ที่ปรึกษาระบบอีอาร์พี

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีการพัฒนามาเป็นระยะเวลานานแล้ว และระบบอีอาร์พีก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กร

และด้วยความที่ระบบอีอาร์พีนั้นมีมานานแล้วจึงทำให้ในบางครั้งมีรายละเอียดบางอย่างของระบบอีอาร์พีถูกเข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง

ซึ่งในบทความนี้จะนำเสนอ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

เพื่อให้ผู้อ่านได้มีภาพของระบบอีอาร์พีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถมีข้อมูลในอีกหนึ่งมุมมองมาประกอบการตัดสินใจในการวางระบบอีอาร์พี โดย 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้คือ

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

2. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

3. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

4. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

5. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

มีคนบางคนอาจคิดว่า ERP เป็นระบบที่เฉพาะเรื่องบัญชี แต่ในความจริง ERP มีความหลากหลายและครอบคลุมหลายด้านของธุรกิจ เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การตลาด, และการบริหารลูกค้า ซึ่งครอบคลุมทั้งหมดของการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ 4 ข้อแตกต่าง ระหว่างโปรแกรมบัญชี และระบบอีอาร์พี (ERP) ?)

2. ระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

มีคนที่คิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีสามารถใช้ได้ทั้งในบริษัทขนาดเล็ก, กลาง, และใหญ่ การเลือกใช้ระบบอีอาร์พีขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดของธุรกิจ 

ซึ่งในส่วนนี้ทางองค์กรสามารถปรึกษากับผู้ให้บริการอีอาร์พีได้ว่าองค์กรของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีในรูปแบบใด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

3. ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

บางคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

ซึ่งในความเป็นจริงคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบอีอาร์พีก็คือการลงทุนขององค์กรในอีกรูปแบบหนึ่ง

โดยผลตอบแทนของการลงทุนไม่เพียงแค่มาในรูปแบบของต้นทุนที่ลดลงและผลกำไรที่มากขึ้น

แต่ยังรวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรที่สูงขึ้น รวดเร็วขึ้น องค์กรได้ใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งในภาพรวมนั้นถือว่าการลงทุนกับระบบอีอาร์พีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ถูกพัฒนาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ระบบทันกับยุคสมัยทันกับรูปแบบของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และทันสมัยต่อรูปแบบการใช้งานของยูสเซอร์ เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองความต้องการของยูสเซอร์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการบริหารจัดการองค์กร

5. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

มีบางท่านคิดว่ากระบวนการทำงานในองค์กรของตนเอง เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากองค์กรอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

องค์กรจึงมองว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความซับซ้อนและแตกต่างขององค์กรในส่วนนี้ได้

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามาถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการใช้งานขององค์กรได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจเลย (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ประกอบด้วยหลาย ๆ โมดูล ซึ่งครอบคลุมต่อความต้องการในการบริหารจัดการองค์กร โดยระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสามารถใช้ได้ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

ค่าใช้จ่ายของระบบอีอาร์พีถึงแม้จะลงทุนสูงแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า อีกทั้งเป็นเทคโนโลยีที่มีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานขององค์กรได้

ดังนั้นระบบอีอาร์พีจึงเป็นระบบที่มีความพิเศษที่หลากหลาย และเป็นระบบที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างครบถ้วนในทุกมิตินั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด

คุณ พุทธรักษา ตันสุขชัย
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: รบกวนคุณพุทช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะดิฉัน พุทธรักษา ตันสุขชัย นะคะ ตำแหน่ง CSO บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ค่ะทำงานที่บริษัทเบสท์-แพค คอนกรีต (2) มา 12 ปีแล้วค่ะ

BRID: ปัจจุบันบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร

ชื่อบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) เป็นสาขาที่ขยายมาจากบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (1) ที่หนองบัวลำภูค่ะ

ประเภทธุรกิจคือผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็ม ทางสะพาน แผ่นพื้นต่าง ๆ รวมถึงคอนกรีตผสมเสร็จด้วยค่ะ

BRID: การเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไร

บริษัทปัจจุบันเติบโตมาจากบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (1) ที่จังหวัดหนองบัวลำภู
สำหรับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ยอดขายที่บุรีรัมย์อยู่ที่ 300 ล้านต่อปีแล้วก็เติบโตขึ้นทุกปีค่ะ จนถึงล่าสุดก็คือ 500 ล้านต่อปี

แล้วปัจจุบันเราได้ขยายสาขามาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สองสาขารวมกันที่บุรีรัมย์แล้วก็ฉะเชิงเทราเราสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 700 กว่าล้านต่อปี

ซึ่งเราก็มองว่ายังมีโอกาสเติบโตไปได้อีกหลังจากที่เกิดโควิดเราก็น่าจะพัฒนาไปจนถึง 1,000 ล้านต่อปีได้ค่ะ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มมองหาระบบอีอาร์พีคะ

เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางบริษัทเราเป็นในรูปแบบของ Family business

หลังจากลูก ๆ เริ่มเรียนจบแล้วก็เติบโตขึ้นก็จะเริ่มกลับเข้ามาช่วยทำงานธุรกิจที่บ้าน

คุณพ่อคุณแม่ก็มองหาระบบที่จะสามารถให้เราบริหารจัดการธุรกิจของเราในรูปแบบของ Family Business ด้วยความโปร่งใส แล้วก็ตรวจสอบได้ทุกคน เพื่อป้องกันการมีปัญหากันระหว่างพี่น้องจากการทำธุรกิจค่ะ

แล้วก็นอกเหนือจากนั้นก็เพราะว่าเราเริ่มขยายธุรกิจ จากหนองบัวลำภูเราก็เริ่มขยายสาขาไปที่บุรีรัมย์ ทำให้ธุรกิจเรามีการขยายตัวแล้วก็ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งระบบก็จะสามารถช่วยในการบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นค่ะ

BRID: มีการเตรียมตัวก่อนจะวางระบบอีอาร์พีอย่างไรบ้างคะ

ก่อนที่จะมีการ implement เราก็ได้มีการทำความเข้าใจกับพนักงานว่าระบบการทำงานในระบบ manual แบบเดิม take time ในการทำงานอย่างไรบ้าง แล้วก็ความถูกต้องของข้อมูลก็อาจจะน้อยกว่า

แล้วก็ชี้ให้เขาเห็นว่าเมื่อเราใช้ระบบอีอาร์พี เมื่อเรา input ข้อมูลเข้าไปเราสามารถ generate report ออกมาได้ในหลายแบบที่จะให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ซึ่งก็สามารถเซฟเวลาในการทำงานของพนักงานได้ค่ะ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีประโยชน์ต่อการบริหารงานอย่างไรบ้างคะ

เมื่อบริษัทได้วางระบบ PlanetOne ERP มาแล้ว ทางผู้บริหารก็สามารถได้ประโยชน์จากการ implement ได้ค่อนข้างมากค่ะ

ไม่ว่าจะดูการบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในการตัดสินใจในการบริหารธุรกิจ รวมถึงทางด้านบัญชี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ในในทุกแง่มุม ก็สามารถช่วยผู้บริหารได้ค่อนข้างเยอะค่ะ

BRID: หลังจากติดตั้งระบบ PlanetOne ERP ช่วยให้การบริหารจัดการดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ

ถ้าหลังจากที่เรา implement PlanetOne ERP มาเนี่ยก็หลังจากที่เรามีหลาย ๆ สาขาการที่เราใช้ระบบอีอาร์พีทำให้เราสามารถมองภาพรวมได้ง่ายขึ้น

แล้วก็พนักงานต่างสาขาที่ทำงานร่วมกัน ก็สามารถ join ข้อมูลที่เป็นข้อมูลเดียวกัน เป้าหมายเดียวกันได้ง่ายขึ้น

แล้วรวมถึงให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการประกอบการพิจารณาการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น จากการรวมข้อมูลในหลาย ๆ สาขาแล้วก็มาใช้ทำการตัดสินใจค่ะ

BRID: ความประทับใจในบริการหลังการขายของระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

การ support ของระบบ PlanetOne ERP ก็ค่อนข้างรวดเร็วค่ะ เนื่องจากเราจะใช้เป็นไลน์กลุ่ม ซึ่งยูสเซอร์สามารถแจ้งปัญหาเมื่อใช้งานแล้วติดขัดได้ทางไลน์ในทันทีทันใด ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลลูกค้าอยู่ตลอดเวลา

BRID: ความประทับใจจากการใช้งานระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ความประทับใจในตัวระบบ อย่างแรกเลยก็คือความยืดหยุ่นของระบบที่เราสามารถ Customized ได้ตามความต้องการของยูสเซอร์

อย่างของเราเป็นผู้ผลิต ซึ่งอาจจะแตกต่างจากผู้ผลิตในหลาย ๆ อย่างในอุตสาหกรรม เราก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับองค์กรของเราได้

แล้วก็อย่างที่ 2 ถึงแม้ระบบจะมีความยืดหยุ่น แต่ในจุดสำคัญอย่างเช่น ทางด้านบัญชีการจัดซื้อในข้อมูลต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งทำให้ทางผู้บริหารสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้ใช้งานหรือข้อมูลที่ได้ใส่ลงไปเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ

BRID: ขอคำแนะนำสำหรับผู้ที่มองหาระบบอีอาร์พีด้วยค่ะ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีที่จะมาใช้งานในองค์กร การที่เราลงทุนงบประมาณ เราอาจจะมองว่ามันค่อนข้างสูงแต่ถ้าเทียบกับ return on investment ที่เราลงไป ค่อนข้างจะได้กลับมาคุ้มค่ามากกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการสามารถคอนโทรลการสูญเสีย หรือควบคุมการผลิต หรือการนำข้อมูลมาตัดสินใจในการบริหารธุรกิจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ซึ่งการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้นะคะไม่มีแล้วค่ะว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก เรามีแต่ปลาเร็วกินปลาช้าค่ะ เพราะฉะนั้นระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยผู้ประกอบการได้มากทีเดียวค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด Read More »

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

เมื่อองค์กรต้องการวางระบบอีอาร์พีแน่นอนว่ามีข้อมูลหลายอย่างมาก ๆ สำหรับองค์กรที่จะต้องไปทำการบ้านแล้วก็วิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรเอง

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง 3 ปัจจัยเบื้องต้นที่ต้องรู้สำหรับการวางระบบอีอาร์พี โดย 3 ปัจจัยดังกล่าวมีดังนี้คือ

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ข้อดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

การเตรียมพร้อมทางด้านทรัพยากรบุคคลในการวางระบบอีอาร์พีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

เพราะการใช้งานระบบอีอาร์พีในองค์กร จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลย หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรเอง

ซึ่งการจะได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรนั้นก็จะเริ่มมาจากการสื่อสารให้พนักงานในองค์กรได้มีความเข้าใจว่า การใช้ระบบอีอาร์พีนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง

รวมถึงระบบอีอาร์พีช่วยให้การทำงานของพนักงานในองค์กรรวดเร็วขึ้นและง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง

หากองค์กรสามารถสื่อสารกับพนักงานได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือในการใช้ระบบอีอาร์พีของพนักงานในองค์กรก็จะเกิดขึ้น

แล้วองค์กรก็จะสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องใช้ทรัพยากรทางไอทีที่หลากหลายเพื่อให้โครงการมีความสำเร็จและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวอย่างทรัพยากรทางไอทีที่สำคัญที่มักถูกใช้ในการวางระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ผู้ดูแลระบบอีอาร์พี ซึ่งจะเป็นบุคลากรหลักที่จะช่วยให้ระบบอีอาร์พีสามารถดำเนินไปได้ และให้ความช่วยเหลือผู้เข้าใช้งานระบบหากมีปัญหาในการเข้าใช้งาน

อีกหนึ่งทรัพยากรทางไอทีที่มีความสำคัญคือ ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลการเงิน, และข้อมูลสต็อก เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน)

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

กระบวนการในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่กระบวนการแรกไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น…การนัดนำเสนอระบบ, การส่งขอเสนอราคา, การวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ให้บริการอีอาร์พี, การเริ่มต้นวางระบบอีอาร์พี, การเทรนพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี ไปจนถึงขั้นตอนในการ Go Live

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีนอกจากจะลงทุนด้านงบประมาณแล้วยังต้องลงทุนเวลาด้วย เวลาจึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่านต่อ 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

กล่าวโดยสรุป 3 ปัจจัยที่ต้องเข้าใจสำหรับวางระบบอีอาร์พีก็คือ ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที และปัจจัยทางด้านเวลา ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้จะมีผลอย่างมากต่อการวางระบบอีอาร์พีไปจนถึงการใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งหากองค์กรมีการเตรียมความพร้อมในทั้ง 3 ปัจจัยนี้แล้ว การวางระบบอีอาร์พีขององค์กรก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากทีเดียว

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี Read More »

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี หรือองค์กรที่กำลังขยายตัว อาจจะยังมีความลังเลไม่แน่ใจว่าระบบอีอาร์พีนั้นจะเหมาะกับองค์กรตนเองหรือไม่

สำหรับในบทความนี้ผู้เขียนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับคำถามที่ว่า ระบบอีอาร์พีเหมาะกับธุรกิจแบบใด เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีได้สามารถนำข้อมูลนี้กลับไปวิเคราะห์องค์กรของตนเองได้ว่าควรจะวางระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้จะประกอบด้วย

1. ประเภทของธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พี

2. ความแตกต่างของโมดูลต่างๆ ที่ต้องใช้

3. ความแตกต่างของราคาในการวางระบบอีอาร์พี

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ประเภทของธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรทางธุรกิจที่มีการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะแบ่งธุรกิจเป็น 2 ประเภทคือ

1.1 ธุรกิจที่มีระบบผลิต

1.2 ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ในธุรกิจทั้ง 2 ประเภทนี้จะอธิบายให้เข้าใจได้พอสังเขปดังนี้คือ

1.1 ธุรกิจที่มีระบบผลิต

เป็นธุรกิจที่มีกระบวนการผลิตสินค้า เช่น การผลิตเครื่องจักร, การผลิตสินค้าอุตสาหกรรม, หรือการผลิตสินค้าอาหาร

ธุรกิจที่มีระบบผลิตนี้เมื่อมีการวางระบบอีอาร์พีจะต้องวางระบบโดยมีโมดูลผลิตด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ระบบอีอาร์พีมีความแข็งแกร่งในโมดูลผลิต

1.2 ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนี้จะเป็นธุรกิจที่ให้บริการ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง เป็นต้น

ซึ่งธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็จะมี transaction ฝั่งซื้อ ฝั่งขาย คลังสินค้า เป็นจำนวนมาก ในบางองค์กรอาจมีการ process เอกสารเป็นหลักพันเอกสารหรือหลักหมื่นก็มี

2. ความแตกต่างของโมดูลต่างๆ ที่ต้องใช้

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นทั้งธุรกิจที่มีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิตก็จะมีความแตกต่างกันในการเลือกโมดูลของระบบอีอาร์พีมาใช้งานอาทิเช่น

ธุรกิจที่มีระบบผลิต จะต้องการโมดูลสำหรับจัดการระบบผลิตด้วย รวมถึงโมดูลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงาน เช่น โมดูลจัดซื้อ โมดูลขาย โมดูล HR โมดูลจัดการคลังสินค้า โมดูลบัญชี เป็นต้น

ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต จะไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลผลิต แต่ก็ยังคงต้องใช้โมดูลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงาน เช่น โมดูลจัดซื้อ โมดูลขาย โมดูล HR โมดูลจัดการคลังสินค้า โมดูลบัญชี เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ดังนั้นในการวางระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจทั้งแบบมีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิต จะแตกต่างกันตรงที่ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องใช้โมดูลผลิต ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็ไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลผลิตนั่นเอง

3. ความแตกต่างของราคาในการวางระบบอีอาร์พี

จากความแตกต่างของการใช้โมดูลต่าง ๆ ของธุรกิจที่มีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิตนั้น ทำให้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีแตกต่างกันด้วย 

กล่าวแบบง่าย ๆ คือ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องมีโมดูลผลิตเพิ่มเข้ามา และโมดูลอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการองค์กรก็ยังคงต้องมีอยู่

แต่สำหรับธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โมดูลผลิต จึงทำให้ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตใช้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีน้อยกว่าธุรกิจที่มีระบบผลิตนั่นเอง

กล่าวโดยสรุป ในการวางระบบอีอาร์พีจะแบ่งธุรกิจเป็นสองประเภทคือธุรกิจที่มีระบบผลิตและธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ซึ่งธุรกิจทั้งสองแบบนี้จะมีความต้องการโมดูลใช้งานที่แตกต่างกัน

ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องใช้โมดูลผลิตด้วย ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็ไม่ต้องใช้โมดูลผลิต ส่งผลให้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีแตกต่างกันคือ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะงบประมาณสูงกว่าธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนั่นเอง

มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านก็น่าจะพอมองออกแล้วว่าองค์กรของท่านเป็นธุรกิจประเภทใด และเหมาะกับการวางระบบอีอาร์พีแบบไหน ที่จะทำให้องค์กรของท่านสามารถบริหารจัดการได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน Read More »

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นจะมีทั้งฟังก์ชันต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ standard และฟังก์ชันที่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีต้องมีการปรับแต่งหรือ customized เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีให้ดียิ่งขึ้น

แต่ในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะต้อง customized ไปเสียทุกอย่าง เพราะบางอย่างหากทำการ customized ไปแล้วก็อาจทำให้กระทบกับส่วนอื่น ๆ ของการทำงานได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร)

ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้นสำหรับองค์กรที่วางแผนไว้ว่าจะมีการ implement ระบบอีอาร์พีในอนาคต

ซึ่งรายละเอียดของ3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

2. สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

อันที่จริงองค์กรเองก็คงมีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่างในการต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี ซึ่งเหตุผลในการ Customized ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ

  • ต้องการความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น
  • ต้องการดูข้อมูลในรายงานที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม
  • ต้องการให้ระบบคำนวณข้อมูลในเชิงลึกให้ละเอียดกว่าเดิม เป็นต้น

ซึ่งเหตุผลในการ Customized นั้นยิ่งชัดเจนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้การเก็บ requirements ต่าง ๆ ยิ่งสามารถเก็บ requirements ได้ละเอียดมากขึ้นเท่านั้น

2. สิ่งที่ได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พี

สิ่งที่องค์กรจะได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้น นอกจากจะได้ระบบอีอาร์พีที่สามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว องค์กรยังได้ประโยชน์อื่น ๆ จากการ Customized ระบบอีอาร์พีอาทิเช่น

  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้เข้ากับกฎหมายเฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น กฎหมายทางภาษี, กฎหมายการจ้างงาน เป็นต้น
  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้รองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เป็นต้น

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นอย่างไรแล้วก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาแน่นอน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการ customized ในเบื้องต้นก็จะแบ่งเป็น (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

  • ค่าใช้จ่ายในการเก็บ requirements ต่าง ๆ (ในบางกรณีอาจไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้)
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี ที่ต้องทำการปรับแก้ไขคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรม หรือทำการ set configuration บางอย่างใน databaseให้ระบบสามารถทำงานออกมาได้ตามที่องค์กรต้องการ
  • ค่าใช้จ่ายในการเทรนผู้เข้าใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบในส่วนที่มีการ Customized มาแล้ว

กล่าวโดยสรุป 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นคือ เหตุผลที่ต้องทำการ Customized, สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized และค่าใช้จ่ายในการ Customized

ทั้ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมานั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นภาพได้มากขึ้นว่าหากระบบอีอาร์พีไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรได้ในบางเรื่อง การ Customized จะเป็นการช่วยให้ระบบทำงานได้เข้าใกล้กับองค์กรได้มากที่สุด ทั้งนี้ในการ Customized ระบบอีอาร์พีก็เพื่อประโยชน์ในระยะยาวขององค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี Read More »

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อจ่ายแล้วทางองค์กรจะได้รับอะไร หรือทางองค์กรควรจะเตรียมจัดสรรงบประมาณในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)อย่างไร (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นสำหรับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนดังนี้คือ

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยทั้งสามข้อที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

สำหรับค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นจะเป็นค่าใบอนุญาตให้สิทธิในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งในแต่ละผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะมีการคิดอัตราค่า License ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น
  • คิดค่า License ครั้งเดียวแล้วผู้ใช้งานระบบสามารถใช้งานระบบได้ตลอดไป
  • คิดค่า License เป็นรายปีคือทางผู้ใช้บริการจะทำสัญญาจ่ายค่า License เป็นรายปีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • คิดค่า License โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้เข้าใช้งานระบบ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อ License นี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการอีอาร์พีเอง ดังนั้นในแต่ละบริษัทของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจึงมีแนวทางการคิดค่า License ของระบบอีอาร์พีที่แตกต่างกันออกไป

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ค่าใช้จ่ายในส่วนของการฝึกพนักงานในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีการคิดค่าใช้จ่ายในการเทรนการใช้งานระบบเป็นแมนเดย์ 

ตัวอย่าง สมมติว่าอัตราค่าใช้จ่าย 1 แมนเดย์มีค่าเท่ากับ 15,000 บาท ทางผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีต้องการเทรนการใช้งานระบบโดยผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีคิดค่าใช้จ่ายที่ 2 แมนเดย์

ดังนั้นค่าบริการในการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จะคิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 30,000 บาท เป็นต้น

โดยในส่วนของค่าบริการที่คิดเป็นแมนเดย์ก็อาจมีการเจรจาต่อรองกันกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ได้บ้างตามความเหมาะสม (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) )

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิเช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
  • ค่าบริการดูแลระบบ (maintenance)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการสนับสนุนทางเทคนิคในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)
ค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวข้างต้นนี้มักจะมีการทำเป็นสัญญาบริการระหว่างผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งในสัญญาบริการจะระบุชัดเจนว่าทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้อง Support ผู้ใช้บริการในด้านใดบ้าง อาทิเช่น
  • วางระบบอีอาร์พีให้เป็นผลสำเร็จ
  • มีการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
  • มีการดูแลให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานระบบอีอาร์พี
  • มีการดูแลการสำรองข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พี เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะมีค่า License ค่าเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการได้รับการ Support ทางเทคนิคต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือการลงทุนเพื่อใช้งานระบบอีอาร์พี โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนจะมาในรูปแบบของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่สูงขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

3 ข้อเบื้องต้นใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น

  • ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี
  • ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • ศักยภาพของตัวระบบอีอาร์พีเอง
  • ทรัพยาการทางไอทีที่มารองรับการใช้งานระบบอีอาร์พี เป็นต้น

ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีทั้งสิ้น

และเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในเบื้องต้น ในบทความนี้จะยกตัวอย่าง 3 ข้อที่จะทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งตัวอย่างของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

โดยเนื้อหาของแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

ส่วนใหญ่ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีกระบวนการลงทะเบียนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้

โดยคุณอาจต้องกรอกข้อมูลเช่น ชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password)

ซึ่งเมื่อมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน ก็จะต้องมีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

รวมถึงมีการระบุวันหมดอายุของ username และ passwordเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อยูสเซอร์เข้าใช้งานระบบ (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

จำนวน concurrent user คือผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ในหลาย ๆ องค์กรอาจมีการจัดสรรสิทธิ์ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีไว้น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าใช้งานจริง

เนื่องจากในความเป็นจริงผู้เข้าใช้งานระบบไม่จำเป็นต้องเข้าใช้งานพร้อมกันตลอดเวลา แต่อาจสามารถสลับกันใช้งานได้

ดังนั้นในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น เมื่อผู้เข้าใช้งานระบบทำงานบนระบบเสร็จแล้ว ควร log off ออกจากระบบ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีท่านอื่น ๆ ได้เข้าใช้งานระบบต่อ

เป็นการป้องกันไม่ให้ จำนวน concurrent user เกินลิมิตการเข้าใช้งาน จะช่วยให้องค์กรใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการคงประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการอีอาร์พีควรมีการอัปเดตระบบให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตระบบจะช่วยให้ระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

สามารถรองรับฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาใหม่

สามารถนำเข้าข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้น

สามารถ support กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้มากขึ้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป แนวทางการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเบื้องต้นคือ มีการลงทะเบียนสิทธิ์การเข้าใช้งานระบบให้เรียบร้อย

ต่อมาคือจำนวน concurrent user ที่เข้าใช้งานในองค์กรสามารถสลับกันใช้งานได้

รวมถึงจะต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในเบื้องต้นทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ในการวางระบบอีอาร์พี หลาย ๆ องค์กรจะมีความกังวลว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในส่วนงานขององค์กรบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ก็คือ "การ Customized” ระบบอีอาร์พี

และในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจชัดเจนว่าการ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

และจะมีประโยชน์ต่อการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กรอย่างไร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงทั้งหมด 3 หัวข้อดังนี้คือ

1. การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

3. การ Customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การ customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) หมายถึงการปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนระบบ ERP เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษและการทำงานที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร

การ Customized เป็นการทำงานที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในโมดูลตามมาตรฐานทั่วไปของระบบอีอาร์พีที่มีพร้อมให้บริการ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างการ Customized ระบบอีอาร์พีได้แก่

-การปรับเปลี่ยนโมดูลที่มีอยู่

-เพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษ

-การปรับรูปแบบการแสดงผลเมื่อเรียกดูรายงานต่าง ๆ เป็นต้น

ระบบอีอาร์พีมักจะมีโมดูลหลายประการเช่นการบัญชี, การจัดการสต็อก, การผลิต, การขาย, และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ

3. การ customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีความแตกต่างตามขอบเขตของการปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการ

รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมที่ปรึกษาในการวิเคราะห์รายละเอียด, การเก็บ Requirement, การวางแผนแนวทางในการ Customized

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรนใช้ระบบ ในกรณีที่ยูสเซอร์ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานส่วนที่ Customizedได้ด้วยตนเอง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พีไปแล้วพบว่ามีบางจุดที่ระบบอีอาร์พียังไม่ไหลลื่นไปกับกระบวนการทำงานภายในองค์กร

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น Requirement ที่องค์กรต้องการ, โมดูลที่ต้องการ Customized รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ Customized ด้วยเช่นกัน

ซึ่งผลลัพธ์จากการ Customized ระบบอีอาร์พี ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้โดยที่ความยุ่งยากน้อยลงและกระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการวางระบบอีอาร์พี จะสามารถวางระบบได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกมามีส่วนสำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ขององค์กรก็ว่าได้ (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

สำหรับองค์กรที่มองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แน่นอนว่าองค์กรย่อมต้องการที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ในการทำงาน และสามารถ implement ระบบได้จริง

ซึ่งการมองหาที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ ควรทำตาม 5 ขั้นตอนดังนี้คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

2. สำรวจหาทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสบการณ์

3. ทำข้อมูลคุณสมบััติที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)แล้วเปรียบเทียบคุณสมบัติที่บริษัทที่ปรึกษานำเสนอ

4. จัดการประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ได้เลือกไว้

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ

รายละเอียดในแต่ละหัวข้อประกอบด้วย

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่ออะไร
เหตุผลอะไรที่จะต้องวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กร

เช่น มีโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กรที่ซับซ้อนทำให้มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เกิดความล่าช้าในการทำงาน

เนื่องจากบุคลากรในองค์กรไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ทำให้ใช้เวลามากเกินไปในการเรียกดูรายงานต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีกับปัญหาที่เกิดในปัจจุบันเป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ถ้าหากองค์กรสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ออกมาได้ชัดเจน ก็จะทำให้สามารถสื่อสารกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้นองค์กรควรต้องวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะได้กำหนดรายละเอียดในการคุยกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่องค์กรต้องการ

2. สำรวจหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานและสามารถ implement ระบบได้จริง

โดยองค์กรสามารถหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้จากหลายแหล่งข้อมูล อาทิเช่น บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงสอบถามจากบริษัทที่เป็นคู่ค้าหรือบริษัทที่อยู่ใน network เดียวกันกับขององค์กร

โดยการสอบถามข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ของที่ไหน

เมื่อมี list รายชื่อของที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อย่าลืมตรวจสอบผลงานว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่มีผลงานจริง โดยสามารถตรวจสอบได้จากรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการ หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัทที่เคยใช้บริการวางระบบอีอาร์พี (ERP) กับบริษัทที่ปรึกษาที่อยู่ในลิสต์ขององค์กร 

ดังนั้นในการหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะต้องมีลิสต์รายชื่อของบริษัทที่ปรึกษาไว้หลาย ๆ ที่แล้วยังต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่เคยใช้บริการรวมถึงตรวจสอบจากรีวิวที่น่าเชื่อถือได้

3. จัดทำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)

ในส่วนนี้ทางองค์กรจะต้องวิเคราะห์ภายในองค์กรเองว่า กระบวนการการทำงานภายในขององค์กรเป็นอย่างไร กระบวนการทางธุรกิจเป็นอย่างไร

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดในส่วนนี้ควรจะต้องมีทีมของบริษัทที่ปรึกษามาคอยให้คำแนะนำด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่บริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ตนเองมีอยู่ 

เมื่อเปรียบเทียบแล้วทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีจึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณสมบัติของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการจะต้อง customized หรือไม่ หรือสามารถใช้จากโมดูลหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เลยเป็นต้น

4. จัดประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกไว้

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการนั้นบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะสามารถทำให้ได้หรือไม่ในทุก ๆคุณสมบัติที่องค์กรได้ร่างไว้ 

หากทำไม่ได้แล้วต้องมีการ customized จะสามารถ customized ให้กับองค์กรได้หรือไม่

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ไหนที่สมบูรณ์แบบ 100%

ดังนั้นองค์กรจึงควรวิเคราะห์และมองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรได้ใกล้เคียงที่สุด

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ

เมื่อได้มีการประชุมกันในรายละเอียดเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว ทางองค์กรควรขอใบเสนอราคาตามคุณสมบัติที่องค์กรกำหนดไว้

ทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีค่าบริการอะไรบ้าง ก็ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อที่องค์กรจะสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่าองค์กรจะมีประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้หรือไม่

ดังนั้นเมื่อได้มีการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการขอใบเสนอราคาทางองค์กรก็ควรจะสามารถวิเคราะห์และประเมินตนเองได้ด้วยว่ามีความสามารถในการจัดสรรงบประมาณหรือไม่

ซึ่งในส่วนนี้อาจสามารถเจรจาต่อรองงบประมาณในบางส่วนกับที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) )

กล่าวโดยสรุป ในการหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี ทางองค์กรควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จากนั้นเริ่มมองหาข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีที่เหมาะสม แล้วทำการวิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึกร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าระบบอีอาร์พีของบริษัทที่ปรึกษาสามารถตอบสนองในส่วนใดได้บ้าง 

และสุดท้ายคือการขอใบเสนอราคาเพื่อดูว่าองค์กรสามารถจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

คุณ มนัสชัย สกัดกลาง
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

ผมมนัสชัย สกัดกลาง เป็นผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด สาขาหนองบัวลำภู
เข้ามาทำธุรกิจนี้ตั้งปี 2539 นะครับ จนถึงทุกวันนี้ โดยอยู่ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงครับ

สำหรับ เบสท์-แพค คอนกรีตนะครับ ก็เป็นบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จนะครับ
ซึ่งเรามีความชำนาญในเรื่องคอนกรีตเป็นหลัก

เราจะรับความต้องการของลูกค้ามาออกแบบและตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์

โดยที่เราเน้นคุณภาพ มาตรฐาน และการสัดส่งให้ตรงเวลา

BRID: ผลิตภัณฑ์หลักๆ ของเบสท์-แพค คอนกรีต มีอะไรบ้างคะ

ผลิตภัณฑ์ของ เบสท์-แพค นะครับ ประกอบไปด้วยเสาเข็มนะครับ แผ่นพื้นที่ใช้ทั่วไปในการก่อสร้าง

โดยหลัก ๆ แล้วเราจะอยู่ในภาคส่วนของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

นอกจาก เสาเข็ม แผ่นพื้น แล้วเราก็ยังมีพื้นสะพาน

ไม่ว่าจะเป็น Plank-Girder, I-Girder, Box-Girder สำหรับงานก่อสร้าง งานสะพาน ซึ่งเป็นงานที่เป็น infrastructure ของประเทศอยู่แล้วนะครับ เป็นงานโครงสร้าง

โดยบริการของเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้งด้วย นอกจากผลิตแล้วเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้ง รวมไปถึงในเรื่องการออกแบบการทำงาน การออกแบบในรูปแบบผลิตภัณฑ์ ที่เรามีความชำนาญ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่เริ่มมองหาระบบ ERP คะ

เมื่อเราประกอบธุรกิจมาได้สักระยะหนึ่ง เราเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะลดต้นทุนรวมถึงความสำคัญในเรื่องการขยับขยายงาน
ก็ได้มีการมองเห็นว่าต้องมี Tools หรือว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาช่วย ทำให้เราสามารถที่จะบริหารจัดการและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

เลยมีความคิดที่จะมีระบบอีอาร์พี เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเรานะครับ ถึงได้เริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะมาพัฒนาระบบร่วมกัน

BRID: จุดเริ่มต้นในการติดตั้งระบบ PlanetOne ERP คืออะไรคะ

เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าธุรกิจที่เริ่มขยับขยาย จึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่มาช่วย เราจึงเริ่มมองหาพาร์ทเนอร์

ก็ได้มาพบกับทางบริดซึ่งมีโปรดักส์ที่เป็น PlanetOne เป็นโปรแกรมทางด้านอีอาร์พี ซึ่งเราก็มีการคุยกันว่าในการที่เราจะใช้ระบบต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

บริดก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมตัวที่จะวางระบบด้วยกัน

รวมถึงให้คำแนะนำที่เซตระบบบางอย่างที่เราไม่มี เอกสารบางอย่างที่เรายังไม่พร้อม รวมถึงอบรมพนักงานให้เข้าใจระบบอีอาร์พีของ BRID Systems ด้วยครับ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยเหลือในธุรกิจอย่างไรบ้างคะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดของบริษัทที่ทำด้านการผลิตนะครับนั่นก็คือ "การบริหารต้นทุน"

การบริหารต้นทุนคือ เราต้องรู้ต้นทุนที่เราใช้ไปเหมาะสมถูกต้องหรือไม่

หลังจากที่เราใช้ระบบ PlanetOne ERPของ BRID systems ได้มีส่วนช่วยในเรื่องการที่เราจะวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับต้นทุนและการบริหารต้นทุนได้ฉับไวมากขึ้น

ซึ่งเราก็มีการได้พูดคุยกับทางทีม Implementer ของทาง BRID Systems ว่าในการที่เราจะมอนิเตอร์ต้นทุนต้องทำอย่างไร

เราก็ได้คำแนะนำที่ดีมาจาก BRID Systems เพราะว่า BRID Systems นอกจากจะมีบริการเรื่อง Software แล้วยังบริการให้คำปรึกษาเรื่องการวางระบบก็จะมีทีม Implementer มาช่วยเราในเรื่องนี้ให้ตรงตามความต้องการของเรา

BRID: ปัจจุบันทางเบสท์-แพค คอนกรีต ใช้ระบบ PlanetOne ERP มาทั้งหมดกี่ปีคะ

เราก็ใช้ระบบ PlanetOne ERP มา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งระยะเวลาในการใช้เราก็ได้คำแนะนำที่ดีจาก BRID Systems เสมอนะครับในเรื่องของการปรับปรุงพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกัน

นอกจากนั้นหลังจากที่ใช้งานแล้วมีพนักงานที่เข้ามาใหม่ เมื่อติดขัดอะไรทาง BRID Systems ก็ให้คำแนะนำรวมถึงเทรนนิ่งให้ทางพนักงานใหม่เราด้วยนะครับ

BRID: ในมุมมองผู้ใช้งานอะไรคือจุดแข็งของระบบ PlanetOne ERP คะ

จุดเริ่มต้นที่เรามามองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นซอฟต์แวร์ สิ่งที่เรากังวลเสมอก็คือเรื่องของการที่จะมาประยุกต์ใช้ให้มันตรงกับธุรกิจหรือกระบวนการการทำงานของเรา

หลังจากนั้นที่เราไปเจอ BRID Systems ซึ่งเขาก็มีระบบ PlanetOne ERP อยู่แล้วและก็มีการพูดคุยกันก่อนที่จะตกลงที่จะใช้ซอฟต์แวร์

จากระยะเวลาที่ใช้ซอฟต์แวร์จนถึงปัจจุบันนี้ BRID Sysytems มีการปรับปรุงPlanetOne ERP เสมอซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีของ BRID Systems ที่มีโปรดักส์ที่สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราใช้กันมา 10 กว่าปีครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่มองว่าระบบอีอาร์พีมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจคะ

จากมุมมองของผมนะครับในเรื่องการบริหารองค์กรเพื่อให้ทันต่อเวลาสิ่งสำคัญคือข้อมูล ที่ถูกต้องและก็แม่นยำ และรวดเร็ว

ที่ผมเคยพูดไว้ว่า ผมต้องมองหาพาร์ทเนอร์ในการที่จะมาทำงานร่วมกัน เพราะผมเชื่อเสมอว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตออกมามันต้องมีการปรับแต่งก็พยายามหาซอฟต์แวร์หรือองค์กรที่สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้ตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุด

รวมถึงอนาคตข้างหน้าการปรับแต่งต้องง่าย สะดวก และรวดเร็วต่อการตัดสินใจนะครับ นั่นคือเหตุผลที่เราเลือก BRID Systems นะครับ

BRID: มีความประทับใจอะไร ในระบบ PlanetOne ERP บ้างคะ

BRID Systems มีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เหมาะสม เพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้านะครับ

เราก็มองว่า BRID Systems เนี่ยเป็นองค์กร โดยเฉพาะเป็นองค์กรของคนไทย ที่พัฒนาซอฟต์แวร์มาเพื่อคนไทย ถามว่าคนไทยทำเพื่อคนไทยมันคุยกันง่ายนะครับ

อาจจะมีซอฟต์แวร์อื่นที่เป็นซอฟต์แวร์ระดับโลกนะครับแต่เรามองว่าซอฟต์แวร์ไทยมันพูดจาภาษาเดียวกันก็ทำให้สื่อสารกันได้ง่ายในเรื่องการปรับแต่ง

BRID: ช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบ ERP เพื่อมาใช้ในองค์กรหน่อยคะ

ท่านที่มองหาซอฟต์แวร์หรือระบบที่จะมาช่วยตอบโจทย์ สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการมองหาซอฟแวร์ในมุมมองผมนะครับ ก็คือเรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์เอง บริษัทซอฟต์แวร์เอง ในเรื่องการออกแบบ การปรับ การเปลี่ยน ให้ตรงกับความต้องการของเรา

รวมถึงการดูแลหลังการขายที่มีประสิทธิภาพนี่คือปัจจัยหลักในการที่เราจะเลือกซอฟต์แวร์ที่จะมาใช้ในองค์กรครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด Read More »

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรทั้งหมดในทุกระดับ ซึ่งการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานและขนาดของแต่ละองค์กร

โดยระบบ ERP นั้นมีทั้งระบบ ERPที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกและระบบ ERP ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทของคนไทย

ซึ่งระบบ ERP ที่พัฒนาโดยบริษัทต่างประเทศและระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถแบ่งความแตกต่างได้ตามด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ความแตกต่างในภาษาและวัฒนธรรม

2. การรองรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำธุรกิจในท้องถิ่น

3. ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ

โดยแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. ความแตกต่างในภาษาและวัฒนธรรม

ERP ที่พัฒนาในต่างประเทศมักจะถูกสร้างขึ้นโดยเน้นภาษาและวัฒนธรรมของสถานที่นั้น นอกจากนี้การเข้าถึงและการใช้งานของระบบERP ในบริบททางวัฒนธรรมนั้น ๆ ก็อาจมีความแตกต่างกันได้

ในกรณีนี้ข้อสังเกตที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ระบบ ERP ที่พัฒนาจากต่างประเทศจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ในระบบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

แต่ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ในระบบเป็นภาษาไทยประกอบด้วย (Click เพื่ออ่าน 4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย)

2. การรองรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำธุรกิจในท้องถิ่น

ระบบ ERP ที่พัฒนาในแต่ละประเทศมักจะปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อให้ประสิทธิภาพของระบบสามารถประมวลผลและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง

ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถปรับปรุงตัวระบบให้เหมาะสมกับการกำเนินธุรกิจขององค์กรในท้องถิ่นไทย

3. ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ

การปรับปรุงและการพัฒนา ERP ที่พัฒนาโดยบริษัทต่างประเทศอาจจะมีการปรับปรุงและพัฒนาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพธุรกิจที่ก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่า แต่ในขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็สูงกว่าด้วยเช่นกัน

ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยอาจมีค่าใช้จ่ายที่สามารถจัดสรรงบประมาณได้สำหรับธุรกิจของคนไทย (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ )

การเลือกใช้ระบบ ERP ไม่ว่าจะเป็นระบบของคนไทยหรือระบบจากต่างประเทศ ก็ควรพิจารณาให้ดีว่าระบบ ERP ที่ได้เลือกมานั้น ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือไม่ เนื่องจากการวางระบบอีอาร์พีนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง หากวางระบบไปแล้ว แค่ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่านั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร Read More »

ERPไทย

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด

ดร. กฤษณา สุขบุญญสถิตย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ ประเทศไทย จำกัดและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกร

BRID: ดร. กฤษณา ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ค่ะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกรค่ะ

ทำงานที่คาร์เปทเมกเกอร์มาปีนี้จะเป็นปีที่ 20 แล้วค่ะ

BRID: ช่วยแนะนำบริษัท ที่มาของบริษัท และรูปแบบของธุรกิจค่ะ

บริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยผลิตพรมทอมือ ส่งออกให้กับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเช่น โรงแรม 5-6 ดาว fashion shop อย่างที่เราคุ้นๆ กันนะคะ ที่ขายกระเป๋าหรือขายแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ มีให้กับเรือยอตช์ ไพรเวทเจ็ท แล้วก็มีพระราชวัง นี่คือสินค้าที่เราส่งออกจากบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น พนักงานทั้งหมดเป็นคนไทยทั้งหมดเลยค่ะ

เริ่มต้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้วมีพนักงานประมาณ 7 คน วันนี้ก็มีพนักงานเกือบ 700 คน ผลิตภัณฑ์หลักของเราหลักๆ เป็นพรมทอมือเพราะเราต้องการสร้างงาน จากปณิธานของผู้ก่อตั้ง ที่ตั้งใจจะสร้างงานให้กับคนขอนแก่นและชาวอีสานซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างเยอะแต่ว่าเราไม่มีโรงงาน

ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือในชลบุรี ทำให้ทิ้งครอบครัวมีแต่ลูกหลานอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของพนักงานที่ต้องไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ แล้วก็ทิ้งครอบครัวด้วย เลยเป็นที่มาว่าเรามาตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ ที่ใน 40 ปีที่แล้วไม่มีโรงงานเลย โรงงานที่นี่เป็นที่แรก

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบ ERP ให้กับองค์กรคะ

ปัจจุบันนี้เราก็เริ่มทำตลาดในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะเราก็คิดว่าคนไม่ค่อยรู้จักเราเลย แต่ในต่างประเทศก็จะรู้จักกันเพราะว่าเราทำมาหลายปี

ในประเทศไทยเองพอเราเริ่มมาทำเราก็เริ่มต้องมีรายละเอียด มีกิจกรรมที่แตกต่างจากกิจกรรมการส่งออกปกติเดิมของเรา ทำให้เราเริ่มมองว่าจริง ๆ เราจะต้องมีระบบหลังบ้านที่เหมาะสม

เมื่อก่อนเราก็จะซื้อซอฟท์แวร์บัญชีง่าย ๆ มาตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม่กี่พันบาทในตอนเริ่มต้น เพราะเราก็คิดว่าเป็นการแค่บันทึกบัญชีลงไปเฉย ๆ แล้วก็ส่งงบได้ แต่ว่าข้อดีอันนึงของเราเลยก็คือเรามีงบฉบับ เดียวเราไม่มีหลายชุดก็เลยเหมือนทำง่าย

เพียงแต่ว่าพอ transaction ใหญ่ขึ้น กิจการใหญ่ขึ้น ก็เริ่มมีเรื่องของการวิเคราะห์ที่เราอยากจะต้องวิเคราะห์และเห็นภาพของการดำเนินงานที่เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นจะตอบโจทย์อย่างเดียวคือการที่ส่งงบให้กับราชการได้

แต่ตอนหลังเราคิดว่าถ้าเราจะเติบโต เรามีการวางกลยุทธ์ เรามีการต้องใช้ข้อมูล เราอยากจะได้ข้อมูลที่เร็ว ถูกต้อง แล้วก็สามารถที่จะวิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ ได้ทำให้เราเริ่มมองหาโปรแกรมที่มีความเก่งขึ้นมีการตอบโจทย์รายละเอียดได้มากขึ้น

เราก็ศึกษาหลายโปรแกรมค่ะสุดท้ายก็มาเจอกับ PlanetOne ของ BRID เราก็ชอบว่าเป็นโปรแกรมของคนไทย ราคาย่อมเยาว์สำหรับพวกเราซึ่งเป็น SME ไม่อย่างนั้นถ้าเราไปลงระบบใหญ่ของต่างประเทศ ก็รับรองว่าเป็นหลักสิบล้าน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ไหม แต่สำหรับของ PlanetOne ซึ่งก็อยู่ในราคาที่เราสามารถจะจัดการงบประมาณของเราได้

ข้อดีของระบบที่เรามองเห็นคือเข้าใจความเป็นคนไทย เข้าใจ transaction เข้าใจพฤติกรรมของคนไทยมากกว่าฝรั่ง ซึ่งฝรั่งออกแบบมาเขาก็จะออกแบบมารองรับ nature วิธีคิดรูปแบบการทำงานและสไตล์การทำงานของฝรั่ง แต่คนไทยบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่นไม่มากซึ่งกลายเป็นข้อดี

BRID: ช่วยแชร์ประสบการณ์การ implement และการใช้งานระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการองค์กรให้กับผู้อ่านหน่อยค่ะ

ตอนแรก ๆ เรามองว่า โปรแกรมค่อนข้างที่จะล็อคตัวเราเองค่อนข้างเยอะแต่ปรากฏว่าพอใช้งานไปก็ดี เพราะว่าจะทำให้พนักงานไม่เผลอที่จะไปทำรายการแล้วเดี๋ยวลบทิ้ง แล้วก็ทำใหม่ ย้อนกลับไปทำใหม่

อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับตัวระบบเลยค่ะ เพราะจะช่วยให้พนักงานมีวินัยว่าคุณต้องคิดให้ดี มั่นใจในรายละเอียดทั้งหมดก่อนแล้วถึงจะทำ transaction เพราะการทำรายละเอียดนั้นอาจจะแก้ไม่ได้แล้ว เรื่องก็จะต้องให้ supervisor หรือmanager เข้ามารับทราบปัญหานั้น ๆ ซึ่งก็คิดว่าอันนี้เป็นข้อดีของตัวระบบ

และการพัฒนาการทำงานร่วมกันกับทีมตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างของระบบบัญชีกันใหม่ มีการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วโปรแกรมก็มีความยืดหยุ่นที่จะเขียนแล้วก็ตอบสนองความเป็นธุรกิจของเราจริงๆ

เพราะธุรกิจพรมในเมืองไทยจะมีไม่มาก ถ้าธุรกิจเทรดดิ้งหรือธุรกิจผลิตอื่นๆ เขาก็จะมีโมดูลทั่วๆ ไปที่ใช้ได้ แต่พอเป็นของเราซึ่งรายละเอียดค่อนข้างเยอะและเราเป็นพรมที่เป็น customize คือต้องผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ในแต่ละผืนจะไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นรายละเอียดของ bill of material ก็จะแตกต่างกันหมดความยาก รายละเอียดของ transaction จะมาก

เพราะฉะนั้นเราก็มีการมานั่งคุยกับทีมพัฒนาระบบแล้วก็มาวางระบบด้วยกันแล้วก็มาปรับโปรแกรมให้เข้าสู่สิ่งที่เป็น

ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มีที่ต้องปรับเข้าหากันพอสมควรเราก็พยายามให้ทีมพัฒนาเองเรียนรู้สิ่งที่เป็นก่อน แล้วก็พยายามบอกว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นอะไรแล้วจะเจอกันตรงไหน เพราะบางครั้งความต้องการของเราถ้ามาเจอเราทั้งหมดก็กลายเป็นไม่มีระบบก็มีซึ่งก็ไม่ได้ดี ก็เลยคิดว่า อ่ะ…จริง ๆ จุดเหมาะสม

ก็เลยได้ประโยชน์จากมุมมองและแนวคิดของทีมพัฒนาระบบของ BRID ด้วย ที่ช่วยมาแนะนำว่าถ้าเป็นตรงนี้ก็ควรจะใช้วิธีนี้หรือควรจะปรับ ก็มีบ้างที่ต้องทำโปรแกรม API เสริมเข้าไปแต่ในวันนี้เราใช้ BRID มาหลายปีแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวเราสามารถปิดงบได้เร็วขึ้น

เราสามารถเห็นงบการเงินได้เร็วแล้วเราก็เห็นลึกลงไปถึง GP Report เราสามารถบอกได้ว่าพาร์ทที่เป็นปัญหาของการทำงานในแต่ละออเดอร์ในแต่ละจ็อบนั้นมาจากพาร์ทที่เป็น material, labor หรือว่า overhead หรือว่าเป็นส่วนไหน ที่เราจะนำไปสู่การปรับปรุงได้เร็วขึ้น

BRID: บริการหลังการขายและการให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ได้รับจาก PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ประเด็นเรื่องของการบริการหลังการขายนะคะต้องบอกว่าวันนี้คุยกันกับทาง BRID จนกระทั่งเป็นเพื่อนกันไปแล้ว มีอะไรก็ติดต่อได้ คุณเจนเองมาช่วยคุยตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้คุณเจนเองก็ยังดูแลอยู่ แล้วก็มีน้องนก มีทีมงานที่คุยกันแล้วทีมก็สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงระบบของการติดต่อในระบบของเจแทรคก็สามารถทำให้เราสามารถแทรคงานได้ว่าอะไรถึงไหน

แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลัง ๆ ประเด็นต่าง ๆ น้อยลงแต่ถ้าย้อนกลับไปตอนช่วงแรกเนี่ยทีมก็ support เต็มที่ค่ะ

ทีมงานมีบินมาที่ขอนแก่นเพื่อมาคุยกันแล้วก็มานั่งหาข้อสรุป มีการ ZOOM มีการนัดที่จะทำงานร่วมกันหลายรอบในช่วงแรกแต่ตอนนี้ก็จะน้อยลงเพราะทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นแล้ว

BRID: คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กร

ถ้าจะแนะนำให้หาโปรแกรมสักโปรแกรมนึงที่เราจะไม่ถูกทิ้ง PlanetOne ก็จะเป็นโปรแกรมนั้นการให้การสนับสนุนการที่เรามีทีม service ที่อุ่นใจแล้วก็ช่วยเหลือเราตลอดเวลา

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาซอฟท์แวร์สักตัวนึงที่ตอบโจทย์ เราเองเราอยากแนะนำให้ PlanetOne เป็นทางเลือกหนึ่ง

ก็ต้องเรียนว่าตอนที่เราทำการบ้านเราก็ไม่ได้ทำการบ้านแค่โปรแกรมเดียวเราก็ศึกษาหลายโปรแกรมแล้วเราก็พบว่าไม่ได้มีโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งที่ดีที่สุดแต่ PlanetOne จะตอบโจทย์ใกล้เราที่สุดและปรับได้ เข้ามาหาเราได้ใกล้ที่สุดเราเลยตัดสินใจเลือก

โดยงบประมาณ โดยความจำเป็นของเราด้วยเพราะบางอย่างเนี่ยฟีเจอร์เยอะแยะเราก็ไม่ได้ใช้เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีอยู่ใน PlanetOne งบประมาณ การ service เนี่ย สำหรับคาร์เปทเมกเกอร์ก็เป็นโปรแกรมที่เราตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือก PlanetOne

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง

ERP (Enterprise Resource Planning) คือ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และจัดการกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันภายในองค์กรเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้างมีรายละเอียดดังนี้

1. การบริหารจัดการทรัพยากร

ระบบ ERP ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร, รวมถึงบุคคล, วัสดุ, เงิน, และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระบบ ERP ช่วยทำให้การบริหารการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดซื้อ, และการจัดการสต็อกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้

2. การควบคุมกระบวนการธุรกิจ

ระบบ ERP ช่วยในการทำให้กระบวนการธุรกิจภายในองค์กรเป็นไปอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาด, เพิ่มประสิทธิภาพ, ลดค่าใช้จ่าย, ลดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างแต่ละแผนกในองค์กร

4. การปรับปรุงการตัดสินใจ

การรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ทำให้ผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้ด้วยข้อมูลที่สมบูรณ์

ระบบ ERP จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูรายงานแสดงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และเรียลไทม์ (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

5. การปรับปรุงการสื่อสาร

ระบบ ERP ช่วยในการปรับปรุงกระบวนการสื่อสารภายในองค์กร โดยทำให้ข้อมูลเป็นที่เท่าเทียม, ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้อย่างเหมือนกัน

6. การติดตามและรายงาน

ระบบERP ช่วยในการติดตามกระบวนการทางธุรกิจและสร้างรายงานที่ให้ข้อมูลสรุปได้ง่าย เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบสถานะและประสิทธิภาพขององค์กรได้

(Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

7. การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

ระบบERP ช่วยทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

8. ความปลอดภัยของข้อมูล

ระบบ ERP การควบคุมและปกป้องข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ระบบ ERP มีประโยชน์มากมายและช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการขององค์กร หากต้องการติดต่อเพื่อขอนัดเดโม กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง Read More »

Scroll to Top