Author name: Nisachon

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีการพัฒนามาเป็นระยะเวลานานแล้ว และระบบอีอาร์พีก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กร

และด้วยความที่ระบบอีอาร์พีนั้นมีมานานแล้วจึงทำให้ในบางครั้งมีรายละเอียดบางอย่างของระบบอีอาร์พีถูกเข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง

ซึ่งในบทความนี้จะนำเสนอ 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี

เพื่อให้ผู้อ่านได้มีภาพของระบบอีอาร์พีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถมีข้อมูลในอีกหนึ่งมุมมองมาประกอบการตัดสินใจในการวางระบบอีอาร์พี โดย 5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้คือ

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

2. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

3. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

4. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

5. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

ซึ่งในแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. คนมักเข้าใจผิดว่าระบบอีอาร์พีมีเฉพาะระบบบัญชี

มีคนบางคนอาจคิดว่า ERP เป็นระบบที่เฉพาะเรื่องบัญชี แต่ในความจริง ERP มีความหลากหลายและครอบคลุมหลายด้านของธุรกิจ เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การตลาด, และการบริหารลูกค้า ซึ่งครอบคลุมทั้งหมดของการบริหารจัดการองค์กรนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ 4 ข้อแตกต่าง ระหว่างโปรแกรมบัญชี และระบบอีอาร์พี (ERP) ?)

2. ระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

มีคนที่คิดว่าระบบอีอาร์พีเหมาะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีสามารถใช้ได้ทั้งในบริษัทขนาดเล็ก, กลาง, และใหญ่ การเลือกใช้ระบบอีอาร์พีขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดของธุรกิจ 

ซึ่งในส่วนนี้ทางองค์กรสามารถปรึกษากับผู้ให้บริการอีอาร์พีได้ว่าองค์กรของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีในรูปแบบใด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน)

3. ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

บางคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนมาใช้ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อนมาก

ซึ่งในความเป็นจริงคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ระบบอีอาร์พีก็คือการลงทุนขององค์กรในอีกรูปแบบหนึ่ง

โดยผลตอบแทนของการลงทุนไม่เพียงแค่มาในรูปแบบของต้นทุนที่ลดลงและผลกำไรที่มากขึ้น

แต่ยังรวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรที่สูงขึ้น รวดเร็วขึ้น องค์กรได้ใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ ซึ่งในภาพรวมนั้นถือว่าการลงทุนกับระบบอีอาร์พีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า (Click เพื่ออ่านต่อ 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

4. ระบบอีอาร์พีเป็นเทคโนโลยีล้าสมัยไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ถูกพัฒนาและปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ระบบทันกับยุคสมัยทันกับรูปแบบของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และทันสมัยต่อรูปแบบการใช้งานของยูสเซอร์ เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองความต้องการของยูสเซอร์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการบริหารจัดการองค์กร

5. ระบบอีอาร์พีไม่สามารถปรับแต่งได้

มีบางท่านคิดว่ากระบวนการทำงานในองค์กรของตนเอง เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากองค์กรอื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

องค์กรจึงมองว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับความซับซ้อนและแตกต่างขององค์กรในส่วนนี้ได้

แต่ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามาถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการใช้งานขององค์กรได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจเลย (Click เพื่ออ่านต่อ การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ประกอบด้วยหลาย ๆ โมดูล ซึ่งครอบคลุมต่อความต้องการในการบริหารจัดการองค์กร โดยระบบอีอาร์พีมีความยืดหยุ่นสามารถใช้ได้ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

ค่าใช้จ่ายของระบบอีอาร์พีถึงแม้จะลงทุนสูงแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า อีกทั้งเป็นเทคโนโลยีที่มีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานขององค์กรได้

ดังนั้นระบบอีอาร์พีจึงเป็นระบบที่มีความพิเศษที่หลากหลาย และเป็นระบบที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างครบถ้วนในทุกมิตินั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับระบบอีอาร์พี Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด

คุณ พุทธรักษา ตันสุขชัย
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: รบกวนคุณพุทช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะดิฉัน พุทธรักษา ตันสุขชัย นะคะ ตำแหน่ง CSO บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ค่ะทำงานที่บริษัทเบสท์-แพค คอนกรีต (2) มา 12 ปีแล้วค่ะ

BRID: ปัจจุบันบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร

ชื่อบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) เป็นสาขาที่ขยายมาจากบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (1) ที่หนองบัวลำภูค่ะ

ประเภทธุรกิจคือผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ไม่ว่าจะเป็นเสาเข็ม ทางสะพาน แผ่นพื้นต่าง ๆ รวมถึงคอนกรีตผสมเสร็จด้วยค่ะ

BRID: การเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างไร

บริษัทปัจจุบันเติบโตมาจากบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (1) ที่จังหวัดหนองบัวลำภู
สำหรับบริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) ยอดขายที่บุรีรัมย์อยู่ที่ 300 ล้านต่อปีแล้วก็เติบโตขึ้นทุกปีค่ะ จนถึงล่าสุดก็คือ 500 ล้านต่อปี

แล้วปัจจุบันเราได้ขยายสาขามาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สองสาขารวมกันที่บุรีรัมย์แล้วก็ฉะเชิงเทราเราสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 700 กว่าล้านต่อปี

ซึ่งเราก็มองว่ายังมีโอกาสเติบโตไปได้อีกหลังจากที่เกิดโควิดเราก็น่าจะพัฒนาไปจนถึง 1,000 ล้านต่อปีได้ค่ะ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มมองหาระบบอีอาร์พีคะ

เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางบริษัทเราเป็นในรูปแบบของ Family business

หลังจากลูก ๆ เริ่มเรียนจบแล้วก็เติบโตขึ้นก็จะเริ่มกลับเข้ามาช่วยทำงานธุรกิจที่บ้าน

คุณพ่อคุณแม่ก็มองหาระบบที่จะสามารถให้เราบริหารจัดการธุรกิจของเราในรูปแบบของ Family Business ด้วยความโปร่งใส แล้วก็ตรวจสอบได้ทุกคน เพื่อป้องกันการมีปัญหากันระหว่างพี่น้องจากการทำธุรกิจค่ะ

แล้วก็นอกเหนือจากนั้นก็เพราะว่าเราเริ่มขยายธุรกิจ จากหนองบัวลำภูเราก็เริ่มขยายสาขาไปที่บุรีรัมย์ ทำให้ธุรกิจเรามีการขยายตัวแล้วก็ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งระบบก็จะสามารถช่วยในการบริหารจัดการได้ง่ายขึ้นค่ะ

BRID: มีการเตรียมตัวก่อนจะวางระบบอีอาร์พีอย่างไรบ้างคะ

ก่อนที่จะมีการ implement เราก็ได้มีการทำความเข้าใจกับพนักงานว่าระบบการทำงานในระบบ manual แบบเดิม take time ในการทำงานอย่างไรบ้าง แล้วก็ความถูกต้องของข้อมูลก็อาจจะน้อยกว่า

แล้วก็ชี้ให้เขาเห็นว่าเมื่อเราใช้ระบบอีอาร์พี เมื่อเรา input ข้อมูลเข้าไปเราสามารถ generate report ออกมาได้ในหลายแบบที่จะให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ซึ่งก็สามารถเซฟเวลาในการทำงานของพนักงานได้ค่ะ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีประโยชน์ต่อการบริหารงานอย่างไรบ้างคะ

เมื่อบริษัทได้วางระบบ PlanetOne ERP มาแล้ว ทางผู้บริหารก็สามารถได้ประโยชน์จากการ implement ได้ค่อนข้างมากค่ะ

ไม่ว่าจะดูการบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในการตัดสินใจในการบริหารธุรกิจ รวมถึงทางด้านบัญชี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ในในทุกแง่มุม ก็สามารถช่วยผู้บริหารได้ค่อนข้างเยอะค่ะ

BRID: หลังจากติดตั้งระบบ PlanetOne ERP ช่วยให้การบริหารจัดการดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ

ถ้าหลังจากที่เรา implement PlanetOne ERP มาเนี่ยก็หลังจากที่เรามีหลาย ๆ สาขาการที่เราใช้ระบบอีอาร์พีทำให้เราสามารถมองภาพรวมได้ง่ายขึ้น

แล้วก็พนักงานต่างสาขาที่ทำงานร่วมกัน ก็สามารถ join ข้อมูลที่เป็นข้อมูลเดียวกัน เป้าหมายเดียวกันได้ง่ายขึ้น

แล้วรวมถึงให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการประกอบการพิจารณาการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น จากการรวมข้อมูลในหลาย ๆ สาขาแล้วก็มาใช้ทำการตัดสินใจค่ะ

BRID: ความประทับใจในบริการหลังการขายของระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

การ support ของระบบ PlanetOne ERP ก็ค่อนข้างรวดเร็วค่ะ เนื่องจากเราจะใช้เป็นไลน์กลุ่ม ซึ่งยูสเซอร์สามารถแจ้งปัญหาเมื่อใช้งานแล้วติดขัดได้ทางไลน์ในทันทีทันใด ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลลูกค้าอยู่ตลอดเวลา

BRID: ความประทับใจจากการใช้งานระบบ PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ความประทับใจในตัวระบบ อย่างแรกเลยก็คือความยืดหยุ่นของระบบที่เราสามารถ Customized ได้ตามความต้องการของยูสเซอร์

อย่างของเราเป็นผู้ผลิต ซึ่งอาจจะแตกต่างจากผู้ผลิตในหลาย ๆ อย่างในอุตสาหกรรม เราก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับองค์กรของเราได้

แล้วก็อย่างที่ 2 ถึงแม้ระบบจะมีความยืดหยุ่น แต่ในจุดสำคัญอย่างเช่น ทางด้านบัญชีการจัดซื้อในข้อมูลต่าง ๆ ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งทำให้ทางผู้บริหารสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เราได้ใช้งานหรือข้อมูลที่ได้ใส่ลงไปเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ

BRID: ขอคำแนะนำสำหรับผู้ที่มองหาระบบอีอาร์พีด้วยค่ะ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีที่จะมาใช้งานในองค์กร การที่เราลงทุนงบประมาณ เราอาจจะมองว่ามันค่อนข้างสูงแต่ถ้าเทียบกับ return on investment ที่เราลงไป ค่อนข้างจะได้กลับมาคุ้มค่ามากกว่าเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการสามารถคอนโทรลการสูญเสีย หรือควบคุมการผลิต หรือการนำข้อมูลมาตัดสินใจในการบริหารธุรกิจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ซึ่งการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้นะคะไม่มีแล้วค่ะว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก เรามีแต่ปลาเร็วกินปลาช้าค่ะ เพราะฉะนั้นระบบอีอาร์พีจะสามารถช่วยผู้ประกอบการได้มากทีเดียวค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต (2) จำกัด Read More »

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี

เมื่อองค์กรต้องการวางระบบอีอาร์พีแน่นอนว่ามีข้อมูลหลายอย่างมาก ๆ สำหรับองค์กรที่จะต้องไปทำการบ้านแล้วก็วิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรเอง

ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึง 3 ปัจจัยเบื้องต้นที่ต้องรู้สำหรับการวางระบบอีอาร์พี โดย 3 ปัจจัยดังกล่าวมีดังนี้คือ

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ข้อดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล

การเตรียมพร้อมทางด้านทรัพยากรบุคคลในการวางระบบอีอาร์พีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

เพราะการใช้งานระบบอีอาร์พีในองค์กร จะไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลย หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรเอง

ซึ่งการจะได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากพนักงานในองค์กรนั้นก็จะเริ่มมาจากการสื่อสารให้พนักงานในองค์กรได้มีความเข้าใจว่า การใช้ระบบอีอาร์พีนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง

รวมถึงระบบอีอาร์พีช่วยให้การทำงานของพนักงานในองค์กรรวดเร็วขึ้นและง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง

หากองค์กรสามารถสื่อสารกับพนักงานได้เป็นอย่างดี ความร่วมมือในการใช้ระบบอีอาร์พีของพนักงานในองค์กรก็จะเกิดขึ้น

แล้วองค์กรก็จะสามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

2. ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที

การวางระบบอีอาร์พี (ERP) ต้องใช้ทรัพยากรทางไอทีที่หลากหลายเพื่อให้โครงการมีความสำเร็จและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวอย่างทรัพยากรทางไอทีที่สำคัญที่มักถูกใช้ในการวางระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ผู้ดูแลระบบอีอาร์พี ซึ่งจะเป็นบุคลากรหลักที่จะช่วยให้ระบบอีอาร์พีสามารถดำเนินไปได้ และให้ความช่วยเหลือผู้เข้าใช้งานระบบหากมีปัญหาในการเข้าใช้งาน

อีกหนึ่งทรัพยากรทางไอทีที่มีความสำคัญคือ ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลการเงิน, และข้อมูลสต็อก เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน)

3. ปัจจัยทางด้านเวลา

กระบวนการในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่กระบวนการแรกไปจนถึงกระบวนการสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น…การนัดนำเสนอระบบ, การส่งขอเสนอราคา, การวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ให้บริการอีอาร์พี, การเริ่มต้นวางระบบอีอาร์พี, การเทรนพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี ไปจนถึงขั้นตอนในการ Go Live

ดังนั้นการวางระบบอีอาร์พีนอกจากจะลงทุนด้านงบประมาณแล้วยังต้องลงทุนเวลาด้วย เวลาจึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการวางระบบอีอาร์พีด้วยเช่นกัน (Click เพื่ออ่านต่อ 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

กล่าวโดยสรุป 3 ปัจจัยที่ต้องเข้าใจสำหรับวางระบบอีอาร์พีก็คือ ปัจจัยทางด้านทรัพยากรบุคคล ปัจจัยทางด้านทรัพยากรทางไอที และปัจจัยทางด้านเวลา ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้จะมีผลอย่างมากต่อการวางระบบอีอาร์พีไปจนถึงการใช้งานระบบอีอาร์พี

ซึ่งหากองค์กรมีการเตรียมความพร้อมในทั้ง 3 ปัจจัยนี้แล้ว การวางระบบอีอาร์พีขององค์กรก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากทีเดียว

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ปัจจัยต้องรู้สำหรับวางระบบอีอาร์พี Read More »

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พี หรือองค์กรที่กำลังขยายตัว อาจจะยังมีความลังเลไม่แน่ใจว่าระบบอีอาร์พีนั้นจะเหมาะกับองค์กรตนเองหรือไม่

สำหรับในบทความนี้ผู้เขียนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับคำถามที่ว่า ระบบอีอาร์พีเหมาะกับธุรกิจแบบใด เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีได้สามารถนำข้อมูลนี้กลับไปวิเคราะห์องค์กรของตนเองได้ว่าควรจะวางระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ (Click เพื่ออ่านต่อ 5 คำถามยอดฮิต! เกี่ยวกับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้จะประกอบด้วย

1. ประเภทของธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พี

2. ความแตกต่างของโมดูลต่างๆ ที่ต้องใช้

3. ความแตกต่างของราคาในการวางระบบอีอาร์พี

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. ประเภทของธุรกิจที่ใช้ระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรทางธุรกิจที่มีการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะแบ่งธุรกิจเป็น 2 ประเภทคือ

1.1 ธุรกิจที่มีระบบผลิต

1.2 ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ในธุรกิจทั้ง 2 ประเภทนี้จะอธิบายให้เข้าใจได้พอสังเขปดังนี้คือ

1.1 ธุรกิจที่มีระบบผลิต

เป็นธุรกิจที่มีกระบวนการผลิตสินค้า เช่น การผลิตเครื่องจักร, การผลิตสินค้าอุตสาหกรรม, หรือการผลิตสินค้าอาหาร

ธุรกิจที่มีระบบผลิตนี้เมื่อมีการวางระบบอีอาร์พีจะต้องวางระบบโดยมีโมดูลผลิตด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พีที่ระบบอีอาร์พีมีความแข็งแกร่งในโมดูลผลิต

1.2 ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนี้จะเป็นธุรกิจที่ให้บริการ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจค้าส่ง เป็นต้น

ซึ่งธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็จะมี transaction ฝั่งซื้อ ฝั่งขาย คลังสินค้า เป็นจำนวนมาก ในบางองค์กรอาจมีการ process เอกสารเป็นหลักพันเอกสารหรือหลักหมื่นก็มี

2. ความแตกต่างของโมดูลต่างๆ ที่ต้องใช้

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นทั้งธุรกิจที่มีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิตก็จะมีความแตกต่างกันในการเลือกโมดูลของระบบอีอาร์พีมาใช้งานอาทิเช่น

ธุรกิจที่มีระบบผลิต จะต้องการโมดูลสำหรับจัดการระบบผลิตด้วย รวมถึงโมดูลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงาน เช่น โมดูลจัดซื้อ โมดูลขาย โมดูล HR โมดูลจัดการคลังสินค้า โมดูลบัญชี เป็นต้น

ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต จะไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลผลิต แต่ก็ยังคงต้องใช้โมดูลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินงาน เช่น โมดูลจัดซื้อ โมดูลขาย โมดูล HR โมดูลจัดการคลังสินค้า โมดูลบัญชี เป็นต้น (Click เพื่ออ่านต่อ ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร)

ดังนั้นในการวางระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจทั้งแบบมีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิต จะแตกต่างกันตรงที่ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องใช้โมดูลผลิต ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็ไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลผลิตนั่นเอง

3. ความแตกต่างของราคาในการวางระบบอีอาร์พี

จากความแตกต่างของการใช้โมดูลต่าง ๆ ของธุรกิจที่มีระบบผลิตและไม่มีระบบผลิตนั้น ทำให้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีแตกต่างกันด้วย 

กล่าวแบบง่าย ๆ คือ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องมีโมดูลผลิตเพิ่มเข้ามา และโมดูลอื่น ๆ ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการองค์กรก็ยังคงต้องมีอยู่

แต่สำหรับธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โมดูลผลิต จึงทำให้ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตใช้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีน้อยกว่าธุรกิจที่มีระบบผลิตนั่นเอง

กล่าวโดยสรุป ในการวางระบบอีอาร์พีจะแบ่งธุรกิจเป็นสองประเภทคือธุรกิจที่มีระบบผลิตและธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิต

ซึ่งธุรกิจทั้งสองแบบนี้จะมีความต้องการโมดูลใช้งานที่แตกต่างกัน

ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะต้องใช้โมดูลผลิตด้วย ธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตก็ไม่ต้องใช้โมดูลผลิต ส่งผลให้งบประมาณในการวางระบบอีอาร์พีแตกต่างกันคือ ธุรกิจที่มีระบบผลิตจะงบประมาณสูงกว่าธุรกิจที่ไม่มีระบบผลิตนั่นเอง

มาถึงตรงนี้แล้วผู้อ่านก็น่าจะพอมองออกแล้วว่าองค์กรของท่านเป็นธุรกิจประเภทใด และเหมาะกับการวางระบบอีอาร์พีแบบไหน ที่จะทำให้องค์กรของท่านสามารถบริหารจัดการได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Click เพื่ออ่านต่อ ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ธุรกิจของท่านเหมาะกับระบบอีอาร์พีแบบไหน Read More »

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี

ในความเป็นจริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก ซึ่งการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นจะมีทั้งฟังก์ชันต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ standard และฟังก์ชันที่ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีต้องมีการปรับแต่งหรือ customized เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีให้ดียิ่งขึ้น

แต่ในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้นไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะต้อง customized ไปเสียทุกอย่าง เพราะบางอย่างหากทำการ customized ไปแล้วก็อาจทำให้กระทบกับส่วนอื่น ๆ ของการทำงานได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร)

ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้นสำหรับองค์กรที่วางแผนไว้ว่าจะมีการ implement ระบบอีอาร์พีในอนาคต

ซึ่งรายละเอียดของ3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

2. สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized

โดยรายละเอียดของแต่ละข้อมีดังนี้คือ

1. เหตุผลที่ต้องทำการ Customized

อันที่จริงองค์กรเองก็คงมีเหตุผลอยู่ไม่กี่อย่างในการต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี ซึ่งเหตุผลในการ Customized ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ

  • ต้องการความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น
  • ต้องการดูข้อมูลในรายงานที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม
  • ต้องการให้ระบบคำนวณข้อมูลในเชิงลึกให้ละเอียดกว่าเดิม เป็นต้น

ซึ่งเหตุผลในการ Customized นั้นยิ่งชัดเจนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้การเก็บ requirements ต่าง ๆ ยิ่งสามารถเก็บ requirements ได้ละเอียดมากขึ้นเท่านั้น

2. สิ่งที่ได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พี

สิ่งที่องค์กรจะได้จากการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้น นอกจากจะได้ระบบอีอาร์พีที่สามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว องค์กรยังได้ประโยชน์อื่น ๆ จากการ Customized ระบบอีอาร์พีอาทิเช่น

  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้เข้ากับกฎหมายเฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น กฎหมายทางภาษี, กฎหมายการจ้างงาน เป็นต้น
  • ระบบอีอาร์พีที่ Customized มาแล้วจะถูกปรับให้รองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เป็นต้น

3. ค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นอย่างไรแล้วก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาแน่นอน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการ customized ในเบื้องต้นก็จะแบ่งเป็น (Click เพื่ออ่าน ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง )

  • ค่าใช้จ่ายในการเก็บ requirements ต่าง ๆ (ในบางกรณีอาจไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้)
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี ที่ต้องทำการปรับแก้ไขคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรม หรือทำการ set configuration บางอย่างใน databaseให้ระบบสามารถทำงานออกมาได้ตามที่องค์กรต้องการ
  • ค่าใช้จ่ายในการเทรนผู้เข้าใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบในส่วนที่มีการ Customized มาแล้ว

กล่าวโดยสรุป 3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นคือ เหตุผลที่ต้องทำการ Customized, สิ่งที่ต้องการได้จากการ Customized และค่าใช้จ่ายในการ Customized

ทั้ง 3 ข้อที่ได้กล่าวมานั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นภาพได้มากขึ้นว่าหากระบบอีอาร์พีไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรได้ในบางเรื่อง การ Customized จะเป็นการช่วยให้ระบบทำงานได้เข้าใกล้กับองค์กรได้มากที่สุด ทั้งนี้ในการ Customized ระบบอีอาร์พีก็เพื่อประโยชน์ในระยะยาวขององค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อต้องรู้หากต้องการ Customized ระบบอีอาร์พี Read More »

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการวางระบบ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อจ่ายแล้วทางองค์กรจะได้รับอะไร หรือทางองค์กรควรจะเตรียมจัดสรรงบประมาณในการวางระบบอีอาร์พี (ERP)อย่างไร (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นสำหรับการวางระบบอีอาร์พี (ERP) โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนดังนี้คือ

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP)

โดยทั้งสามข้อที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นมีรายละเอียดดังนี้

1. ค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

สำหรับค่าใช้จ่าย License การใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นจะเป็นค่าใบอนุญาตให้สิทธิในการเข้าใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP) ซึ่งในแต่ละผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ก็จะมีการคิดอัตราค่า License ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น
  • คิดค่า License ครั้งเดียวแล้วผู้ใช้งานระบบสามารถใช้งานระบบได้ตลอดไป
  • คิดค่า License เป็นรายปีคือทางผู้ใช้บริการจะทำสัญญาจ่ายค่า License เป็นรายปีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • คิดค่า License โดยอ้างอิงจากจำนวนผู้เข้าใช้งานระบบ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อ License นี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการอีอาร์พีเอง ดังนั้นในแต่ละบริษัทของผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจึงมีแนวทางการคิดค่า License ของระบบอีอาร์พีที่แตกต่างกันออกไป

2. ค่าใช้จ่ายในการฝึกพนักงานในการใช้งานระบบอีอาร์พี (ERP)

ค่าใช้จ่ายในส่วนของการฝึกพนักงานในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) นั้นทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะมีการคิดค่าใช้จ่ายในการเทรนการใช้งานระบบเป็นแมนเดย์ 

ตัวอย่าง สมมติว่าอัตราค่าใช้จ่าย 1 แมนเดย์มีค่าเท่ากับ 15,000 บาท ทางผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีต้องการเทรนการใช้งานระบบโดยผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีคิดค่าใช้จ่ายที่ 2 แมนเดย์

ดังนั้นค่าบริการในการเทรนการใช้งานระบบอีอาร์พี จะคิดเป็นจำนวนเงินเท่ากับ 30,000 บาท เป็นต้น

โดยในส่วนของค่าบริการที่คิดเป็นแมนเดย์ก็อาจมีการเจรจาต่อรองกันกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี (ERP) ได้บ้างตามความเหมาะสม (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งต้องทำเมื่อพนักงานในองค์กรยังไม่เคยใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) )

3. ค่าใช้จ่ายในการรับบริการด้านอื่น ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาทิเช่น

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางระบบอีอาร์พี (ERP)
  • ค่าบริการดูแลระบบ (maintenance)
  • ค่าใช้จ่ายด้านการสนับสนุนทางเทคนิคในการใช้ระบบอีอาร์พี (ERP)
ค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวข้างต้นนี้มักจะมีการทำเป็นสัญญาบริการระหว่างผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีกับผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งในสัญญาบริการจะระบุชัดเจนว่าทางผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้อง Support ผู้ใช้บริการในด้านใดบ้าง อาทิเช่น
  • วางระบบอีอาร์พีให้เป็นผลสำเร็จ
  • มีการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
  • มีการดูแลให้คำปรึกษาปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งานระบบอีอาร์พี
  • มีการดูแลการสำรองข้อมูลให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พี เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการวางระบบอีอาร์พีนั้นจะมีค่า License ค่าเทรนการใช้งานระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการได้รับการ Support ทางเทคนิคต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือการลงทุนเพื่อใช้งานระบบอีอาร์พี โดยที่ผลตอบแทนของการลงทุนจะมาในรูปแบบของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรที่สูงขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) มีอะไรบ้าง Read More »

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

3 ข้อเบื้องต้นใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น

  • ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พี
  • ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี
  • ศักยภาพของตัวระบบอีอาร์พีเอง
  • ทรัพยาการทางไอทีที่มารองรับการใช้งานระบบอีอาร์พี เป็นต้น

ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบอีอาร์พีทั้งสิ้น

และเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในเบื้องต้น ในบทความนี้จะยกตัวอย่าง 3 ข้อที่จะทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งตัวอย่างของแต่ละหัวข้อมีดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

โดยเนื้อหาของแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. มีการลงทะเบียนสิทธิ์ใช้งาน

ส่วนใหญ่ระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีกระบวนการลงทะเบียนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้

โดยคุณอาจต้องกรอกข้อมูลเช่น ชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password)

ซึ่งเมื่อมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน ก็จะต้องมีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงฟังก์ชันหรือโมดูลต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

รวมถึงมีการระบุวันหมดอายุของ username และ passwordเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อยูสเซอร์เข้าใช้งานระบบ (Click เพื่ออ่านต่อ 3 ข้อดีของการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

2. จำนวน concurrent user ต้องไม่เกินลิมิตการเข้าใช้งาน

จำนวน concurrent user คือผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ในหลาย ๆ องค์กรอาจมีการจัดสรรสิทธิ์ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีไว้น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าใช้งานจริง

เนื่องจากในความเป็นจริงผู้เข้าใช้งานระบบไม่จำเป็นต้องเข้าใช้งานพร้อมกันตลอดเวลา แต่อาจสามารถสลับกันใช้งานได้

ดังนั้นในการใช้งานระบบอีอาร์พีนั้น เมื่อผู้เข้าใช้งานระบบทำงานบนระบบเสร็จแล้ว ควร log off ออกจากระบบ เพื่อให้ผู้เข้าใช้งานระบบอีอาร์พีท่านอื่น ๆ ได้เข้าใช้งานระบบต่อ

เป็นการป้องกันไม่ให้ จำนวน concurrent user เกินลิมิตการเข้าใช้งาน จะช่วยให้องค์กรใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น (Click เพื่ออ่านต่อ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเป็นการคงประสิทธิภาพและเพิ่มศักยภาพการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้ให้บริการอีอาร์พีควรมีการอัปเดตระบบให้กับผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตระบบจะช่วยให้ระบบอีอาร์พีมีประสิทธิภาพมากขึ้นในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น

สามารถรองรับฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาใหม่

สามารถนำเข้าข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้น

สามารถ support กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้มากขึ้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป แนวทางการใช้งานระบบอีอาร์พีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเบื้องต้นคือ มีการลงทะเบียนสิทธิ์การเข้าใช้งานระบบให้เรียบร้อย

ต่อมาคือจำนวน concurrent user ที่เข้าใช้งานในองค์กรสามารถสลับกันใช้งานได้

รวมถึงจะต้องมีการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในเบื้องต้นทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

3 ข้อเบื้องต้น ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างมีประสิทธิภาพ Read More »

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ระบบอีอาร์พีคืออะไร

หลาย ๆ องค์กรอาจเคยได้ยินถึงคำว่าระบบอีอาร์พีกันมาบ้างแล้ว บางองค์กรอาจกำลังมองหาระบบอีอาร์พีอยู่ ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงความหมายของระบบอีอาร์พีโดยสังเขปว่าระบบอีอาร์พีคืออะไร และจะมีวิธีการวางระบบให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นได้อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในเบื้องต้น สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีหรือผู้ให้บริการระบบอีอาร์พี

โดยเนื้อหาในบทความจะประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ในแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีคืออะไร

Enterprise Resource Planning (ERP) หรือระบบอีอาร์พี คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรหรือกิจการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยระบบอีอาร์พีจะรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดภายในองค์กรได้แก่ บุคคลากรทั้งภายในและภายนอก, วัสดุ, เงินทุน, การผลิต, การขาย, การบริการ, และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เข้ามาไว้ในระบบเดียวกัน และทุกคนในองค์กรใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบอีอาร์พีช่วยในการทำให้ข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดเป็นเชิงระบบ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความรอบคอบและรวดเร็วมากขึ้น

ระบบอีอาร์พีสามารถรวมข้อมูลจากระบบที่แตกต่างกันภายในองค์กร แล้วเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเป็นระบบเดียว ทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่าย และช่วยลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล

ระบบอีอาร์พีจะมีโมดูลที่หลากหลาย เช่น การบัญชีและการเงิน, การจัดการคลังสินค้า, การผลิต, การจัดการโครงการ, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การขายและการตลาด

นอกจากนี้ระบบอีอาร์พียังมีโมดูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ระบบบริหารงานบุคคล (HR), ระบบ CRM และ Asset Management เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

การใช้ระบบ ERP ทำให้องค์กรสามารถให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมธุรกิจได้รวดเร็ว อาทิเช่น ตอบสนองต่อการผลิตสินค้าได้ทันท่วงทีตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

อีกทั้งระบบอีอาร์พียังมีความยืดหยุ่น และทำให้ผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทำงานภายในองค์กรทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

2. การวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีให้ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ควรดำเนินการดังนี้

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

โดยรายละเอียดในแต่ละข้อมีดังนี้คือ

2.1 วางแผนและกำหนดเป้าหมาย

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการวางระบบอีอาร์พีว่าองค์กรต้องการอะไร เช่น

เป็นองค์กรทางธุรกิจที่มีระบบผลิตโดยเป็นการผลิตที่รายละเอียดของ bill of material แตกต่างกันและไม่ซ้ำกันเลยทำให้บริหารจัดการการผลิตได้ยาก จึงต้องการระบบอีอาร์พีที่มีโมดูลการผลิตมารองรับในส่วนนี้

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ เป็นธุรกิจที่มีหลายสาขา ซึ่งผู้บริหารต้องการให้ข้อมูลการทำงานของแต่ละสาขาสามารถเชื่อมโยงกันได้ และพนักงานทุกคนในทุกสาขาสามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการวางระบบอีอาร์พีขององค์กรจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากในการค้นหาผู้ให้บริการอีอาร์พีที่เหมาะสม

2.2 จัดอบรมให้กับพนักงานหรือผู้เข้าใช้งานระบบ

ในการวางระบบอีอาร์พี การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถใช้งานระบบอีอาร์พีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งในการเทรนควรให้ผู้ใช้งานระบบได้ทดลองคีย์ข้อมูล รวมถึงเลือกเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่ระบบกำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบสามารถรันระบบได้อย่างสมบูรณ์

2.3 มีทีม Super User ที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน

Super user เป็นตัวแทนหลักที่ช่วยสนับสนุนและบริหารระบบอีอาร์พีในองค์กร เป็นกลุ่ม userที่มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการใช้งานและการจัดการข้อมูลในระบบอีอาร์พี

Super user ถือเป็นบุคคลากรที่สนับสนุนให้เพื่อนร่วมงานในองค์กรได้ใช้งานระบบอีอาร์พีอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ในบางครั้ง super user จะมีหน้าที่ดัดแปลงและปรับแต่งระบบอีอาร์พีตามความต้องการขององค์กร รวมถึงการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง, การกำหนดค่าต่างๆ และการจัดการข้อมูลที่จำเป็น

กล่าวโดยสรุป ระบบอีอาร์พีคือระบบบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกระบวนการภายในองค์กรให้ทำงานอย่างมีระเบียบ ไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีนั้น เบื้องต้นองค์กรต้องมัวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร รวมถึงมีการจัดเทรนการใช้ระบบอีอาร์พีให้กับพนักงานในองค์กร ให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างเต็มศักยภาพของตัวระบบ อีกทั้งยังควรมีกลุ่ม Super user มาคอยดูแลการใช้งานระบบอีอาร์พีของเพื่อนร่วมงานในองค์กร และดูแลระบบอีอาร์พีขององค์กรตามที่จำเป็น

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี

สำหรับองค์กรหลาย ๆ องค์กรที่ต้องวางระบบอีอาร์พีต่างก็ทราบดีว่าการทำงานภายในองค์กรของตนเองนั้นจะมีรายละเอียดในเชิงลึกบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ

ซึ่งก็เป็นที่มาของความกังวลว่าเมื่อวางระบบอีอาร์พีแล้ว ในส่วนของรายละเอียดในการทำงานที่เฉพาะเจาะจงมาก ๆ นี้ระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์ในการทำงานขององค์กรได้หรือไม่

ในความเป็นจริงนั้นระบบอีอาร์พีเองได้ถูกพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และให้ตอบสนองต่อรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ

ซึ่งในบทความนี้จะยกตัวอย่างความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีที่สามารถพัฒนาให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กร 3 ข้อดังนี้

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

โดยในแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ระบบอีอาร์พีที่ได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป

บางระบบอีอาร์พีได้รวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไป เช่น

การใช้งานบนคลาวด์

การให้บริการผ่านเว็บ (Web-based services)

การทำงานบนแพลตฟอร์มที่เปิด (open platform)

ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ระบบอีอาร์พีมีความสามารถในการปรับแต่งและขยายขนาดของระบบอีอาร์พีได้ง่ายขึ้น (Click เพื่ออ่าน ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง)

2. ระบบอีอาร์พีที่มีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้

ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมักจะมีการให้ผู้ใช้ทำการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของธุรกิจอาทิเช่น การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก การสร้างรายงานที่กำหนดเอง และการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันและโมดูลอื่น ๆ ที่มีอยู่

ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ทางองค์กรสามารถปรับแต่งได้โดยการ Customized ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจขององค์กรเอง (Click เพื่ออ่าน การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร )

3. ระบบอีอาร์พีที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้

การเชื่อมต่อระบบอีอาร์พี (ERP) กับระบบอื่น ๆ มีหลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรโตคอลและการออกแบบของระบบที่จะทำการเชื่อมต่อ ยกตัวอย่างวิธีที่ได้รับความนิยมคือ

การใช้ API (Application Programming Interface)

ซึ่งการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลและฟังก์ชันจากระบบอีอาร์พีในแอปพลิเคชันอื่น ๆ หรือระบบภายนอกได้ในลักษณะที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีคือความยืดหยุ่นของระบบซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีใหญ่ หนึ่งข้อที่ต้องรู้ เนื่องจากเมื่อทางองค์กรเข้าใจถึงความยืดหยุ่นของระบบอีอาร์พีนี้ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของระบบที่สามารถขยายได้อย่างไม่จำกัด ความสามารถในการปรับแต่งระบบได้ตามต้องการ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอีอาร์พีกับระบบอื่น ก็จะทำให้องค์กรสามารถวางใจได้ว่าระบบอีอาร์พีจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ครบทุกมิติแน่นอน (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

1 ข้อดีที่ต้องรู้ของระบบอีอาร์พี Read More »

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

ในการวางระบบอีอาร์พี หลาย ๆ องค์กรจะมีความกังวลว่าระบบอีอาร์พีอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในส่วนงานขององค์กรบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ (Click เพื่ออ่าน การปรับแต่งระบบอีอาร์พีเพื่อให้เข้ากับการใช้งานขององค์กร)

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ก็คือ "การ Customized” ระบบอีอาร์พี

และในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการ Customized ระบบอีอาร์พี เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจชัดเจนว่าการ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

และจะมีประโยชน์ต่อการใช้งานระบบอีอาร์พีขององค์กรอย่างไร

โดยในบทความนี้จะกล่าวถึงทั้งหมด 3 หัวข้อดังนี้คือ

1. การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

3. การ Customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ซึ่งในแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. การ customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) หมายถึงการปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนระบบ ERP เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษและการทำงานที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร

การ Customized เป็นการทำงานที่อาจจะไม่ได้รวมอยู่ในโมดูลตามมาตรฐานทั่วไปของระบบอีอาร์พีที่มีพร้อมให้บริการ (Click เพื่ออ่าน 5 สิ่งที่ระบบอีอาร์พี (ERP) ทำได้)

2. การ Customized ระบบอีอาร์พีทำอะไรได้บ้าง

ตัวอย่างการ Customized ระบบอีอาร์พีได้แก่

-การปรับเปลี่ยนโมดูลที่มีอยู่

-เพิ่มฟังก์ชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการพิเศษ

-การปรับรูปแบบการแสดงผลเมื่อเรียกดูรายงานต่าง ๆ เป็นต้น

ระบบอีอาร์พีมักจะมีโมดูลหลายประการเช่นการบัญชี, การจัดการสต็อก, การผลิต, การขาย, และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงขององค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ

3. การ customized ระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

การ Customized ระบบอีอาร์พี (ERP) มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมีความแตกต่างตามขอบเขตของการปรับแต่งตามที่องค์กรต้องการ

รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการ Customized ระบบอีอาร์พี อาทิเช่น

ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมที่ปรึกษาในการวิเคราะห์รายละเอียด, การเก็บ Requirement, การวางแผนแนวทางในการ Customized

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเทรนใช้ระบบ ในกรณีที่ยูสเซอร์ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานส่วนที่ Customizedได้ด้วยตนเอง เป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP))

กล่าวโดยสรุป การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรที่ใช้งานระบบอีอาร์พีไปแล้วพบว่ามีบางจุดที่ระบบอีอาร์พียังไม่ไหลลื่นไปกับกระบวนการทำงานภายในองค์กร

การ Customized ระบบอีอาร์พีนั้นจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ อาทิเช่น Requirement ที่องค์กรต้องการ, โมดูลที่ต้องการ Customized รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ Customized ด้วยเช่นกัน

ซึ่งผลลัพธ์จากการ Customized ระบบอีอาร์พี ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้โดยที่ความยุ่งยากน้อยลงและกระบวนการทำงานภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

การ Customized ระบบอีอาร์พีคืออะไร Read More »

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP)

ในการวางระบบอีอาร์พี จะสามารถวางระบบได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกมามีส่วนสำคัญมาก เรียกได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ขององค์กรก็ว่าได้ (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

สำหรับองค์กรที่มองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แน่นอนว่าองค์กรย่อมต้องการที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ในการทำงาน และสามารถ implement ระบบได้จริง

ซึ่งการมองหาที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ ควรทำตาม 5 ขั้นตอนดังนี้คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

2. สำรวจหาทีมที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่มีประสบการณ์

3. ทำข้อมูลคุณสมบััติที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)แล้วเปรียบเทียบคุณสมบัติที่บริษัทที่ปรึกษานำเสนอ

4. จัดการประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ได้เลือกไว้

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ

รายละเอียดในแต่ละหัวข้อประกอบด้วย

1. กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรให้ชัดเจน

องค์กรจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าต้องการวางระบบอีอาร์พี (ERP) เพื่ออะไร
เหตุผลอะไรที่จะต้องวางระบบอีอาร์พี (ERP) ให้กับองค์กร

เช่น มีโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กรที่ซับซ้อนทำให้มีขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เกิดความล่าช้าในการทำงาน

เนื่องจากบุคลากรในองค์กรไม่สามารถใช้ฐานข้อมูลเดียวกันได้ ทำให้ใช้เวลามากเกินไปในการเรียกดูรายงานต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้บริหารไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีกับปัญหาที่เกิดในปัจจุบันเป็นต้น (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) )

ถ้าหากองค์กรสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ออกมาได้ชัดเจน ก็จะทำให้สามารถสื่อสารกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้นองค์กรควรต้องวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะได้กำหนดรายละเอียดในการคุยกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ในแบบที่องค์กรต้องการ

2. สำรวจหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานและสามารถ implement ระบบได้จริง

โดยองค์กรสามารถหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้จากหลายแหล่งข้อมูล อาทิเช่น บนอินเทอร์เน็ต รวมถึงสอบถามจากบริษัทที่เป็นคู่ค้าหรือบริษัทที่อยู่ใน network เดียวกันกับขององค์กร

โดยการสอบถามข้อมูลว่าบริษัทเหล่านี้ใช้ระบบอีอาร์พี (ERP) ของที่ไหน

เมื่อมี list รายชื่อของที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) แล้ว อย่าลืมตรวจสอบผลงานว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่มีผลงานจริง โดยสามารถตรวจสอบได้จากรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการ หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัทที่เคยใช้บริการวางระบบอีอาร์พี (ERP) กับบริษัทที่ปรึกษาที่อยู่ในลิสต์ขององค์กร 

ดังนั้นในการหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) นอกจากจะต้องมีลิสต์รายชื่อของบริษัทที่ปรึกษาไว้หลาย ๆ ที่แล้วยังต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่เคยใช้บริการรวมถึงตรวจสอบจากรีวิวที่น่าเชื่อถือได้

3. จัดทำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องการจากระบบอีอาร์พี (ERP)

ในส่วนนี้ทางองค์กรจะต้องวิเคราะห์ภายในองค์กรเองว่า กระบวนการการทำงานภายในขององค์กรเป็นอย่างไร กระบวนการทางธุรกิจเป็นอย่างไร

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดในส่วนนี้ควรจะต้องมีทีมของบริษัทที่ปรึกษามาคอยให้คำแนะนำด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่บริษัทที่ปรึกษาสามารถนำไปใช้เปรียบเทียบกับระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ตนเองมีอยู่ 

เมื่อเปรียบเทียบแล้วทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีจึงจะสามารถบอกได้ว่าคุณสมบัติของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการจะต้อง customized หรือไม่ หรือสามารถใช้จากโมดูลหลักของระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เลยเป็นต้น

4. จัดประชุมกับบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรได้เลือกไว้

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ของระบบอีอาร์พี (ERP) ที่องค์กรต้องการนั้นบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะสามารถทำให้ได้หรือไม่ในทุก ๆคุณสมบัติที่องค์กรได้ร่างไว้ 

หากทำไม่ได้แล้วต้องมีการ customized จะสามารถ customized ให้กับองค์กรได้หรือไม่

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ไหนที่สมบูรณ์แบบ 100%

ดังนั้นองค์กรจึงควรวิเคราะห์และมองหาบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรได้ใกล้เคียงที่สุด

5. ขอใบเสนอราคารวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ

เมื่อได้มีการประชุมกันในรายละเอียดเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว ทางองค์กรควรขอใบเสนอราคาตามคุณสมบัติที่องค์กรกำหนดไว้

ทางบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) จะมีค่าบริการอะไรบ้าง ก็ควรระบุเงื่อนไขการชำระเงินต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อที่องค์กรจะสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่าองค์กรจะมีประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้หรือไม่

ดังนั้นเมื่อได้มีการประชุมในรายละเอียดเชิงลึกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการขอใบเสนอราคาทางองค์กรก็ควรจะสามารถวิเคราะห์และประเมินตนเองได้ด้วยว่ามีความสามารถในการจัดสรรงบประมาณหรือไม่

ซึ่งในส่วนนี้อาจสามารถเจรจาต่อรองงบประมาณในบางส่วนกับที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) ได้เช่นกัน (Click เพื่ออ่าน 7 ปัจจัยมีผลแน่กับค่าใช้จ่ายวางระบบอีอาร์พี (ERP) )

กล่าวโดยสรุป ในการหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี ทางองค์กรควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จากนั้นเริ่มมองหาข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พีที่เหมาะสม แล้วทำการวิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึกร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าระบบอีอาร์พีของบริษัทที่ปรึกษาสามารถตอบสนองในส่วนใดได้บ้าง 

และสุดท้ายคือการขอใบเสนอราคาเพื่อดูว่าองค์กรสามารถจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

5 ขั้นตอนหาที่ปรึกษาวางระบบอีอาร์พี (ERP) Read More »

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

คุณ มนัสชัย สกัดกลาง
ผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด

สาขาหนองบัวลำภู

BRID: ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

ผมมนัสชัย สกัดกลาง เป็นผู้บริหารของ บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด สาขาหนองบัวลำภู
เข้ามาทำธุรกิจนี้ตั้งปี 2539 นะครับ จนถึงทุกวันนี้ โดยอยู่ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงครับ

สำหรับ เบสท์-แพค คอนกรีตนะครับ ก็เป็นบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จนะครับ
ซึ่งเรามีความชำนาญในเรื่องคอนกรีตเป็นหลัก

เราจะรับความต้องการของลูกค้ามาออกแบบและตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์

โดยที่เราเน้นคุณภาพ มาตรฐาน และการสัดส่งให้ตรงเวลา

BRID: ผลิตภัณฑ์หลักๆ ของเบสท์-แพค คอนกรีต มีอะไรบ้างคะ

ผลิตภัณฑ์ของ เบสท์-แพค นะครับ ประกอบไปด้วยเสาเข็มนะครับ แผ่นพื้นที่ใช้ทั่วไปในการก่อสร้าง

โดยหลัก ๆ แล้วเราจะอยู่ในภาคส่วนของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

นอกจาก เสาเข็ม แผ่นพื้น แล้วเราก็ยังมีพื้นสะพาน

ไม่ว่าจะเป็น Plank-Girder, I-Girder, Box-Girder สำหรับงานก่อสร้าง งานสะพาน ซึ่งเป็นงานที่เป็น infrastructure ของประเทศอยู่แล้วนะครับ เป็นงานโครงสร้าง

โดยบริการของเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้งด้วย นอกจากผลิตแล้วเราก็จะมีในเรื่องของการติดตั้ง รวมไปถึงในเรื่องการออกแบบการทำงาน การออกแบบในรูปแบบผลิตภัณฑ์ ที่เรามีความชำนาญ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่เริ่มมองหาระบบ ERP คะ

เมื่อเราประกอบธุรกิจมาได้สักระยะหนึ่ง เราเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะลดต้นทุนรวมถึงความสำคัญในเรื่องการขยับขยายงาน
ก็ได้มีการมองเห็นว่าต้องมี Tools หรือว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาช่วย ทำให้เราสามารถที่จะบริหารจัดการและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

เลยมีความคิดที่จะมีระบบอีอาร์พี เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเรานะครับ ถึงได้เริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะมาพัฒนาระบบร่วมกัน

BRID: จุดเริ่มต้นในการติดตั้งระบบ PlanetOne ERP คืออะไรคะ

เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าธุรกิจที่เริ่มขยับขยาย จึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่มาช่วย เราจึงเริ่มมองหาพาร์ทเนอร์

ก็ได้มาพบกับทางบริดซึ่งมีโปรดักส์ที่เป็น PlanetOne เป็นโปรแกรมทางด้านอีอาร์พี ซึ่งเราก็มีการคุยกันว่าในการที่เราจะใช้ระบบต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

บริดก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมตัวที่จะวางระบบด้วยกัน

รวมถึงให้คำแนะนำที่เซตระบบบางอย่างที่เราไม่มี เอกสารบางอย่างที่เรายังไม่พร้อม รวมถึงอบรมพนักงานให้เข้าใจระบบอีอาร์พีของ BRID Systems ด้วยครับ

BRID: ระบบ PlanetOne ERP มีส่วนช่วยเหลือในธุรกิจอย่างไรบ้างคะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดของบริษัทที่ทำด้านการผลิตนะครับนั่นก็คือ "การบริหารต้นทุน"

การบริหารต้นทุนคือ เราต้องรู้ต้นทุนที่เราใช้ไปเหมาะสมถูกต้องหรือไม่

หลังจากที่เราใช้ระบบ PlanetOne ERPของ BRID systems ได้มีส่วนช่วยในเรื่องการที่เราจะวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับต้นทุนและการบริหารต้นทุนได้ฉับไวมากขึ้น

ซึ่งเราก็มีการได้พูดคุยกับทางทีม Implementer ของทาง BRID Systems ว่าในการที่เราจะมอนิเตอร์ต้นทุนต้องทำอย่างไร

เราก็ได้คำแนะนำที่ดีมาจาก BRID Systems เพราะว่า BRID Systems นอกจากจะมีบริการเรื่อง Software แล้วยังบริการให้คำปรึกษาเรื่องการวางระบบก็จะมีทีม Implementer มาช่วยเราในเรื่องนี้ให้ตรงตามความต้องการของเรา

BRID: ปัจจุบันทางเบสท์-แพค คอนกรีต ใช้ระบบ PlanetOne ERP มาทั้งหมดกี่ปีคะ

เราก็ใช้ระบบ PlanetOne ERP มา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งระยะเวลาในการใช้เราก็ได้คำแนะนำที่ดีจาก BRID Systems เสมอนะครับในเรื่องของการปรับปรุงพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกัน

นอกจากนั้นหลังจากที่ใช้งานแล้วมีพนักงานที่เข้ามาใหม่ เมื่อติดขัดอะไรทาง BRID Systems ก็ให้คำแนะนำรวมถึงเทรนนิ่งให้ทางพนักงานใหม่เราด้วยนะครับ

BRID: ในมุมมองผู้ใช้งานอะไรคือจุดแข็งของระบบ PlanetOne ERP คะ

จุดเริ่มต้นที่เรามามองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นซอฟต์แวร์ สิ่งที่เรากังวลเสมอก็คือเรื่องของการที่จะมาประยุกต์ใช้ให้มันตรงกับธุรกิจหรือกระบวนการการทำงานของเรา

หลังจากนั้นที่เราไปเจอ BRID Systems ซึ่งเขาก็มีระบบ PlanetOne ERP อยู่แล้วและก็มีการพูดคุยกันก่อนที่จะตกลงที่จะใช้ซอฟต์แวร์

จากระยะเวลาที่ใช้ซอฟต์แวร์จนถึงปัจจุบันนี้ BRID Sysytems มีการปรับปรุงPlanetOne ERP เสมอซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีของ BRID Systems ที่มีโปรดักส์ที่สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราใช้กันมา 10 กว่าปีครับ

BRID: อะไรคือปัจจัยที่มองว่าระบบอีอาร์พีมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจคะ

จากมุมมองของผมนะครับในเรื่องการบริหารองค์กรเพื่อให้ทันต่อเวลาสิ่งสำคัญคือข้อมูล ที่ถูกต้องและก็แม่นยำ และรวดเร็ว

ที่ผมเคยพูดไว้ว่า ผมต้องมองหาพาร์ทเนอร์ในการที่จะมาทำงานร่วมกัน เพราะผมเชื่อเสมอว่าซอฟต์แวร์ที่ผลิตออกมามันต้องมีการปรับแต่งก็พยายามหาซอฟต์แวร์หรือองค์กรที่สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้ตรงกับความต้องการของเราให้มากที่สุด

รวมถึงอนาคตข้างหน้าการปรับแต่งต้องง่าย สะดวก และรวดเร็วต่อการตัดสินใจนะครับ นั่นคือเหตุผลที่เราเลือก BRID Systems นะครับ

BRID: มีความประทับใจอะไร ในระบบ PlanetOne ERP บ้างคะ

BRID Systems มีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เหมาะสม เพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้านะครับ

เราก็มองว่า BRID Systems เนี่ยเป็นองค์กร โดยเฉพาะเป็นองค์กรของคนไทย ที่พัฒนาซอฟต์แวร์มาเพื่อคนไทย ถามว่าคนไทยทำเพื่อคนไทยมันคุยกันง่ายนะครับ

อาจจะมีซอฟต์แวร์อื่นที่เป็นซอฟต์แวร์ระดับโลกนะครับแต่เรามองว่าซอฟต์แวร์ไทยมันพูดจาภาษาเดียวกันก็ทำให้สื่อสารกันได้ง่ายในเรื่องการปรับแต่ง

BRID: ช่วยให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังมองหาระบบ ERP เพื่อมาใช้ในองค์กรหน่อยคะ

ท่านที่มองหาซอฟต์แวร์หรือระบบที่จะมาช่วยตอบโจทย์ สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการมองหาซอฟแวร์ในมุมมองผมนะครับ ก็คือเรื่องของการทำงานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์เอง บริษัทซอฟต์แวร์เอง ในเรื่องการออกแบบ การปรับ การเปลี่ยน ให้ตรงกับความต้องการของเรา

รวมถึงการดูแลหลังการขายที่มีประสิทธิภาพนี่คือปัจจัยหลักในการที่เราจะเลือกซอฟต์แวร์ที่จะมาใช้ในองค์กรครับ

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท เบสท์-แพค คอนกรีต จำกัด Read More »

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร

ระบบ ERP เป็นคอนเซปต์ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการต่าง ๆ ทางธุรกิจ ซึ่งการใช้ระบบ ERP จะช่วยในการบริหารจัดการองค์กรในหลาย ๆ ด้าน

ซึ่งในบทความนี้เจะยกตัวอย่างให้ผู้อ่านได้เห็นภาพอย่างง่ายทั้งหมด 3 ด้านคือ

1. ด้านการจัดการข้อมูล

2. ด้านความปลอดภัยของข้อมูล

3. ด้านการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร

ซึ่งในแต่ละด้านที่ยกตัวอย่างมา จะมีรายละเอียดดังนี้

1. ด้านการจัดการข้อมูล

ระบบ ERP เป็นการจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ทุกคนในองค์กรจะใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกัน

จึงทำให้ข้อมูลที่ทุกคนในองค์กรนำไปใช้เป็นข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ เที่ยงตรง และเชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางด้าน การเงิน, การผลิต, การขาย, และบริหารทรัพยากรมนุษย์

ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถเห็นภาพรวมของกระบวนการทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรและการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของผู้บริหาร สามารถตัดสินใจได้บนฐานข้อมูลที่เป็นความจริงและเป็นปัจจุบัน (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

2. ด้านความปลอดภัยของข้อมูล

เนื่องจากระบบ ERP เป็นการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ ทำให้การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในองค์กรจะอยู่ในระบบเดียว

ดังนั้นระบบ ERP จึงมีนโยบายที่เคร่งครัดในการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ระบบด้วยเช่นกัน

ระบบ ERP ช่วยในการปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจ ด้วยการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและสิทธิ์ในการทำ transaction โดยผู้ใช้งานระบบจะสามารถเห็นข้อมูลได้ตามขอบเขตของบทบาทและหน้าที่ตนเอง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

3. ด้านการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร

ระบบ ERP ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์โดยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน เช่น ประวัติการทำงาน, การสรรหา, การส่งออกฝึกอบรม, และการประเมินผล การทำรายการทั้งหมดนี้อยู่ในระบบเดียว, ทำให้เป็นประโยชน์ในการจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

โดยระบบ ERP ช่วยในการจัดการและวางแผนการพัฒนาอาชีพของบุคคลากร ระบบสามารถช่วยในการติดตามทักษะ, ประสบการณ์, และความสนใจของพนักงาน เพื่อช่วยในการกำหนดแผนการพัฒนาและฝึกอบรมที่เหมาะสมกับพนักงานในองค์กรต่อไป (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR))

กล่าวโดยสรุป ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจได้โดยการบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ทุกคนใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน และมีนโยบายที่เคร่งครัดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงช่วยบริหารจัดการบุคลากรให้องค์กรให้ทำงานอย่างเต็มศักภาพนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างไร Read More »

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรทั้งหมดในทุกระดับ ซึ่งการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานและขนาดของแต่ละองค์กร

โดยระบบ ERP นั้นมีทั้งระบบ ERPที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกและระบบ ERP ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทของคนไทย

ซึ่งระบบ ERP ที่พัฒนาโดยบริษัทต่างประเทศและระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถแบ่งความแตกต่างได้ตามด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ความแตกต่างในภาษาและวัฒนธรรม

2. การรองรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำธุรกิจในท้องถิ่น

3. ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ

โดยแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. ความแตกต่างในภาษาและวัฒนธรรม

ERP ที่พัฒนาในต่างประเทศมักจะถูกสร้างขึ้นโดยเน้นภาษาและวัฒนธรรมของสถานที่นั้น นอกจากนี้การเข้าถึงและการใช้งานของระบบERP ในบริบททางวัฒนธรรมนั้น ๆ ก็อาจมีความแตกต่างกันได้

ในกรณีนี้ข้อสังเกตที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ระบบ ERP ที่พัฒนาจากต่างประเทศจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ในระบบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

แต่ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยจะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ในระบบเป็นภาษาไทยประกอบด้วย (Click เพื่ออ่าน 4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย)

2. การรองรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและรูปแบบการทำธุรกิจในท้องถิ่น

ระบบ ERP ที่พัฒนาในแต่ละประเทศมักจะปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายและข้อกำหนดท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อให้ประสิทธิภาพของระบบสามารถประมวลผลและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง

ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถปรับปรุงตัวระบบให้เหมาะสมกับการกำเนินธุรกิจขององค์กรในท้องถิ่นไทย

3. ค่าใช้จ่ายในการวางระบบ

การปรับปรุงและการพัฒนา ERP ที่พัฒนาโดยบริษัทต่างประเทศอาจจะมีการปรับปรุงและพัฒนาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพธุรกิจที่ก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่า แต่ในขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็สูงกว่าด้วยเช่นกัน

ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยอาจมีค่าใช้จ่ายที่สามารถจัดสรรงบประมาณได้สำหรับธุรกิจของคนไทย (Click เพื่ออ่าน สรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่ )

การเลือกใช้ระบบ ERP ไม่ว่าจะเป็นระบบของคนไทยหรือระบบจากต่างประเทศ ก็ควรพิจารณาให้ดีว่าระบบ ERP ที่ได้เลือกมานั้น ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือไม่ เนื่องจากการวางระบบอีอาร์พีนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง หากวางระบบไปแล้ว แค่ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่านั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP ของต่างประเทศกับ ระบบ ERP ที่พัฒนาโดยคนไทยต่างกันอย่างไร Read More »

ERPไทย

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด

ดร. กฤษณา สุขบุญญสถิตย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ ประเทศไทย จำกัดและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกร

BRID: ดร. กฤษณา ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะ กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ค่ะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยและในกลุ่มบริษัทอินเตอร์ไกรค่ะ

ทำงานที่คาร์เปทเมกเกอร์มาปีนี้จะเป็นปีที่ 20 แล้วค่ะ

BRID: ช่วยแนะนำบริษัท ที่มาของบริษัท และรูปแบบของธุรกิจค่ะ

บริษัทคาร์เปทเมกเกอร์ประเทศไทยผลิตพรมทอมือ ส่งออกให้กับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศเช่น โรงแรม 5-6 ดาว fashion shop อย่างที่เราคุ้นๆ กันนะคะ ที่ขายกระเป๋าหรือขายแฟชั่นแบรนด์ต่างๆ มีให้กับเรือยอตช์ ไพรเวทเจ็ท แล้วก็มีพระราชวัง นี่คือสินค้าที่เราส่งออกจากบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น พนักงานทั้งหมดเป็นคนไทยทั้งหมดเลยค่ะ

เริ่มต้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้วมีพนักงานประมาณ 7 คน วันนี้ก็มีพนักงานเกือบ 700 คน ผลิตภัณฑ์หลักของเราหลักๆ เป็นพรมทอมือเพราะเราต้องการสร้างงาน จากปณิธานของผู้ก่อตั้ง ที่ตั้งใจจะสร้างงานให้กับคนขอนแก่นและชาวอีสานซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรค่อนข้างเยอะแต่ว่าเราไม่มีโรงงาน

ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือในชลบุรี ทำให้ทิ้งครอบครัวมีแต่ลูกหลานอยู่กับปู่ย่าตายาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของพนักงานที่ต้องไปอยู่ในห้องเล็ก ๆ แล้วก็ทิ้งครอบครัวด้วย เลยเป็นที่มาว่าเรามาตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ ที่ใน 40 ปีที่แล้วไม่มีโรงงานเลย โรงงานที่นี่เป็นที่แรก

BRID: อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เริ่มพิจารณา implement ระบบ ERP ให้กับองค์กรคะ

ปัจจุบันนี้เราก็เริ่มทำตลาดในเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะเราก็คิดว่าคนไม่ค่อยรู้จักเราเลย แต่ในต่างประเทศก็จะรู้จักกันเพราะว่าเราทำมาหลายปี

ในประเทศไทยเองพอเราเริ่มมาทำเราก็เริ่มต้องมีรายละเอียด มีกิจกรรมที่แตกต่างจากกิจกรรมการส่งออกปกติเดิมของเรา ทำให้เราเริ่มมองว่าจริง ๆ เราจะต้องมีระบบหลังบ้านที่เหมาะสม

เมื่อก่อนเราก็จะซื้อซอฟท์แวร์บัญชีง่าย ๆ มาตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม่กี่พันบาทในตอนเริ่มต้น เพราะเราก็คิดว่าเป็นการแค่บันทึกบัญชีลงไปเฉย ๆ แล้วก็ส่งงบได้ แต่ว่าข้อดีอันนึงของเราเลยก็คือเรามีงบฉบับ เดียวเราไม่มีหลายชุดก็เลยเหมือนทำง่าย

เพียงแต่ว่าพอ transaction ใหญ่ขึ้น กิจการใหญ่ขึ้น ก็เริ่มมีเรื่องของการวิเคราะห์ที่เราอยากจะต้องวิเคราะห์และเห็นภาพของการดำเนินงานที่เร็วขึ้น ไม่เช่นนั้นจะตอบโจทย์อย่างเดียวคือการที่ส่งงบให้กับราชการได้

แต่ตอนหลังเราคิดว่าถ้าเราจะเติบโต เรามีการวางกลยุทธ์ เรามีการต้องใช้ข้อมูล เราอยากจะได้ข้อมูลที่เร็ว ถูกต้อง แล้วก็สามารถที่จะวิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ ได้ทำให้เราเริ่มมองหาโปรแกรมที่มีความเก่งขึ้นมีการตอบโจทย์รายละเอียดได้มากขึ้น

เราก็ศึกษาหลายโปรแกรมค่ะสุดท้ายก็มาเจอกับ PlanetOne ของ BRID เราก็ชอบว่าเป็นโปรแกรมของคนไทย ราคาย่อมเยาว์สำหรับพวกเราซึ่งเป็น SME ไม่อย่างนั้นถ้าเราไปลงระบบใหญ่ของต่างประเทศ ก็รับรองว่าเป็นหลักสิบล้าน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ไหม แต่สำหรับของ PlanetOne ซึ่งก็อยู่ในราคาที่เราสามารถจะจัดการงบประมาณของเราได้

ข้อดีของระบบที่เรามองเห็นคือเข้าใจความเป็นคนไทย เข้าใจ transaction เข้าใจพฤติกรรมของคนไทยมากกว่าฝรั่ง ซึ่งฝรั่งออกแบบมาเขาก็จะออกแบบมารองรับ nature วิธีคิดรูปแบบการทำงานและสไตล์การทำงานของฝรั่ง แต่คนไทยบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่นไม่มากซึ่งกลายเป็นข้อดี

BRID: ช่วยแชร์ประสบการณ์การ implement และการใช้งานระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการองค์กรให้กับผู้อ่านหน่อยค่ะ

ตอนแรก ๆ เรามองว่า โปรแกรมค่อนข้างที่จะล็อคตัวเราเองค่อนข้างเยอะแต่ปรากฏว่าพอใช้งานไปก็ดี เพราะว่าจะทำให้พนักงานไม่เผลอที่จะไปทำรายการแล้วเดี๋ยวลบทิ้ง แล้วก็ทำใหม่ ย้อนกลับไปทำใหม่

อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับตัวระบบเลยค่ะ เพราะจะช่วยให้พนักงานมีวินัยว่าคุณต้องคิดให้ดี มั่นใจในรายละเอียดทั้งหมดก่อนแล้วถึงจะทำ transaction เพราะการทำรายละเอียดนั้นอาจจะแก้ไม่ได้แล้ว เรื่องก็จะต้องให้ supervisor หรือmanager เข้ามารับทราบปัญหานั้น ๆ ซึ่งก็คิดว่าอันนี้เป็นข้อดีของตัวระบบ

และการพัฒนาการทำงานร่วมกันกับทีมตั้งแต่การวางระบบโครงสร้างของระบบบัญชีกันใหม่ มีการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วโปรแกรมก็มีความยืดหยุ่นที่จะเขียนแล้วก็ตอบสนองความเป็นธุรกิจของเราจริงๆ

เพราะธุรกิจพรมในเมืองไทยจะมีไม่มาก ถ้าธุรกิจเทรดดิ้งหรือธุรกิจผลิตอื่นๆ เขาก็จะมีโมดูลทั่วๆ ไปที่ใช้ได้ แต่พอเป็นของเราซึ่งรายละเอียดค่อนข้างเยอะและเราเป็นพรมที่เป็น customize คือต้องผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ในแต่ละผืนจะไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นรายละเอียดของ bill of material ก็จะแตกต่างกันหมดความยาก รายละเอียดของ transaction จะมาก

เพราะฉะนั้นเราก็มีการมานั่งคุยกับทีมพัฒนาระบบแล้วก็มาวางระบบด้วยกันแล้วก็มาปรับโปรแกรมให้เข้าสู่สิ่งที่เป็น

ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มีที่ต้องปรับเข้าหากันพอสมควรเราก็พยายามให้ทีมพัฒนาเองเรียนรู้สิ่งที่เป็นก่อน แล้วก็พยายามบอกว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นอะไรแล้วจะเจอกันตรงไหน เพราะบางครั้งความต้องการของเราถ้ามาเจอเราทั้งหมดก็กลายเป็นไม่มีระบบก็มีซึ่งก็ไม่ได้ดี ก็เลยคิดว่า อ่ะ…จริง ๆ จุดเหมาะสม

ก็เลยได้ประโยชน์จากมุมมองและแนวคิดของทีมพัฒนาระบบของ BRID ด้วย ที่ช่วยมาแนะนำว่าถ้าเป็นตรงนี้ก็ควรจะใช้วิธีนี้หรือควรจะปรับ ก็มีบ้างที่ต้องทำโปรแกรม API เสริมเข้าไปแต่ในวันนี้เราใช้ BRID มาหลายปีแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวเราสามารถปิดงบได้เร็วขึ้น

เราสามารถเห็นงบการเงินได้เร็วแล้วเราก็เห็นลึกลงไปถึง GP Report เราสามารถบอกได้ว่าพาร์ทที่เป็นปัญหาของการทำงานในแต่ละออเดอร์ในแต่ละจ็อบนั้นมาจากพาร์ทที่เป็น material, labor หรือว่า overhead หรือว่าเป็นส่วนไหน ที่เราจะนำไปสู่การปรับปรุงได้เร็วขึ้น

BRID: บริการหลังการขายและการให้การสนับสนุนทางเทคนิคที่ได้รับจาก PlanetOne ERP เป็นอย่างไรบ้างคะ

ประเด็นเรื่องของการบริการหลังการขายนะคะต้องบอกว่าวันนี้คุยกันกับทาง BRID จนกระทั่งเป็นเพื่อนกันไปแล้ว มีอะไรก็ติดต่อได้ คุณเจนเองมาช่วยคุยตั้งแต่เริ่มต้น วันนี้คุณเจนเองก็ยังดูแลอยู่ แล้วก็มีน้องนก มีทีมงานที่คุยกันแล้วทีมก็สามารถที่จะติดต่อเชื่อมโยงระบบของการติดต่อในระบบของเจแทรคก็สามารถทำให้เราสามารถแทรคงานได้ว่าอะไรถึงไหน

แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลัง ๆ ประเด็นต่าง ๆ น้อยลงแต่ถ้าย้อนกลับไปตอนช่วงแรกเนี่ยทีมก็ support เต็มที่ค่ะ

ทีมงานมีบินมาที่ขอนแก่นเพื่อมาคุยกันแล้วก็มานั่งหาข้อสรุป มีการ ZOOM มีการนัดที่จะทำงานร่วมกันหลายรอบในช่วงแรกแต่ตอนนี้ก็จะน้อยลงเพราะทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นแล้ว

BRID: คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาระบบอีอาร์พีมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์กร

ถ้าจะแนะนำให้หาโปรแกรมสักโปรแกรมนึงที่เราจะไม่ถูกทิ้ง PlanetOne ก็จะเป็นโปรแกรมนั้นการให้การสนับสนุนการที่เรามีทีม service ที่อุ่นใจแล้วก็ช่วยเหลือเราตลอดเวลา

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังมองหาซอฟท์แวร์สักตัวนึงที่ตอบโจทย์ เราเองเราอยากแนะนำให้ PlanetOne เป็นทางเลือกหนึ่ง

ก็ต้องเรียนว่าตอนที่เราทำการบ้านเราก็ไม่ได้ทำการบ้านแค่โปรแกรมเดียวเราก็ศึกษาหลายโปรแกรมแล้วเราก็พบว่าไม่ได้มีโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งที่ดีที่สุดแต่ PlanetOne จะตอบโจทย์ใกล้เราที่สุดและปรับได้ เข้ามาหาเราได้ใกล้ที่สุดเราเลยตัดสินใจเลือก

โดยงบประมาณ โดยความจำเป็นของเราด้วยเพราะบางอย่างเนี่ยฟีเจอร์เยอะแยะเราก็ไม่ได้ใช้เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีอยู่ใน PlanetOne งบประมาณ การ service เนี่ย สำหรับคาร์เปทเมกเกอร์ก็เป็นโปรแกรมที่เราตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือก PlanetOne

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บทสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการระบบอีอาร์พีของ PlanetOne ERP บริษัท CARPET MAKER (ประเทศไทย) จำกัด Read More »

บริษัท BRID Systems ทานเลี้ยงปีใหม่ 2024 ณ บางเลน

บริษัท BRID Systems จำกัด ผู้พัฒนาระบบ ERP จัดกิจกรรมภายในกินเลี้ยงปีใหม่ ณ บางเลน โดยผู้บริหารใจดี สั่งแบบไม่อั้นจัดเต็มในทุกเมนูทั้งของคาวและของหวานค่ะ

เติมพลังบวกกันตั้งแต่ต้นปี เตรียมพร้อมลุยงานเพื่อลูกค้าของเราทุกคน

หลังจากทานอาหารกันเสร็จแล้วก็พากันไปเดินตลาดน้ำลำพญามีสินค้าหลากหลายทั้งอาหาร ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ของที่ระลึก โดยเฉพาะอาหาร ราคาไม่แพงเลยค่ะ

พนักงานทุกคนแฮปปี้ ซื้อของกินติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย ใครอยากตามรอยพวกเรามาโดนอาหารอร่อย ๆ บรรยากาศดี ๆ และเดินชอปปิ้งของอร่อยกลับบ้าน สามารถตามมาได้เลยที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

บริษัท BRID Systems ทานเลี้ยงปีใหม่ 2024 ณ บางเลน Read More »

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง

ERP (Enterprise Resource Planning) คือ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ และจัดการกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันภายในองค์กรเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (Click เพื่ออ่าน 4 หัวใจหลักของระบบอีอาร์พี (ERP))

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้างมีรายละเอียดดังนี้

1. การบริหารจัดการทรัพยากร

ระบบ ERP ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งหมดขององค์กร, รวมถึงบุคคล, วัสดุ, เงิน, และเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระบบ ERP ช่วยทำให้การบริหารการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์, การจัดซื้อ, และการจัดการสต็อกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้

2. การควบคุมกระบวนการธุรกิจ

ระบบ ERP ช่วยในการทำให้กระบวนการธุรกิจภายในองค์กรเป็นไปอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาด, เพิ่มประสิทธิภาพ, ลดค่าใช้จ่าย, ลดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างแต่ละแผนกในองค์กร

4. การปรับปรุงการตัดสินใจ

การรวมข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ทำให้ผู้บริหารสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้ด้วยข้อมูลที่สมบูรณ์

ระบบ ERP จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูรายงานแสดงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว และเรียลไทม์ (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

5. การปรับปรุงการสื่อสาร

ระบบ ERP ช่วยในการปรับปรุงกระบวนการสื่อสารภายในองค์กร โดยทำให้ข้อมูลเป็นที่เท่าเทียม, ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้อย่างเหมือนกัน

6. การติดตามและรายงาน

ระบบERP ช่วยในการติดตามกระบวนการทางธุรกิจและสร้างรายงานที่ให้ข้อมูลสรุปได้ง่าย เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบสถานะและประสิทธิภาพขององค์กรได้

(Click เพื่ออ่าน ข้อดีของการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

7. การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

ระบบERP ช่วยทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

8. ความปลอดภัยของข้อมูล

ระบบ ERP การควบคุมและปกป้องข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

ระบบ ERP มีประโยชน์มากมายและช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตามความต้องการขององค์กร หากต้องการติดต่อเพื่อขอนัดเดโม กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างค่ะ

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบ ERP สามารถทำอะไรได้บ้าง Read More »

IT support

ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน

ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน

ในการใช้งานระบบอีอาร์พี ผู้เข้าใช้งานระบบอาจจะพบว่าเมื่อทำ transaction ในบางครั้งติดเอกสารไม่สามารถ processed ได้ หรือระบบฟ้องและป้องกันไม่ให้ผู้เข้าใช้งานระบบทำงานในขั้นตอนต่อไปได้ ในกรณีแบบนี้จะทำให้ผู้ใช้งานระบบอีอาร์พีไม่สามารถทำงานในระบบต่อไปได้ (Click เพื่ออ่าน ระบบอีอาร์พีใช้งานยากจริงหรือ)

ในกรณีนี้ผู้ใช้งานระบบก็ไม่ต้องตกใจหรือเป็นกังวลไป เนื่องจากในส่วนนี้ผู้ให้บริการระบบอีอาร์พีจะต้องมีทีมคอยซัพพอร์ตผู้ใช้งานระบบ

เมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ในการเข้าใช้งานระบบ ผู้ใช้งานระบบจะต้องแจ้งไปยังทีม IT Support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี จากนั้นแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยผู้ใช้งานระบบควรทำการแคปหน้าจอ ว่าได้ทำขั้นตอนใดไปบ้าง แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร จากนั้นจึงทำการส่งข้อมูลให้กับทีม IT Support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี

ซึ่งทีม IT Supportของผู้ให้บริการอีอาร์พี จะทำการรับข้อมูลปัญหาต่าง ๆ แล้วแยกประเภทของปัญหา ว่าเป็นปัญหาที่ถามตอบข้อมูลทั่วไปที่ทางทีม IT Support สามารถให้ข้อมูลได้เลย

หรือเป็นปัญหาที่ทีม IT Support ต้องส่งเรื่องไปยังทีมพัฒนาเพื่อปรึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป (Click เพื่ออ่าน ผู้ประกอบการ/องค์กร จะเลือกผู้ให้บริการอีอาร์พี (ERP) อย่างไร)

หากเป็นปัญหาที่ทางทีม IT Support สามารถตอบคำถามและให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการแก้ปัญหาได้เลย เช่น ทีม IT Support สามารถรีโมทเข้ามาดูระบบที่หน้าจอของผู้ใช้งานระบบ แล้วแก้ไขปัญหาให้ผู้ใช้งานได้เลย

ถ้าในกรณีนี้ทางผู้ใช้งานระบบก็จะได้รับการแก้ไขปัญหาแบบปัจจุบันทันที ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ทันทีด้วยการรีโมทเข้ามาที่หน้าจอของผู้ใช้งานระบบ อาทิเช่น การเลือกเงื่อนไขต่าง ๆ ในระบบไม่ถูกต้องครบถ้วนทำให้เอกสารไม่สามารถทำ transaction ได้ เป็นต้น

แต่ถ้าเป็นปัญหาทางเทคนิคอื่น ๆ เช่น การเกิด bug ในระบบ หรือผู้ใช้งานต้องการให้ปรับเพิ่ม/ลดฟังก์ชันบางอย่างเพื่อผู้ใช้งานระบบจะสามารใช้งานระบบอีอาร์พีได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้าในกรณีแบบนี้เมื่อผู้งานระบบได้แจ้งข้อมูลกับทางทีม IT Support แล้วทางทีม IT Support จะนำข้อมูลทั้งหมดที่มีมาปรึกษากับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี

จากนั้นทีมพัฒนาระบบอีอาร์พีจะวิเคราห์ะว่าสิ่งที่ผู้ใช้งานระบบต้องการ หรือปัญหาในระบบที่ต้องแก้ไขนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ระยะเวลาในการแก้ไขเป็นอย่างไร

หากมีความเป็นไปได้หรือสามารถทำได้ทางทีม IT Support ก็จะทำการปรึกษากับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี เพื่อหาแนวทางในการทำงานและข้อสรุปกำหนดเวลาแล้วเสร็จที่เป็นไปได้

จากนั้น ทีม IT Support ก็จะทำการแจ้งข้อสรุปและแนวทางต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้งานระบบได้ทราบต่อไป (Click เพื่ออ่าน 4 ข้อดีของระบบอีอาร์พีที่พัฒนาโดยคนไทย )

กล่าวโดยสรุป ผู้ให้บริการอีอาร์พีจะมีทีม IT Support คอยรับคำถามหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งานระบบอีอาร์พีของผู้เข้าใช้งานระบบ

จากนั้นทางทีม IT Support ของผู้ให้บริการอีอาร์พี จะต้องทำหน้าที่ สื่อสาร ทั้งกับผู้ใช้งานระบบและกับทีมพัฒนาระบบอีอาร์พี เพื่อให้ได้ข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง รวมถึงเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันของทุกฝ่าย

ดังนั้นหากผู้ใช้งานระบบติดปัญหาต่าง ๆ ในการใช้งานระบบอีอาร์พี ทีม IT Support จะเป็นคนแรก ที่ผู้ใช้งานระบบจะสื่อสารด้วยเพื่อให้ได้แนวทางในการแก้ปัญหานั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ผู้ให้บริการอีอาร์พีช่วยอะไรบ้างเมื่อ User เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน Read More »

ระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่

อันที่จริงระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้ได้กับธุรกิจทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคืองบประมาณของธุรกิจที่ต้องการวางระบบอีอาร์พีในแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน (Click เพื่ออ่าน 9 ขั้นตอนวางระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ดีต้องทำอย่างไร)

แน่นอนว่างบประมาณในการติดตั้งระบบอีอาร์พีก็จะเป็นไปตามขนาดของธุรกิจเช่น ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้งบประมาณน้อยกว่าธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นต้น

หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กอาจจะมีความกังวลถึงงบประมาณในการใช้วางระบบอีอาร์พี ว่าจะต้องใช้งบประมาณที่สูงจนเกินกว่าที่องค์กรจะจัดสรรได้

ในการวางระบบอีอาร์พีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็มีแนวทางการทำงานอยู่ 

โดยที่คุณสามารถวางระบบอีอาร์พีด้วยงบประมาณที่จำกัดหรืองบประมาณที่สามารถควบคุมได้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ซึ่งในการวางระบบอีอาร์พีที่มีงบประมาณจำกัดจะมีแนวทางคือ

1. การให้สิทธิ์จำนวน User เข้าใช้งานระบบน้อย

2. ซื้อแมนเดย์ไม่ต้องเยอะ

3. อัดเนื้อหาในการเทรนให้จบภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

โดยรายละเอียดแต่ละหัวข้อมีดังนี้

1. การให้สิทธิ์จำนวน User เข้าใช้งานระบบน้อย

ในข้อนี้จะทำให้การวางระบบอีอาร์พีมีค่าใช้จ่ายถูกลง

เพราะงบประมาณในการวางระบบอีอารร์พีส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับจำนวน User ที่เข้าใช้งานพร้อมกันในระบบ (Click เพื่ออ่าน Super User คือใครในระบบอีอาร์พี)

ด้วยการให้สิทธิ์ User น้อยจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ดี องค์กรที่มีขนาดเล็กอาจจะให้ User สลับกันเข้าใช้งาน ก็จะช่วยให้ User ทุกคนสามารถเข้าใช้งานระบบได้ แม้ว่าสิทธิ์การเข้าใช้งานจะมีจำนวนน้อยก็ตาม

2. ซื้อ Man Day ไม่ต้องเยอะ

การซื้อ Man Day ในองค์กรขนาดเล็กอาจจะซื้อแพ็คเกจ Man Day ไม่ต้องเยอะ แต่เน้นเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ใช้งานระบบ ให้สามารถใช้งานระบบได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั้น

แล้วเน้นการใช้ Man Day เพื่อการแก้ปัญหาระบบอีอาร์พีในส่วนที่ทางองค์กรไม่สามารถทำได้เอง

3. อัดเนื้อหาในการเทรนให้จบภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

การจัดเทรนให้กับผู้เข้าใช้งานระบบก็ควรเทรนเนื้อหาให้เยอะที่สุดแล้วใช้ระยะเวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่องค์กรจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเทรนสูงจนเกินไป (Click เพื่ออ่าน ผู้ใช้งานใหม่จะเข้าใจระบบอีอาร์พีได้อย่างไร)

การจัดเทรนทางออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าด้วยเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป สำหรับองค์กรขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดเล็กและมีงบประมาณจำกัดก็สามารถวางระบบอีอาร์พีได้ด้วยแนวทางนี้เช่นกัน นั่นคือให้สิทธิ์ User จำนวนน้อย เน้นประสิทธิภาพในการใช้งานด้วยตัวเองของผู้เข้าใช้งานระบบและจัด Training การใช้งานระบบด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุดให้ผู้เข้าใช้งานระบบได้อบรมเนื้อหาที่มากที่สุดนั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ธุรกิจขนาดเล็กจะใช้ระบบอีอาร์พีได้หรือไม่ Read More »

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR)

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR)

ระบบอีอาร์พีเป็นระบบที่ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรเช่น ระบบบัญชี ระบบผลิต ระบบจัดซื้อ ระบบขาย ระบบคลังสินค้า และรวมถึงระบบงานบุคคลด้วยเช่นกัน

ในส่วนของระบบบริหารงานบุคคลระบบอีอาร์พีจะช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร (Click เพื่ออ่าน 5 แนวทาง บริหารงานบุคคลอย่างยั่งยืนด้วยระบบอีอาร์พี (ERP))

โดยระบบ ERP จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลพนักงาน เงินเดือน การลา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างครอบคลุม

ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารงานบุคคลมีดังนี้

1. จัดการข้อมูลพนักงาน
ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลพนักงานทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิเช่น ตำแหน่ง วันที่เริ่มเข้าทำงาน เป็นต้น

2. การจัดการเงินเดือน
ระบบอีอาร์พีจะจัดการข้อมูลเงินเดือน รวมถึงการคำนวณเงินเดือน การหักลดหย่อน และการโอนเงินเงินเดือน

3. การบริหารเวลา
ระบบอีอาร์พีจะติดตามและบันทึกเวลาทำงาน การลา และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวลาในการทำงานของพนักงาน อาทิเช่น การเข้างาน การออกงาน การทำงานล่วงเวลา เป็นต้น

4. การจัดการการสรรหางาน

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในกระบวนการสรรหาพนักงานใหม่ รวมถึงการโฆษณาตำแหน่งงาน การสัมภาษณ์ และการประเมินผู้สมัคร เพื่อให้องค์กรได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามที่องค์กรต้องการ

5. การพัฒนาบุคลากร

ระบบอีอาร์พีจะจัดการการฝึกอบรม และวางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานให้กับองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

6. การบริหารประสิทธิภาพของพนักงาน

ระบบอีอาร์พีจะช่วยในการติดตามประสิทธิภาพของพนักงาน รวมถึงการตรวจสอบผลงาน และวางแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กร

7. การจัดการข้อมูลสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลพนักงาน

ระบบอีอาร์พีจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน โดยพนักงานจะได้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลในระบบอีอาร์พีตามบทบาทและหน้าที่ของตน รวมถึงระบบอีอาร์พีจะป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานถูกแก้ไขโดยมิชอบและไม่ตรงกับความเป็นจริง (Click เพื่ออ่าน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบอีอาร์พี)

8. การบริหารข้อมูลการลาและการขาดงาน

ระบบอีอาร์พีจะจัดการข้อมูลการลา และการขาดงานของพนักงาน ระบบอีอาร์พีจะสามารถบันทึกการลา การอนุมัติการลา การคำนวณวันลาสำหรับพนักงาน เป็นต้น (Click เพื่ออ่านสรุปแล้วควรใช้ระบบอีอาร์พีดีหรือไม่)

การใช้ระบบอีอาร์พีเข้ามาบริหารจัดการทรพยากรบุคคลขององค์กร จะช่วยให้บุคลากรในองค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรบุคคลในองค์กรได้โดยที่ข้อมูลไม่กระจัดกระจาย อยู่บนพื้นฐานของความจริงที่เกิดขึ้น และสามารถตรวจสอบได้ทันทีแบบ real time นั่นเอง

ต้องการติดต่อนัดเดโม
โทร 02-271-4362 – 3 ,095-294-5693 (คุณเจน)
Line ID: jane-siriwan (คุณเจน)

ระบบอีอาร์พีกับการบริหารงานบุคคล (HR) Read More »

Scroll to Top