOne ERP

คุณเพชร : การที่เรามีระบบก็ทำให้เราสามารถดูข้อมูล ดึงข้อมูล ได้อย่างเรียลไทม์แล้วเอามาวิเคราะห์ตัดสินใจกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำได้อย่างรวกเร็วมากขึ้นครับ การที่เราใช้ PlanetOne ERP ก็เข้ามาตอบโจทย์ pain point ของเราในหลายๆ เรื่องนะครับ

อย่างเช่น ก่อนหน้าที่เราจะมีระบบ PlanetOne ERP เราก็จะทำงานเชื่อมโยงกันเพราะแต่ละสายแต่ละแผนกเนี่ยเขาก็จะมีโปรแกรมหรือมีวิธีการทำงานของเขาเนี่ยที่แตกต่างกันออกไป บางที่เราจะเอาข้อมูลมาซิ้งก์กัน มาใช้ มันก็จะลำบาก เพราะแต่ละคนก็อยู่คนละแพลตฟอร์มหรือข้อมูลอาจจะไม่ได้ส่งต่อ ซึ่งกันและกัน การที่เรามีตัว PlanetOne ERP ทุกคนทำงานอยู่บนระบบเดียวกัน ตั้งแต่เปิดบิลขายจนถึงส่งสินค้าสำเร็จรูปมันจะเชื่่อมโยงแล้วทำให้เราสามารถนำข้อมูลนี้ มาดูประสิทธิภาพในการทำงานของเราได้อย่างครบถ้วน แม่นยำมากขึ้น

BRID : อะไรคือเหตุผลหลักในการมองหาระบบ ERP

คุณเพชร : เนื่องจากเราเป็นองค์กรขนาดกลางความซับซ้อนมันก็มีค่อนข้างเยอะ ถ้าเราไม่มีระบบ PlanetOne ERP เข้ามา คุมระบบการทำงาน ก็จะทำให้เราบริหารจัดการได้อย่างลำบาก แต่ถ้าเรามีโปรแกรมตัว PlanetOne ERP แล้ว เราก็จะสามารถดึงข้อมูลดูตัวเลข ได้อย่างครบถ้วนครอบคลุมมากขึ้นครับ

BRID : ระบบ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร

คุณเพชร : บริษัทปฐวินเราก็ได้มีการ transform บริษัทเป็นบริษัทมหาชนสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือเรื่องงบการเงิน แล้วก็ต้นทุนการผลิตสินค้าของเรา ตัว PlanetONe ERP ก็เข้ามาตอบโจทย์ในการที่เราสามารถปิดจ๊อบสินค้าที่เราผลิต เพื่อที่จะสะท้อนเข้าไปในงบการเงินได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรงเราสามารถรู้ค่าใช้จ่าย ต้นทุนแต่ละจ๊อบตั้งแต่ตัว DM หรือตัว Direct Material ตัว DL หรือค่าแรงงานทางตรง

แล้วก็ตัว Overhead หรือโสหุ้ย ทั้งสามส่วนนี้เราสามารถดึงข้อมูลจากตัว PlanetOne ERP ได้เลย สามารถสอบกลับไปได้ตั้งแต่ต้นกระบวนการ ในทุกๆ ขั้นตอน ทำให้สุดท้ายแล้วทาง ผู้บริหารหรือคนที่ดูแลหน่วยงานนั้นๆ สามารถดึงข้อมูลของแต่ละจ๊อบเพื่อมาดูว่ามันมีสิ่งที่เราสามารถไปปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้ต้นทุนมันดีขึ้น ได้อย่างไรบ้าง แแล้วการที่เราได้ใช้ตัวโปรแกรม PlanetOne ERP ก็สามารถทำให้บริษัทสามารถปิดงบการเงินได้อย่างรวดเร็วแม่นยำและที่สำคัญคือตรวจสอบได้

BRID : คุณเพชรนำระบบ PlanetOne ERP มาใช้ในส่วนใดบ้างคะ

คุณเพชร : ตัว PlanetOne ERP ก็เป็นซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมการทำงานของเราได้ทุกๆ กระบวนการ ตั้งแต่กระบวนการขาย จัดซื้อ ผลิต แล้วก็การจัดการสินค้าคงคลัง ทำให้เราสามารถใช้ซอฟต์แวร์นี้ในทุกๆ กระบวนการทำงานของเราได้

แล้วการที่ใช้โปรแกรม PlanetOne ERP ก็ทำให้เราสามารถลดต้นทุนได้ด้วย เพราะเรานำข้อมูลจากระบบเอามาวิเคราะห์หาจุดที่เราจะ lean หรือ improve เพิ่มประสิทธิภาพต่อไปได้ สำคัญมากเลยคือระบบค่อนข้างยืดหยุ่น เรามีการปรับปรุงหรือพัฒนาต่อยอดระบบได้ เนื่องจากเราสามารถ customize ตัวโปรแกรมให้สามารถเข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยได้ สิ่งนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งของ PlanetOne ERP คือสามารถปรับเปลี่ยนพัฒนาตัวซอฟต์แวร์ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละแผนกแต่ละฝ่ายเพื่อที่จะตอบโจทย์การทำงาน มีความยืดหยุ่นทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายแล้วอยากที่จะใช้ตัวซอฟต์แวร์ตัวนี้ครับ

BRID : ช่วยอธิบายการบริการหลังการขายของเราในมุมมองของคุณเพชรหน่อยค่ะ

คุณเพชร : ทีมบริการหลังการขายของ PlanetOne ERP ก็ต้องขอชื่นชมว่าทำงานได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย เรามีเจแทรคในการส่งเคสขึ้นไป แล้วก็ทางทีมของ PlanetOne ERP ก็จะเข้ามาตอบดูแลเคสได้อย่างรวดเร็ว บางทีหลังจากที่เราส่งเคสขึ้นไปในเจแทรคแล้ว ทีมบริการหลังการขายเขาก็จะรีโมทเข้ามาผ่านโปรแกรม Anydesk ก็จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงประเด็น

BRID : ช่วยแนะนำคนที่กำลังมองหาระบบ ERP หรือกำลังคิดที่จะเปลี่ยนระบบหน่อยค่ะ

คุณเพชร : การเลือกโปรแกรมที่จะเข้าบริหารการทำงานภายในองค์กร ผมมองว่าเราต้องไม่ได้ดูแค่ราคาอย่างเดียว ต้องให้ความสำคัญในการมา Applied กับการทำงานขององค์กรด้วยอย่างตัว PlanetOne ERP ก็ต้องเรียนว่าค่อนข้างตอบโจทย์ครอบคลุมการทำงานขององค์กรได้อย่างครบถ้วน และที่สำคัญผมมองว่าค่อนข้างคุ้มค่ามากๆ ถ้าเปรียบเทียบกับซอฟท์แวร์ของเมืองนอกของต่างประเทศนะครับ ถือว่าเป็oซอฟต์แวร์ที่เป็นราคาที่จับต้องได้สำหรับคนไทย

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์บริษัท ปฐวิน จำกัด (มหาชน) Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พี (ERP – Enterprise Resource Planning) เป็นระบบที่ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งระบบอีอาร์พีสามารถเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรได้ในหลายๆ ส่วนขององค์กรเช่น ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายผลิต เป็นต้น

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พีในการช่วยบริหารจัดการฝ่ายผลิต ว่าระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ฝ่ายผลิตขององค์กรสามารถดำเนินการโดยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

1. วางแผนการผลิต (Production Planning)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนการผลิตโดยอัตโนมัติ

โดยให้ข้อมูลที่เป็น real time เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า สินค้าคงคลังที่มีอยู่ในคลังสินค้า และสถานะการผลิตว่าได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด ช่วยให้ฝ่ายผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทันเวลานัดหมายส่งมอบสินค้า รวมถึงช่วยลดปัจจัยความไม่แน่นอนในการผลิตที่อาจเกิดขึ้นได้ (คลิ้กเพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. การบริหารคลังสินค้า (Inventory Management)

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการติดตามสินค้าในคลัง การเบิกสินค้า การย้ายสินค้าข้ามคลัง การจองสินค้าเพื่อผลิต รวมถึงควบคุมการเติบโตของสต็อก อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงการจัดการคลังสินค้าเพื่อลดการสูญเสียและช่วยควบคุมต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าในคลัง

3. การติดตามกระบวนการผลิต (Manufacturing Process Tracking)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการติดตามกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสูตรการผลิต การสั่งผลิตจนกระทั่งได้ output รวมถึงใส่ค่าแรงเพื่อคำนวณรวมลงไปในต้นทุนการผลิต ซึ่งรายละเอียดของข้อมูลทั้งหมดจะช่วยให้องค์กรสามารถทราบถึงสถานะของการผลิตและปรับปรุงกระบวนการได้

4. การจัดการความต้องการวัตถุดิบ (Materials Requirement Planning – MRP)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการวัตถุดิบตลอดกระบวนการผลิตได้โดย ช่วยในการวางแผนความต้องการวัตถุดิบโดยอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น volumeในการขาย, ข้อมูลการจัดซื้อต่างๆ กับคู่ค้า, และแนวโน้มความต้องการสินค้าของฐานลูกค้าที่มีอยู่ เพื่อพยากรณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการผลิตรวมถึงจัดหาวัตถุดิบในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการผลิตจริงๆ

5. การบริหารความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปาทาน (Supply Chain Management)

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยบริหารความเชื่อมโยงช่วยในการควบคุมและติดตามทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้สำหรับหน่วยงานผลิตอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิต, จำหน่าย, และลูกค้า

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยในการติดตามและจัดการผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ รวมถึงการประเมินความเสี่ยง, การควบคุมคุณภาพ, และตรวจสอบราคา ทำให้สามารถวางแผนการจัดหาทรัพยากรในการผลิตและจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ (click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุปคือ ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการการผลิตได้ในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นในมิติของการวางแผนการผลิตโดยอัตโนมัติ การบริหารจัดการคลังสินค้า การติดตามกระบวนการผลิต การจัดการความต้องการวัตถุดิบ และการบริหารจัดการความเชื่อมโยงของ supply chain ต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากองค์กรมีการบริหารจัดการผลิตด้วยระบบอีอาร์พีแล้ว จะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานในทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นไปได้อย่างเต็มศักยภาพแน่นอน

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร Read More »

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี สามารถเป็นช่องทางช่วยส่งผ่านข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นหนึ่งไปยังอีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งได้ รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลภายในองค์กรที่บุคลากรในองค์กรต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันนั้น จะต้องมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล โดยให้เฉพาะผู้ได้รับสิทธิ์เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ (click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี)

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถป้องกันการทำลายข้อมูล โดยการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด และใช้วิธีการรับรองตัวตน เพื่อคัดกรองผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ในการใช้งานเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงได้ การกำหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมช่วยป้องกันการทำลายข้อมูลหรือการกระทำต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ข้อมูลปลอดภัยไม่สูญหายไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ

ระบบอีอาร์พีสามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทของผู้ใช้งาน การกำหนดสิทธิ์ช่วยให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถปรับแต่งการเข้าถึงข้อมูลได้ตามบทบาทหรือหน้าที่ของผู้ใช้บริการเอง ในการกำหนดสิทธิ์นี้สามารถทำผ่านการตั้งค่าการอนุญาตในระบบ

โดยการกำหนดสิทธิ์และบทบาทต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้บริการอีอาร์พีตามที่เหมาะสมนี้ช่วยควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจำกัดตามบทบาทและความจำเป็นของแต่ละบุคคลหรือแต่ละระบบ

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยควบคุมความเสี่ยง การจัดการสิทธิ์ช่วยลดความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัย และลดโอกาสในการเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กล่าวโดยสรุประบบอีอาร์พี (ERP) มีประสิทธิภาพในการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล

โดยการให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะตามบทบาทและหน้าที่ของผู้ใช้งาน และการตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระบบอีอาร์พี ERP ได้ดี การใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสและมีการตรวจสอบความปลอดภัยอื่น ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญในการปกป้องข้อมูลของระบบอีอาร์พีเช่นกัน

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยเพิ่มคุณภาพการทำงานโดยรวมด้วยการรวมศูนย์ข้อมูลทั้งหมดในองค์กรไว้ในระบบเดียว, ช่วยลดข้อผิดพลาด, ประหยัดเวลา, และให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจแก่ผู้บริหารอย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งการทำงานที่มีประสิทธิภาพมักเกิดจากระบบที่มีการสื่อสารและปฏิบัติงานได้ดีทั้งภายในและภายนอก

ซึ่งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีนี้ช่วยให้การเข้าถึงและการนำข้อมูลขององค์กรมาใช้ เป็นไปตามกฎและระเบียบที่องค์กรกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งเป็นการป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบการใช้ข้อมูลขององค์กร ในระบบอีอาร์พีการกำหนดสิทธิ์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบ และช่วยให้การใช้ข้อมูลเป็นไปตามนโยบายขององค์กร (ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลคืออีกหนึ่งประเด็นหลักที่องค์กรให้ความสำคัญ เนื่องจากพนักงานรวมถึงผู้บริหารในองค์กร ต่างก็มีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน อาทิเช่น

ฝ่าย HR จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวพนักงานเช่น การจัดการเงินเดือน การลา และเวลาทำงาน

แต่ฝ่าย HR จะไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของฝ่ายคลัง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

ซึ่งการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในระบบ ERP มีข้อดีมากมาย และการจัดการสิทธิ์เหล่านี้ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีนี้จะอิงอยู่กับความต้องการและบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีแต่ละคนในองค์กร

ซึ่งข้อดีต่างๆ ในการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลมีดังนี้คือ

1. องค์กรสามารถให้สิทธิ์และเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้

2. เป็นการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทำลายข้อมูลโดยมิชอบ

3. สามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในองค์กร

โดยแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. องค์กรสามารถควบคุมและให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าพนักงานแต่ละคน/แต่ละกลุ่มในองค์กรมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้นความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลก็จะแตกต่างกันด้วย ระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ภายในระบบอีอาร์พี (ERP) ได้ ซึ่งช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดจากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้รับอนุญาต

2. เป็นการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทำลายข้อมูลโดยมิชอบ

ระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือในการกำหนดสิทธิ์และขอบเขตของแต่ละบทบาทให้กับผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล การจำกัดสิทธิ์ของผู้ใช้จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการใช้ข้อมูลไปในทางทุจริตหรือนำข้อมูลไปใช้โดยพลการ และระบบอีอาร์พีจะมีการบันทึกการกระทำรวมถึงการเข้าถึงข้อมูล เพื่อช่วยในการติดตามว่าใครทำการเข้าถึงข้อมูลหรือทำลายข้อมูลบนระบบ หรือในอีกความหมายหนึ่งคือช่วยในการค้นหาผู้ที่เข้าถึงข้อมูลนั้นได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่าน 3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี)

3. สามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในองค์กร

ระบบอีอาร์พีจะจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่พนักงานจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของตน เช่น พนักงานส่วนจัดซื้อจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลการออกใบ PO เป็นต้น ซึ่งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลใน ระบบอีอาร์พีนั้น สิ่งสำคัญคือเพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่ตามบทบาทของตนนั่นเอง

กล่าวโดยสรุปการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีมีข้อดีคือ ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเพิ่มประสธิภาพให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ตามขอบเขตของงานตนเองได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร

ในการวางระบบอีอาร์พีนั้นสิ่งหนึ่งที่พิเศษมากเลยคือ ระบบอีอาร์พีสามารถทำการปรับแต่งให้รองรับการใช้งานในรูปแบบเฉพาะขององค์กรได้ ซึ่งหากองค์กรได้ทำการวางระบบไปแล้ว และพบว่าต้องการปรับเปลี่ยน หนึ่งในวิธีการที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับระบบอีอาร์พีให้เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กรคือ “การปรับแต่งระบบอีอาร์พี (customize)”

วิธีที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่งระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรโดยละเอียด (คลิ้กเพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พีบริหารจัดการองค์กร)

กระบวนการการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อปรับแต่งระบบอีอาร์พี สามารถทำได้โดย องค์กรนั้นจะต้องศึกษารวบรวมข้อมูลกระบวนการทำงานทั้งหมดขององค์กรโดยละเอียด

ควรทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลทุกประการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของแต่ละแผนก นอกจากนี้ควรมีการสำรวจความต้องการทางเทคโนโลยี ที่องค์กรต้องการ เช่น การใช้งานบนคลาวด์ (cloud), ระบบมือถือ, หรือการใช้งานร่วมกับระบบอื่น

ทำการประเมินความสามารถของระบบอีอาร์พีที่เป็นตัวเลือก โดยเช็คว่ามีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ และผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพในการวางระบบให้ใช้งานได้จริง และสามารถดูแลรักษาระบบให้องค์กรได้ในระยะยาวหรือไม่ (คลิ้กเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กรควรเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีอย่างไร)

นอกจากนี้ควรมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้อีอาร์พีในองค์กร ว่าต้องการลดต้นทุน, เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, หรือการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุปคือ ในการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อปรับแต่งระบบอีอาร์พี ให้สามารถใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับรูปแบบการทำงานที่เฉพาะเจาะจง ควรทำการวิเคราะห์ข้อมูลภายในองค์กรโดยละเอียด ตั้งแต่กระบวนการทางธุรกิจ, ความต้องการของแต่ละแผนก และความต้องการด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ระบบอีอาร์พีที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับองค์กรอย่างแท้จริง

การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร Read More »

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP)

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP)

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าระบบอีอาร์พี (ERP) คือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งระบบอีอาร์พีนั้นช่วยให้องค์กรที่มีความซับซ้อนในการบริหารจัดการสามารถบริหารจัดการได้รวดเร็ว และทันต่อข้อมูลข่าวสาร ทันต่อสถานการณ์

ความพิเศษของระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งสามารถอธิบายในภาพรวมให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยจะแจกแจงเป็น 5 ข้อดังนี้คือ

1. ความพิเศษด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

2. ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

3. ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน

4. ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น

5. ความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์

โดยรายละเอียดแต่ละข้อมีดังต่อไปนี้

1. ความพิเศษด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

อันที่จริงระบบอีอาร์พีสามารถเปรียบได้ว่าเป็น “สมอง” ในการบริหารจัดการขององค์กรเลยทีเดียว ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยองค์กรด้านการบริหารจัดการในทุก ๆ ส่วน เพื่อลดการทำงาน ที่ซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานและทรัพยากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

2.ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

หนึ่งคีย์สำคัญสำหรับผู้บริหารในการบริหารจัดการองค์กรคือการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และแม่นยำ เนื่องจากระบบอีอาร์พีมีคอนเซปต์ในการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และมีการอัปเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นต้องเรียกดู ในรูปแบบที่เรียบง่าย และสามารถเข้าใจได้ทันที ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนนี้ของระบบอีอาร์พีนี้ ช่วยให้ผู้บริหารองค์กรสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และทันต่อสถานการณ์

3.ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน

เนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความสามารถในการรวมกระบวนการทุกระบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขาย การบัญชี คลังสินค้า และกระบวนการอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด ทำให้การสื่อสารระหว่างแต่ละส่วนหรือแต่ละแผนกในองค์กร สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระเบียบ รวมถึงระบบอีอาร์พียังช่วยเชื่อมโยงการตรวจสอบข้อมูลเอกสารทั้งหมดอย่างครบถ้วน ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างได้อย่างเชื่อมโยงกัน การเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกันของระบบอีอาร์พีนี้ ช่วยให้กระบวนการในทุกระบบขององค์กรสามารถทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

4. ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งนอกจากระบบอีอาร์พีจะสามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบการทำงานขององค์กรได้แล้ว ระบบอีอาร์พียังสามารถขยายการรับ transaction ของข้อมูลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นหากองค์กรมีการขยายธุรกิจ เช่น แต่เดิมทำธุรกิจภายในประเทศ และต่อมาองค์กรทำการขยายไปตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมี transaction ข้อมูลที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พีก็สามารถปรับขยายให้ระบบรับปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นได้ ตามธุรกิจที่ขยายตัวขององค์กรเช่นกัน ดังนั้นความพิเศษด้านความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีจึงสามารถรองรับการขยายตัวขององค์กรได้อย่างไม่มีปัญหา

5. ความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์

ระบบอีอาร์พีมีการตอบสนองต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์คือ เป็นการประมวลผลทันทีที่ได้รับข้อมูลเข้ามา นอกจากนี้ระบบอีอาร์พีจะมีระบบแจ้งเตือนที่ช่วยตรวจสอบปัญหาและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันการเกิดความผิดพลาดในปัญหาที่สามารถแก้ไขได้

โดยสรุป ความพิเศษของระบบอีอาร์พีทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วน เข้าด้วยกัน ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น และความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าระบบอีอาร์พี จะเป็นระบบที่ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการได้โดยใช้ทรัพยากรในทุกส่วนขององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

บุคลากรคือทรัพยากรที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ดังนั้นหากต้องการให้องค์กรเติบโตไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน องค์กรควรให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

อันที่จริงบุคคลากรในองค์กรก็คือมนุษย์ที่ลึก ๆ แล้วก็ยังมีความต้องการตามธรรมชาติ เช่น ต้องการผ่อนคลายจากการทำงาน ต้องการมีกิจกรรมที่สามารถสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในองค์กร เป็นต้น

ดังนั้นการบริหารทรัพยากรบุคคลอาจไม่ได้สามารถจัดการได้ในรูปแบบเดียวกับการบริหารจัดการการเงิน หรือบริหารจัดการการผลิต แต่ถึงกระนั้นองค์กรก็ยังสามารถวางระบบอีอาร์พีเพื่อมาบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

โดยการวางระบบอีอาร์พีเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล จะวางระบบไปตาม 5 แนวทางดังต่อไปนี้คือ

1. แนวทางการจัดเก็บข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

2. แนวทางการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างเข้มงวด

3. แนวทางการวางแผนรายละเอียดในการจ้างงานและการเลิกจ้าง

4. แนวทางการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

5. แนวทางการวิเคราะห์ผลงานการทำงานของบุคคลากรในองค์กร

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. แนวทางการจัดเก็บข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการเก็บข้อมูลของบุคคลากร ระบบอีอาร์พีจะให้ความสำคัญอย่างมากกับการเก็บข้อมูลของพนักงานอย่างปลอดภัย โดยระบบอีอาร์พีจะให้สิทธิ์เฉพาะบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ นอกจากนี้แล้ว ระบบอีอาร์พีจะทำการสำรองข้อมูลเป็นระยะเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. แนวทางการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างเข้มงวด

ระบบอีอาร์พีจะทำการเข้ารหัสข้อมูล กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งตรวจสอบหากมีการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานอย่างผิดปกติ

3. แนวทางการวางแผนรายละเอียดในการจ้างงานและการเลิกจ้าง

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการวางแผนและกำหนดตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องมีการว่าจ้างในองค์กร รวมถึงระบบอีอาร์พีสามารถสร้างเอกสารและสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน ด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

4. แนวทางการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

ระบบอีอาร์พียังสามารถช่วยตรวจสอบคุณสมบัติความเข้ากันได้ของผู้สมัครกับตำแหน่งงานที่ประกาศรับในองค์กร เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการขององค์กรมากที่สุด

5. แนวทางการวิเคราะห์ผลงานการทำงานของบุคคลากรในองค์กร

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยประเมินผลงาน และสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพของพนักงานที่ถูกจ้าง ทั้งในระหว่างระยะเวลาทดลองงานและหลังจากเข้าทำงาน พนักงานทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยในการประเมินผลงานที่ทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาทั้งในระดับบุคคลและในระดับองค์กร

โดยสรุป ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการบริหารจัดการองค์กรได้ในหลาย ๆ ส่วน ตั้งแต่การบันทึกข้อมูลส่วนตัวของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้มงวดกับการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะจำเป็นต่องานในองค์กรรวมถึงประเมินผลประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการทำธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าจะมีธุรกิจทั้งแบบที่มีการวางระบบผลิตและไม่มีการวางระบบผลิต ซึ่งในธุรกิจแบบที่ไม่มีการวางระบบผลิต จะเป็นธุรกิจที่โฟกัสไปที่งานบริการลูกค้า ในธุรกิจที่มีการวางระบบการผลิต ก็จะมีการผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาด เพื่อวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค

ในสินค้าที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบกับสุขภาพร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคใส่ใจมากในยุคสมัยนี้

และทางผู้ผลิตเองก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อร้องเรียนจากลูกค้าได้ ซึ่งข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น หากเป็นความผิดพลาดจากทางผู้ผลิตเองโดยตรง ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องนำไปแก้ไขปรับปรุง

ถ้าไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการผลิตของผู้ผลิต แต่ลูกค้าหรือผู้บริโภคได้มีข้อร้องเรียนขึ้นมา ทางผู้ผลิตหรือองค์กรจะทำอย่างไร จึงจะสามารถพิสูจน์ให้ลูกค้าทราบได้ว่า ความผิดพลาดนั้นมาจากแหล่งที่มาอื่น

เช่น ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐานระดับส่งออก ถูกลูกค้าร้องเรียน ว่าอาหารถูกปนเปื้อนด้วยสิ่งไม่พึงประสงค์

ปัญหาก็มาตกที่ผู้ประกอบการว่าจะสามารถพิสูจน์เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่ปนเปื้อนในอาหารนั้น ไม่ได้มาจากกระบวนการผลิตของผู้ผลิต แต่มาจากแหล่งอื่น

และโรงงานของผู้ผลิตเองก็มีการผลิตสินค้าออกไปจำหน่ายเป็นจำนวนมาก จะตรวจสอบหรือจะเช็คได้อย่างไร ว่าสินค้าที่ถูกร้องเรียนมาจากลอตไหนที่ผู้ผลิตทำการวางจำหน่าย

เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดได้นั่นคือ “ระบบอีอาร์พี” โดยเฉพาะสำหรับการผลิตที่มีปริมาณมาก ๆ

การใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาเป็นเครื่องมือก็จะยิ่งช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทำได้ง่ายและรวดเร็ว (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี )

โดยระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรของผู้ผลิตสามารถติดตามและระบุได้อย่างชัดเจนว่าวัตถุดิบแต่ละชิ้นที่นำมาผลิตได้มาจากแหล่งใด สินค้าถูกผลิตโดยใคร และมีคุณภาพอย่างไร นอกจากนี้ยังช่วยในการตรวจสอบความสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานการผลิตที่กำหนดไว้

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะทำการเก็บข้อมูลในแต่ละส่วนดังนี้

1. การบริหารข้อมูล
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการจัดการข้อมูลทั้งหมดขององค์กร รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เช่น วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต แหล่งที่มาของวัตถุดิบ สูตรในการผลิต รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกระบวนการผลิต

2. การติดตามวัตถุดิบ
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามการรับเข้าของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยระบุแหล่งจากที่วัตถุดิบมา จำนวนที่รับเข้า และวันที่รับเข้า เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่กำหนดไว้

3. การสร้างรายการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการสร้างรายการผลิตโดยอัตโนมัติ โดยอิงจากความต้องการของลูกค้าหรือการนำเข้าของวัตถุดิบ ระบบจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องผลิต เวลาที่ต้องผลิต และวัตถุดิบที่จำเป็น

4. การติดตามกระบวนการการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามกระบวนการการผลิตของสินค้า จากการรับวัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จ เพื่อให้ทราบถึงสถานะปัจจุบันของการผลิต

5. การบันทึกข้อมูลการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เช่น การวัดปริมาณผลิตภัณฑ์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และระยะเวลาการผลิต เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบได้ง่าย

6. การติดตามการจัดส่ง
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามการจัดส่งผลิตภัณฑ์หรือสินค้าไปยังลูกค้า รวมถึงข้อมูลการจัดส่ง เช่น วันที่ส่ง และข้อมูลการส่งอื่น ๆ

7. การตรวจสอบคุณภาพ
ระบบอีอาร์พี (ERP)ช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ตรงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้

ดังนั้นสำหรับองค์กรของผู้ผลิตที่มีระบบการผลิตและมีความจำเป็นต้องบันทึกข้อมูลเพื่อเก็บไว้ตรวจสอบในกรณีต่าง ๆ เช่น มีข้อร้องเรียนจากลูกค้า การวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้เข้ามาช่วยบริหารจัดการองค์กรของผู้ผลิตจึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่นอกจากจะช่วยบริหารจัดการองค์กรของผู้ผลิตแล้ว ยังช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเป็นจริง เพื่อทั้งผลประโยชน์ขององค์กรของผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

อีกหนึ่งปัญหาขององค์กรที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) คือพนักงานยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี และยังไม่เคยใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน ซึ่งพนักงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักเลยทีเดียว ที่มีส่วนในการผลักดันให้องค์กรสามารถใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

ในการแก้ปัญหาเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมี 5 สิ่งที่ต้องทำคือ

1.จัดให้มีการเทรนนิ่งให้พนักงาน

2.ให้พนักงานเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ระบบอย่างง่าย

3.ให้พนักงานเรียนรู้วิธีการแจ้งปัญหาใช้งานกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

4.มีพนักงานกลุ่มต้นแบบ มีคู่มือและแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับเรียนรู้ระบบอีอาร์พี (ERP)

5.สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้

1.จัดให้มีการเทรนนิ่งให้พนักงาน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดเทรนนิ่งคือ ควรจัดในช่วงก่อนที่จะมีการ Go live หรือก่อนเริ่มใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของการจัดเทรนนิ่งนี้ ทางองค์กรควรจะต้องคุยรายละเอียดในเชิงลึกกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้ว่าจ้างให้มาวางระบบ ว่าควรจัดเทรนนิ่งในช่วงเวลาใด และต้องใช้กี่แมนเดย์สำหรับการจัดเทรนนิ่งให้กับพนักงานในองค์กร รวมถึงตารางการจัดเทรนนิ่งจะออกมาในรูปแบบใด
เพื่อที่ทางองค์กรจะได้เตรียมตารางการทำงานของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเทรนใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่จะเกิดขึ้น

เช่น หากต้องการ Go live ในช่วงเดือนมกราคม อาจต้องจัดให้มีการเทรนช่วงเดือน สิงหาคม กันยายน และตุลาคม ในปีก่อนหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือนมกราคมที่จะมีการ Go live เพื่อใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบ

2.ให้พนักงานเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างง่าย

ในส่วนของการเริ่มต้นการเข้าใช้งานระบบอย่างง่ายจะต่อเนื่องมาจากการเทรนนิ่ง เนื่องจากพนักงานยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน เมื่อได้รับการเทรนให้มีความรู้เกี่ยวกับระบบอีอาร์พี (ERP) ในเบื้องต้นแล้ว อาจจะให้พนักงานได้ลองสร้างบัญชีผู้ใช้, เข้าสู่ระบบเป็นครั้งแรก และเริ่มต้นการปฏิบัติงานอย่างง่าย ๆ โดยการให้คีย์ข้อมูลแล้ว run ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของระบบ ในโมดูลที่พนักงานมีสิทธิ์เข้าใช้งาน

ในส่วนนี้พนักงานจะมีความเข้าใจระบบจากการได้ลงมือทำจริง เข้าใจวิธีการคีย์ข้อมูลว่าในลำดับขั้นตอนใดต้องคีย์ข้อมูลอะไร และพนักงานจะได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งที่ตนเองทำผิดพลาดเมื่อใช้ระบบด้วยเช่นกัน เช่น การ run ระบบไม่ผ่านเนื่องจากคีย์ข้อมูลไม่ครบ, การ run ระบบไม่ผ่านเนื่องจากเส้นทางของข้อมูลไม่ถูกต้อง เป็นต้น

การได้ลงมือทำจริงด้วยการเริ่มต้นใช้งานระบบอย่างง่าย จะทำให้พนักงานในองค์กรสามารถพัฒนาทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเป็นธรรมชาติ และพนักงานเองจะไม่รู้สึกกังวลใจจนเกินไปหากพนักงานจะมีการทำผิดพลาดไปบ้างในช่วงเวลาของการเรียนรู้ ในขณะที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างจริงจัง (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

3.ให้พนักงานเรียนรู้วิธีการแจ้งปัญหาใช้งานกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

โดยปกติแล้วผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีทีม customer support ที่คอยตอบคำถามหรือให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ในกรณีที่ผู้เข้าใช้งานระบบเกิดข้อขัดข้องในการใช้งาน

ในส่วนนี้ทางพนักงานในองค์กรของผู้ใช้บริการอีอาร์พี (ERP) ควรเรียนรู้กระบวนการแจ้งปัญหาการใช้งานกับทีม customer support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ว่ามีลำดับขั้นตอนอะไรบ้าง เช่น

-แจ้งปัญหาทาง email แล้วรอการตอบกลับทาง email จากทีม customer support

-แจ้งปัญหาในไลน์กลุ่มแล้วทีมcustomer support จะตอบกลับทันที

-แจ้งปัญหาทางโทรศัพท์แล้วพูดคุยสอบถามกับทีม customer support โดยตรง เป็นต้น

เมื่อพนักงานในองค์กรทราบวิธีการแจ้งปัญหาการใช้งานกับทีม customer support แล้ว พนักงานก็จะสบายใจในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) มากขึ้น เพราะหากมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคที่ทางพนักงานในองค์กรไม่สามารถแก้ไขได้เอง ก็จะมีทีม customer support
ของทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) คอยดูแลด้วยเช่นกัน

4.มีพนักงานกลุ่มต้นแบบ มีคู่มือและแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับเรียนรู้ระบบอีอาร์พี

ทางองค์กรที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) อาจมีการคัดเลือกกลุ่มพนักงานต้นแบบ ที่สามารถเรียนรู้การใช้งานระบบได้อย่างรวดเร็ว และมีความเข้าใจการใช้งานระบบมากกว่าคนอื่น เป็นกลุ่มที่เริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นกลุ่มแรก และเป็นกลุ่มที่สามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ หากติดขัดปัญหาการเข้าใช้งานในเบื้องต้น

อีกทั้งทางองค์กรอาจมีการสร้างแหล่งข้อมูลออนไลน์ภายในองค์กร เช่น คู่มือการใช้งาน, วิดีโอการสอน, และเว็บไซต์ภายในที่มีคำถามที่พบบ่อยและการแก้ปัญหา รวมทั้งอาจมีกลุ่มไลน์ภายในองค์กร เพื่อสอบถามพูดคุยเกี่ยวกับการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ในเบื้องต้น

5.สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

ทางองค์กรสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน ให้มีความกระตือรือร้นในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ด้วยการ

สนับสนุนในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

มีการกำหนดเป้าหมายและรางวัลสำหรับพนักงานที่สามารถพัฒนาทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานที่โดดเด่น

มีการสนับสนุนเครื่องมือต่าง ๆ ให้มีความพร้อมสำหรับพนักงานในการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เช่น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
ตามสเปกที่เหมาะสมเพื่อมารองรับการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี

นอกจากนี้ทางองค์กรยังสามารถประชาสัมพันธ์ข้อดีและประโยชน์ต่าง ๆ ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมกับการพัฒนาองค์กรด้วยการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการประชาสัมพันธ์ในองค์กรสามารถทำได้ในหลายช่องทาง เช่น การส่งข่าวสารทาง email, การติดป้ายโปสเตอร์ตามจุดต่าง ๆ ในองค์กร,
การให้ข้อมูลผ่านไลน์กลุ่มหรือสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ขององค์กร เป็นต้น

โดยสรุป 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอารพี (ERP) ที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าจะเป็น การจัดเทรนนิ่ง การให้พนักงานเริ่มต้นใช้ระบบอย่างง่าย การเรียนรู้วิธีแจ้งปัญหาการใช้งาน การมีพนักงานกลุ่มต้นแบบและแหล่งความรู้ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน หากกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ก็จะทำให้พนักงานในองค์กรรู้สึกมั่นใจและมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้รวมถึงพัฒนาศักยภาพตัวเองให้มีทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ในระดับที่สามารถใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเชี่ยวชาญ

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP)

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP)

อีอาร์พี (ERP) หรือ Enterprise Resource Planning คือคอนเซปต์ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สิ่งที่จะมาเป็นเครื่องมือให้องค์กรสามารถนำคอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) มาใช้บริหารจัดการได้จริงก็คือ ระบบอีอาร์พี (ERP) หรือระบบสารสนเทศที่พัฒนาจากคอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) ให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร และนำระบบสารสนเทศนั้นมาใช้บริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (click เพื่ออ่าน ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP))

โดย 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่นำมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรคือ

1. ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database)

2. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)

3. ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)

4. แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ของแต่ละข้อมีดังนี้

1. ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized database)

ระบบอีอาร์พี (ERP) จะใช้วิธีการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ นั่นคือฐานข้อมูลทั้งหมดขององค์กรจะถูกจัดเก็บไว้และบริหารจัดการใน server เดียวกัน ซึ่งง่ายต่อการจัดการหรือส่งต่อข้อมูลให้กับ user ที่เข้าใช้งานในระบบ

การบริหารจัดการข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล จะต้องดำเนินการไปตามสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก (Click เพื่ออ่าน 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

การเข้าถึงข้อมูลจาก user หลาย ๆ คนในช่วงเวลาเดียวกันจะสามารถทำได้ แต่ในบางขณะอาจทำให้เกิดการหน่วงของระบบ ดังนั้นระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อ user คนนั้นจริง ๆ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลของ user เกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ช่วยลดการหน่วงของระบบ และให้ user ได้เข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอยู่เท่านั้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พีสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละส่วนขององค์กรเพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้อย่างไหลลื่นนั่นเอง

2. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)

การทำงานที่ซ้ำซ้อนในองค์กรอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ อาทิเช่น

– ในองค์กรขาดการวางหลักบริหารจัดการที่ดี

– ข้อมูลในองค์กรกระจัดกระจาย มีการเก็บข้อมูลซ้ำกันไปมา ไม่สามารถตรวจสอบได้

– ขาดการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานในองค์กร

ซึ่งในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการในองค์กร จะต้องมีการวิเคราะห์โครงสร้างการบริหารจัดการองค์กร และเส้นทางการดำเนินงานต่าง ๆ นำมาสะสางให้เป็นเส้นทางที่เรียบง่ายและเชื่อมโยงในแต่ละส่วนขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อประมวลผลหาขั้นตอนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมีการดำเนินงานซ้ำไปซ้ำมาในส่วนที่ไม่จำเป็น

3. ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)

ระบบอีอาร์พี (ERP) จะยึดหลักการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ในการทำงานได้ ว่าที่มาของข้อมูลที่เกิดขึ้น มาจากไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เปลี่ยนไปอย่างไร ถูกลบออกไปตอนไหน ใครเป็นผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยระบบจะบันทึกเวลา และบุคคลที่เข้าถึงข้อมูลนั้นเอาไว้ (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ซึ่งเป็นแนวทางที่นำไปสู่การตรวจสอบที่แม่นยำหากเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานที่ต้องการทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของบุคคลใด

โดยที่ผู้รับผิดชอบนี้จะรับผิดชอบเมื่อมีการการอนุมัติ, การปรับปรุงข้อมูล, การจัดการบริหารทรัพยากรต่าง ๆ ในองค์กร

ในระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะช่วยตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบในขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องและการเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อมูลต่าง ๆ ในกระบวนการทำงานขององค์กรได้เช่นกัน

4. แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

เพื่อให้ระบบอีอาร์พี (ERP) แสดงข้อมูลได้ทันเวลา (real-time) ต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ของระบบอีาร์พี (ERP) ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลการสั่งซื้อ คลังสินค้า การผลิต การขาย เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกสะสมและอัปเดตอย่างต่อเนื่องในฐานข้อมูลเพื่อให้พร้อมใช้งานในช่วงเวลาปัจจุบัน โดยที่ไม่ต้องรอการอัปเดตหรือรอบเวลาที่กำหนด

ในระบบอีอาร์พี (ERP) จะแสดงข้อมูลของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงสถานะต่าง ๆ ของข้อมูลในเวลาปัจจุบัน

ข้อมูลในองค์กรจำเป็นต้องแสดงข้อมูลในแบบ real time เพื่อให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ทันท่วงที ป้องกันปัญหาฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น สินค้าในคลังสินค้าไม่พอขาย เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนในองค์กรทำให้สามารถ
ใช้ทรัพยการที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งสามารถตรวจสอบและระบุผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานได้ในทุกขั้นตอน และมีการแสดงข้อมูลแบบ
real-time ที่ให้ user ได้เห็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างทันท่วงที

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

การวางระบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เป็นการลงทุนสำหรับองค์กรในระยะยาว เพื่อช่วยลดต้นทุนขององค์กรในทุก ๆ ด้าน และช่วยวางแผนการดำเนินงานขององค์กรให้เป็นไปในทิศทางบวก ดังนั้นการลงทุนระยะยาวย่อมต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นให้รอบคอบ

ในบทความนี้จะกล่าวถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ผู้อ่านได้มีข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจ

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ คือ

1.ขนาดของกิจการ

2.ความซับซ้อนของการดำเนินงานในกิจการ

3.การเทรนพนักงานในองค์กร

4.การวางพื้นฐานระบบทางไอที

5.การบำรุงรักษาระบบ

6.การปรับปรุงฟังก์ชั่นใช้งานให้เข้ากับองค์กร

7.ค่า License สำหรับ software ของผู้ให้บริการอีอาร์พี

โดยรายละเอียดของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีดังนี้

1.ขนาดของกิจการมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยธรรมชาติของการลงทุน เมื่อกิจการมีขนาดใหญ่จำนวนเงินที่ต้องลงทุนในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้กิจการดำเนินไปได้ก็จะเป็นเงินจำนวนมากตาม

การวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ก็เช่นกัน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ส่วนที่จะบ่งชี้ค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนที่สุดคือจำนวน user ที่จะเข้าใช้งานในระบบ

กล่าวคือ ในกิจการต้องมีการประเมินกันภายในด้วยว่าจำนวน user ที่จะต้องเข้าใช้งานในระบบพร้อมกันมีทั้งหมดกี่คน ค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะผันแปรไปตามความมากน้อยของ user ด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้กิจการที่มีขนาดใหญ่อาจมีความต้องการใช้ระบบที่มีโมดูลต่าง ๆ ครอบคลุมในทุก ๆ ส่วนของกิจการ ดังนั้นขนาดของระบบอีอาร์พีที่จะวางระบบในกิจการนั้นก็จะเป็นระบบขนาดใหญ่ ซึ่งในการวางระบบขนาดใหญ่ก็จะต้องใช้งบประมาณที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

2.ความซับซ้อนของการดำเนินงานในกิจการมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ระบบอีอาร์พีนั้นเป็นระบบที่เน้นความเรียบง่าย นั่นหมายความว่าระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พีจะทำการ simplify เส้นทางการทำงานที่ซับซ้อนต่าง ๆ ภายในองค์กร ให้เป็นเส้นทางที่เดินไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นระบบระเบียบ สามารถตรวจสอบเส้นทางต่าง ๆ ได้โดยง่ายดาย

แต่…

ก่อนที่เส้นทางที่ซับซ้อนต่าง ๆ ในกิจการจะถูก simplify ได้นั้นต้องผ่านขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลและ requirement ต่าง ๆ

การพัฒนาปรับปรุงให้ระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานได้รับกันการทำงานที่ซับซ้อนของกิจการ

การทดสอบระบบว่าสามารถใช้งานได้จริง เป็นต้น

ซึ่งในขั้นตอนต่าง ๆ ล้วนใช้เวลา ใช้บุคลากรในทีมพัฒนาระบบที่เชี่ยวชาญ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะถูกรวมไว้ในค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน

3.การเทรนพนักงานในองค์กรมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ผู้ให้บริการต้องจัดเทรนเนอร์หรือทีมที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาเทรนพนักงานในองค์กรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอาทิเช่น ค่าเทรนเนอร์ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร เป็นต้น

หากพนักงานได้รับการเทรนเรียบร้อยแล้วแต่ยังคงมีปัญหาในการเข้าใช้งานที่ยังคงต้องการให้ทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ดูแลและให้คำปรึกษาหลังการติดตั้งระบบไปแล้ว ค่าใช้จ่ายก็จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดในสัญญาบริการที่ทางเจ้าของกิจการได้ทำไว้กับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

4.การวางพื้นฐานระบบทางไอทีมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่่ช่วยบริหารจัดการองค์กร ซึ่งผู้ใช้จะสามารถเข้าใช้งานระบบได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์

ดังนั้นการวางพื้นฐานระบบทาง IT ขององค์กรให้รองรับกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

การวางพื้นฐานระบบทางไอทีของกิจการจะครอบคลุมถึงเรื่องต่าง ๆ ดังนี้คือ

การจัดหาอุปกรณ์ทางไอทีที่จำเป็นเพื่อรองรับระบบอีอาร์พี ERP รวมถึงความต้องการในเรื่องของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และระบบสำรองข้อมูล เพื่อให้ระบบอีอาร์พี ERP ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยอาจต้องปรับปรุงหรืออัปเกรดสิ่งที่มีอยู่และเพิ่มทรัพยากรตามความต้องการ

5.การบำรุงรักษาระบบมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

หลังจากที่กิจการของคุณได้มีการติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP) เรียบร้อยแล้ว การบำรุงรักษาระบบอีอาร์พี (ERP) ก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งการบำรุงรักษาระบบอีอาร์พีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะมีค่าใช้จ่ายตามมา โดยรายละเอียดในการบำรุงรักษาระบบอีอาร์พี (ERP) อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการอัปเดตระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพและปรับปรุงความปลอดภัยของข้อมูล

ค่าใช้จ่ายในการรักษาและสำรองข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของอีอาร์พี (ERP) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือปรับให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการอัปเกรดระบบอีอาร์พี (ERP) เมื่อมีการออกเวอร์ชันใหม่

6.การปรับปรุงฟังก์ชันใช้งานให้เข้ากับองค์กรมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

เมื่อกิจการมีการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อาจพบว่าหากมีการปรับปรุงฟังก์ชั่นใช้งานในบางจุดของระบบ จะช่วยให้ระบบการทำงานของกิจการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะสามารถ customize ให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า

ค่าใช้จ่ายในการ customize จะอยู่ที่รายละเอียดในเชิงลึกที่ต้องคุยกันระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

7.ค่า license สำหรับ software ของผู้ให้บริการอีอาร์พีมีผลต่อค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่มีทีมพัฒนาระบบ และพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ขึ้นมาเอง จะมีการคิดค่าบริการเข้าใช้ระบบกับลูกค้า หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือค่า license ในการใช้ระบบ

ค่า license นี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและการพิจารณาจากเจ้าของ license หรือผู้ให้บริการอีาร์พี ERP โดยผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) แต่ละเจ้าจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาค่า license ที่แตกต่างกันไป

ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) มีหลายเจ้า มีทั้งระบบอีอาร์พี (ERP) ที่พัฒนาโดยคนไทย ถือ license โดยคนไทย หรือระบบอีอาร์พี (ERP) ที่พัฒนาโดยต่างชาติซึ่งเจ้าของ license ก็จะเป็นชาวต่างชาติ เป็นต้น

สุดท้ายแล้วรายละเอียดในการตัดสินใจว่าจะวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยใช้ license ของคนไทยหรือต่างชาติก็อยู่ที่ลูกค้าจะตัดสินใจนั่นเอง

โดยสรุปของบทความ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้ผู้ที่สนใจวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย และสามารถประเมินในเบื้องต้นได้ว่าควรจะลงทุนกับระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) ในรูปแบบใด

เพราะอย่างที่ได้กล่าวในส่วนต้นของบทความว่า การลงทุนวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นคือการลงทุนระยะยาว ที่ผลตอบแทนจะมาในรูปของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ของกิจการลดลงอย่างวัดค่าได้ (คลิกเพื่ออ่านผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

ความคุ้มค่าของการลงทุนอาจไม่ได้เห็นโดยฉับพลันทันที แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน หากลูกค้าลงทุนวางระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) ที่เหมาะสมกับกิจการของตนเอง

7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

3 สัญญาณเตือน องค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP)

3 สัญญาณเตือน องค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP)

ความจำเป็นในการเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) นั้นขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยในองค์กรอาทิเช่น ปัจจัยด้านการเงิน ปัจจัยด้านระยะเวลา ปัจจัยด้านความพร้อมของบุคคลากร เป็นต้น

การวางระบบอีอาร์พีเป็นเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาในการดำเนินงาน ตั้งแต่เริ่มต้นตัดสินใจ ไปจนกระทั่งวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้ใช้งานได้จริง ดังนั้นแต่ละองค์กรจะมีการหาข้อมูลและเหตุผลสนับสนุนต่าง ๆ ในการประกอบการตัดสินใจมากพอสมควร (คลิกเพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP)

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ากิจการของคุณควรจะต้องหันมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง 3 สัญญาณเตือน เพื่อเช็คว่าองค์กรของคุณควรจะเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ได้แล้วหรือยัง

3 สัญญาณเตือนมีดังนี้คือ

1. การขยายตัวขององค์กรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

2. ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ปริมาณงานเยอะขึ้นแต่ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรลดลง

รายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้

1. การขยายตัวขององค์กรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ในการทำธุรกิจแน่นอนว่าทุกคนในองค์กรย่อมคาดหวังที่จะเห็นการเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่การเติบโตขององค์กรก็ทำให้การบริหารจัดการองค์กรมีความซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อกิจการขยายตัวนั่นหมายถึง transaction ทางบัญชี ระบบการผลิตและระบบสินค้าคงคลัง รวมถึงส่วนอื่นๆ ในกิจการ ก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้ยาก ดังนั้นหากองค์กรของคุณเริ่มมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นสัญญาณเตือนได้เป็นอย่างดีว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรพิจารณานำระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการองค์กร (คลิกเพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

2. ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดเก็บข้อมูลในองค์กรจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ การจัดเก็บข้อมูลรูปแบบเอกสารกระดาษ และการจัดเก็บข้อมูลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

ในองค์กรที่ไม่ได้ใช้ระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยจัดเก็บข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ก็อาจเจอปัญหาเรื่องการจัดเก็บข้อมูลอาทิเช่น

– ข้อมูลที่เป็นเอกสารกระดาษที่เก็บไว้ระยะเวลานานสูญหาย

– ปริมาณข้อมูลเอกสารกระดาษต่าง ๆ มีมากจนล้นไม่สามารถจัดระเบียบได้

– ข้อมูลในเอกสารที่เก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ไม่มีความปลอดภัย อาจถูกแฮกข้อมูลได้โดยปราศจากการป้องกัน

– ข้อมูลสำคัญที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังเช่น เอกสารทางบัญชี เอกสารคลังสินค้า ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– ข้อมูลต่างๆ ระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรไม่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ทำให้ขั้นตอนการทำงานยุ่งยากซับซ้อน

ซึ่งถ้าองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาการจัดเก็บข้อมูลดังที่ได้กล่าวมา ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนที่คุณต้องเริ่มพิจารณาการใช้ระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยจัดการการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ และมีความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล

3. ปริมาณงานเยอะขึ้นประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลง

อีกหนึ่งปัญหาที่สามารถพบได้มากในองค์กรที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วคือ พนักงานในองค์กรต้องรับภาระงานในปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้ขาดความสมดุลระหว่างชั่วโมงการทำงานกับปริมาณงานของพนักงานในองค์กร

การทำงานในปริมาณที่น้อยจนเกินไปก็ทำให้พนักงานไม่ productive ปริมาณงานที่เป็นผลลัพธ์ให้กับองค์กรไม่เหมาะสมกับค่าจ้างที่ได้รับ ในขณะเดียวกันการที่พนักงานในองค์กรต้องรับภาระงานในปริมาณเพิ่มมากขึ้น องค์กรอาจได้ประโยชน์ในแง่ของผลการทำงานที่มากขึ้นตาม แต่พนักงานก็จะเกิดความเครียดในการทำงาน ทำงานกับองค์กรได้ไม่นานก็ลาออก และสุดท้ายอาจกระทบกับองค์กรในที่สุดเช่นกัน

นอกจากนี้การที่พนักงานทำงานเดิมด้วยทักษะเดิม ไม่มีโอกาสได้เพิ่มเติมความรู้ใหม่ ๆ ทักษะใหม่ ๆ การทำงานอยู่กับสิ่งเดิมๆ อาจทำให้พนักงานเกิดความเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น ซึ่งก็จะกระทบกับผลการทำงานเช่นกัน

ถ้าองค์กรของคุณมีปริมาณงานกับพนักงานที่ไม่สมดุล พนักงานไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนที่คุณควรจะใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กร ให้มีชีวิตการทำงานในองค์กรที่สมดุล และมีไฟที่จะทำงานให้กับองค์กรในระยะยาว

กล่าวโดยสรุปหัวข้อใน 3 สัญญาณเตือนองค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้คุณได้ตั้งข้อสังเกตภายในองค์กรของคุณเองว่า หากองค์กรมีการขยายตัวจนเกิดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ ไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบเรียกดูข้อมูลรวมถึงรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และพนักงานในองค์กรขาดความสมดุลในการทำงานให้กับองค์กร ก็เป็นไปได้สูงว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรต้องมีระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการองค์ของคุณให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ (คลิกเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 สัญญาณเตือน องค์กรคุณต้องมีระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร

5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร

5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร

เมื่อองค์กรจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการกระบวนการทำงานที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าแต่ละองค์กรย่อมมีต้นทุนเกิดขึ้นในการดำเนินงานในทุก ๆ ส่วน
การบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ผู้บริหารต้องสามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกของกระบวนการทำงานทั้งหมดได้ และข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้
จะสามารถบอกผู้บริหารองค์กรได้เป็นอย่างดีว่าพนักงานที่อยู่ในกระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นนั้น แต่ละคนได้ทำงานที่มีผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วหรือยัง มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือวนลูปทับกันโดยไม่จำเป็นหรือไม่

ซึ่งระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยให้ผู้บริหารองค์กรสามารถเห็นข้อมูลที่ซับซ้อนในเชิงลึกต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้นและใช้เวลาน้อยลง
ทำให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์และพัฒนาคุณภาพในการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและคาดหวังผลลัพธ์ได้ในระยะยาว

โดยระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการในแต่ละส่วนของธุรกิจ/องค์กรได้ดังนี้คือ

  1. ระบบอีอาร์พี (ERP) วางแผนการเงินและบัญชีได้
  2. ระบบอีอาร์พี (ERP) จัดการคลังสินค้าได้
  3. ระบบอีอาร์พี (ERP) จัดการกระบวนการผลิตได้
  4. ระบบอีอาร์พี (ERP) วางแผนและควบคุมการผลิตได้
  5. ระบบอีอาร์พี (ERP) จัดการทรัพยากรบุคคลได้ ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน

ในลำดับต่อไปจะเป็นการแจกแจงรายละเอียดในแต่ละข้อว่าระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยบริหารจัดการองค์กรในแต่ละส่วนอย่างไร

  1. ระบบอีอาร์พี (ERP) วางแผนการเงินและบัญชีได้

การวางแผนการเงิน: ระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถสร้างงบการเงินที่ระบุรายได้และรายจ่ายทั้งหมด ซึ่งช่วยในการติดตามสถานะทางการเงินขององค์กร โดยผู้บริหารสามารถรับรู้รายได้ กำหนดรายได้ และรายจ่ายในแต่ละปี รวมถึงกำหนดเป้าหมายกำไรและขาดทุน ช่วยให้ผู้บริหารวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนการลงทุนและบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ระบบอีอาร์พี (ERP) จัดการคลังสินค้าได้

การจัดการสินค้าคงคลัง: ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังคือ ระบบอีอาร์พี (ERP) จะเข้าไปจัดการระบบของสินค้าคงคลังไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้าคลัง, การแสดงจำนวนสต๊อกสินค้าที่เป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ การบริหารจัดการสินค้าคงคลังไม่ให้ของขาดจากสต๊อกสินค้า ช่วยให้กิจการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

รวมถึงระบบอีอาร์พี (ERP) จะรักษาความเป็นจริงของข้อมูลให้แสดงข้อมูลสินค้าที่เป็นจริงทั้งในอดีตและปัจจุบัน ช่วยให้ผู้บริหารสามารถดึงข้อมูลมาตรวจสอบย้อนหลังได้

  1. ระบบอีอาร์พี (ERP) จัดการกระบวนการผลิตได้

การจัดการกระบวนการผลิต: ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการวางแผนการผลิตคือ รวบรวมข้อมูลความต้องการลูกค้า แล้ววางแผนการผลิตให้ทันกับสถานการณ์และความต้องการของลูกค้า

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พี (ERP) ยังช่วยควบคุมคุณภาพในการผลิตให้เป็นไปตามสูตรเฉพาะเจาะจง มีการบันทึกข้อมูลการผลิตเช่น ระยะเวลาในการผลิต, ปริมาณทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต เพื่อควบคุมต้นทุนสินค้าไม่ให้สิ้นเปลืองจนเกินไป

  1. ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยควบคุมการผลิตได้

การควบคุมการผลิต: ระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยควบคุมการผลิตได้ตั้งแต่ขั้นตอนของการจัดซื้อวัตถุดิบ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อเข้ามา รายการผลิตสินค้า และแนวโน้มการใช้วัตถุดิบในอนาคต รวมถึงระบบการติดตามสถานะของวัตถุดิบระหว่างการสั่งซื้อและการจัดส่งวัตถุดิบ เพื่อจะได้ทราบสถานะและระยะเวลาในการดำเนินการที่เหลือ

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถกำหนดให้สามารถสร้างคำสั่งซื้อได้เอง รวมถึงการสร้างคำสั่งซื้ออัตโนมัติ หากวัตถุดิบเหลือน้อยกว่าระดับที่กำหนดไว้

  1. ระบบอีอาร์พี (ERP) จัดการทรัพยากรบุคคลได้

การจัดการทรัพยากรบุคคล: ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลขององค์กรเริ่มตั้งแต่การบันทึกข้อมูลของพนักงานที่จำเป็นสำหรับองค์กร ช่วยจัดการรายได้และสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับพนักงานในแต่ละแผนก นอกจากนี้ยังช่วยบริหารจัดการในส่วนที่ต้องการพนักงานมาเพิ่มในองค์กร หรือส่วนที่ต้องการเสริมสร้างประสบการณ์ด้านอื่นๆ เช่น การอบรมสัมมนา การสังสรรค์ประจำปี เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข

กล่าวโดยสรุป 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี ERP ช่วยบริหารจัดการในองค์กร คือระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยบริหารจัดการองค์กรได้ทั้งในทุกส่วนขององค์กรทั้ง 5 ด้านเช่น การบัญชี การเงิน การผลิต การจัดการวัตถุดิบ รวมถึงทรัพยากรบุคคล
ซึ่งระบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม ในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้มีการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพทั้งในเชิงลึกและภาพรวมในการดำเนินงาน

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร Read More »

ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้

ระบบอีอาร์พีเพื่อบริหารจัดการองค์กร เป็นระบบที่ต้องบริหารจัดการผ่านทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลทุกอย่างถูกบันทึกลงในระบบ ประมวลผลผ่านระบบ และดึงข้อมูลมานำเสนอด้วยระบบ

ในบางองค์กรอาจมีการดำเนินงานในรูปแบบคลาสสิกดั้งเดิมคือ ใช้วิธีบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงเอกสารกระดาษ พนักงานก็จะทำงานกับระบบการบันทึกงานลงกระดาษด้วยความเคยชิน

ปัญหาจากการเก็บข้อมูลในระบบด้วยเอกสารกระดาษคือ เมื่อข้อมูลมีปริมาณมากแล้วผู้บริหารต้องการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง หรือผู้บริหารต้องการข้อมูลบางอย่างเพื่อประกอบการตัดสินใจ พนักงานอาจใช้เวลานานมากในการค้นหาเอกสารแต่ละฉบับ ในบางครั้งอาจเกิดปัญหาพนักงานหาเอกสารที่ต้องนำเสนอผู้บริหารไม่เจอ

จะเห็นได้ว่าระบบการทำงานแบบคลาสสิกดั้งเดิม ที่พึ่งพาเอกสารกระดาษเป็นหลัก นอกจากจะสิ้นเปลืองทรัพยากรสำหรับบันทึกข้อมูลแล้วยังทำให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพต่ำอีกด้วย (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

ดังนั้นระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถเข้าใช้งานได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะช่วยเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร ให้ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วยการใช้ทรัพยากรที่น้อยลง

แต่ลูกค้าหลาย ๆ คนจะกังวลใจมากเช่นกัน หากต้องนำระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการกิจการ/องค์กร สาเหตุที่ทำให้ลูกค้ากังวลใจเช่น

– กลัวว่าระบบอีอาร์พีจะใช้งานยาก

– พนักงานอาจไม่มีทักษะและความรู้ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งในบทความ “ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้” เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในการบริหารจัดการกิจการ/องค์กรของตนเอง ได้เข้าใจว่าการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นง่ายกว่าที่คุณคิดไว้

โดยรายละเอียดบทความ “ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้” ประกอบด้วย

1.ระบบอีอาร์พีจะเข้าใช้งานอย่างไร

2.ถ้าใส่ข้อมูลแล้วระบบประมวลไม่ผ่านต้องทำอย่างไร

3.ฝึกฝนแล้วอีอาร์พี (ERP) จะง่ายไปเอง

รายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีจะเข้าใช้งานอย่างไร

ในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เมื่อผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้ทำการวางระบบและ Go Live เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะสามารถเข้าใช้ระบบได้โดยใช้ username และ password ที่ได้ ถูกตั้งค่าไว้ ซึ่งแต่ละกิจการ/องค์กร ก็จะมี username และ password เฉพาะของตนเอง

โดยพนักงานในองค์กรก็จะทราบ username และ password ของกิจการ/องค์กร ซึ่งแต่ละคนก็จะเข้าถึงข้อมูลได้ตามสิทธิ์ที่ได้ตั้งค่าไว้ในระบบอีอาร์พี (ERP)

เมื่อลูกค้ามี username และ password แล้ว ก็สามารถทำการ login เพื่อเข้าสู่ระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) ของคุณได้เลย

โดยสรุปของข้อนี้คือ การเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องมี username และ password พนักงานในองค์กรจะเห็นข้อมูลได้ตามสิทธิ์ของตนเองที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

2. ถ้าใส่ข้อมูลแล้วระบบไม่สามารถประมวลผลได้ต้องทำอย่างไร
เมื่อลูกค้าได้ทำการ login เข้ามาในระบบแล้ว ลูกค้าก็สามารถเข้าใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ในระบบได้เลย ซึ่งในการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ นั้น ลูกค้าต้องเข้าใจก่อนว่าในแต่ละฟังก์ชันลูกค้าจะต้องใส่ค่าอะไรบ้าง เพื่อให้ฟังก์ชันนั้น ๆ สามารถประมวลผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

ซึ่งในการใช้งานจริงลูกค้าอาจพบว่า ลูกค้าได้คีย์ข้อมูลเข้าไปแล้วแต่ระบบฟ้อง exception ไม่สามารถประมวลผลและแสดงผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

สิ่งแรกที่สามารถตรวจสอบได้คือ ลูกค้าได้คีย์ข้อมูลและเลือก option ต่าง ๆ เข้าไปในระบบครบถ้วนและถูกต้องตาม flow ของระบบแล้วหรือยัง ถ้ายังลูกค้าก็สามารถกลับเข้าไปคีย์ข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วนแล้วสั่งให้ระบบประมวลผลอีกครั้งหนึ่ง

แนวคิดที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติของอีอาร์พีคือ คีย์ข้อมูลให้ครบตาม flow ของระบบ แล้วระบบก็จะประมวลผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง

แต่ถ้าได้ทำการคีย์ข้อมูลอย่างครบถ้วนตาม flow ของระบบแล้วก็ยังไม่สามารถประมวลผลได้ ลูกค้าก็สามารถแจ้งทีม customer support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ลูกค้าซื้อระบบด้วย เพื่อให้ตรวจสอบปัญหาในการใช้งานระบบแล้วแก้ไขให้ (คลิกเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กรจะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

โดยสรุปของข้อนี้คือ ระบบการทำงานของอีอาร์พี (ERP) นั้นเรียบง่าย แค่คีย์ข้อมูลให้ครบตามเงื่อนไข ระบบก็จะประมวลผลได้ตามที่คุณต้องการ

3. ฝึกฝนแล้วอีอาร์พี (ERP) จะง่ายไปเอง
คอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) เป็นแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ดังนั้นระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) จึงมีฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่เรียบง่ายเช่นกัน แต่การที่ลูกค้านำระบบอีอาร์พี (ERP) ไปใช้แล้วรู้สึกว่ายาก นั่นอาจเป็นเพราะว่า ยังไม่เกิดความเคยชินนั่นเอง

โดยสรุปของข้อนี้คือ ทำให้บ่อยแล้วจะชินพอเริ่มชินระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะง่ายสำหรับคุณนั่นเอง

จากบทความ”ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้” จะเห็นได้ว่า แนวคิดของอีอาร์พี (ERP) และการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ แค่มี user name กับ password ใส่ข้อมูลให้ครบเพื่อให้ระบบประมวลผล แล้วฝึกใช้งานบ่อย ๆ ให้ชิน เพียงแค่นี้ก็จะเห็นได้ว่าระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นใช้งานง่ายจริง ๆ

ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้ Read More »

ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร

ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร

การเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดีถือว่าเป็นโจทย์ที่ต้องใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควร เรียกได้ว่าผู้ประกอบการ/องค์กรจะต้องคิดหนักกันทีเดียว เพราะเป็นการสร้างระบบบริหารจัดการให้กับกิจการ/องค์กร และระบบการบริหารจัดการนี้จะมีผลกับกิจการ/องค์กรในระยะยาว (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

นอกจากการวางแผนในองค์กรเพื่อให้สามารถวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้แล้ว อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ผู้ประกอบการ/องค์กรจะต้องเจอคือ จะตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) รายไหนดี

ซึ่งในบทความนี้จะมีข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ/องค์กร เลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น โดยจะประกอบด้วยรายละเอียด 9 ข้อดังนี้คือ

1. ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค

2. ความสามารถในการอัปเกรดและการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (ERP)

3. การสนับสนุนทางเทคนิค

4. ราคาและค่าใช้จ่าย

5. ง่ายต่อการปรับใช้งาน

6. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

7. ประสบการณ์และการอ้างอิง

8. การสอนและการฝึกอบรม

9. บริการหลังการขาย

รายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิค มีระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้จริง รวมถึงช่วยแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานระบบของลูกค้า และควรเป็นผู้ให้บริการที่มีความตั้งใจทำงานให้สำเร็จลุล่วงจนลูกค้าสามารถปิดงบดุลได้ไม่ทิ้งลูกค้าไว้กลางทาง

ตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

– ปัญหาเกิดจากลูกค้าเลือกเส้นทางข้อมูลไม่ถูกต้องทำให้ระบบไม่แสดงผลตามที่ต้องการ

– ปัญหาเกิดจากลูกค้าใส่เงื่อนไขไม่ครบตามที่ระบบกำหนดแล้วระบบฟ้อง exception

– ปัญหาเกิดจากมีแคชในระบบทำให้ระบบทำงานล่าช้า

– ปัญหาเกิดจากผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) หยุดหรือยกเลิกการให้บริการ

โดยสรุปของข้อนี้คือ หากต้องการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ดีลูกค้าควรพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่สามารถแก้ปัญหาการใช้งานระบบได้ และความเป็นมืออาชีพในการทำงานที่จะไม่ทิ้งงานหากยังทำไม่สำเร็จลุล่วง

2. ความสามารถในการอัปเกรดและการปรับปรุงระบบอีอาร์พี

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) จะมีการอัปเดทระบบให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น อัปเดทระบบปีละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ควรรองรับการปรับปรุงหรือการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันในการใช้งานบางอย่างในระบบ เพื่อให้ระบบอีอาร์พี (ERP) ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีการอัปเดทระบบให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและสามารถปรับปรุงระบบอีอาร์พี (ERP) ให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

3. การสนับสนุนทางเทคนิค

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีระบบสนับสนุนในการรับทราบปัญหาจากการใช้งานของลูกค้า และมีทีมงานที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาทางเทคนิคให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ในกรณีฉุกเฉินผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ควรมีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากพอที่จะระบุปัญหาที่เกิดพร้อมแนวทางแก้ไขให้กับลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

รวมทั้งมีทีมงาน customer support, implementer และ programmer ที่คอยประสานงานในการแก้ปัญหาให้กับลูกค้า เพื่อลูกค้าจะได้มั่นใจได้ว่าหลังจากลงระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะยังคงให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาหากเกิดข้อขัดข้องในระบบ

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาการใช้งานของระบบ สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว หากลูกค้าเกิดปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

4. ราคาและค่าใช้จ่าย

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรชี้แจงค่าใช้จ่ายโดยละเอียดให้ลูกค้าทราบ ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีทั้งส่วนที่ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และส่วนที่คิดค่าใช้จ่ายเช่น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ตัวอย่างส่วนที่ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

– การนัดนำเสนอระบบอีอาร์พี (ERP) ให้ลูกค้าพิจารณาว่าเหมาะสมกับกิจการ/องค์กรของลูกค้าหรือไม่

ตัวอย่างส่วนที่ให้บริการโดยมีค่าใช้จ่าย

– การวางระบบ

– การเทรนวิธีเข้าใช้งานระบบ

– การปรับแต่งระบบ (Customize)

เมื่อลูกค้าทราบราคาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อลงระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาเพื่อหาราคาที่เหมาะสม ซึ่งราคาที่เหมาะสมอาจไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดหรือราคาที่แพงที่สุด แต่ควรเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับ และไม่ควรเป็นราคาที่ทำให้ลูกค้าต้องจ่ายเงินทิ้งแล้วไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ

หมายเหตุ ราคา/ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจริงเมื่อลงระบบ ลูกค้าควรอ้างอิงจากสัญญาที่ตกลงกันไว้กับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) เป็นหลัก

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) จะแจ้งรายละเอียดราคาและค่าใช้จ่ายในการบริการกับลูกค้าอย่างชัดเจน ซึ่งควรเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับลูกค้าด้วยเช่นกัน

5. ง่ายต่อการปรับใช้งาน

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบอีอาร์พี (ERP) ให้มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะทำงานร่วมกับระบบที่ลูกค้าใช้อยู่เดิม รวมถึงมีการออกแบบและตั้งค่าการใช้งานที่เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานสามารถเรียนรู้การใช้งานจนเกิดความเคยชินได้ในระยะเวลาไม่นาน

ในการใช้งานจริงลูกค้าหรือผู้เข้าใช้งานระบบอาจต้องมีการปรับกระบวนการคิด เพื่อสร้างความเข้าใจในการใช้งานระบบซึ่งอาจใช้เวลา แต่ลูกค้าหรือผู้เข้าใช้งานจะสามารถใช้งานระบบได้ง่าย ได้คล่องมือในที่สุด และเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรในระยะยาว (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร )

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบให้ง่ายต่อการใช้งานภายใต้แนวคิดที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ

6. การรักษาความปลอดภัยและความจริงของข้อมูล

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบอีอาร์พีให้เป็นระบบที่มีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล นั่นคือการกำหนดสิทธิ์ของผู้เข้าใช้งานระบบ ว่าผู้เข้าใช้งานระบบแต่ละคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง

นอกจากนี้ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบอีอาร์พี (ERP) ให้รักษาความเป็นจริงของข้อมูลที่สามารถเช็คข้อมูลย้อนหลังกลับไปได้เมื่อผู้ใช้งานต้องการ (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

การรักษาความเป็นจริงของข้อมูลนั้นจะรวมไปถึงข้อมูลภายในต่าง ๆ ขององค์กรที่ถูกสร้าง ถูกแก้ไข ถูกดำเนินการ ถูกอนุมัติ ถูกยกเลิก หรือมีการกระทำใด ๆ กับข้อมูลนั้น ระบบอีอาร์พี (ERP) จะต้องบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูลภายในองค์กรอย่างถูกต้อง เป็นจริง ตรงไปตรงมา

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบให้รักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับข้อมูลภายในองค์กรอย่างตรงไปตรงมา

7. ประสบการณ์และการอ้างอิง

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีประสบการณ์ที่สามารถอ้างอิงได้จริง เช่น ผลงานการดำเนินงานลงระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ลูกค้าสามารถสอบถามกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ลูกค้าต้องการติดต่อได้โดยตรง

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) จะมีความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้จากประสบการณ์อ้างอิงต่าง ๆ ที่ผ่านมา

8. การสอนและการฝึกอบรม

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีมที่ปรึกษาหรือทีมฝึกอบรม ที่จะเข้าไปอบรมการเข้าใช้งานระบบให้กับลูกค้า

ทีมที่ปรึกษาหรือทีมฝึกอบรมควรมีความรู้และทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ได้ลงระบบให้กับลูกค้า และมีความเข้าใจลูกค้าว่าลูกค้าอาจไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เลย

ซึ่งทีมที่ปรึกษาหรือทีมฝึกอบรมควรช่วยเหลือให้ลูกค้าเกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่เหมาะสมไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีมฝึกอบรมให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) โดยใช้เวลาดำเนินการอบรมภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

9. บริการหลังการขาย

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีม support ที่คอยตอบคำถามลูกค้าและให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิค เมื่อลูกค้าเกิดปัญหาในการใช้งานระบบ

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีระบบการจัดเก็บข้อมูลในการ support แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า เนื่องจากในความเป็นจริงการใช้งานระบบอีอาร์พีจะมีทั้งเคสที่เป็นปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กับเคสปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลเดิมที่เคยได้รับจากทีมsupport ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) มาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ก็จะมีการsupport ลูกค้า ให้การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้

การเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) อาจไม่สามารถนิยามเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ได้ แต่บทความผู้ประกอบการ/องค์กรจะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร ก็สามารถอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจภาพของผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) และช่วยให้ลูกค้ามีข้อมูลประกอบในการคัดสรรผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งลูกค้าเองก็จะสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร Read More »

9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร

9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร

ในการวางระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะต้องการทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในประเภทของกิจการนั้นๆ แล้ว ยังต้องมีขั้นตอนการดำเนินงานตามหลักการที่ถูกต้อง เพื่อผู้ประกอบการสามารถใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

โดยขั้นตอนในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีผู้ประกอบการควรทำตาม 9 ขั้นตอนดังนี้คือ

  1. ขั้นตอนการวิเคราะห์ความต้องการเพื่อเลือกอีอาร์พี (ERP) ที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กร
  2. ขั้นตอนการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)
  3. ขั้นตอนการปรับแต่งอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับองค์กรของคุณ
  4. ขั้นตอนการซิงค์ข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลซิงค์ได้ถูกต้องและเสถียร
  5. ขั้นตอนการทำความเข้าใจกับบุคลากรในองค์กร
  6. ขั้นตอนการฝึกอบรมให้กับบุคลากรในองค์กร
  7. ขั้นตอนเตรียมการก่อนใช้งานจริง
  8. ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ
  9. ขั้นตอนหลังจากใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้นในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
เรามาดูรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนกันว่ามันคืออะไร และในแต่ละขั้นตอนจะทำไปเพื่ออะไร
ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้

  1. ขั้นตอนการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่เหมาะสมกับองค์กร
    ในขั้นตอนนี้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ซึ่งอาจค้นหาบน google search, งาน Expo จัดโดยหน่วยงานราชการและตามงานแสดงสินค้า

ซึ่งผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) นิยมที่จะไปออกบูธเพื่อแนะนำบริการแก่ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจประเภทต่างๆ

โดยผู้ประกอบการอาจเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ไว้เป็นทางเลือกมากกว่า 1 ผู้ให้บริการก็ได้ และสอบถามรายละเอียดต่างๆ ในการให้บริการ เช่น ขนาดของระบบตอบสนองกับขนาดขององค์กรหรือไม่ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับงบประมาณขององค์กรหรือไม่ เป็นต้น

ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองควรทราบความต้องการในองค์กรของตนเองด้วยเช่นกัน ว่าต้องการระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการองค์กรของคุณเองอย่างไร

โดยสรุปขั้นตอนการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่เหมาะสมกับองค์กร คือการค้นหาผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่คุณสนใจ และสอบถามรายละเอียดการให้บริการให้ตรงกันกับความต้องการขององค์กรคุณเอง

  1. ขั้นตอนการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) เมื่อทางผู้ประกอบการมีข้อมูลผู้ให้บริการที่คุณสนใจ และทราบความต้องการของผู้ประกอบการเองแล้ว จากนั้นผู้ประกอบการจะทำการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีเพื่อทำการนัดหมายประชุม/พูดคุยกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

ในขั้นตอนนี้ผู้ประกอบการจะมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถสอบถามถึงกระบวนการทำงานต่าง ๆ ในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ เริ่มต้นวางระบบไปจนถึงกระบวนการสุดท้ายคือผู้ประกอบการต้องสามารถปิดงบดุลได้

โดยในส่วนนี้ผู้ประกอบการอาจทำการเปรียบเทียบราคาผู้ให้บริการอีอาร์พีแต่ละราย รวมถึงรายละเอียดในการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และเพื่อให้ได้ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถบริหารจัดการองค์กรได้ตรงตามที่คุณต้องการ

โดยสรุปขั้นตอนการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) คือ ให้ผู้ประกอบการทำการนัดหมายเพื่อประชุม/พูดคุยกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) สอบถามค่าใช้จ่ายและรายละเอียดในการดำเนินงานต่าง ๆ จากนั้นจึงเลือกผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์สำหรับกิจการของคุณ ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายและรูปแบบของระบบอีอาร์พี

  1. ขั้นตอนการปรับแต่งอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับกิจการของคุณ
    ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ต้องการรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงในกิจการของคุณ เพื่อทำการ customize ให้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้าไปบริหารจัดการองค์กรของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในขั้นตอนนี้ทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีทีมที่ปรึกษาเข้าไปวิเคราะห์กระบวนการทำงานขององค์กรโดยละเอียด เพื่อให้ได้ Flow ในการทำงานที่เป็นระบบและเป็นระเบียบ ซึ่ง Flow ในการทำงานนี้จะเป็นรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับองค์กรคุณเอง (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

หลังจากนั้นทางทีมที่ปรึกษาจะนำ Flow ที่ได้มาปรับแต่งให้ได้ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าไปบริหารจัดการองค์กรของคุณ

โดยสรุปขั้นตอนการปรับแต่งอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับกิจการของคุณคือ การวิเคราะห์หา Flow ในการทำงาน เพื่อทำการปรับแต่งให้ได้อีอาร์พี (ERP) ที่จะเข้าไปเป็นระบบริหารจัดการองค์กรของคุณ

  1. ขั้นตอนการซิงค์ข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลซิงค์ได้ถูกต้องและเสถียร

ในขั้นตอนนี้คือ การอัพเดตข้อมูลจากระบบอื่นๆ ที่องค์ของคุณใช้อยู่ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเข้าสู่ระบบอีอาร์พี (ERP) ในการซิงค์ข้อมูลนี้ต้องคำนึงถึงการรักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลเสมอ นอกจากนี้ยังควรมีการตรวจสอบและทดสอบการซิงค์เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกนำเข้าอย่างถูกต้อง ไม่เกิดปัญหาในกระบวนการ

ในส่วนของการซิงค์ข้อมูลอาจใช้โปรแกรมสำหรับการซิงค์ข้อมูล ควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญระบบอีอาร์พี (ERP) โดยเฉพาะ ซึ่งก็คือทีมงานผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ผู้ประกอบการเลือกนั่นเอง

โดยสรุปขั้นตอนการซิงค์ข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลซิงค์ได้ถูกต้องมีความเสถียรและสามารถนำข้อมูลขององค์กรเข้าสู่ระบบอีอาร์พี (ERP) ได้ ควรดำเนินงานโดยผู้เชี่ยวชาญระบบอีอาร์พี (ERP) โดยเฉพาะ

  1. ขั้นตอนการทำความเข้าใจกับบุคลากรในองค์กร

ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างมีความอ่อนไหว เนื่องจากในแต่ละองค์กรก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พี ( ERP) ในการบริหารจัดการองค์กร มักจะมีรูปแบบการดำเนินงานที่ทำกันมาอย่างยาวนาน ในบางรูปแบบอาจกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรซึ่งยากในการเปลี่ยนแปลง

การใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการองค์กร อาจทำให้พนักงานบางส่วนเกิดความกังวลในการปรับตัวจากรูปแบบการทำงานที่เคยชินและสามารถทำได้อย่างคล่องตัว มาเป็นการทำงานในอีกรูปแบบที่แตกต่างกัน อีกทั้งพนักงานอาจยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน

ดังนั้นการสื่อสารและทำความเข้าใจกับพนักงานในองค์กรถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จึงมีความจำเป็นและควรทำ เพื่อให้พนักงานได้เห็นแนวทางการทำงานในอนาคตที่ชัดเจน และเป็นขวัญกำลังใจที่ดีสำหรับบุคคลากรในองค์กรอีกด้วย

โดยสรุปขั้นตอนการทำความเข้าใจกับบุคลากรในองค์กรที่จะเริ่มใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการในองค์กร คือควรสื่อสารและทำความเข้าใจให้พนักงานได้เห็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับระบบการทำงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

  1. ขั้นตอนการฝึกอบรมให้กับบุคลากรในองค์กร

ในขั้นตอนการฝึกอบรมให้กับบุคลากรในองค์กรจะเป็นการร่วมมือของทั้งผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) และผู้รับบริการซึ่งก็คือผู้ประกอบการนั่นเอง

โดยผู้ประกอบการต้องทำการนัดหมายวันและเวลาในการฝึกอบรมกับทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จากนั้นผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะส่งทีมที่ปรึกษาในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) และ Cusotmer Support เข้าไปอบรมการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ทีมที่ปรึกษาในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะสอนวิธีการเข้าระบบและการเข้าใช้งานในโมดูลต่างๆ ซึ่งผู้เข้าอบรม
จะเป็นพนักงานในแผนก/ส่วนต่าง ๆ ขององค์กร ที่ต้องเข้าใช้งานในระบบอีอาร์พี (ERP) ให้สามารถเข้าใช้งาน บันทึกข้อมูล สั่งประมวลผล เรียกดูข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการใช้งานอื่น ๆ ของระบบได้

เมื่อทำการอบรมเสร็จแล้ว หากเกิดปัญหาติดขัดในการใช้งาน ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีทีม Customer support คอยรับทราบปัญหาต่าง ๆ อาทิเช่น ระบบเกิดการหน่วง, เรียกดูข้อมูลไม่ได้ เป็นต้น

ซึ่งแนวทางในการแก้ไขจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของปัญหาที่เกิดขึ้น บางปัญหาทีม Customer Support สามารถให้คำแนะนำได้เลย บางปัญหาอาจต้องรอให้ทีมงานโปรแกรมเมอร์เข้าตรวจสอบแก้ไข เป็นต้น

โดยสรุปขั้นตอนการฝึกอบรมให้กับบุคลากรในองค์กรคือ ทางผู้ให้บริการมีการส่งที่ปรึกษาในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มาสอนวิธีการเข้าระบบและการเข้าใช้งานในโมดูลต่าง ๆ ให้กับพนักงานขององค์กร และเมื่อใช้งานจริงหากเกิดปัญหาจะมีทีม Customer Support รวมถึงโปรแกรมเมอร์คอยวิเคราะห์แก้ไขปัญหาต่าง ๆ

  1. ขั้นตอนเตรียมการก่อนใช้งานจริง
    ก่อนที่จะใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) จริง จะต้องมีขั้นตอนที่ผู้ใช้บริการยังคงใช้ระบบเดิมในองค์กรคู่ขนานไปกับระบบอีอาร์พี (ERP) จนกระทั่งเมื่อลูกค้าสามารถใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)ได้อย่างราบรื่นแล้ว ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะทำการ GO Liveและเมื่อ Go Live เรียบร้อยแล้วจึงจะเรียกได้ว่าองค์กรของคุณได้ทำการใช้งานระบบ
    อีอาร์พี (ERP) ร้อยเปอร์เซ็นต์

โดยสรุปขั้นตอนเตรียมการก่อนใช้งานจริง คือก่อนจะใช้งานระบอีอาร์พี (ERP) จะต้องมีขั้นตอนการใช้งานคู่ขนานกับระบบเดิมขององค์กร จนกระทั่งผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้ทำการ Go Live

  1. ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ
    เมื่อองค์กรได้เริ่มใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ อาจมีการพบปัญหาในระหว่างการใช้งานเช่น การรันระบบไม่ผ่าน, การหน่วงเวลาในการดึงข้อมูลในระบบ หรือปัญหาอื่น ๆ

ปัญหาระหว่างทางที่เกิดขึ้นอาจมาจากทางผู้ใช้งานเอง หรืออาจมาจากตัวระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีทีม Customer Support ที่คอยให้ความช่วยเหลือหากเกิดปัญหาในการเข้าใช้ระบบ โดยผู้ใช้ระบบสามารถแจ้งปัญหาต่างๆ ให้ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ทราบ ด้วยช่องทางการสื่อสารในการแจ้งปัญหาที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้

ค่าใช้จ่ายในส่วนของ Customer Support ตามที่ได้ตกลงกันระหว่างผู้ใช้บริการระบบกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยสรุปขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ คือในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อาจมีปัญหาระหว่างการใช้งานได้ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถแจ้งปัญหาการใช้งานให้กับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) เพื่อทำการแก้ไข ค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้

  1. ขั้นตอนหลังจากใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ

หลังจากที่องค์กรได้ใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีการอัพเดทระบบให้กับผู้ใช้งานระบบอย่างสม่ำเสมอเช่น มีการอัพเดทระบบให้ปีละ 1 ครั้ง หรือตามที่ได้ระบุในสัญญาบริการ เป็นต้น

หลังจากเริ่มใช้งานแล้ว หากองค์กรผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องการปรับในบางฟังก์ชั่นใช้งาน หรือเพิ่ม Module ต่าง ๆ ก็สามารถแจ้งกับทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับข้อตกลงและขอบเขตในการให้บริการของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ทางองค์กรของผู้ใช้บริการเองก็สามารถสอบถามและต่อรองกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้เป็นกรณีไป

โดยสรุปขั้นตอนหลังจากใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เต็มรูปแบบ คือเมื่อองค์กรได้ใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ผู้ให้บริการจะมีการอัพเดทระบบให้กับผู้ใช้งานระบบอย่างสม่ำเสมอ หากผู้ใช้งานต้องการปรับฟังก์ชันการใช้งานนั้นสามารถทำได้ ค่าใช้จ่ายสามารถสอบถามทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้เป็นกรณีไป

สำหรับบทความ 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร ก็จะเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเตรียมความพร้อมขององค์กรในการเข้าสู่การใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP)

โดยการทำตาม 9 ขั้นตอนนี้ ผู้ประกอบการหรือองค์กรก็จะสามารถจัดจ้างผู้ให้บริการในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และองค์กรของผู้รับบริการก็สามารถใช้งานระบบได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร Read More »

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP
ปัญหาใหญ่หลวงที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องเจอคือ การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งคนที่เป็นผู้ประกอบการจะซาบซึ้งตรึงใจกันเป็นอย่างดีว่า ข้อมูลที่ไร้ระเบียบและสับสนวุ่นวาย สร้างความหนักใจให้ราวกับว่าผู้ประกอบการต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว

แต่ความยุ่งยากนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ไม่มีทางออก เพราะความยุ่งยากในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรนั้นสามารถจัดการได้โดยระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือเรียกแบบย่อ ๆ ว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP ที่คุณจะเข้าใจว่าระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้ความยากในการบริหารจัดการองค์กรของคุณง่ายขึ้นได้อย่างไร

เหตุผลที่ 1 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นสามารถใช้ได้กับหลากหลายประเภทของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ระบบอีอาร์พีสามารถเข้าไปช่วยบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ 2 ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นศูนย์รวมข้อมูลในองค์กรที่พนักงานในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องเข้าถึง

เหตุผลที่ 3 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำให้คุณสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่า ใครควรจะเข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลนี้จะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร และจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลองค์กรของพนักงานตามขอบเขตในการทำงานของพนักงานแต่ละคน

เหตุผลที่ 4 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยให้ Flow ของระบบการผลิตเป็นไปได้อย่างแม่นยำตามสูตรการผลิตที่คุณกำหนดไว้ นั่นคือระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้คุณสามารถกำหนดสูตรในการผลิตที่เฉพาะเจาะจง และบันทึกข้อมูลการใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ที่คุณสามารถเช็คย้อนกลับไปดูข้อมูลเหล่านั้นได้

เหตุผลที่ 5 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยจัดการเส้นทางของข้อมูลที่เกิดขึ้นในกิจการของคุณ ให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนในกิจการของคุณได้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าเส้นทางของข้อมูลนั้นจะซับซ้อนมากแค่ไหนก็ตาม

เหตุผลที่ 6 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้เช่น ถ้าคุณเป็นกิจการแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนในการผลิตสินค้า คุณจะสามารถเช็คได้ว่าสินค้าตัวไหนที่ต้นทุนสูงกำไรน้อย สินค้าตัวไหนที่ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ และสร้างสมดุลในการผลิตให้เหมาะสมกับสัดส่วนของกำไรต่อต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

เหตุผลที่ 7 ระบบอีอาร์พี (ERP) มีดีมากกว่าแค่ระบบบัญชี แต่อีอาร์พีสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทางบัญชีเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละปีและวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มทางการเงินที่จะเกิดขึ้นได้

เหตุผลที่ 8 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการทำงานภายในองค์กรแล้ว การบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ภายในองค์กรนั้นทำได้รวดเร็ว จึงช่วยให้ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจเงื่อนไขต่าง ๆ ทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่ 9 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้บุคลากรในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมดุลในการทำงาน ซึ่งทำให้บุคลากรในองค์กรไม่เพียงแค่สร้างผลิตผลให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน แต่สามารถทำงานกับองค์กรได้อย่างราบรื่นมีความสุข

จากเหตุผลทั้ง 9 ข้อที่ได้กล่าวมา ถ้าคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานและยกระดับการทำธุรกิจ ช่วยให้คุณสามารถบริหารองค์กรของคุณได้อย่างสบายใจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ช่วยสร้างผลกำไรที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พี (ERP) คือคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถฟันธงได้อย่างมั่นใจและแน่นอน (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP Read More »

ERP ไทย มีข้อดีอย่างไร ถ้าเทียบกับ ERP ต่างประเทศ ?

หลาย ๆ องค์กรเลือกใช้ โปรแกรม ERP มาช่วยในการทำงานแต่ก็มีข้อถกเถียงกันเป็นอย่างมาก ว่าระบบที่ดีควรใช้ของบริษัทมหาชนใหญ่ๆจากต่างประเทศ หรือ จะเลือกใช้ระบบที่พัฒนาในประเทศไทยดี ในเมื่อความเชื่อที่ว่าของนอกย่อมดีกว่าของบ้านเรา มักปลูกฝังในความรู้สึกของคนไทย แต่เรามาดูข้อดีของ ERP ไทย กันค่ะ ว่าถ้าหากผู้ประกอบการเลือกใช้บริการที่ผู้พัฒนาเป็นคนไทย 100 % จะเป็นอย่างไร

1. บริการเป็นเลิศเข้าถึงได้ง่าย

หลายๆที่คงไม่รู้ว่าระบบของคนไทยมีการดูแลซัพพอร์ตที่เปรียบเสมือนว่าธุรกิจของลูกค้าคือธุรกิจของเรา โดยงานบริการของคนไทยนั้นมีความเป็นเลิศกว่าหลาย ๆ ประเทศ ด้วยนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ที่มีความเข้าอกเข้าใจกัน และมีคติว่าใจเขาใจเรา การซัพพอร์ตก็จะเต็มที่และแทบจะดูแลแบบ24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เราได้มีโอกาสได้ไปฟังสัมภาษณ์จากผู้ใช้งาน Software Thai ที่จัดขึ้นโดยสมาคม ATSI โดยมีคำพูดนึงที่เอ่ยถึงงานบริการที่เต็มร้อยและความจริงใจในการดูแลลูกค้าทำให้พวกเขาไม่เคยคิดจะเปลี่ยนระบบอีกเลย

2. ระบบพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับคนไทย

คนไทยย่อมรู้จักรูปแบบการทำงานของคนไทยได้ดีที่สุด เพราะระบบที่พัฒนาโดยคนไทยจะเริ่มสร้างระบบจากปัญหาการทำงานของคนไทยโดยเฉพาะ และแน่นอนว่าคนไทยมีความรู้ในการพัฒนา Software ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะนักพัฒนาบ้านเรามีความคิดสร้างสรรค์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงความยืดหยุ่นในการทำงานย่อมเหมาะสมกับธุรกิจของคนไทยแน่นอน

3. ราคาที่เป็นมิตร

ด้วยความที่นักพัฒนาระบบสัญชาติไทยแทบจะ 100 % ต้องการพัฒนาระบบเพื่อให้คนไทยได้ใช้ระบบที่ดีในราคาที่จับต้องได้ โดยปกติระบบใหญ่ ๆ ของต่างประเทศราคาค่อนข้างสูง บริษัทเล็ก ๆ หรือ องค์กรระดับ SME ในบ้านเราอาจจะรับแรงราคาที่สูงไม่ไหว ทำให้มีแต่องค์กรใหญ่ๆระดับ มหาชน ที่จะใช้ระบบเท่านั้น ณ ปัจจุบันนี้มีระบบสเกลใหญ่ ๆ หลายเจ้าที่พัฒนาโดยคนไทยในราคาที่ประหยัด อันสืบเนื่องมาจากเรทเงินเดือนโปรแกรมเมอร์ไทยที่มีราคาต่ำกว่าค่าเงินของต่างประเทศ ทำให้ซอฟต์แวร์ไทยมีราคาที่ประหยัดกว่า

4. โปรแกรมมีความยืดหยุ่นสูง

ด้วย ERP เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีฟังก์ชันสแตนดาร์ดเพื่อใช้ในการทำงานอยู่แล้ว แต่ก็แทบจะทุกองค์กรที่ต้องการให้ปรับปรุงการทำงานให้เข้ากับรูปแบบบริษัทตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเป็นระบบใหญ่ ๆ จากต่างประเทศก็ต้องมีการขออนุมัติเป็นปีๆ กว่าดำเนินการได้ แต่ถ้าเป็นระบบไทยด้วยความที่เราพูดภาษาเดียวกัน มีความเข้าอกเข้าใจกันก็จะคุยกันง่าย อยากได้อะไรก็พูดคุยกันได้

หากทานกำลังหาระบบ ERP ที่เป็นมืออาชีพ ให้ระบบขนาดใหญ่ ในราคาที่เป็นมิตร และมีความยืดหยุ่นสูง PlanetOne ERP คือซอฟต์แวร์ที่คุณกำลังตามหา อย่าเสียเวลาลองผิดลองถูก เพราะเราวิเคราะห์ฟังก์ชันการทำงานให้เหมาะกับคนไทยไว้หมดแล้ว นัด Demo ได้ที่นี่

ERP ไทย มีข้อดีอย่างไร ถ้าเทียบกับ ERP ต่างประเทศ ? Read More »

Scroll to Top