ระบบอีอาร์พี

ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้

ระบบอีอาร์พีเพื่อบริหารจัดการองค์กร เป็นระบบที่ต้องบริหารจัดการผ่านทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลทุกอย่างถูกบันทึกลงในระบบ ประมวลผลผ่านระบบ และดึงข้อมูลมานำเสนอด้วยระบบ

ในบางองค์กรอาจมีการดำเนินงานในรูปแบบคลาสสิกดั้งเดิมคือ ใช้วิธีบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงเอกสารกระดาษ พนักงานก็จะทำงานกับระบบการบันทึกงานลงกระดาษด้วยความเคยชิน

ปัญหาจากการเก็บข้อมูลในระบบด้วยเอกสารกระดาษคือ เมื่อข้อมูลมีปริมาณมากแล้วผู้บริหารต้องการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง หรือผู้บริหารต้องการข้อมูลบางอย่างเพื่อประกอบการตัดสินใจ พนักงานอาจใช้เวลานานมากในการค้นหาเอกสารแต่ละฉบับ ในบางครั้งอาจเกิดปัญหาพนักงานหาเอกสารที่ต้องนำเสนอผู้บริหารไม่เจอ

จะเห็นได้ว่าระบบการทำงานแบบคลาสสิกดั้งเดิม ที่พึ่งพาเอกสารกระดาษเป็นหลัก นอกจากจะสิ้นเปลืองทรัพยากรสำหรับบันทึกข้อมูลแล้วยังทำให้การบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพต่ำอีกด้วย (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

ดังนั้นระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถเข้าใช้งานได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะช่วยเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร ให้ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นด้วยการใช้ทรัพยากรที่น้อยลง

แต่ลูกค้าหลาย ๆ คนจะกังวลใจมากเช่นกัน หากต้องนำระบบอีอาร์พี (ERP) เข้ามาบริหารจัดการกิจการ/องค์กร สาเหตุที่ทำให้ลูกค้ากังวลใจเช่น

– กลัวว่าระบบอีอาร์พีจะใช้งานยาก

– พนักงานอาจไม่มีทักษะและความรู้ในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)

ซึ่งในบทความ “ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้” เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในการบริหารจัดการกิจการ/องค์กรของตนเอง ได้เข้าใจว่าการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นง่ายกว่าที่คุณคิดไว้

โดยรายละเอียดบทความ “ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้” ประกอบด้วย

1.ระบบอีอาร์พีจะเข้าใช้งานอย่างไร

2.ถ้าใส่ข้อมูลแล้วระบบประมวลไม่ผ่านต้องทำอย่างไร

3.ฝึกฝนแล้วอีอาร์พี (ERP) จะง่ายไปเอง

รายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีจะเข้าใช้งานอย่างไร

ในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เมื่อผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้ทำการวางระบบและ Go Live เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะสามารถเข้าใช้ระบบได้โดยใช้ username และ password ที่ได้ ถูกตั้งค่าไว้ ซึ่งแต่ละกิจการ/องค์กร ก็จะมี username และ password เฉพาะของตนเอง

โดยพนักงานในองค์กรก็จะทราบ username และ password ของกิจการ/องค์กร ซึ่งแต่ละคนก็จะเข้าถึงข้อมูลได้ตามสิทธิ์ที่ได้ตั้งค่าไว้ในระบบอีอาร์พี (ERP)

เมื่อลูกค้ามี username และ password แล้ว ก็สามารถทำการ login เพื่อเข้าสู่ระบบบริหารจัดการอีอาร์พี (ERP) ของคุณได้เลย

โดยสรุปของข้อนี้คือ การเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องมี username และ password พนักงานในองค์กรจะเห็นข้อมูลได้ตามสิทธิ์ของตนเองที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

2. ถ้าใส่ข้อมูลแล้วระบบไม่สามารถประมวลผลได้ต้องทำอย่างไร
เมื่อลูกค้าได้ทำการ login เข้ามาในระบบแล้ว ลูกค้าก็สามารถเข้าใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ในระบบได้เลย ซึ่งในการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ นั้น ลูกค้าต้องเข้าใจก่อนว่าในแต่ละฟังก์ชันลูกค้าจะต้องใส่ค่าอะไรบ้าง เพื่อให้ฟังก์ชันนั้น ๆ สามารถประมวลผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

ซึ่งในการใช้งานจริงลูกค้าอาจพบว่า ลูกค้าได้คีย์ข้อมูลเข้าไปแล้วแต่ระบบฟ้อง exception ไม่สามารถประมวลผลและแสดงผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

สิ่งแรกที่สามารถตรวจสอบได้คือ ลูกค้าได้คีย์ข้อมูลและเลือก option ต่าง ๆ เข้าไปในระบบครบถ้วนและถูกต้องตาม flow ของระบบแล้วหรือยัง ถ้ายังลูกค้าก็สามารถกลับเข้าไปคีย์ข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วนแล้วสั่งให้ระบบประมวลผลอีกครั้งหนึ่ง

แนวคิดที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติของอีอาร์พีคือ คีย์ข้อมูลให้ครบตาม flow ของระบบ แล้วระบบก็จะประมวลผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง

แต่ถ้าได้ทำการคีย์ข้อมูลอย่างครบถ้วนตาม flow ของระบบแล้วก็ยังไม่สามารถประมวลผลได้ ลูกค้าก็สามารถแจ้งทีม customer support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ลูกค้าซื้อระบบด้วย เพื่อให้ตรวจสอบปัญหาในการใช้งานระบบแล้วแก้ไขให้ (คลิกเพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กรจะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

โดยสรุปของข้อนี้คือ ระบบการทำงานของอีอาร์พี (ERP) นั้นเรียบง่าย แค่คีย์ข้อมูลให้ครบตามเงื่อนไข ระบบก็จะประมวลผลได้ตามที่คุณต้องการ

3. ฝึกฝนแล้วอีอาร์พี (ERP) จะง่ายไปเอง
คอนเซปต์ของอีอาร์พี (ERP) เป็นแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ดังนั้นระบบบริหารจัดการองค์กรอีอาร์พี (ERP) จึงมีฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่เรียบง่ายเช่นกัน แต่การที่ลูกค้านำระบบอีอาร์พี (ERP) ไปใช้แล้วรู้สึกว่ายาก นั่นอาจเป็นเพราะว่า ยังไม่เกิดความเคยชินนั่นเอง

โดยสรุปของข้อนี้คือ ทำให้บ่อยแล้วจะชินพอเริ่มชินระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะง่ายสำหรับคุณนั่นเอง

จากบทความ”ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้” จะเห็นได้ว่า แนวคิดของอีอาร์พี (ERP) และการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ แค่มี user name กับ password ใส่ข้อมูลให้ครบเพื่อให้ระบบประมวลผล แล้วฝึกใช้งานบ่อย ๆ ให้ชิน เพียงแค่นี้ก็จะเห็นได้ว่าระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นใช้งานง่ายจริง ๆ

ERP จะใช้งานง่ายแค่เข้าใจ 3 ข้อนี้ Read More »

ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร

ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร

การเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดีถือว่าเป็นโจทย์ที่ต้องใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควร เรียกได้ว่าผู้ประกอบการ/องค์กรจะต้องคิดหนักกันทีเดียว เพราะเป็นการสร้างระบบบริหารจัดการให้กับกิจการ/องค์กร และระบบการบริหารจัดการนี้จะมีผลกับกิจการ/องค์กรในระยะยาว (Click เพื่ออ่าน วางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จเพราะความลับนี้)

นอกจากการวางแผนในองค์กรเพื่อให้สามารถวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้แล้ว อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ผู้ประกอบการ/องค์กรจะต้องเจอคือ จะตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) รายไหนดี

ซึ่งในบทความนี้จะมีข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ/องค์กร เลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น โดยจะประกอบด้วยรายละเอียด 9 ข้อดังนี้คือ

1. ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค

2. ความสามารถในการอัปเกรดและการปรับปรุงระบบอีอาร์พี (ERP)

3. การสนับสนุนทางเทคนิค

4. ราคาและค่าใช้จ่าย

5. ง่ายต่อการปรับใช้งาน

6. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

7. ประสบการณ์และการอ้างอิง

8. การสอนและการฝึกอบรม

9. บริการหลังการขาย

รายละเอียดของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิค มีระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้จริง รวมถึงช่วยแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานระบบของลูกค้า และควรเป็นผู้ให้บริการที่มีความตั้งใจทำงานให้สำเร็จลุล่วงจนลูกค้าสามารถปิดงบดุลได้ไม่ทิ้งลูกค้าไว้กลางทาง

ตัวอย่างปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

– ปัญหาเกิดจากลูกค้าเลือกเส้นทางข้อมูลไม่ถูกต้องทำให้ระบบไม่แสดงผลตามที่ต้องการ

– ปัญหาเกิดจากลูกค้าใส่เงื่อนไขไม่ครบตามที่ระบบกำหนดแล้วระบบฟ้อง exception

– ปัญหาเกิดจากมีแคชในระบบทำให้ระบบทำงานล่าช้า

– ปัญหาเกิดจากผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) หยุดหรือยกเลิกการให้บริการ

โดยสรุปของข้อนี้คือ หากต้องการเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ดีลูกค้าควรพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่สามารถแก้ปัญหาการใช้งานระบบได้ และความเป็นมืออาชีพในการทำงานที่จะไม่ทิ้งงานหากยังทำไม่สำเร็จลุล่วง

2. ความสามารถในการอัปเกรดและการปรับปรุงระบบอีอาร์พี

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) จะมีการอัปเดทระบบให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น อัปเดทระบบปีละ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ควรรองรับการปรับปรุงหรือการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันในการใช้งานบางอย่างในระบบ เพื่อให้ระบบอีอาร์พี (ERP) ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีการอัปเดทระบบให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอและสามารถปรับปรุงระบบอีอาร์พี (ERP) ให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

3. การสนับสนุนทางเทคนิค

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีระบบสนับสนุนในการรับทราบปัญหาจากการใช้งานของลูกค้า และมีทีมงานที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาทางเทคนิคให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ในกรณีฉุกเฉินผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ควรมีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากพอที่จะระบุปัญหาที่เกิดพร้อมแนวทางแก้ไขให้กับลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

รวมทั้งมีทีมงาน customer support, implementer และ programmer ที่คอยประสานงานในการแก้ปัญหาให้กับลูกค้า เพื่อลูกค้าจะได้มั่นใจได้ว่าหลังจากลงระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) จะยังคงให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาหากเกิดข้อขัดข้องในระบบ

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาการใช้งานของระบบ สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว หากลูกค้าเกิดปัญหาในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

4. ราคาและค่าใช้จ่าย

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรชี้แจงค่าใช้จ่ายโดยละเอียดให้ลูกค้าทราบ ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีทั้งส่วนที่ผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และส่วนที่คิดค่าใช้จ่ายเช่น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ตัวอย่างส่วนที่ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

– การนัดนำเสนอระบบอีอาร์พี (ERP) ให้ลูกค้าพิจารณาว่าเหมาะสมกับกิจการ/องค์กรของลูกค้าหรือไม่

ตัวอย่างส่วนที่ให้บริการโดยมีค่าใช้จ่าย

– การวางระบบ

– การเทรนวิธีเข้าใช้งานระบบ

– การปรับแต่งระบบ (Customize)

เมื่อลูกค้าทราบราคาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อลงระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาเพื่อหาราคาที่เหมาะสม ซึ่งราคาที่เหมาะสมอาจไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดหรือราคาที่แพงที่สุด แต่ควรเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับ และไม่ควรเป็นราคาที่ทำให้ลูกค้าต้องจ่ายเงินทิ้งแล้วไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ

หมายเหตุ ราคา/ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจริงเมื่อลงระบบ ลูกค้าควรอ้างอิงจากสัญญาที่ตกลงกันไว้กับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) เป็นหลัก

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) จะแจ้งรายละเอียดราคาและค่าใช้จ่ายในการบริการกับลูกค้าอย่างชัดเจน ซึ่งควรเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับลูกค้าด้วยเช่นกัน

5. ง่ายต่อการปรับใช้งาน

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบอีอาร์พี (ERP) ให้มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะทำงานร่วมกับระบบที่ลูกค้าใช้อยู่เดิม รวมถึงมีการออกแบบและตั้งค่าการใช้งานที่เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานสามารถเรียนรู้การใช้งานจนเกิดความเคยชินได้ในระยะเวลาไม่นาน

ในการใช้งานจริงลูกค้าหรือผู้เข้าใช้งานระบบอาจต้องมีการปรับกระบวนการคิด เพื่อสร้างความเข้าใจในการใช้งานระบบซึ่งอาจใช้เวลา แต่ลูกค้าหรือผู้เข้าใช้งานจะสามารถใช้งานระบบได้ง่าย ได้คล่องมือในที่สุด และเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรในระยะยาว (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร )

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบให้ง่ายต่อการใช้งานภายใต้แนวคิดที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ

6. การรักษาความปลอดภัยและความจริงของข้อมูล

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบอีอาร์พีให้เป็นระบบที่มีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล นั่นคือการกำหนดสิทธิ์ของผู้เข้าใช้งานระบบ ว่าผู้เข้าใช้งานระบบแต่ละคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง

นอกจากนี้ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบอีอาร์พี (ERP) ให้รักษาความเป็นจริงของข้อมูลที่สามารถเช็คข้อมูลย้อนหลังกลับไปได้เมื่อผู้ใช้งานต้องการ (Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบย้อนหลังข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

การรักษาความเป็นจริงของข้อมูลนั้นจะรวมไปถึงข้อมูลภายในต่าง ๆ ขององค์กรที่ถูกสร้าง ถูกแก้ไข ถูกดำเนินการ ถูกอนุมัติ ถูกยกเลิก หรือมีการกระทำใด ๆ กับข้อมูลนั้น ระบบอีอาร์พี (ERP) จะต้องบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูลภายในองค์กรอย่างถูกต้อง เป็นจริง ตรงไปตรงมา

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรออกแบบระบบให้รักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับข้อมูลภายในองค์กรอย่างตรงไปตรงมา

7. ประสบการณ์และการอ้างอิง

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีประสบการณ์ที่สามารถอ้างอิงได้จริง เช่น ผลงานการดำเนินงานลงระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ลูกค้าสามารถสอบถามกับผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ที่ลูกค้าต้องการติดต่อได้โดยตรง

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) จะมีความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้จากประสบการณ์อ้างอิงต่าง ๆ ที่ผ่านมา

8. การสอนและการฝึกอบรม

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีมที่ปรึกษาหรือทีมฝึกอบรม ที่จะเข้าไปอบรมการเข้าใช้งานระบบให้กับลูกค้า

ทีมที่ปรึกษาหรือทีมฝึกอบรมควรมีความรู้และทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ได้ลงระบบให้กับลูกค้า และมีความเข้าใจลูกค้าว่าลูกค้าอาจไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) เลย

ซึ่งทีมที่ปรึกษาหรือทีมฝึกอบรมควรช่วยเหลือให้ลูกค้าเกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่เหมาะสมไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป

โดยสรุปของข้อนี้คือ ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีมฝึกอบรมให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีทักษะในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) โดยใช้เวลาดำเนินการอบรมภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

9. บริการหลังการขาย

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีทีม support ที่คอยตอบคำถามลูกค้าและให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิค เมื่อลูกค้าเกิดปัญหาในการใช้งานระบบ

ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ควรมีระบบการจัดเก็บข้อมูลในการ support แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า เนื่องจากในความเป็นจริงการใช้งานระบบอีอาร์พีจะมีทั้งเคสที่เป็นปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กับเคสปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลเดิมที่เคยได้รับจากทีมsupport ของผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) มาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) ก็จะมีการsupport ลูกค้า ให้การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้

การเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) อาจไม่สามารถนิยามเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ได้ แต่บทความผู้ประกอบการ/องค์กรจะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร ก็สามารถอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจภาพของผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ดี (ERP) และช่วยให้ลูกค้ามีข้อมูลประกอบในการคัดสรรผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งลูกค้าเองก็จะสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร Read More »

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้

ในการสร้างองค์กรธุรกิจหรือองค์กรใดสักองค์กรหนึ่งขึ้นมา องค์กรนั้นจะเดินไปข้างหน้าอย่างทุกลักทุเลแน่ ๆ หากไม่มี “การบริหารจัดการองค์กร” ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ซึ่งในการบริหารจัดการองค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการองค์กรได้ในทุก ๆ ส่วนและทุก ๆ รายละเอียด (คลิกเพื่ออ่าน 9 เหตุผลทำไมต้อวางระบบ ERP)

ระบบอีอาร์พี (ERP) ก็คือเครื่องมือที่จะมาช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการองค์กรของคุณได้ในรูปแบบที่คุณต้องการ

มาถึงตรงนี้แล้วหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำอะไรให้กับองค์กรของคุณได้บ้าง ในบทความนี้จะมีรายละเอียด 5 สิ่งที่อีอาร์พี (ERP) ทำได้ มาอธิบายให้คุณได้เห็นภาพระบบของอีอาร์พี (ERP) ที่ชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจว่าคุณควรจะเลือกใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ในการบริหารจัดการองค์กรของคุณหรือไม่

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้มีดังนี้คือ

1. การรวบรวมข้อมูล

2. การทำงานร่วมกัน

3. การปรับปรุงกระบวนการ

4. การติดตามและรายงาน

5. การรักษาความถูกต้องและความจริงของข้อมูล

มาดูรายละเอียดของ 5 สิ่งที่อีอาร์พี (ERP) ทำได้กันเลย

1. การรวบรวมข้อมูล

ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรต่างๆ ในองค์กร ช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลพร้อมในการตัดสินใจ

โดยข้อมูลจะแสดงในรูปแบบของรายงานที่จะแสดงข้อมูลไปตามหัวข้อต่างๆ ตามที่ได้สร้างเงื่อนไขไว้ในระบบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถดึงข้อมูลย้อนหลังมาแสดงได้ด้วยเช่นกัน

2. การทำงานร่วมกัน

ระบบอีอาร์พี ช่วยให้แต่ละส่วนในองค์กรสามารถทำงานประสานกันได้อย่างราบรื่น โดยมีข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกด้านขององค์กร

3. การปรับปรุงกระบวนการ

ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการรับรู้และวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งสามารถช่วยในการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. การติดตามและรายงาน

ระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยในการติดตามสถานะของส่วนการผลิตและกระบวนการต่าง ๆ อีอาร์พี (ERP) จะสามารถสร้างรายงานที่ช่วยในการวิเคราะห์และการตัดสินใจ

5. ความถูกต้องของข้อมูล

ระบบอีอาร์พี ช่วยในการรักษาความถูกต้องและความเป็นจริงของข้อมูลในระบบ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการบริหารจัดการ

การใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นเครื่องมือช่วยให้คุณบริหารจัดการองค์กรได้อย่างเป็นระบบมาก ซึ่งในการทำงานจริงผู้ใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) อาจใช้เวลาในการปรับตัวเข้ากับการทำงานของระบบ แต่เมื่อเกิดความเคยชินแล้ว คุณจะพบว่าการบริหารจัดการองค์กรนั้นสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว (คลิกเพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบ ERP ที่ดีต้องทำอย่างไร)

5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้ Read More »

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP
ปัญหาใหญ่หลวงที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องเจอคือ การบริหารจัดการภายในองค์กรที่ยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งคนที่เป็นผู้ประกอบการจะซาบซึ้งตรึงใจกันเป็นอย่างดีว่า ข้อมูลที่ไร้ระเบียบและสับสนวุ่นวาย สร้างความหนักใจให้ราวกับว่าผู้ประกอบการต้องแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว

แต่ความยุ่งยากนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาที่ไม่มีทางออก เพราะความยุ่งยากในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กรนั้นสามารถจัดการได้โดยระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือเรียกแบบย่อ ๆ ว่า ระบบอีอาร์พี (ERP) (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP ที่คุณจะเข้าใจว่าระบบอีอาร์พี (ERP) จะช่วยให้ความยากในการบริหารจัดการองค์กรของคุณง่ายขึ้นได้อย่างไร

เหตุผลที่ 1 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นสามารถใช้ได้กับหลากหลายประเภทของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ระบบอีอาร์พีสามารถเข้าไปช่วยบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ 2 ระบบอีอาร์พี (ERP) เป็นศูนย์รวมข้อมูลในองค์กรที่พนักงานในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องเข้าถึง

เหตุผลที่ 3 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะทำให้คุณสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ว่า ใครควรจะเข้าถึงข้อมูลได้มากน้อยแค่ไหน สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลนี้จะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กร และจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลองค์กรของพนักงานตามขอบเขตในการทำงานของพนักงานแต่ละคน

เหตุผลที่ 4 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยให้ Flow ของระบบการผลิตเป็นไปได้อย่างแม่นยำตามสูตรการผลิตที่คุณกำหนดไว้ นั่นคือระบบอีอาร์พี (ERP) จะให้คุณสามารถกำหนดสูตรในการผลิตที่เฉพาะเจาะจง และบันทึกข้อมูลการใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ที่คุณสามารถเช็คย้อนกลับไปดูข้อมูลเหล่านั้นได้

เหตุผลที่ 5 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยจัดการเส้นทางของข้อมูลที่เกิดขึ้นในกิจการของคุณ ให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนในกิจการของคุณได้ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าเส้นทางของข้อมูลนั้นจะซับซ้อนมากแค่ไหนก็ตาม

เหตุผลที่ 6 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ช่วยบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้เช่น ถ้าคุณเป็นกิจการแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนในการผลิตสินค้า คุณจะสามารถเช็คได้ว่าสินค้าตัวไหนที่ต้นทุนสูงกำไรน้อย สินค้าตัวไหนที่ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ และสร้างสมดุลในการผลิตให้เหมาะสมกับสัดส่วนของกำไรต่อต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง

เหตุผลที่ 7 ระบบอีอาร์พี (ERP) มีดีมากกว่าแค่ระบบบัญชี แต่อีอาร์พีสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ทางบัญชีเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลในแต่ละปีและวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มทางการเงินที่จะเกิดขึ้นได้

เหตุผลที่ 8 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการทำงานภายในองค์กรแล้ว การบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ภายในองค์กรนั้นทำได้รวดเร็ว จึงช่วยให้ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจเงื่อนไขต่าง ๆ ทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่ 9 การวางระบบอีอาร์พี (ERP) สามารถช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้บุคลากรในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสมดุลในการทำงาน ซึ่งทำให้บุคลากรในองค์กรไม่เพียงแค่สร้างผลิตผลให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน แต่สามารถทำงานกับองค์กรได้อย่างราบรื่นมีความสุข

จากเหตุผลทั้ง 9 ข้อที่ได้กล่าวมา ถ้าคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการองค์กรที่จะมาช่วยยกระดับการทำงานและยกระดับการทำธุรกิจ ช่วยให้คุณสามารถบริหารองค์กรของคุณได้อย่างสบายใจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน ช่วยสร้างผลกำไรที่มากขึ้น ระบบอีอาร์พี (ERP) คือคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถฟันธงได้อย่างมั่นใจและแน่นอน (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พีที่ดีต้องทำอย่างไร)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

9 เหตุผลทำไมต้องวางระบบ ERP Read More »

ERP ไทย มีข้อดีอย่างไร ถ้าเทียบกับ ERP ต่างประเทศ ?

หลาย ๆ องค์กรเลือกใช้ โปรแกรม ERP มาช่วยในการทำงานแต่ก็มีข้อถกเถียงกันเป็นอย่างมาก ว่าระบบที่ดีควรใช้ของบริษัทมหาชนใหญ่ๆจากต่างประเทศ หรือ จะเลือกใช้ระบบที่พัฒนาในประเทศไทยดี ในเมื่อความเชื่อที่ว่าของนอกย่อมดีกว่าของบ้านเรา มักปลูกฝังในความรู้สึกของคนไทย แต่เรามาดูข้อดีของ ERP ไทย กันค่ะ ว่าถ้าหากผู้ประกอบการเลือกใช้บริการที่ผู้พัฒนาเป็นคนไทย 100 % จะเป็นอย่างไร

1. บริการเป็นเลิศเข้าถึงได้ง่าย

หลายๆที่คงไม่รู้ว่าระบบของคนไทยมีการดูแลซัพพอร์ตที่เปรียบเสมือนว่าธุรกิจของลูกค้าคือธุรกิจของเรา โดยงานบริการของคนไทยนั้นมีความเป็นเลิศกว่าหลาย ๆ ประเทศ ด้วยนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ที่มีความเข้าอกเข้าใจกัน และมีคติว่าใจเขาใจเรา การซัพพอร์ตก็จะเต็มที่และแทบจะดูแลแบบ24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เราได้มีโอกาสได้ไปฟังสัมภาษณ์จากผู้ใช้งาน Software Thai ที่จัดขึ้นโดยสมาคม ATSI โดยมีคำพูดนึงที่เอ่ยถึงงานบริการที่เต็มร้อยและความจริงใจในการดูแลลูกค้าทำให้พวกเขาไม่เคยคิดจะเปลี่ยนระบบอีกเลย

2. ระบบพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับคนไทย

คนไทยย่อมรู้จักรูปแบบการทำงานของคนไทยได้ดีที่สุด เพราะระบบที่พัฒนาโดยคนไทยจะเริ่มสร้างระบบจากปัญหาการทำงานของคนไทยโดยเฉพาะ และแน่นอนว่าคนไทยมีความรู้ในการพัฒนา Software ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะนักพัฒนาบ้านเรามีความคิดสร้างสรรค์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงความยืดหยุ่นในการทำงานย่อมเหมาะสมกับธุรกิจของคนไทยแน่นอน

3. ราคาที่เป็นมิตร

ด้วยความที่นักพัฒนาระบบสัญชาติไทยแทบจะ 100 % ต้องการพัฒนาระบบเพื่อให้คนไทยได้ใช้ระบบที่ดีในราคาที่จับต้องได้ โดยปกติระบบใหญ่ ๆ ของต่างประเทศราคาค่อนข้างสูง บริษัทเล็ก ๆ หรือ องค์กรระดับ SME ในบ้านเราอาจจะรับแรงราคาที่สูงไม่ไหว ทำให้มีแต่องค์กรใหญ่ๆระดับ มหาชน ที่จะใช้ระบบเท่านั้น ณ ปัจจุบันนี้มีระบบสเกลใหญ่ ๆ หลายเจ้าที่พัฒนาโดยคนไทยในราคาที่ประหยัด อันสืบเนื่องมาจากเรทเงินเดือนโปรแกรมเมอร์ไทยที่มีราคาต่ำกว่าค่าเงินของต่างประเทศ ทำให้ซอฟต์แวร์ไทยมีราคาที่ประหยัดกว่า

4. โปรแกรมมีความยืดหยุ่นสูง

ด้วย ERP เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีฟังก์ชันสแตนดาร์ดเพื่อใช้ในการทำงานอยู่แล้ว แต่ก็แทบจะทุกองค์กรที่ต้องการให้ปรับปรุงการทำงานให้เข้ากับรูปแบบบริษัทตัวเอง แน่นอนว่าถ้าเป็นระบบใหญ่ ๆ จากต่างประเทศก็ต้องมีการขออนุมัติเป็นปีๆ กว่าดำเนินการได้ แต่ถ้าเป็นระบบไทยด้วยความที่เราพูดภาษาเดียวกัน มีความเข้าอกเข้าใจกันก็จะคุยกันง่าย อยากได้อะไรก็พูดคุยกันได้

หากทานกำลังหาระบบ ERP ที่เป็นมืออาชีพ ให้ระบบขนาดใหญ่ ในราคาที่เป็นมิตร และมีความยืดหยุ่นสูง PlanetOne ERP คือซอฟต์แวร์ที่คุณกำลังตามหา อย่าเสียเวลาลองผิดลองถูก เพราะเราวิเคราะห์ฟังก์ชันการทำงานให้เหมาะกับคนไทยไว้หมดแล้ว นัด Demo ได้ที่นี่

ERP ไทย มีข้อดีอย่างไร ถ้าเทียบกับ ERP ต่างประเทศ ? Read More »

มารู้จักกับ PlanetOne ERP กันเถอะ

PlanetOne ERP

ระบบบริหารจัดการองค์กรแบบครบวงจรที่กล้าการันตีว่าคุณจะได้ระบบที่ตอบโจทย์ และยังเป็นระบบสัญชาติไทย พัฒนาเพื่อธุรกิจของประเทศไทยโดยเฉพาะ ทีมงานคุณภาพที่มีประสบการณ์มากกว่า 25 ปี

หากคุณเป็นผู้ประกอบการและกำลังมองหาตัวช่วยดีๆ ระบบ PlanetOne ERP ถือเป็นตัวเลือกที่สำคัญในการพัฒนาธุรกิจของท่าน เพราะเราดูแลธุรกิจมากกว่า 100 บริษัท มีประสบการณ์ในการดูแลธุรกิจที่หลากหลาย มาดูกันว่า ระบบของเราหลักๆแล้ว ระบบของเรามีอะไรกันบ้าง

 

สามารถสืบค้นข้อมูลการจัดซื้อ ขอซื้อว่ามาจากไหน โดยระบบเชื่อมโยงกับ ระบบขายและระบบการผลิต

สามารถกรอง Supplier ได้

รายงานเปรียบเทียบราคาสินค้า

รายงานวิเคราะห์การสั่งซื้อต่างๆ

บันทึกประวัติลูกค้า

รองรับการคำนวณต้นทุนขายแบบเจาะจง

มีระบบติดตามการสั่งผลิต

กำหนดโปรโมชั่น กำหนดราคา ลดราคา ของแถม แยกตามกลุ่มลูกค้าได้

วิเคราะห์ระบบขายต่างๆ

 

รองรับเจ้าหนี้ลูกหนี้รายตัวแบบสร้างรหัสเดียว และแยกรหัสเจ้าหนี้ลูกหนี้ได้

บันทึกยอดยกมาแยกตามใบแจ้งหนี้ ใบลดหนี้ ใบเพิ่มหนี้ ทำให้หักลดหนี้ภายหลังได้

รองรับส่วนลดได้หลายระดับ

สามารถเรียกดูงบและรายงานได้ทันทีที่ต้องการ (Real time)

สามารถทำเอกสารส่งสรรพากรได้โดยง่าย และถูกต้องตามมาตรฐานกฎหมาย

สามารถพิมพ์รายงาน #ภาษีซื้อ #ภาษีขาย ภาษีที่กำลังเกิดขึ้นและสามารถเปรียบเทียบได้ทันที

สามารถปรับปรุงรายงานภาษีได้ (ปรับปรุงรายงานภาษี แบบมีร่องรอย)

พิมพ์เอกสารใบหักภาษี ณ ที่จ่าย ภ... 3 ,... 53

รายงานภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย

รองรับสต็อคของเสียจากการผลิต

สามารถจัดทำ Barcode, RFID ได้โดยตรงจากฐานข้อมูลจริง

กำหนดคลังสินค้า ที่เก็บได้ไม่จำกัด

รองรับการทำงานต่อเนื่องทันทีโดยยอดยกมา

เก็บต้นทุนเป็นประวัติต่างๆ รวมทั้งต้นทุนแฝง

มีระบบติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวสินค้า และยอดคงเหลือ

รายงานวิเคราะห์ PLM (Product Life Cycle)

ระบบวิเคราะห์สินค้าคงเหลือ ค้างรับ ค้างส่ง จุดสั่งซื้อ รองรับ Barcode ทุกหน้าจอ

#ระบบการผลิต

#MRP #ระบบวางแผนวัตถุดิบ

#SFC #ระบบควบคุมการผลิต

รองรับระบบการผลิตทั้งภายในและภายนอกได้

วางแผนความต้องการวัตถุดิบ เชื่อมโยงกับระบบขายและคลังสินค้า

กำหนดวิธีการผลิต สูตรการผลิตของแต่ละสินค้า

คำนวณต้นทุนการผลิต

อื่นๆ

มารู้จักกับ PlanetOne ERP กันเถอะ Read More »

Scroll to Top