Author name: Nisachon

สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่

สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่

หลาย ๆ องค์กรอาจจะยังลังเลถึงการติดตั้งระบบอีอาร์พี ว่าควรจะติดตั้งระบบดีหรือไม่

ก่อนอื่นสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาคือ ทางองค์กรเองต้องการอะไร และมีวัตถุประสงค์ใดในการติดตั้งระบบอีอาร์พี

เพื่อที่จะได้สื่อสารกับผู้ให้บริการอีอาร์พีได้อย่างชัดเจน จากนั้นการตัดสินใจว่าจะติดตั้งระบบอีอาร์พีหรือไม่นั้นก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

โดยปัจจัยต่าง ๆ ที่องค์กรควรพิจารณว่าควรจะติดตั้งระบบอีอาร์พีหรือไม่ มีดังนี้คือ

1. งบประมาณขององค์กร

2. ความซับซ้อนของกระบวนการทำงานในองค์กร

3. ปริมาณของ transaction ขององค์กร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. งบประมาณขององค์กร

ในส่วนนี้ทางองค์กรต้องทำการวิเคราะห์และประมาณการให้ดี

หากจะกล่าวแบบตรงไปตรงมาคือระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุนทั้งในการติดตั้งระบบ การจ้างทีมที่ปรึกษาเพื่อมาเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงการลงแรงและการลงเวลาของพนักงานในองค์กร ที่จะต้องมาฝึกฝนทักษะการใช้ระบบอีอาร์พีให้ชำนาญ

ดังนั้นทางองค์กรต้องมีการจัดเตรียมงบประมาณที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดทั้งโครงการในการวางระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

หากองค์กรมีความพร้อมในด้านงบประมาณ ก็สามารถเริ่มมองหาผู้ให้บริการอีอาร์พี ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้เลย

2. ความซับซ้อนของกระบวนการทำงานในองค์กร

ความซับซ้อนของการทำงานเกิดขึ้นได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น โครงสร้างขององค์กรที่มีการขยายตัวส่งผลให้บุคลากรภายในองค์กรมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบให้การทำงานมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

อาจเกิดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและบุคลากรขององค์กรต้องใช้วลากับงานบางอย่างเกินความจำเป็น (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการที่องค์กรต้องแบกรับไว้ทั้งสิ้น ซึ่งหากองค์กรจะเริ่มพิจารณาการวางระบบอีอาร์พีก็จะช่วยในการจัดการปัญหานี้ได้ดียิ่งขึ้น

3. ปริมาณ transaction ขององค์กร

ในบางองค์กรที่มีความเติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งปัญหาที่จะเจอคือปริมาณ transaction ของข้อมูลนั้นมีมาก

และในบางกรณี ปริมาณ transaction ที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรมีปัญหาในการเรียกดูข้อมูลหรือว่าเมื่อผู้บริหารเรียกดูรายงานต่าง ๆ ก็ไม่สามารถเรียกดูรายงานได้ทันทีแบบ real time

สำหรับองค์กรที่ทำงานแบบ manual อาจต้องใช้เวลา 3-4 วันในการเรียกดูรายงานที่ผู้บริหารต้องการ ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงที ซึ่งการตัดสินใจที่ล่าช้าก็อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรได้เช่นกัน

ดังนั้น solution ของปัญหานี้ก็คือการติดตั้งระบบอีอาร์พีให้กับองค์กรเพื่อที่จะสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ได้แบบ real time

กล่าวโดยสรุป หากองค์กรมีความพร้อมด้านงบประมาณ มีกระบวนการทำงานในองค์มีความซับซ้อนจนส่งผลให้การค้นหาข้อมูลเกิดความล่าช้าในแบบที่ไม่ควรจะเป็น และปริมาณ transaction ของข้อมูลในองค์กรมีเยอะจนกระทั่งไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

หากพิจารณาปัจจัยทั้งสามข้อนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว คำตอบต่อคำถามข้างต้นที่ว่า “สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่” ก็น่าจะเป็นที่ชัดเจนว่าควรติดตั้งระบบอีอาร์พีเป็นอย่างยิ่ง เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการบริหารจัดการองค์กรของท่านเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ Read More »

ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร

ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร

ในการใช้งานระบบอีอาร์พีการจัด training ให้กับพนักงานในองค์กรนับเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อที่พนักงานจะสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อพนักงานสามารถใช้งานระบบได้เองแล้ว การศึกษาจากคู่มือยังเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยให้พนักงานใช้งานระบบอีอาร์พีได้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน

ซึ่งทั้งการ training และการศึกษาจากคู่มือนี้เป็นสองวิธีที่จะใช้ควบคู่กันไป สำหรับการเพิ่มทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานภายในองค์กร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงข้อดีทั้งการจัด training ใช้งานระบบ และการศึกษาการใช้งานระบบอีอาร์พีจากคู่มือ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่ต้องทำงานกับระบบอีอาร์พี ให้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ)

หัวข้อที่จะกล่าวถึงในบทความมีดังนี้คือ

1. การจัด training

2. การศึกษาใช้งานระบบอีอาร์พีด้วยคู่มือ

รายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. การจัด training

การจัด training ในระบบอีอาร์พีนั้นมักจะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน และต้องใช้ข้อมูลมากมายเพื่อให้ผู้ใช้งานระบบใหม่สามารถเรียนรู้กระบวนการใช้งานได้ดี การจัด training มักจะประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอน

การจัด training มักจะประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้นตอน เริ่มต้นจากการเตรียมข้อมูลที่จะใช้ train การใช้งานระบบ นั่นรวมถึงการเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เพื่อให้ผู้เรียนรู้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้ถูกต้อง

จากนั้นเลือกกระบวนการ training ที่เหมาะสมกับองค์กรเช่น การเทรนด้วยระบบออนไลน์หรือการเทรนด้วยระบบการสอนสด

ข้อดีของการจัด training คือจะสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบไปในตัวได้ เช่น หากขณะเทรนเกิด bug หรือเกิดปัญหาในการใช้งาน ทางผู้ให้บริการอีอาร์พีจะสามารถส่งข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งานระบบกลับมายังทีมพัฒนา ให้แก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้

2. การศึกษาใช้งานระบบอีอาร์พีด้วยคู่มือ

การเรียนรู้การใช้งานระบบอีอาร์พี สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องที่น่าสนุกและท้าทาย เมื่อผู้ใช้งานระบบได้รับการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จนกระทั่งสามารถใช้งานระบบได้ด้วยตนเองแล้ว

อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบอีอาร์พีคือ การศึกษาการใช้งานระบบอีอาร์พีด้วยตนเองจากคู่มือ โดยเริ่มต้นจากการอ่านคู่มือให้ละเอียดเพื่อเข้าใจพื้นฐานและขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องทำในการใช้ระบบอีอาร์พี

หลังจากอ่านคู่มือเสร็จให้ลองทดลองตามทำตามขั้นตอนที่คู่มือแนะนำจะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบได้รับประสบการณ์จริงและเข้าใจขั้นตอนในทางปฏิบัติมากขึ้นด้วย

กล่าวโดยสรุป สำหรับผู้ใช้งานใหม่ที่ต้องการฝึกฝนทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี ควรมีทั้งการเข้าร่วม training และการศึกษาจากคู่มือใช้งานระบบอีอาร์พีควบคู่กันไป ก็จะทำให้ผู้ใช้งานใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้งานระบบอีอาร์พี สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร Read More »

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ

ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรขององค์กร ซึ่งมักจะรวมทุกระบบต่าง ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกัน เช่น การบัญชี, การผลิต, การจัดการสต็อก, การบริหารงานบุคคลและอื่น ๆ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีทำให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นหากไม่ได้มีการเทรนใช้ระบบมาก่อน อาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจและความยุ่งยากในการใช้งานระบบได้

1. วางแผนและการเตรียมความพร้อม
2. การฝึกอบรม
3. การทดสอบความเข้าใจก่อนใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. วางแผนและการเตรียมความพร้อม

ก่อนที่จะเริ่มเทรนผู้ใช้งาน ทางทีมที่ปรึกษาจะมีการวางแผนการทำงานและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างข้อมูลพื้นฐาน, การตั้งค่าระบบ, และการจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งาน

เพื่อให้สามารถเริ่มเทรนผู้ใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. การฝึกอบรม

ในขั้นตอนการฝึกอบรมนี้จะสามารถทำได้ทั้งรูปแบบการอบรมออนไลน์ การอบรมแบบสด หรือการส่งคู่มือการใช้งานระบบให้กับผู้ใช้งานได้เห็นวิธีการใช้ระบบและลงมือทำด้วยตนเอง

ซึ่งการอบรมใช้งานระบบอีอาร์พีแบบออนไลน์และการอบรมแบบสดจะมีค่าใช้จ่ายในรูปแบบแมนเดย์ โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีและผู้ใช้งาน

3. การทดสอบ

สำหรับการทดสอบคือการให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้ใช้ระบบด้วยตนเองหลังจากที่ได้อบรมการใช้งานระบบแล้ว

โดยอาจเริ่มต้นด้วยการจำลองโจทย์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้งานจะได้ทดลองเลือกเงื่อนไขต่างในระบบแล้ว process เอกสารได้ตามอบรมมา

ซึ่งในขั้นตอนนี้จะช่วยตรวจสอบความรู้ความเข้าใจการใช้งานระบบของผู้ใช้งานว่าเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วนและสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือเครื่องมื่อที่ช่วยในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งในการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดผู้ใช้งานระบบควรจะได้รับการเทรนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและมีการทดสอบการใช้งานในระบบจริงด้วยตนเอง (Click เพื่ออ่าน ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้)

ดังนั้นการใช้งานระบบอีอาร์พีจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากผู้ใช้งานมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในระบบอีอาร์พีที่ตนเองใช้อยู่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ Read More »

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี

สิ่งที่มีประโยชน์มากสำหรับองค์กรที่ใช้ระบบอีอาร์พีคือ การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ในระบบ

ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบสามารถคงประสิทธิภาพการใช้งานของระบบอีอาร์พีไว้ได้

รวมถึงช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

การตรวจสอบข้อมูลของระบบอีอาร์พีจะสามารถตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ

2. ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล

3. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ

ในหัวข้อนี้จะเป็นการตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการแก้ไขข้อมูลในระบบหรือไม่

หากมีการแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานระบบก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้เข้าถึงและทำการแก้ไขข้อมูลนี้

ซึ่งการตรวจสอบการแก้ไขข้อมูลในระบบอีอาร์พีนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ว่าใครคือผู้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทำการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ และข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนแปลงนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างไร

2. ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล

การตรวจสอบปริมาณของข้อมูลรวมถึงการตรวจสอบปริมาณ transaction ในระบบ จะช่วยคงประสิทธิภาพการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบปริมาณ transaction ของข้อมูลในช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. ของวันนี้เปรียบเทียบกับเมื่อวานนี้ เพื่อดูว่าความเร็วของระบบอีอาร์พีในวันนี้ดำเนินไปอย่างเป็นปกติหรือช้ากว่าปกติ

การตรวจสอบสามารถทำได้โดย หากตรวจสอบปริมาณ transaction ในระบบ ช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. วันนี้แล้วเปรียบเทียบปริมาณ transaction ในระบบกับช่วงเวลา 9:00 น. – 10:00 น. เมื่อวานนี้โดยที่พนักงานทำ transaction ในปริมาณเท่าเดิม

หากพบว่าปริมาณ transaction ในสองวันนี้เกิดขึ้นใกล้เคียงกันอาจแปลความหมายได้ว่าความเร็วของระบบดำเนินไปอย่างเป็นปกติ

แต่ถ้าเปรียบเทียบปริมาณ transaction ของวันนี้และเมื่อวานนี้ในช่วงเวลาเดียวกันแล้ว

ผลปรากฏว่า transaction ของวันนี้เกิดขึ้นได้น้อยกว่าเมื่อวานนี้อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พนักงานต้องการทำ transaction ในปริมาณเท่าเดิมเหมือนเมื่อวาน

ก็มีความเป็นไปได้ว่าระบบอีอาร์พีในวันนี้หน่วงและทำงานช้ากว่าปกติ ซึ่งก็ต้องตรวจสอบในเชิงลึกต่อไปว่าความหน่วงที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใดแล้วทำการแก้ไขที่สาเหตุนั้น เป็นต้น

3. ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ

การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงและการอนุญาตให้แก่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี จะสามารถทำได้โดยระบบอีอาร์พีจะมีการบันทึกข้อมูลการเข้าถึงและกิจกรรมสิทธิ์เพื่อตรวจสอบและติดตาม

อีกทั้งผู้ใช้งานสามารถทดสอบการเข้าถึงโดยวิธีทดสอบคือ

ใช้ผู้ทดสอบที่ไม่มีสิทธิ์เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี ให้ทดลองเข้าใช้งานระบบว่าสามารถเข้าใช้งานระบบได้หรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่าระบบได้ปฏิบัติตามนโยบายที่องค์กรกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไว้อย่างเคร่งครัดหรือไม่

โดยการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนี้ควรจะเป็นการให้สิทธิ์ตามที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการให้สิทธิ์เข้าใช้งานระบบที่มากเกินไป

กล่าวโดยสรุป ในการตรวจสอบการใช้งานระบบอีอาร์พีในส่วนของการตรวจสอบการบันทึกและการแก้ไขข้อมูลในระบบ, ตรวจสอบปริมาณของข้อมูล และตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ ที่ได้กล่าวมา

จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พี เพื่อคงประสิทธิภาพของระบบและให้องค์กรสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีหน้าที่คอย support การใช้งานระบบให้กับองค์กร เพื่อให้การใช้งานระบบอีอาร์พีเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร

ซึ่งในการ support การใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีหน้าที่ดังต่อไปนี้คือ (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

1. ดูแลการติดตั้งและการใช้งานระบบ

2. ดูแลการอัปเดตและการปรับปรุง

3. ดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อของการ support มีดังนี้

1. ดูแลการติดตั้งและการใช้งานระบบ

ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีหน้าที่เก็บ requirements ต่าง ๆ เพื่อมาวิเคราะห์และออกแบบให้เป็นระบบอีอาร์พีที่ตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กรที่สุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กร

รวมถึงช่วยปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจขององค์กร ด้วยการรวมกระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กรเข้าด้วยกัน ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการทำงาน ลดข้อผิดพลาดของข้อมูล transaction ต่าง ๆ องค์กร ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. ดูแลการอัปเดตและการปรับปรุง

การอัปเดตและการปรับปรุงระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พี และความทันสมัยของระบบอีอาร์พี ที่ควรจะต้องตอบสนองการใช้งานขององค์กรได้อย่างเป็นปัจจุบัน 

ทีมพัฒนาระบบจะทำการวิเคราะห์และทดสอบการอัปเดตก่อนการปรับปรุงระบบจริง รวมถึงตรวจสอบความเสถียรของระบบให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาหรือข้อผิดพลาดใด ๆ

ในการอัปเดตมีขั้นตอนที่ต้องคำนึงถึงดังนี้คือ

  • ทำการสำรองข้อมูลที่สำคัญก่อนการอัปเดตให้ข้อมูลถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย
  • นำเสนอการอัปเดตแก่ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลระบบเพื่อทำการอัปเดตตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ทำการทดสอบระบบหลังจากการอัปเดตเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและประสิทธิภาพของระบบ
  • แจ้งเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับการอัปเดตและการปรับปรุง รวมถึงจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ใช้งานปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงระบบ
  • ติดตามประสิทธิภาพของระบบหลังการอัปเดตและให้บริการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาหรือตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งการอัปเดตและการปรับปรุงระบบเป็นกระบวนการที่ต้องระวังและต้องประสานงานให้ดี รวมถึงมีการทดสอบอย่างดีเพื่อไม่ให้มีผลกระทบที่ไม่คาดคิดต่อระบบทั้งหมด 

3. ดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ

การแก้ไขปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พีมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติตามเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างสมบูรณ์ ดังนี้คือ

  • ทำการระบุปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
    จดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา, เวลาเกิด, และผู้ที่รายงานปัญหา เพื่อจะได้มีข้อมูลสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังได้หากมีปัญหาในรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง
  • หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นที่จุดใดให้ตรวจสอบตรงจุดนั้น
    โดยตรวจสอบว่าผู้ใช้งานระบบได้ทำขั้นตอนใดบ้างก่อนที่ปัญหาการใช้งานจะเกิดขึ้น จากนั้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมเช่น หากต้องมีการตรวจสอบที่ฐานข้อมูล ทีมพัฒนาระบบก็ควรไปเอาฐานข้อมูลของผู้ใช้งานระบบมาตรวจสอบ โดยมีการ back up ฐานข้อมูลไว้ด้วยเสมอ เป็นต้น
  • เมื่อทีมพัฒนาได้ทำการแก้ไขแล้วควรมีการทดสอบการแก้ไขเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการใช้งานระบบ
    จากนั้นจึงจะมีการแจ้งไปยังผู้ใช้งานระบบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นได้ถูกแก้ไขทั้งหมดแล้ว จากนั้นให้ผู้ใช้งานระบบได้ทำการทดสอบระบบด้วยอีกครั้งหนึ่ง
กล่าวโดยสรุป คือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีควรมีการ support การใช้งานระบบให้กับองค์กรผู้ใช้งานที่ครอบคลุมสามเรื่องหลัก ๆ คือ การติดตั้งระบบ การปรับปรุงระบบ และการดูแลการแก้ไขปัญหาระหว่างการใช้งานระบบ 

ซึ่งหากต้องมีการอบรมผู้ใช้งานเพิ่มเติมในการใช้งานระบบให้ความรู้ของผู้ใช้งานระบบเป็นปัจจุบัน ทางผู้ให้บริการระบบอีาร์พีก็ควรมีการ support ในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ผู้ให้บริการอีอาร์พี Support การใช้งานระบบให้ลูกค้าอย่างไร Read More »

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี

Super user ในระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) มักจะเป็นบทบาทที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงสูงสุดในระบบ

โดยทั่วไปแล้ว Super user เป็นผู้ดูแลระบบที่มีความรับผิดชอบที่สูง สามารถจัดการและกำหนดค่าต่าง ๆ ในระบบ ERP ได้ เช่น การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง, การปรับแต่งระบบ, และการดูแลรักษาระบบให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ซึ่งบางบริษัทหรือบางระบบอีอาร์พี ERP อาจจะกำหนดหน้าที่ของ Super user ได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งรูปแบบการใช้งานของระบบอีอาร์พีในแต่ละบริษัทอาจมีความต่างกันไป

หน้าที่ของ Super User จะสามารถจัดการระบบอีอาร์พีได้ดังนี้คือ

1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้

2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

3. Super User สามารถตรวจสอบและบันทึกข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

4. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้

โดยรายละเอียดบทบาทและหน้าที่ของ Super User มีดังต่อไปนี้คือ

1. Super User สามารถกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงของระบบอีอาร์พีได้

กล่าวคือ Super User มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์และการเข้าถึงในระบบ ERP สำหรับผู้ใช้งานอื่น ๆ ในองค์กร เพื่อให้มีการควบคุมและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ถูกต้อง

โดยการกำหนดสิทธิ์นี้สามารถลงรายละเอียดได้ลึก ซึ่งจะสามารถกำหนดไปตามบทบาทและหน้าที่ของพนักงานในองค์กร เช่น พนักงานฝ่ายคลังกับพนักงานฝ่ายขาย ก็จะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลที่ต่างกัน เป็นต้น

2. Super User สามารถจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีได้

การจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พีเช่น เพิ่ม, แก้ไข, หรือลบข้อมูลต่าง ๆ ตามความจำเป็น (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ยกตัวอย่างประกอบเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นคือ Super User จะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและบันทึกข้อมูลที่เข้ามาในระบบ เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจหรือข้อมูลที่ต้องการเรียกดูรายงานมีความถูกต้อง

3. Super User สามารถแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีได้

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี นอกจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี จะมีทีม support คอยให้ความช่วยเหลือหากผู้ใช้งานระบบเกิดปัญหาติดขัดในการทำงานแล้ว ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีเองก็ควรมีกลุ่ม Super User ขององค์กร ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กร หากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งานระบบอีอาร์พีได้เช่นกัน

ซึ่งหากกลุ่ม Super User สามารถเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา แล้วมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้เอง ทางองค์การก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างทีมทีปรึกษาของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมา support การแก้ปัญหาได้อีกด้วย

กล่าวโดยสรุป Super User ในการใช้งานระบบอีอาร์พีคือผู้ที่จะคอยรับผิดชอบการเข้าถึงระบบต่าง ๆ และคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานหากเกิดปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พี ซึ่งการมี Super User นี้นอกจากจะช่วยให้พนักงานสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างราบรื่นแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรในการจ้างทีมที่ปรึกษาจากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีอีกด้วย (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม

โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

Super User คือใครในระบบอีอาร์พี Read More »

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย

ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ถูกพัฒนาโดยคนไทยมีข้อดีหลายประการ ซึ่งระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย ก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้ระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ และยังมีข้อดีสำหรับการใช้งานระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถทำความเข้าธุรกิจในท้องถิ่นของคนไทยได้เป็นอย่างดี

2. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะสามารถรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทยได้ดีกว่า

3. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคนไทยได้ดี

4. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้มากกว่า

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. ระบบ ERP ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยคนไทยมักจะมีการทำความเข้าใจตลาดและธุรกิจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น, วัฒนธรรม, และนิสัยการทำธุรกิจของคนไทย

ทั้งนี้การปรับระบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นก็เพื่อทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจในพื้นที่ได้ดี (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

นอกจากนี้ะบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถมีการพัฒนาระบบที่ให้บริการซัพพอร์ตและอบรมให้กับลูกค้าในท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจการใช้งานและการดูแลระบบ

2. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะสามารถรองรับการใช้งานด้วยภาษาไทยได้ดีกว่า เช่น การให้ชื่อฟังก์ชั่น หรือรายงานต่าง ๆ เป็นภาษาไทย

ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีอุปสรรคในเรื่องภาษาในการใช้งานระบบอีอาร์พี (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

ซึ่งรูปแบบต่าง ๆ ของการใช้ระบบอีอาร์พีที่เป็นภาษาไทยอาทิเช่น การแปลและการให้คำอธิบายฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบ การจัดเรียงและการกรองข้อมูลในระบบด้วยภาษาไทย เป็นต้น

3. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจคนไทยได้ดี

ซึ่งระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย จะมีการออกแบบระบบในลักษณะที่สามารถปรับแต่งโมดูลต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคลังสินค้า, การจัดการบุคลากร, หรือการจัดการการผลิต

รวมถึงการให้ระบบสามารถเชื่อมต่อและปรับให้ทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ที่อาจใช้ในธุรกิจ เช่น ระบบการขายหรือการบริหารลูกค้าได้เช่นกัน

4. ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้มากกว่า

กล่าวคือระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยมีความสามารถในการปรับค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับธุรกิจไทยได้เป็นอย่างดี

ระบบสามารถปรับความยืดหยุ่นตามขนาดของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กหรือบริษัทใหญ่, ทำให้องค์กรไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

รวมถึงสามารถทำให้ระบบมีโมดูลที่ทำงานตามความต้องการของธุรกิจ โดยที่องค์กรไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของโมดูลที่ไม่ได้ใช้

และการมีทีม support ที่สามารถให้คำปรึกษาและเดินทางไปยังหน้างานเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา ได้สะดวกกว่าการใช้งานระบบอีอาร์พีของต่างประเทศ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจึงทำให้ระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถปรับค่าใช้จ่ายให้มีความสมเหตุสมผลกับขนาดขององค์กรไทยได้ดี และมีบริการ support ที่เข้าถึงได้ง่ายสะดวกสำหรับองค์กรหากติดปัญหาในการใช้งานนั่นเอง

4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย Read More »

บทสัมภาษณ์ บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด

คุณ วฤธ ดุรงค์เดช
ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ
บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด

BRID: คุณวินช่วยแนะนำตัวและเล่าประสบการณ์การทำงานที่บริษัทมาซูม่าหน่อยค่ะ

คุณวิน: สวัสดีครับ ผมวฤธ ดุรงค์เดช ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการบริษัทมาซูม่าประเทศไทยจำกัดครับ
ปัจจุบันนี้ทำงานที่มาซูม่าได้ 18 ปีแล้วครับ

BRID: อยากให้แนะนำที่มาของบริษัทมาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด และรูปแบบธุรกิจค่ะ

คุณวิน: สำหรับมาซูม่าเราก่อตั้งปี 2536 โดยคุณพ่อของผมดังนั้นถ้าปีนี้ก็ครบ 30 ปีพอดีครับ และผมก็เข้ามาช่วยงานเป็นเจนที่ 2 โดยรับช่วงงานต่อจากคุณพ่อ

นอกจากมาซูม่าจะผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของมาซูม่าแล้ว เรายังได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศอีกด้วย

เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นเครื่องทำน้ำร้อนแบรนด์ ARISTON จากอิตาลี, ปั๊มน้ำวิลโลจากเยอรมัน, เครื่องฟอกอากาศ HONEY WELL จากอเมริกา, เครื่องกรองน้ำ TORAY Vino จากญี่ปุ่น

ในเรื่องของการบริการหลังการขาย เรามีศูนย์บริการอยู่ 18 แห่ง ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค พร้อมช่างบริการที่พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่

ดังนั้นลูกค้าไม่ต้องกังวลถึงเรื่องบริการหลังการขายเลยนะครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ทางมาซูม่าเริ่มพิจารณา implement ระบบ ERP ให้กับองค์กร

คุณวิน: เดิมทีข้อมูลเกิดการกระจัดกระจายไม่ได้รวบรวมอยู่ที่เดียวกัน เวลาขอข้อมูลหรือขอรายงานต่างๆ ต้องใช้เวลาในการรวบรวมนานมาก

นอกจากนั้นเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ไม่รู้ว่าข้อมูลจะถูกหรือเปล่า การคำนวณบวกลบคูณหารถูกต้องหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลทางด้าน Inventory และต้นทุนทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเลขต่าง ๆ ทางบัญชี

แล้วก็เนื่องจากโรงงานของมาซูม่าและออฟฟิศของมาซูม่าอยู่คนละที่ เลยทำให้จำเป็นต้องเลือกหาโปรแกรมที่สามารถออนไลน์ระหว่างสองที่ได้ ซึ่งในสมัย 18 ปีที่แล้วก็ไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก เราก็เลยตัดสินใจที่จะเลือก implement ระบบอีอาร์พีกับทาง PlanetOne ครับ

BRID: มีการเตรียมพร้อมให้กับพนักงานในองค์กรอย่างไรบ้างคะในการเริ่มใช้ระบบอีอาร์พี

คุณวิน: หลัก ๆ เลยก็ต้องเตรียมตัวไม่ให้เกิดแรงต้านทานในการเปลี่ยนแปลงระบบนะครับ เพราะผมเห็นว่าส่วนใหญ่ในการ implement ระบบใด ๆ แล้วไม่สำเร็จเพราะว่าจะเกิดจากแรงต้านทานจากยูสเซอร์

ซึ่งในการเตรียมตัวในเรื่องนี้ก็จะมี ข้อหนึ่งมีการพูดคุยกับพนักงานในองค์กรเพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพนักงานที่ได้รับผลกระทบหลัก ๆ เช่น บัญชีหรือคลังสินค้า ก็การพูดคุยกับพนักงานก็เพื่อจะโน้มน้าวให้เขาเห็นถึงข้อดีในการเปลี่ยนแปลงของระบบนี้

ข้อสองก็คือจัดการเทรนนิ่งให้กับพนักงานเพื่อให้พนักงานได้เข้าใจถึงข้อดีของการทำงานในระบบใหม่

ข้อสามคือมีการจัดเตรียมทีมงานเฉพาะกิจระหว่างที่มีการ run parallel ระหว่างระบบเก่าและระบบใหม่ เพื่อให้การคีย์ข้อมูลมีการคีย์อย่างครบถ้วนและถูกต้อง รวมทั้งไม่ให้พนักงานที่มีอยู่เกิดความล้าในการคีย์ทั้งสองระบบมากเกินไป

ผมคิดว่าด้วยการเตรียมตัวเช่นนี้จะทำให้ยูสเซอร์ไม่เกิดแรงต้านทานในการเปลี่ยนระบบแล้วก็จะทำให้การ implement เกิดความสำเร็จในที่สุด

BRID: เมื่อวางระบบ PlanetOne ERPแล้วระบบช่วยให้บริหารจัดการองค์กรได้ง่ายขึ้นอย่างไรบ้างคะ

คุณวิน: อย่างแรกที่ห็นชัดนะครับก็คือการที่สามารถเรียกข้อมูลรายงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการทำงาน และผลพลอยได้ก็คือทำให้บริษัทสามารถปิดงบได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วด้วย

ซึ่งในปัจจุบันมาซูม่าสามารถปิดบัญชีได้ภายใน 7 วันหลังจากสิ้นเดือนครับ

และอันสุดท้ายคือการช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ระบบ PlanetOne สามารถกำหนดสิทธิ์ของยูสเซอร์ได้อย่างละเอียดมาก

ทำให้เราสามารถป้องกันความลับรั่วไหลได้ เช่นข้อมูลต้นทุนสินค้า ข้อมูลสูตรการผลิตต่าง ๆ ที่สามารถรู้ได้เฉพาะผู้บริหารหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญเท่านั้น

BRID: บริการหลังการขายและการให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ได้รับจาก PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณวิน: ในเรื่องของการซัปพอร์ตนะครับ PlanetOne ERP ใช้ระบบ JTrac ในการให้ยูสเซอร์แจ้งปัญหาต่าง ๆ และยูสเซอร์ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้้ด้วยช่นกัน

ทำให้เมื่อมีปัญหาซ้ำ ๆ เดิม ยูสเซอร์ก็สามารถนำวิธีแก้ไขต่าง ๆ นำมาแก้ไขได้ด้วยตัวเอง

แล้วก็ยังมีกลุ่มไลน์ที่คอยซัปพอร์ตปัญหาประจำวันอีกด้วย ทำให้หากยูสเซอร์ติดขัดปัญหาใดก็สอบถามได้เลยทันที

และที่สำคัญมาก ๆ อีกอย่างเลยคือการอัปเดตโปรแกรม ซึ่งทาง PlanetOne ERP คอยทำให้อย่างสม่ำเสมอครับ

BRID: ความประทับใจในระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณวิน: ที่สำคัญอย่างแรกเลยคือเป็นระบบที่พัฒนาโดยคนไทย ทำให้โปรแกรมบัญชีและภาษีถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับการใช้งานในประเทศไทยอยู่แล้ว

อย่างที่สองที่ยูสเซอร์พูดกันมาก ๆ เลยก็คือคำสั่งหรือปุ่มต่างๆ เป็นภาษาไทย ทำให้เข้าใจระบบในการทำงานของระบบได้ง่ายขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับอีอาร์พีที่มาจากต่างประเทศที่มักเป็นภาษาอังกฤษครับ

BRID: ช่วยให้คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กรหน่อยค่ะ

คุณวิน: การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการ implement นะครับอย่างแรกก็คือการเตรียมพร้อมรับแรงต้านทานจากยูสเซอร์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม

และเรื่องที่สองนะครับก็อยากจะฝากถึงผู้บริหารระดับสูงนะครับ ว่าควรจะต้องมีส่วนร่วมหนักในการ implement ไปด้วย ซึ่งจะทำให้โอกาสในการ implement สำเร็จมีสูงมากครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

บทสัมภาษณ์บริษัท เก็คโค อินดัสทรีส์ จำกัด

สวัสดีครับ ผมพรชัย เตชวัฒนสุข เป็นกรรมการของบริษัท GEKKO INDUSTRIES จำกัด

BRID: ช่วยเล่าประสบการณ์การทำงานของคุณเฮาส์หน่อยค่ะ

คุณเฮาส์: ประสบการณ์ของผมจากบริษัทอื่นก็มีมาก่อนหน้านี้แต่กับ GEKKO ก็คือมาพร้อมๆ กันครับตั้งแต่ก่อตั้ง 18 ปี

BRID: อะไรคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจของบริษัท GEKKO คะ

คุณเฮาส์: ก็เริ่มจากเราเห็นระบบฉนวนในระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ของอาคารสาธารณะหลาย ๆ ที่ในเมืองไทยนะครับ

มันมีปัญหาที่ว่ามันติดตั้งแล้วอายุการใช้งานของมันสั้นมากแล้วก็เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

ทำให้อาคารเหล่านั้นสูญเสียพลังงาน และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูงมากพอสมควร

เลยคิดว่าเราจะนำเทคโนโลยีฉนวนจากต่างประเทศเข้ามาใช้โดยเราก็เป็นโรงงานผลิตเลย ฉนวนดังกล่าวเรียกว่าระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูป

BRID: ช่วยพูดถึงจุดแข็งขององค์กรและผลิตถภัณฑ์ของ GEKKO หน่อยค่ะ

คุณเฮาส์: ผลิตภัณฑ์ของเราก็เป็นที่ยอมรับของตลาดและสามารถให้ลูกค้าประหยัดพลังงานไปได้เยอะนะครับ

และประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมไปได้เยอะเหมือนกัน

ทำให้ลูกค้าประทับใจและบอกต่อไปมากขึ้น และลงสเปคการใช้งานมากขึ้น

รวมถึงเราก็เลยได้ต่อยอดไปกับแผ่นฉนวนท่อลมสำเร็จรูปไปด้วย อันนั้นจะเรียกว่าฉนวนท่อลมสำเร็จรูปซึ่งเป็นแผ่น P-I-D นะครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กรคะ

คุณเฮาส์: เนื่องจากการเติบโตของบริษัทอย่างรวดเร็วทั้งในด้านยอดขายและการผลิต

ทำให้เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำระบบการจัดการทรัพยากรในบริษัทเข้ามาใช้

โดยเราเลยเริ่มต้นใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ตั้งแต่ปี 2016 มันสามารถใช้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปยังขั้นตอนสุดท้าย

ถึงแม้ว่าจะมีการต้องเรียนรู้เพิ่มเติมนะครับ แล้วก็มีการฝึกฝนมากขึ้นนะครับ

แต่ผลที่ได้ทำให้เราสามารถจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

BRID: ก่อนจะติดตั้งระบบอีอาร์พี (ERP) มีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง

คุณเฮาส์: ในการเตรียมความพร้อมเพื่อจะใช้งานระบบ ERP เรามีการจัด Training ให้กับพนักงาน

เพื่อให้รู้จักการใช้งานระบบอย่างง่ายนะครับ

และอีกอันนึงคือเราตั้งกลุ่ม Super User ขึ้นมา

เพื่อเป็นตัวเชื่อมประสานงานและคอยช่วยเหลือเพื่อน ๆ ร่วมงานทุก ๆ คน

แล้วในส่วนสุดท้ายคือเรามีการประชุมกันทุก ๆ สัปดาห์ในช่วงแรก

เพื่อทบทวนว่ามีอะไรติดขัดตรงไหนหรือว่าต้องการความช่วยเหลือจากทาง BRID

BRID: หลังจากวางระบบอีอาร์พี (ERP) เรียบร้อยแล้วช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นอย่างไรบ้างคะ

คุณเฮาส์: ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่เรานำมาใช้นะครับ สามารถช่วยให้เราบริหารจัดการเรื่องเอกสารในการรับการจ่ายการบริหารสต๊อก

ทำให้ไม่มีความผิดพลาดและลดการตกหล่นของข้อมูลได้ดีพอสมควรและมีความเที่ยงตรง

แล้วก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

นอกจากนี้การทำงานของบริษัทบางอย่างอาจจะยังไม่ได้มาตรฐานไม่เป็นระบบเท่าที่ควร

ทางที่ปรึกษาที่มาช่วย Implement ระบบ เขาก็สามารถให้คำแนะนำให้เราทำระบบงานให้มันเข้าที่เข้าทางได้ประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยครับ

BRID: ประทับใจในบริการของทีมงาน PlanetOne ERP อย่างไรบ้าง

คุณเฮาส์: PlanetOne ERP ก็มีการ Support ตอบคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน

และนอกจากนี้ก็มีการตั้งเป็น Line Group นะครับ เพื่อตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว

แล้วยังมีระบบ JTrac นะครับที่ทำให้เราสามารถย้อนกลับไปดูปัญหาที่เราเคยถามได้

แล้วก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองนะครับ

ทีม Support ของ PlanetOne ERP มีผู้บริหารดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด ใส่ใจลูกค้าแล้วก็คอยกำกับดูแลการให้บริการอย่างเสมอมาเลยครับ

BRID: ช่วยให้แนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาใช้งานในองค์กร

คุณเฮาส์: คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจจะนำระบบ ERP เข้ามาใช้ในองค์กรหรือบริษัทของท่านนะครับ

ก็อยากให้พิจารณาว่า ระบบ ERP เป็นระบบที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะครับ

แล้วก็ต้องมีการลงทุนแรงและเวลาของทีมงานเป็นอย่างมากพอสมควรในการที่จะ implement ระบบให้มันเข้าที่เข้าทางแล้วก็เริ่มใช้งานได้จริง

ที่อยากให้พิจารณาก็คือ เป้าหมายของบริษัทเราแล้วก็ลักษณะของกิจการเราเป็นประเภทไหนนะครับ

อย่างเช่น บริษัท GEKKO ของเราเป็นโรงงานผลิตแล้วก็เลือก PlanetOne ERP เข้ามา Support นะครับ โดยที่เขาก็แข็งแกร่งในด้านการผลิต

ก็อยากให้มองไปถึงประสบการณ์ของผู้ที่จะมาให้บริการ ERP ของเรานะครับ ว่ามีประสบการณ์ยาวนานแค่ไหน

และตัวบริษัทเขามีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องแค่ไหน

ซึ่ง PlanetOne ERP เขาก็มีการพัฒนาตัวเองต่อเนื่องแล้วก็ช่วย Support เราในการที่เราจะพัฒนาไปด้วยกันนะครับ ก็อยากให้พิจารณาตรงนี้ด้วยนะครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์บริษัท เก็คโค อินดัสทรีส์ จำกัด Read More »

บทสัมภาษณ์ บริษัท โปรลอก ไทเทเนียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ผม ธนพล หวานสนิทนะครับ เป็น CEO และ founder ของบริษัท Prolog Titanium Corporation จำกัดครับ(Click เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์บริษัทProlog Titanium Corporation จำกัด)

BRID: ช่วยเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของบริษัท โปรลอก ไทเทเนียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด หน่อยค่ะ

คุณธนพล: เราดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรที่ผลิตจากวัสดุไทเทเนียมครบวงจร เจ้าเดียวในประเทศไทยแล้วก็ใหญ่ที่สุดใน South East Asia

BRID: สามารถนำไทเทเนียมไปใช้ในอุตสาหกรรมอะไรได้บ้าง

คุณธนพล: ในปัจจุบันอุตสาหกรรมไทยมีการนำไทเทเนียมมาประยุกต์ใช้ในการผลิตเป็นเครื่องจักรเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานลดต้นทุนการซ่อมบำรุง ซึ่งได้รับความนิยมในหลายอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่อุตสาหกรรมอาหารไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

นี่คือกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจเลือกเปลี่ยนเครื่องจักรในกระบวนการผลิตของตัวเอง จากโลหะเหล็ก

สแตนเลสทั่วไปเป็นไทเทเนียม เพื่อคุณสมบัติความทนทานที่เหนือกว่า แล้วก็ลดต้นทุนการซ่อมบำรุงให้กับองค์กร นำไปสู่ประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

BRID: อะไรคือปัจจัยความสำเร็จขององค์กร

คุณธนพล: บริษัท Prolog ของเราจริงๆ เราก็เริ่มมาจาก trading companyเมื่อปี 2549 จนถึงวันนี้เราก็ผ่านเส้นทางมามากกว่า17 ปี ในการ transformตัวเองจากtrading company ที่ซื้อมาขายไปวัสดุไทเทเนียม ก้าวขึ้นมาเป็น ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้เก็บสต๊อกหรือstockist

จนปัจจุบันเราสามารถให้บริการครบวงจร ตั้งแต่จัดหาวัตถุดิบ ออกแบบทางด้านวิศวกรรมแปรรูปเป็นเครื่องจักร จนนำไปถึงการติดตั้งให้กับลูกค้า

ซึ่งจากความสำเร็จในการให้บริการครบวงจรดังกล่าว ทำให้เราสามารถลดต้นทุนการเปลี่ยนเครื่องจักรให้เป็นไทเทเนียมได้อย่างมีนัยสำคัญ

นำไปสู่การตัดสินใจในเรื่องของความคุ้มค่าหรือ feasibility กับลูกค้า ในการตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องจักรเป็นไทเทเนียมได้ง่าย

อันนี้เป็นหนึ่งในความสำเร็จของเรา ซึ่งทำให้ไทเทเนียมถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรมมากกว่าในอดีต และได้รับความนิยมแพร่หลายไปในหลายๆ อุตสาหกรรม

BRID: อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เริ่มมองหาระบบอีอาร์พี

คุณธนพล: ความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร สำคัญก็คือเราจำเป็นจะต้องมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วนทุกฟังก์ชั่น

ของ Prolog เองเราก็เริ่มตั้งแต่ฟังก์ชั่นขาย เรามีแผนก sales departmentซึ่งก็รับผิดชอบลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศจนไปถึงแผนกวิศวกรรมการออกแบบ แผนกผลิต ตรวจสอบคุณภาพและอีกหลากหลายแผนก

ซึ่งมีความสำคัญมากในการเซทอัพระบบ เซทอัพโฟลวเวิร์คให้ถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล แต่ละแผนกจำเป็นต้องมี KPI ที่สอดคล้องกัน ซึ่งนำไปสู่แผนกลยุทธ์หลักหรือ strategy ขององค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายหนึ่งเดียว

ในช่วงการเติบโตของบริษัท 17 ปีที่ผ่านมานะครับ หนึ่งในหัวใจของความสำเร็จของเราคือการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สำคัญมากนะครับที่ผู้บริหารจะต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน เพราะว่าทรัพยากรทั้งหมดของบริษัทจำเป็นจะต้องถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดังนั้นการนำ Enterprise Resource Planning Program เข้ามาใช้ในองค์กรเนี่ยจึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจของความสำเร็จขององค์กรเรา ในการนำทรัพยากรทั้งหมดที่มีมาวิเคราะห์จัดสรรแล้วก็ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นั่นคือหนึ่งในที่มาที่ทำไมเราถึงเลือกที่จะ implement ERP ในองค์กรของเรา

BRID: ทำไมถึงเลือกระบบ PlanetOne ERP

คุณธนพล: ความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร สำคัญก็คือเราจำเป็นจะต้องมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วนทุกฟังก์ชั่น

จากการที่เราตัดสินใจ implement เราก็ได้รู้จักกับทาง PlanetOne Service ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอีอาร์พีซอฟท์แวร์ (ERP Software) ที่มองได้ว่าเชี่ยวชาญและเก่าแก่ที่สุดบริษัทนึงของประเทศไทย ด้วยราคาที่ผมบอกเลยว่า reasonable price มากๆ เมื่อเทียบกับอีอาร์พี (ERP) จากค่ายต่างชาตินะครับ

หลังจากที่ได้ลองใช้เราพบว่าตัวฟีเจอร์ของ PlanetOne ยอมรับเลยว่าใช้งานง่าย เข้าใจได้ง่ายและเข้าถึงได้ง่าย สำหรับยูสเซอร์ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับปฏิบัติการ จนไปถึงระดับวิศวกรหรือผู้บริหารเองก็ตาม

ปัจจุบันนะครับบริษัทของเราได้มีการขยายตลาดสู่การส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์ไทเทเนียมที่เราผลิต เพราะฉะนั้นหัวใจสำคัญของการส่งออกคือการผลิตในต้นทุนที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด

ดังนั้นระบบอีอาร์พีของ PlanetOne จึงมีส่วนสำคัญมากในการทำให้เราสามารถวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตได้จริง

BRID: ใช้ฟังก์ชันอะไรบ้างในระบบ PlanetOne ERP

คุณธนพล: ความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร สำคัญก็คือเราจำเป็นจะต้องมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วนทุกฟังก์ชั่น

Prolog เองเรามีการ implement แทบทุกโมดูลที่ทาง PlanetOne จัดหาให้กับทางบริษัทเราไม่เว้นแต่โมดูลทางด้านงานบุคคล เพราะว่าหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่สำคัญขององค์กรเราก็คือค่าใช้จ่ายทางด้านบุคคลากร

ซึ่งตรงนี้เราสามารถสะท้อนให้เห็นในส่วนของต้นทุนที่ใช้ในการผลิต เพื่อทำให้เราสามารถมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีส่งออกสู้กับคู่แข่งจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน

ซึ่งเราก็พิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่า ประเทศไทยของเราเองก็สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ส่งออก ในต้นทุนที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่า ไม่ต่างจากราคาจากประเทศจีนได้นะครับ ด้วยซอฟท์แวร์ PlanetOne ที่มีความทันสมัย สามารถใช้งานได้ครอบคลุมครบทุกโมดูล

จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ประกอบการ มาช่วยกันอุดหนุนซอฟท์แวร์ฝีมือคนไทย ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ยาวนานในเวทีอุตสาหกรรมบ้านเรา

ซึ่ง PlanetOne เองนอกจากมีความเชี่ยวชาญทางด้านซอฟท์แวร์แล้ว ยังมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ในการ implement

เพราะว่าจริงๆ แล้ว SME หลายๆ บริษัทเนี่ยเวลาเริ่ม implement ERP ผมเชื่อว่ามากกว่าห้าสิบเปอร์เซนต์มีโอกาสที่จะล้มเหลว ในการมี requirement ที่มากเกินไปแล้วพยายามที่จะ customize โปรแกรมมากเกินไป

BRID: ประทับใจอะไรในระบบ PlanetOne ERP

คุณธนพล: ด้วยความเข้าใจใน SME ไทยของ PlanetOne เขาจะคอยช่วยควบคุมในเรื่่องของ scope การ implement ให้อยู่ในกรอบที่ถูกต้องและควรจะเป็น ไม่มีการ implement หรือ customize ที่เกินความจำเป็น ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ SME ไม่ประสบความสำเร็จในการ implement ERP ได้

ในกรณีที่ทาง user ติดปัญหาการใช้โปรแกรม ทาง PlanetOne มีระบบเจแทรคให้ยูสเซอร์ทุกคนสามารถแจ้งปัญหาเข้าไปในระบบ เราจะได้รับการตอบกลับภายใน 1 วัน รวมถึงการติดตามกับการแก้ไขปัญหาให้จบ

นอกจากนั้นนะครับเวลาที่มีเคสเร่งด่วน เวลาเราแจ้งเคสเข้าไปในเจแทรคแล้ว ทีมงานของ PlanetOne ยังทำการรีโมทผ่าน Anydesk เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ณ ขณะนั้น

ซึ่งทำให้เราสามารถ implement หรือ operate ระบบได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง ในเรื่องของการบริการของทาง PlanetOne ที่คิดว่าเหนือกว่าทุกคู่แข่งในตลาดตอนนี้นะครับผม

บริษัทProlog Titanium Coorperation ของเรานะครับเป็นลูกค้าของ PlanetOne ปีนี้ก็เข้าปีที่ 5 แล้ว ผมยังจำวันแรกเลยนะครับที่เราเริ่ม implement ERP เราใช้เวลาสองปีในการ implement จนสำเร็จ

ซึ่งเราก็มีความภูมิใจนะครับ ที่เราเป็นหนึ่งใน SME ที่สามารถนำระบบอีอาร์พีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการได้ในทุกมิติ ตอนนี้เราใช้ PlanetOne ในการปิดงบมาเข้าปีที่สามแล้วนะครับ

จนถึงวันนี้เองเราก็ยังมีการ implement โมดูลใหม่ๆ ต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น โมดูลที่ชื่อว่า budgetary นะครับ เพื่อมาใช้ในการควบคุมในเรื่องของการบริหารกำไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร

ตลอดระยะเวลาที่เรา implement

ทาง PlanetOne หนึ่งในจุดแข็งเลยก็คือทีมงาน implementer ที่นอกจากจะมีความรู้ความเข้าใจในตัวของซอฟท์แวร์ PlanetOne เองแล้ว ยังมีความรู้ความเข้าใจในส่วนของธุรกิจหรือลูกค้าที่เป็น SME ด้วย สามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ แล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกอบการในการ implement อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด

ทั้งเวลาเกิดปัญหายังมีระบบเจแทรค ให้ทางยูสเซอร์สามารถเข้าไปแทรคปัญหาแล้วก็ได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา

สิ่งที่สำคัญคือการมีข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้บริหารในการใช้ตัดสินใจ ดังนั้นการใช้ระบบ manual ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร เป็น excel หรือฐานข้อมูลที่มีการแบ่งแยกในแต่ละแผนก แล้วไม่สามาถนำมา integrated กันได้ จะเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ SME ไม่สามารถได้รับข้อมูลที่สำคัญต่อการบริหารได้ทันเวลา

อันนั้นจึงเป็นสาเหตุสำคัญเลยที่ Enterprise Resource Planning มีความสำคัญกับองค์กรที่ต้องการความเฉียบขาดในการตัดสินใจ แล้วก็ต้องการประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

ซึ่งทางบริษัท Prolog Titanium Coorperation เราเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการบริหารจัดการแล้วก็ประโยชน์ของการนำอีอาร์พีเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนครับ

จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ไทเทเนียมอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิดไว้ ด้านหลังของผมก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัทเรา ที่เรานำ scrap titanium มา recycle มา rework ใหม่ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประดับบตกแต่งบ้าน ประดับตกแต่งร้านอาหาร

โดยเรามีคอนเซปต์ในส่วนของ B C G นะครับคือ Bio, Circulation และ Green ในการหมุนเวียนวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้าง value added ให้มีราคา มีส่วนเพิ่มมูลค่า กลายเป็นงานศิลปะที่สามารถใช้ในการประดับตกแต่งธุรกิจของท่านได้

สำหรับปีนี้ทางบริษัท Prolog Titanium Cooperation เราก็มีการวางแผนดำเนินงานเพื่อนำธุรกิจเข้าสู่มหาชน ซึ่งทางเราก็มีพาร์ทเนอร์นะครับในส่วนของ PlanetOne เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการ develop ระบบอีอาร์พีของเราให้พาองค์กรเข้าไปเป็นบริษัทมหาชนได้

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ บริษัท โปรลอก ไทเทเนียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด Read More »

วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้

วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้

หนึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้การวางระบบอีอาร์พีในองค์กรประสบความสำเร็จคือการมีส่วนร่วมในการ implement ระบบอีอาร์พีอย่างจริงจังของผู้บริหาร

เหตุผลที่ทำให้การมีส่วนร่วมของผู้บริหารในการวางระบบอีอาร์พีมีความสำคัญเพราะว่า ผู้บริหารระดับสูงสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างแรงจูงใจ ทำให้พนักงานเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ระบบอีอาร์พีในการบริหารจัดการองค์กร (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี)

ซึ่งการมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับสูงในการ implement ระบบอีอาร์พี จะช่วยให้องค์กรสามารถประสบความสำเร็จในการ implement ได้ด้วยปัจจัยประกอบดังนี้คือ

1. ผู้บริหารสามารถการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานได้

2. ผู้บริหารสามารถวางแผนบริหารจัดการการวางระบบอีอาร์พีร่วมกับ implementer

3. ผู้บริหารสามารถมีส่วนร่วมตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ ระหว่าง implement ระบบอีอาร์พี

โดยในแต่ละปัจจัยมีรายละเอียดดังนี้

1. ผู้บริหารสามารถการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานได้

ผู้บริหารสามารถสร้างแรงจูงใจในการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานได้โดย ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นว่าควรจะจัดรูปแบบการทำงานและรูปแบบการเทรนให้กับพนักงานอย่างไร จึงจะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานในช่วงเวลาที่เปลี่ยนระบบจากระบบเดิมไปสู่การใช้ระบบอีอาร์พีได้อย่างราบรื่น และพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป

2. ผู้บริหารสามารถวางแผนบริหารจัดการการวางระบบอีอาร์พีร่วมกับ implementer

ผู้บริหารองค์กรจะรู้จักองค์กรของตนเองดีที่สุด ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อนในการทำงานและศักยภาพของบุคลากรในองค์กร รวมถึงรู้จักทรัพยากรด้านไอทีขององค์กรเป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีส่วนอย่างมาก ที่จะเป็นองค์ประกอบในการวางแผนร่วมกับ implementer ในการวางระบบอีอาร์พี

ดังนั้นหากผู้บริหารเข้ามามีส่วนร่วมในการวางระบบอีอาร์พี ก็จะทำให้การวางระบบมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้สูงมาก

3. ผู้บริหารสามารถมีส่วนร่วมตัดสินใจในขั้นตอนต่างๆ ระหว่าง implement ระบบอีอาร์พี

ผู้บริหารองค์กรจะมีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้มากกว่าพนักงานในระดับปฏิบัติการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัดสินใจด้านการเงิน และการตัดสินใจด้านการวางยุทธศาสตร์ในการวางระบบอีอาร์พี

การตัดสินใจด้านการเงินหรืองบประมาณในการลงทุนว่าควรจะเลือกลงทุนกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีรายใด

ซึ่งงบประมาณในการลงทุนนอกจากจะมองในเรื่องของจำนวนเงินแล้ว ยังต้องมองในเรื่องของความคุ้มค่า และความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี)

ส่วนของการตัดสินใจด้านการวางยุทธศาสตร์ในการวางระบบอีอาร์พี ในเบื้องต้นเลยคือผู้บริหารจะมีส่วนอย่างมากในการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าองค์กรต้องการวางระบบอีอาร์พีเพื่ออะไร เช่น เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เป็นต้น

ซึ่งการวางแผนและการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน จะทำให้องค์กรสามารถวางระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

กล่าวโดยสรุป ผู้บริหารขององค์กรควรมีส่วนร่วมในการวางระบบอีอาร์พีไม่ว่าจะในเรื่อง การสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน การวางแผนบริหารจัดการ การวางระบบอีอาร์พีร่วมกับ implementer และการวางแผนทางการเงิน รวมถึงกำหนดเป้าหมายในการวางระบบอีอาร์พี

ทั้งหมดนี้หากผู้บริหารเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง จะช่วยให้การวางระบบอีอาร์พีขององค์กรสามารถดำเนินไปได้ตามขั้นตอนและเป็นไปอย่างราบรื่น

ช่วยเพิ่มโอกาสให้องค์กรสามารถประสบความสำเร็จในการวางระบบอีอาร์พีได้เป็นอย่างดี (Click เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนการวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ติดต่อเพื่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

095-294-5693 (คุณเจน)

Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้ Read More »

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร

ระบบอีอาร์พี (ERP – Enterprise Resource Planning) เป็นระบบที่ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งระบบอีอาร์พีสามารถเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรได้ในหลายๆ ส่วนขององค์กรเช่น ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายผลิต เป็นต้น

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงประสิทธิภาพของระบบอีอาร์พีในการช่วยบริหารจัดการฝ่ายผลิต ว่าระบบอีอาร์พีจะช่วยให้ฝ่ายผลิตขององค์กรสามารถดำเนินการโดยเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

1. วางแผนการผลิต (Production Planning)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการวางแผนการผลิตโดยอัตโนมัติ

โดยให้ข้อมูลที่เป็น real time เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า สินค้าคงคลังที่มีอยู่ในคลังสินค้า และสถานะการผลิตว่าได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด ช่วยให้ฝ่ายผลิตสามารถวางแผนการผลิตได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทันเวลานัดหมายส่งมอบสินค้า รวมถึงช่วยลดปัจจัยความไม่แน่นอนในการผลิตที่อาจเกิดขึ้นได้ (คลิ้กเพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

2. การบริหารคลังสินค้า (Inventory Management)

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการติดตามสินค้าในคลัง การเบิกสินค้า การย้ายสินค้าข้ามคลัง การจองสินค้าเพื่อผลิต รวมถึงควบคุมการเติบโตของสต็อก อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงการจัดการคลังสินค้าเพื่อลดการสูญเสียและช่วยควบคุมต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าในคลัง

3. การติดตามกระบวนการผลิต (Manufacturing Process Tracking)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการติดตามกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสูตรการผลิต การสั่งผลิตจนกระทั่งได้ output รวมถึงใส่ค่าแรงเพื่อคำนวณรวมลงไปในต้นทุนการผลิต ซึ่งรายละเอียดของข้อมูลทั้งหมดจะช่วยให้องค์กรสามารถทราบถึงสถานะของการผลิตและปรับปรุงกระบวนการได้

4. การจัดการความต้องการวัตถุดิบ (Materials Requirement Planning – MRP)

ระบบอีอาร์พีช่วยในการจัดการวัตถุดิบตลอดกระบวนการผลิตได้โดย ช่วยในการวางแผนความต้องการวัตถุดิบโดยอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น volumeในการขาย, ข้อมูลการจัดซื้อต่างๆ กับคู่ค้า, และแนวโน้มความต้องการสินค้าของฐานลูกค้าที่มีอยู่ เพื่อพยากรณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการผลิตรวมถึงจัดหาวัตถุดิบในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการผลิตจริงๆ

5. การบริหารความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปาทาน (Supply Chain Management)

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยบริหารความเชื่อมโยงช่วยในการควบคุมและติดตามทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้สำหรับหน่วยงานผลิตอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิต, จำหน่าย, และลูกค้า

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยในการติดตามและจัดการผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ รวมถึงการประเมินความเสี่ยง, การควบคุมคุณภาพ, และตรวจสอบราคา ทำให้สามารถวางแผนการจัดหาทรัพยากรในการผลิตและจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ (click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุปคือ ระบบอีอาร์พีช่วยบริหารจัดการการผลิตได้ในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นในมิติของการวางแผนการผลิตโดยอัตโนมัติ การบริหารจัดการคลังสินค้า การติดตามกระบวนการผลิต การจัดการความต้องการวัตถุดิบ และการบริหารจัดการความเชื่อมโยงของ supply chain ต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากองค์กรมีการบริหารจัดการผลิตด้วยระบบอีอาร์พีแล้ว จะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานในทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นไปได้อย่างเต็มศักยภาพแน่นอน

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีช่วยวางแผนการผลิตได้อย่างไร Read More »

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี สามารถเป็นช่องทางช่วยส่งผ่านข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นหนึ่งไปยังอีกแอพพลิเคชั่นหนึ่งได้ รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลภายในองค์กรที่บุคลากรในองค์กรต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันนั้น จะต้องมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล โดยให้เฉพาะผู้ได้รับสิทธิ์เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ (click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี)

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถป้องกันการทำลายข้อมูล โดยการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด และใช้วิธีการรับรองตัวตน เพื่อคัดกรองผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ในการใช้งานเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าถึงได้ การกำหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมช่วยป้องกันการทำลายข้อมูลหรือการกระทำต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ข้อมูลปลอดภัยไม่สูญหายไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ

ระบบอีอาร์พีสามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทของผู้ใช้งาน การกำหนดสิทธิ์ช่วยให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถปรับแต่งการเข้าถึงข้อมูลได้ตามบทบาทหรือหน้าที่ของผู้ใช้บริการเอง ในการกำหนดสิทธิ์นี้สามารถทำผ่านการตั้งค่าการอนุญาตในระบบ

โดยการกำหนดสิทธิ์และบทบาทต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้บริการอีอาร์พีตามที่เหมาะสมนี้ช่วยควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจำกัดตามบทบาทและความจำเป็นของแต่ละบุคคลหรือแต่ละระบบ

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยควบคุมความเสี่ยง การจัดการสิทธิ์ช่วยลดความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัย และลดโอกาสในการเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม กล่าวโดยสรุประบบอีอาร์พี (ERP) มีประสิทธิภาพในการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล

โดยการให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะตามบทบาทและหน้าที่ของผู้ใช้งาน และการตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระบบอีอาร์พี ERP ได้ดี การใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสและมีการตรวจสอบความปลอดภัยอื่น ๆ ก็เป็นส่วนสำคัญในการปกป้องข้อมูลของระบบอีอาร์พีเช่นกัน

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยเพิ่มคุณภาพการทำงานโดยรวมด้วยการรวมศูนย์ข้อมูลทั้งหมดในองค์กรไว้ในระบบเดียว, ช่วยลดข้อผิดพลาด, ประหยัดเวลา, และให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจแก่ผู้บริหารอย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งการทำงานที่มีประสิทธิภาพมักเกิดจากระบบที่มีการสื่อสารและปฏิบัติงานได้ดีทั้งภายในและภายนอก

ซึ่งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีนี้ช่วยให้การเข้าถึงและการนำข้อมูลขององค์กรมาใช้ เป็นไปตามกฎและระเบียบที่องค์กรกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งเป็นการป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบการใช้ข้อมูลขององค์กร ในระบบอีอาร์พีการกำหนดสิทธิ์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบ และช่วยให้การใช้ข้อมูลเป็นไปตามนโยบายขององค์กร (ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี

การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลคืออีกหนึ่งประเด็นหลักที่องค์กรให้ความสำคัญ เนื่องจากพนักงานรวมถึงผู้บริหารในองค์กร ต่างก็มีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน อาทิเช่น

ฝ่าย HR จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวพนักงานเช่น การจัดการเงินเดือน การลา และเวลาทำงาน

แต่ฝ่าย HR จะไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของฝ่ายคลัง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

ซึ่งการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในระบบ ERP มีข้อดีมากมาย และการจัดการสิทธิ์เหล่านี้ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีนี้จะอิงอยู่กับความต้องการและบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีแต่ละคนในองค์กร

ซึ่งข้อดีต่างๆ ในการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลมีดังนี้คือ

1. องค์กรสามารถให้สิทธิ์และเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้

2. เป็นการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทำลายข้อมูลโดยมิชอบ

3. สามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในองค์กร

โดยแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. องค์กรสามารถควบคุมและให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าพนักงานแต่ละคน/แต่ละกลุ่มในองค์กรมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้นความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลก็จะแตกต่างกันด้วย ระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ภายในระบบอีอาร์พี (ERP) ได้ ซึ่งช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดจากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้รับอนุญาต

2. เป็นการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการทำลายข้อมูลโดยมิชอบ

ระบบอีอาร์พีจะเป็นเครื่องมือในการกำหนดสิทธิ์และขอบเขตของแต่ละบทบาทให้กับผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล การจำกัดสิทธิ์ของผู้ใช้จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการใช้ข้อมูลไปในทางทุจริตหรือนำข้อมูลไปใช้โดยพลการ และระบบอีอาร์พีจะมีการบันทึกการกระทำรวมถึงการเข้าถึงข้อมูล เพื่อช่วยในการติดตามว่าใครทำการเข้าถึงข้อมูลหรือทำลายข้อมูลบนระบบ หรือในอีกความหมายหนึ่งคือช่วยในการค้นหาผู้ที่เข้าถึงข้อมูลนั้นได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่าน 3 เรื่องนี้ตรวจสอบได้ด้วยระบบอีอาร์พี)

3. สามารถปรับการเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในองค์กร

ระบบอีอาร์พีจะจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่พนักงานจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของตน เช่น พนักงานส่วนจัดซื้อจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลการออกใบ PO เป็นต้น ซึ่งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลใน ระบบอีอาร์พีนั้น สิ่งสำคัญคือเพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่ตามบทบาทของตนนั่นเอง

กล่าวโดยสรุปการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของระบบอีอาร์พีมีข้อดีคือ ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเพิ่มประสธิภาพให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ตามขอบเขตของงานตนเองได้นั่นเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี Read More »

การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร

ในการวางระบบอีอาร์พีนั้นสิ่งหนึ่งที่พิเศษมากเลยคือ ระบบอีอาร์พีสามารถทำการปรับแต่งให้รองรับการใช้งานในรูปแบบเฉพาะขององค์กรได้ ซึ่งหากองค์กรได้ทำการวางระบบไปแล้ว และพบว่าต้องการปรับเปลี่ยน หนึ่งในวิธีการที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับระบบอีอาร์พีให้เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กรคือ “การปรับแต่งระบบอีอาร์พี (customize)”

วิธีที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่งระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรโดยละเอียด (คลิ้กเพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พีบริหารจัดการองค์กร)

กระบวนการการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อปรับแต่งระบบอีอาร์พี สามารถทำได้โดย องค์กรนั้นจะต้องศึกษารวบรวมข้อมูลกระบวนการทำงานทั้งหมดขององค์กรโดยละเอียด

ควรทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลทุกประการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงความต้องการของแต่ละแผนก นอกจากนี้ควรมีการสำรวจความต้องการทางเทคโนโลยี ที่องค์กรต้องการ เช่น การใช้งานบนคลาวด์ (cloud), ระบบมือถือ, หรือการใช้งานร่วมกับระบบอื่น

ทำการประเมินความสามารถของระบบอีอาร์พีที่เป็นตัวเลือก โดยเช็คว่ามีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ และผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพในการวางระบบให้ใช้งานได้จริง และสามารถดูแลรักษาระบบให้องค์กรได้ในระยะยาวหรือไม่ (คลิ้กเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กรควรเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีอย่างไร)

นอกจากนี้ควรมีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้อีอาร์พีในองค์กร ว่าต้องการลดต้นทุน, เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, หรือการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุปคือ ในการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรเพื่อปรับแต่งระบบอีอาร์พี ให้สามารถใช้งานได้ง่ายและเหมาะสมกับรูปแบบการทำงานที่เฉพาะเจาะจง ควรทำการวิเคราะห์ข้อมูลภายในองค์กรโดยละเอียด ตั้งแต่กระบวนการทางธุรกิจ, ความต้องการของแต่ละแผนก และความต้องการด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ระบบอีอาร์พีที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับองค์กรอย่างแท้จริง

การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร Read More »

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP)

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP)

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าระบบอีอาร์พี (ERP) คือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งระบบอีอาร์พีนั้นช่วยให้องค์กรที่มีความซับซ้อนในการบริหารจัดการสามารถบริหารจัดการได้รวดเร็ว และทันต่อข้อมูลข่าวสาร ทันต่อสถานการณ์

ความพิเศษของระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งสามารถอธิบายในภาพรวมให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นโดยจะแจกแจงเป็น 5 ข้อดังนี้คือ

1. ความพิเศษด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

2. ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

3. ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน

4. ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น

5. ความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์

โดยรายละเอียดแต่ละข้อมีดังต่อไปนี้

1. ความพิเศษด้านการบริหารจัดการทรัพยากร

อันที่จริงระบบอีอาร์พีสามารถเปรียบได้ว่าเป็น “สมอง” ในการบริหารจัดการขององค์กรเลยทีเดียว ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยองค์กรด้านการบริหารจัดการในทุก ๆ ส่วน เพื่อลดการทำงาน ที่ซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานและทรัพยากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

2.ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

หนึ่งคีย์สำคัญสำหรับผู้บริหารในการบริหารจัดการองค์กรคือการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และแม่นยำ เนื่องจากระบบอีอาร์พีมีคอนเซปต์ในการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และมีการอัปเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังสามารถแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นต้องเรียกดู ในรูปแบบที่เรียบง่าย และสามารถเข้าใจได้ทันที ความพิเศษด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนนี้ของระบบอีอาร์พีนี้ ช่วยให้ผู้บริหารองค์กรสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และทันต่อสถานการณ์

3.ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน

เนื่องจากระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความสามารถในการรวมกระบวนการทุกระบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขาย การบัญชี คลังสินค้า และกระบวนการอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด ทำให้การสื่อสารระหว่างแต่ละส่วนหรือแต่ละแผนกในองค์กร สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระเบียบ รวมถึงระบบอีอาร์พียังช่วยเชื่อมโยงการตรวจสอบข้อมูลเอกสารทั้งหมดอย่างครบถ้วน ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างได้อย่างเชื่อมโยงกัน การเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกันของระบบอีอาร์พีนี้ ช่วยให้กระบวนการในทุกระบบขององค์กรสามารถทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

4. ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งนอกจากระบบอีอาร์พีจะสามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบการทำงานขององค์กรได้แล้ว ระบบอีอาร์พียังสามารถขยายการรับ transaction ของข้อมูลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นหากองค์กรมีการขยายธุรกิจ เช่น แต่เดิมทำธุรกิจภายในประเทศ และต่อมาองค์กรทำการขยายไปตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมี transaction ข้อมูลที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พีก็สามารถปรับขยายให้ระบบรับปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นได้ ตามธุรกิจที่ขยายตัวขององค์กรเช่นกัน ดังนั้นความพิเศษด้านความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีจึงสามารถรองรับการขยายตัวขององค์กรได้อย่างไม่มีปัญหา

5. ความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์

ระบบอีอาร์พีมีการตอบสนองต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์คือ เป็นการประมวลผลทันทีที่ได้รับข้อมูลเข้ามา นอกจากนี้ระบบอีอาร์พีจะมีระบบแจ้งเตือนที่ช่วยตรวจสอบปัญหาและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันการเกิดความผิดพลาดในปัญหาที่สามารถแก้ไขได้

โดยสรุป ความพิเศษของระบบอีอาร์พีทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการทรัพยากร ด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน ความพิเศษด้านการเชื่อมโยงการทำงานในแต่ละส่วน เข้าด้วยกัน ความพิเศษด้านความยืดหยุ่น และความพิเศษด้านตอบสนองได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าระบบอีอาร์พี จะเป็นระบบที่ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการได้โดยใช้ทรัพยากรในทุกส่วนขององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน

ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

บุคลากรคือทรัพยากรที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ดังนั้นหากต้องการให้องค์กรเติบโตไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน องค์กรควรให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

อันที่จริงบุคคลากรในองค์กรก็คือมนุษย์ที่ลึก ๆ แล้วก็ยังมีความต้องการตามธรรมชาติ เช่น ต้องการผ่อนคลายจากการทำงาน ต้องการมีกิจกรรมที่สามารถสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในองค์กร เป็นต้น

ดังนั้นการบริหารทรัพยากรบุคคลอาจไม่ได้สามารถจัดการได้ในรูปแบบเดียวกับการบริหารจัดการการเงิน หรือบริหารจัดการการผลิต แต่ถึงกระนั้นองค์กรก็ยังสามารถวางระบบอีอาร์พีเพื่อมาบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

โดยการวางระบบอีอาร์พีเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล จะวางระบบไปตาม 5 แนวทางดังต่อไปนี้คือ

1. แนวทางการจัดเก็บข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

2. แนวทางการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างเข้มงวด

3. แนวทางการวางแผนรายละเอียดในการจ้างงานและการเลิกจ้าง

4. แนวทางการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

5. แนวทางการวิเคราะห์ผลงานการทำงานของบุคคลากรในองค์กร

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. แนวทางการจัดเก็บข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในการเก็บข้อมูลของบุคคลากร ระบบอีอาร์พีจะให้ความสำคัญอย่างมากกับการเก็บข้อมูลของพนักงานอย่างปลอดภัย โดยระบบอีอาร์พีจะให้สิทธิ์เฉพาะบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ นอกจากนี้แล้ว ระบบอีอาร์พีจะทำการสำรองข้อมูลเป็นระยะเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูล (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. แนวทางการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลบุคคลากรขององค์กรอย่างเข้มงวด

ระบบอีอาร์พีจะทำการเข้ารหัสข้อมูล กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของพนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งตรวจสอบหากมีการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานอย่างผิดปกติ

3. แนวทางการวางแผนรายละเอียดในการจ้างงานและการเลิกจ้าง

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการวางแผนและกำหนดตำแหน่งงานที่จำเป็นต้องมีการว่าจ้างในองค์กร รวมถึงระบบอีอาร์พีสามารถสร้างเอกสารและสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน ด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

4. แนวทางการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

ระบบอีอาร์พียังสามารถช่วยตรวจสอบคุณสมบัติความเข้ากันได้ของผู้สมัครกับตำแหน่งงานที่ประกาศรับในองค์กร เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการขององค์กรมากที่สุด

5. แนวทางการวิเคราะห์ผลงานการทำงานของบุคคลากรในองค์กร

ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยประเมินผลงาน และสามารถประเมินได้ว่าประสิทธิภาพของพนักงานที่ถูกจ้าง ทั้งในระหว่างระยะเวลาทดลองงานและหลังจากเข้าทำงาน พนักงานทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งระบบอีอาร์พีจะช่วยในการประเมินผลงานที่ทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาทั้งในระดับบุคคลและในระดับองค์กร

โดยสรุป ระบบอีอาร์พีสามารถช่วยในการบริหารจัดการองค์กรได้ในหลาย ๆ ส่วน ตั้งแต่การบันทึกข้อมูลส่วนตัวของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้มงวดกับการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังช่วยในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะจำเป็นต่องานในองค์กรรวมถึงประเมินผลประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการทำธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าจะมีธุรกิจทั้งแบบที่มีการวางระบบผลิตและไม่มีการวางระบบผลิต ซึ่งในธุรกิจแบบที่ไม่มีการวางระบบผลิต จะเป็นธุรกิจที่โฟกัสไปที่งานบริการลูกค้า ในธุรกิจที่มีการวางระบบการผลิต ก็จะมีการผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาด เพื่อวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค

ในสินค้าที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบกับสุขภาพร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคใส่ใจมากในยุคสมัยนี้

และทางผู้ผลิตเองก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อร้องเรียนจากลูกค้าได้ ซึ่งข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น หากเป็นความผิดพลาดจากทางผู้ผลิตเองโดยตรง ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องนำไปแก้ไขปรับปรุง

ถ้าไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการผลิตของผู้ผลิต แต่ลูกค้าหรือผู้บริโภคได้มีข้อร้องเรียนขึ้นมา ทางผู้ผลิตหรือองค์กรจะทำอย่างไร จึงจะสามารถพิสูจน์ให้ลูกค้าทราบได้ว่า ความผิดพลาดนั้นมาจากแหล่งที่มาอื่น

เช่น ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐานระดับส่งออก ถูกลูกค้าร้องเรียน ว่าอาหารถูกปนเปื้อนด้วยสิ่งไม่พึงประสงค์

ปัญหาก็มาตกที่ผู้ประกอบการว่าจะสามารถพิสูจน์เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่ปนเปื้อนในอาหารนั้น ไม่ได้มาจากกระบวนการผลิตของผู้ผลิต แต่มาจากแหล่งอื่น

และโรงงานของผู้ผลิตเองก็มีการผลิตสินค้าออกไปจำหน่ายเป็นจำนวนมาก จะตรวจสอบหรือจะเช็คได้อย่างไร ว่าสินค้าที่ถูกร้องเรียนมาจากลอตไหนที่ผู้ผลิตทำการวางจำหน่าย

เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดได้นั่นคือ “ระบบอีอาร์พี” โดยเฉพาะสำหรับการผลิตที่มีปริมาณมาก ๆ

การใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาเป็นเครื่องมือก็จะยิ่งช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทำได้ง่ายและรวดเร็ว (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี )

โดยระบบอีอาร์พีช่วยให้องค์กรของผู้ผลิตสามารถติดตามและระบุได้อย่างชัดเจนว่าวัตถุดิบแต่ละชิ้นที่นำมาผลิตได้มาจากแหล่งใด สินค้าถูกผลิตโดยใคร และมีคุณภาพอย่างไร นอกจากนี้ยังช่วยในการตรวจสอบความสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานการผลิตที่กำหนดไว้

ซึ่งระบบอีอาร์พีจะทำการเก็บข้อมูลในแต่ละส่วนดังนี้

1. การบริหารข้อมูล
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการจัดการข้อมูลทั้งหมดขององค์กร รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เช่น วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต แหล่งที่มาของวัตถุดิบ สูตรในการผลิต รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องของกระบวนการผลิต

2. การติดตามวัตถุดิบ
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามการรับเข้าของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยระบุแหล่งจากที่วัตถุดิบมา จำนวนที่รับเข้า และวันที่รับเข้า เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่กำหนดไว้

3. การสร้างรายการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการสร้างรายการผลิตโดยอัตโนมัติ โดยอิงจากความต้องการของลูกค้าหรือการนำเข้าของวัตถุดิบ ระบบจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องผลิต เวลาที่ต้องผลิต และวัตถุดิบที่จำเป็น

4. การติดตามกระบวนการการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามกระบวนการการผลิตของสินค้า จากการรับวัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จ เพื่อให้ทราบถึงสถานะปัจจุบันของการผลิต

5. การบันทึกข้อมูลการผลิต
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เช่น การวัดปริมาณผลิตภัณฑ์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และระยะเวลาการผลิต เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบได้ง่าย

6. การติดตามการจัดส่ง
ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามการจัดส่งผลิตภัณฑ์หรือสินค้าไปยังลูกค้า รวมถึงข้อมูลการจัดส่ง เช่น วันที่ส่ง และข้อมูลการส่งอื่น ๆ

7. การตรวจสอบคุณภาพ
ระบบอีอาร์พี (ERP)ช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ตรงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้

ดังนั้นสำหรับองค์กรของผู้ผลิตที่มีระบบการผลิตและมีความจำเป็นต้องบันทึกข้อมูลเพื่อเก็บไว้ตรวจสอบในกรณีต่าง ๆ เช่น มีข้อร้องเรียนจากลูกค้า การวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่อให้เข้ามาช่วยบริหารจัดการองค์กรของผู้ผลิตจึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่นอกจากจะช่วยบริหารจัดการองค์กรของผู้ผลิตแล้ว ยังช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเป็นจริง เพื่อทั้งผลประโยชน์ขององค์กรของผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 5 ข้อดีที่มีอีอาร์พี (ERP) บริหารจัดการองค์กร)

ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

อีกหนึ่งปัญหาขององค์กรที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) คือพนักงานยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี และยังไม่เคยใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน ซึ่งพนักงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักเลยทีเดียว ที่มีส่วนในการผลักดันให้องค์กรสามารถใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

ในการแก้ปัญหาเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมี 5 สิ่งที่ต้องทำคือ

1.จัดให้มีการเทรนนิ่งให้พนักงาน

2.ให้พนักงานเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ระบบอย่างง่าย

3.ให้พนักงานเรียนรู้วิธีการแจ้งปัญหาใช้งานกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

4.มีพนักงานกลุ่มต้นแบบ มีคู่มือและแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับเรียนรู้ระบบอีอาร์พี (ERP)

5.สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้

1.จัดให้มีการเทรนนิ่งให้พนักงาน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดเทรนนิ่งคือ ควรจัดในช่วงก่อนที่จะมีการ Go live หรือก่อนเริ่มใช้งานระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) อย่างเต็มรูปแบบ

ในส่วนของการจัดเทรนนิ่งนี้ ทางองค์กรควรจะต้องคุยรายละเอียดในเชิงลึกกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้ว่าจ้างให้มาวางระบบ ว่าควรจัดเทรนนิ่งในช่วงเวลาใด และต้องใช้กี่แมนเดย์สำหรับการจัดเทรนนิ่งให้กับพนักงานในองค์กร รวมถึงตารางการจัดเทรนนิ่งจะออกมาในรูปแบบใด
เพื่อที่ทางองค์กรจะได้เตรียมตารางการทำงานของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเทรนใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ที่จะเกิดขึ้น

เช่น หากต้องการ Go live ในช่วงเดือนมกราคม อาจต้องจัดให้มีการเทรนช่วงเดือน สิงหาคม กันยายน และตุลาคม ในปีก่อนหน้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือนมกราคมที่จะมีการ Go live เพื่อใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบ

2.ให้พนักงานเริ่มต้นพื้นฐานการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างง่าย

ในส่วนของการเริ่มต้นการเข้าใช้งานระบบอย่างง่ายจะต่อเนื่องมาจากการเทรนนิ่ง เนื่องจากพนักงานยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) มาก่อน เมื่อได้รับการเทรนให้มีความรู้เกี่ยวกับระบบอีอาร์พี (ERP) ในเบื้องต้นแล้ว อาจจะให้พนักงานได้ลองสร้างบัญชีผู้ใช้, เข้าสู่ระบบเป็นครั้งแรก และเริ่มต้นการปฏิบัติงานอย่างง่าย ๆ โดยการให้คีย์ข้อมูลแล้ว run ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของระบบ ในโมดูลที่พนักงานมีสิทธิ์เข้าใช้งาน

ในส่วนนี้พนักงานจะมีความเข้าใจระบบจากการได้ลงมือทำจริง เข้าใจวิธีการคีย์ข้อมูลว่าในลำดับขั้นตอนใดต้องคีย์ข้อมูลอะไร และพนักงานจะได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งที่ตนเองทำผิดพลาดเมื่อใช้ระบบด้วยเช่นกัน เช่น การ run ระบบไม่ผ่านเนื่องจากคีย์ข้อมูลไม่ครบ, การ run ระบบไม่ผ่านเนื่องจากเส้นทางของข้อมูลไม่ถูกต้อง เป็นต้น

การได้ลงมือทำจริงด้วยการเริ่มต้นใช้งานระบบอย่างง่าย จะทำให้พนักงานในองค์กรสามารถพัฒนาทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเป็นธรรมชาติ และพนักงานเองจะไม่รู้สึกกังวลใจจนเกินไปหากพนักงานจะมีการทำผิดพลาดไปบ้างในช่วงเวลาของการเรียนรู้ ในขณะที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อย่างจริงจัง (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP))

3.ให้พนักงานเรียนรู้วิธีการแจ้งปัญหาใช้งานกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP)

โดยปกติแล้วผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะมีทีม customer support ที่คอยตอบคำถามหรือให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ในกรณีที่ผู้เข้าใช้งานระบบเกิดข้อขัดข้องในการใช้งาน

ในส่วนนี้ทางพนักงานในองค์กรของผู้ใช้บริการอีอาร์พี (ERP) ควรเรียนรู้กระบวนการแจ้งปัญหาการใช้งานกับทีม customer support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ว่ามีลำดับขั้นตอนอะไรบ้าง เช่น

-แจ้งปัญหาทาง email แล้วรอการตอบกลับทาง email จากทีม customer support

-แจ้งปัญหาในไลน์กลุ่มแล้วทีมcustomer support จะตอบกลับทันที

-แจ้งปัญหาทางโทรศัพท์แล้วพูดคุยสอบถามกับทีม customer support โดยตรง เป็นต้น

เมื่อพนักงานในองค์กรทราบวิธีการแจ้งปัญหาการใช้งานกับทีม customer support แล้ว พนักงานก็จะสบายใจในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) มากขึ้น เพราะหากมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคที่ทางพนักงานในองค์กรไม่สามารถแก้ไขได้เอง ก็จะมีทีม customer support
ของทางผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) คอยดูแลด้วยเช่นกัน

4.มีพนักงานกลุ่มต้นแบบ มีคู่มือและแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับเรียนรู้ระบบอีอาร์พี

ทางองค์กรที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) อาจมีการคัดเลือกกลุ่มพนักงานต้นแบบ ที่สามารถเรียนรู้การใช้งานระบบได้อย่างรวดเร็ว และมีความเข้าใจการใช้งานระบบมากกว่าคนอื่น เป็นกลุ่มที่เริ่มต้นใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นกลุ่มแรก และเป็นกลุ่มที่สามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ หากติดขัดปัญหาการเข้าใช้งานในเบื้องต้น

อีกทั้งทางองค์กรอาจมีการสร้างแหล่งข้อมูลออนไลน์ภายในองค์กร เช่น คู่มือการใช้งาน, วิดีโอการสอน, และเว็บไซต์ภายในที่มีคำถามที่พบบ่อยและการแก้ปัญหา รวมทั้งอาจมีกลุ่มไลน์ภายในองค์กร เพื่อสอบถามพูดคุยเกี่ยวกับการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ในเบื้องต้น

5.สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน

ทางองค์กรสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน ให้มีความกระตือรือร้นในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ด้วยการ

สนับสนุนในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

มีการกำหนดเป้าหมายและรางวัลสำหรับพนักงานที่สามารถพัฒนาทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานที่โดดเด่น

มีการสนับสนุนเครื่องมือต่าง ๆ ให้มีความพร้อมสำหรับพนักงานในการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เช่น อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
ตามสเปกที่เหมาะสมเพื่อมารองรับการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี

นอกจากนี้ทางองค์กรยังสามารถประชาสัมพันธ์ข้อดีและประโยชน์ต่าง ๆ ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมกับการพัฒนาองค์กรด้วยการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการประชาสัมพันธ์ในองค์กรสามารถทำได้ในหลายช่องทาง เช่น การส่งข่าวสารทาง email, การติดป้ายโปสเตอร์ตามจุดต่าง ๆ ในองค์กร,
การให้ข้อมูลผ่านไลน์กลุ่มหรือสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ขององค์กร เป็นต้น

โดยสรุป 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอารพี (ERP) ที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่ว่าจะเป็น การจัดเทรนนิ่ง การให้พนักงานเริ่มต้นใช้ระบบอย่างง่าย การเรียนรู้วิธีแจ้งปัญหาการใช้งาน การมีพนักงานกลุ่มต้นแบบและแหล่งความรู้ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน หากกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ก็จะทำให้พนักงานในองค์กรรู้สึกมั่นใจและมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้รวมถึงพัฒนาศักยภาพตัวเองให้มีทักษะการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ในระดับที่สามารถใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเชี่ยวชาญ

5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP)

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP)

อีอาร์พี (ERP) หรือ Enterprise Resource Planning คือคอนเซปต์ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สิ่งที่จะมาเป็นเครื่องมือให้องค์กรสามารถนำคอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) มาใช้บริหารจัดการได้จริงก็คือ ระบบอีอาร์พี (ERP) หรือระบบสารสนเทศที่พัฒนาจากคอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) ให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร และนำระบบสารสนเทศนั้นมาใช้บริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (click เพื่ออ่าน ความพิเศษ 5 ด้าน ของระบบอีอาร์พี (ERP))

โดย 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่นำมาใช้บริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรคือ

1. ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database)

2. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)

3. ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)

4. แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ของแต่ละข้อมีดังนี้

1. ข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized database)

ระบบอีอาร์พี (ERP) จะใช้วิธีการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ นั่นคือฐานข้อมูลทั้งหมดขององค์กรจะถูกจัดเก็บไว้และบริหารจัดการใน server เดียวกัน ซึ่งง่ายต่อการจัดการหรือส่งต่อข้อมูลให้กับ user ที่เข้าใช้งานในระบบ

การบริหารจัดการข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล จะต้องดำเนินการไปตามสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก (Click เพื่ออ่าน 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

การเข้าถึงข้อมูลจาก user หลาย ๆ คนในช่วงเวลาเดียวกันจะสามารถทำได้ แต่ในบางขณะอาจทำให้เกิดการหน่วงของระบบ ดังนั้นระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อ user คนนั้นจริง ๆ เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลของ user เกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ช่วยลดการหน่วงของระบบ และให้ user ได้เข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอยู่เท่านั้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พีสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในแต่ละส่วนขององค์กรเพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรเป็นไปได้อย่างไหลลื่นนั่นเอง

2. ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Reduce redundancy)

การทำงานที่ซ้ำซ้อนในองค์กรอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ อาทิเช่น

– ในองค์กรขาดการวางหลักบริหารจัดการที่ดี

– ข้อมูลในองค์กรกระจัดกระจาย มีการเก็บข้อมูลซ้ำกันไปมา ไม่สามารถตรวจสอบได้

– ขาดการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานในองค์กร

ซึ่งในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการในองค์กร จะต้องมีการวิเคราะห์โครงสร้างการบริหารจัดการองค์กร และเส้นทางการดำเนินงานต่าง ๆ นำมาสะสางให้เป็นเส้นทางที่เรียบง่ายและเชื่อมโยงในแต่ละส่วนขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อประมวลผลหาขั้นตอนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องมีการดำเนินงานซ้ำไปซ้ำมาในส่วนที่ไม่จำเป็น

3. ตรวจสอบได้ (Traceability and accountability)

ระบบอีอาร์พี (ERP) จะยึดหลักการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ในการทำงานได้ ว่าที่มาของข้อมูลที่เกิดขึ้น มาจากไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เปลี่ยนไปอย่างไร ถูกลบออกไปตอนไหน ใครเป็นผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยระบบจะบันทึกเวลา และบุคคลที่เข้าถึงข้อมูลนั้นเอาไว้ (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

ซึ่งเป็นแนวทางที่นำไปสู่การตรวจสอบที่แม่นยำหากเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานที่ต้องการทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของบุคคลใด

โดยที่ผู้รับผิดชอบนี้จะรับผิดชอบเมื่อมีการการอนุมัติ, การปรับปรุงข้อมูล, การจัดการบริหารทรัพยากรต่าง ๆ ในองค์กร

ในระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะช่วยตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบในขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องและการเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อมูลต่าง ๆ ในกระบวนการทำงานขององค์กรได้เช่นกัน

4. แสดงข้อมูลทันเวลา (Real Time)

เพื่อให้ระบบอีอาร์พี (ERP) แสดงข้อมูลได้ทันเวลา (real-time) ต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ของระบบอีาร์พี (ERP) ภายในองค์กร เช่น ข้อมูลการสั่งซื้อ คลังสินค้า การผลิต การขาย เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกสะสมและอัปเดตอย่างต่อเนื่องในฐานข้อมูลเพื่อให้พร้อมใช้งานในช่วงเวลาปัจจุบัน โดยที่ไม่ต้องรอการอัปเดตหรือรอบเวลาที่กำหนด

ในระบบอีอาร์พี (ERP) จะแสดงข้อมูลของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงสถานะต่าง ๆ ของข้อมูลในเวลาปัจจุบัน

ข้อมูลในองค์กรจำเป็นต้องแสดงข้อมูลในแบบ real time เพื่อให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้ทันท่วงที ป้องกันปัญหาฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น สินค้าในคลังสินค้าไม่พอขาย เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนในองค์กรทำให้สามารถ
ใช้ทรัพยการที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งสามารถตรวจสอบและระบุผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานได้ในทุกขั้นตอน และมีการแสดงข้อมูลแบบ
real-time ที่ให้ user ได้เห็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอย่างทันท่วงที

4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

Scroll to Top